สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 764 ข้อมูลจากห้วงเวลาอดีต
มารดาหลัวเจี้ย แปลว่ามารดาแห่งภพหอยทากนะครับ ตอนก่อนๆผมใช้
ชื่อไทย หลังจากนี้ผมขอใช้ชื่อจีนน้าา จะได้ไม่งงงับบบ
…………
ณ รอยแยกมิติอันมืดมิด ว่านเฉิงคงและมารดาหลัวเจี้ยนั่งเผชิญหน้ากัน
จิบสุราเลิศรส พลางสนทนา
ในฐานะสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 แห่งบริเวณรอยแยกมิตินี้
ว่านเฉิงคงและมารดาหลัวเจี้ยถือว่ายืนอยู่บนจุดสูงสุด ขอเพียงเป็นสิ่งมี
ชีวิตแห่งกาลเวลาในบริเวณใกล้เคียง ล้วนเคยได้ยินชื่อเสียงอันเกรียงไกรของ
พวกตน
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 แม้จะไม่เหมือนจ้าวแห่งกาลเวลาที่มีวิถี
สังหารสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาได้อย่างสิ้นซาก
แต่ก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 1 จำนวนมากกล้าล่วงเกิน การ
เป็นศัตรูกับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 ต่อให้ไม่ตายก็ต้องถูกไล่ล่าต่อไป
“คาดไม่ถึงว่า ‘หยินเหอ’ผู้นั้น กลับเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาภายในมิติ?
แม้แต่มหาดับสูญครั้งเดียวก็ยังไม่เคยประสบ ก็เป็นขอบเขต 2 แล้วรึ?”
ว่านเฉิงคงสีหน้าทอดถอนใจ
เมื่อไม่นานมานี้ มิติเทียนเหอได้ก่อกำเนิดวัตถุดิบระดับจ้าวขอบเขต 3 ชิ้น
หนึ่งขึ้น ดึงดูดให้สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 สองตนเข้ามาแย่งชิง
หนึ่งในสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 นามว่า ‘หุยจู่’มาจากบริเวณรอย
แยกมิติอันห่างไกล มารดาหลัวเจี้ยและว่านเฉิงคงเคยได้ยินชื่ออยู่บ้าง
สิ่
จี้
ส่วนสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 อีกตน ‘หยินเหอ’? มารดาหลัวเจี้ย
และว่านเฉิงคงกลับไม่มีความประทับใจใดๆ เลย
เดิมทีพวกตนยังคิดว่า ‘หยินเหอ’ มาจากบริเวณรอยแยกมิติทีห่างไกลยิ่ง
กว่า ดังนั้นจึงไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน
ส่วนเหตุใดสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาแห่งความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลจึง
สามารถเชิญสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 เช่นนี้มาได้..
บางทีอาจเป็นวาสนา หรืออาจเป็นเหตุผลอื่น มารดาหลัวเจี้ยและว่านเฉิง
คงก็ได้คาดเดาไปต่างๆ นานา
ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจเท่าใดนัก
เพียงแต่พร้อมกับการที่มิติเทียนเหอถูกครอบครองโดยมิติความว่างเปล่า
แห่งความโกลาหล ข่าวคราวเกี่ยวกับ ‘หยินเหอ’ ก็ทยอยแพร่ออกมา
‘หยินเหอ’ ขอบเขต 2 ผู้นั้น ก็มาจากความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลเช่น
กัน
นี่ทำให้มารดาหลัวเจี้ยและว่านเฉิงคงตะลึงงันไปบ้าง พวกตนหลังจากมหา
ดับสูญของมิติบ้านเกิดแล้ว ไม่รู้ว่าต้องผ่านกาลเวลาและการบ่มเพาะอย่างยาก
ลำบากมาเท่าใด ต่อสู้ชิงไหวชิงพริบกับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ อย่างต่อ
เนื่อง สังเกตการณ์เส้นเวลาทีละสายๆ วางแผนการต่างๆ
สุดท้ายถึงได้ตรัสรู้แจ้งมหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลของตนเองได้
อย่างยากลำบาก ก้าวเข้าสู่ขอบเขต 2
ผลคือ ‘หยินเหอ’ ผู้นั้นยังอยู่ในมิติบ้านเกิดของตนเอง ก็กลายเป็น
ขอบเขต 2 แล้ว?
ว่านเฉิงคงในใจรู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง ก่อนหน้านี้ตนยังเคยไปหาหลิน
หยวน ต้องการร่วมมือกับอีกฝ่ายสำรวจมิติพิเศษแห่งหนึ่ง
นี้
เพียงแต่จนบัดนี้อีกฝ่ายก็ยังไม่ให้คำตอบ ว่านเฉิงคงในใจยังรู้สึกผิดหวังอยู่
บ้าง
“สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขต 2 ภายในหนึ่งรอบมหาดับสูญ
ข้าได้พบเจอจริงๆ รึ?” มารดาหลัวเจี้ยก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน
บริเวณรอยแยกมิติอันกว้างใหญ่ไพศาล สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2
มีไม่น้อย แต่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขต 2 ภายในหนึ่งรอบมหา
ดับสูญ กลับหายากอย่างยิ่งยวด
อย่างน้อยมารดาหลัวเจี้ยและว่านเฉิงคงก่อนหน้านี้เพียงแค่เคยได้ยิน
เท่านั้น สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 ประเภทนี้ หายากยิ่งกว่าจ้าวแห่งกาล
เวลาเสียอีก
ขอบเขต 1 ต้องการก้าวเข้าสู่ขอบเขต 2 จำเป็นต้องตรัสรู้แจ้งมหาเต๋าต้น
กำเนิดแห่งความโกลาหลของตนเอง และมหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหล
ในฐานะมหาเต๋าระดับต้นกำเนิด เกณฑ์พื้นฐานที่สุดคือต้องสามารถปรับใช้ได้
กับพื้นที่ส่วนใหญ่ของบริเวณรอยแยกมิติ
นี่ต้องการให้สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาไปประสบกับมิติทีละแห่งๆท่องเที่ยวไป
ในบริเวณรอยแยกมิติอันกว้างใหญ่ไพศาล เพียงแค่อยู่ในมิติแห่งใดแห่งหนึ่ง
เป็นการยากที่จะตรัสรู้แจ้งมหาเต๋าต้นกำเนิดที่ ‘ใช้ได้ทั่วไป’ กับพื้นที่ส่วนใหญ่
ของบริเวณรอยแยกมิติได้
ดังนั้นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 เกือบทั้งหมด ล้วนหลังจากออก
จากมิติบ้านเกิดของตนเองแล้ว ทำความเข้าใจมิติทีละแห่งๆ แล้วถึงได้ตรัสรู้
แจ้งออกมา
นี่ถึงจะเป็นสภาวะปกติของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2
“เขาสามารถขับไล่หุยจู่ได้ พลังในบรรดาขอบเขต 2 น่าจะถือว่าแข็งแกร่ง
ทีเดียว” ว่านเฉิงคงกล่าว
อย่างน้อยตนก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะทำให้หุยจู่ล่าถอยได้ บางทีการล่าถอย
ของหุยจู่อาจมีปัจจัยอื่นอยู่ เช่น ไม่เต็มใจที่จะลงมือสุดกำลัง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่
จี้
ให้ตนและมารดาหลัวเจี้ย ‘ฉวยโอกาส’
“แข็งแกร่งมาก” มารดาหลัวเจี้ยพยักหน้า
ตนเคยใช้ทรายแห่งกาลเวลาสิบชั่ง ซื้อรายละเอียดการต่อสู้กับหลินหยวน
มาจากหุยจู่
ทราบถึงความน่าสะพรึงกลัวของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 ผู้นี้
การที่หุยจู่ล่าถอยไป ไม่ใช่เพราะมีความกังวล แต่เป็นเพราะรู้สึกว่าสู้ไม่ได้โดย
แท้ หากต่อสู้ต่อไปจะต้องขาดทุนอย่างหนัก
“หืม? คาดไม่ถึงว่าเจ้าคนบ้าผู้นี้ ก็ประเมินเช่นนี้รึ?” ว่านเฉิงคงมองดู
มารดาหลัวเจี้ย
ความบ้าคลั่งของมารดาหลัวเจี้ย ในบรรดาสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต
2 ถือว่ามีชื่อเสียง
“แต่ต่อให้แข็งแกร่งเพียงใด ต้องการกลายเป็นจ้าวฯ ก็ยังคงต้องค่อยเป็น
ค่อยไป” ว่านเฉิงคงกล่าว
การตรัสรู้แจ้งมหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งความโกลาหล อาจจะเกี่ยวข้องกับ
ปัจจัยอย่างพรสวรรค์ในความเข้าใจ แต่การก้าวเข้าสู่ขอบเขต 3 การบรรจบ
เส้นเวลาทั้งหมดของตนเองนั้น ไม่มีวิถีลัดใดๆ ทั้งสิ้น
เส้นเวลาอนาคตเต็มไปด้วยตัวแปรนับไม่ถ้วน การพยายามบรรจบทีละ
สายๆ ไม่รู้ว่าได้พันธนาการสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 ขั้นสูงสุดไว้กี่มาก
น้อยแล้ว
“จริงแท้”
มารดาหลัวเจี้ยพยักหน้า แสดงความเห็นด้วย
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาเหล่านั้นในรอยแยกมิติอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ก้าว
เข้าสู่ขอบเขต 2 ภายในหนึ่งรอบมหาดับสูญ กาลเวลาที่ใช้ในการกลายเป็นจ้าว
นั้
สิ่
อื่
แห่งกาลเวลานั้น ก็ไม่ได้แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 อื่นๆ
อย่างมีนัยสำคัญ
“ฮ่าฮ่าฮ่า คิดเช่นนี้แล้ว ในใจข้าก็รู้สึกดีขึ้นมาก”
ว่านเฉิงคงเผยรอยยิ้มบนใบหน้า
เมื่อคิดถึงความผิดธรรมชาติอย่าง ‘หยินเหอ’ ก็ยังต้องเชื่อฟังเหมือนกับ
ตน ค่อยๆ จัดระเบียบบรรจบเส้นเวลาของตนเอง อาจจะติด
อยู่กับการบรรจบเส้นเวลาสายใดสายหนึ่งเป็นสิบรอบมหาดับสูญร้อยรอบ
มหาดับสูญ พันรอบหมื่นรอบมหาดับสูญ
ว่านเฉิงคงก็พอจะฟื้นฟูความสมดุลในใจได้บ้าง
…
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
หลังจากเข้าใจแก่นแท้การทำงานของมหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งมิติเทียนเห
ออย่างถ่องแท้แล้ว ร่างจริงของหลินหยวนก็กลับมายังความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหล
“ร่างอนาคต”
หลินหยวนสังเกตการณ์เส้นเวลาอนาคตทีละสายๆ ของตนเองอย่าง
ละเอียด ด้วยการมีร่างอนาคตคอยดูแล เส้นเวลาแต่ละสายก็เข้าใกล้บรรจบกัน
อย่างรวดเร็ว
“ตามความเร็วในการเข้าใกล้ปัจจุบัน ประมาณห้าหมื่นปี แสนปีให้หลัง ก็
จะสามารถบรรจบได้อย่างสมบูรณ์ ถึงตอนนั้นก็คือเวลาทีเรากลายเป็นจ้าวฯ
อย่างแท้จริง”
หลินหยวนคิดในใจ
นี้
ที่
ทั่
แน่นอนว่า เขาในตอนนี้ อันที่จริงก็ไม่ได้แตกต่างจากจ้าวฯ แล้วกระทั่งยัง
สามารถกดข่มจ้าวฯ ทั่วไปได้
แต่ท้ายที่สุดก็ยังไม่ใช่จ้าวฯ ยังไม่เคยประสบกับการก้าวกระโดดของ
ขอบเขต และการก้าวกระโดดของแก่นแท้แห่งชีวิตหลังจากกลายเป็นจ้าวฯ
“《วิถีสามภพ》หากฝึกสำเร็จ แทบจะเรียกได้ว่าต้องกลายเป็นจ้าวฯ อย่าง
แน่นอน”
หลินหยวนคิดในใจ
หากควบแน่นร่างอดีต, ร่างปัจจุบัน และร่างอนาคตออกมาได้ต่อให้ไม่ทำ
อะไรเลย ภายใต้การทำงานโดยสัญชาตญาณของร่างสามภพ เส้นเวลามากมาย
ก็จะควบคุมและเข้าใกล้กันเอง
“เพียงแต่ การที่จะฝึก《วิถีสามภพ》สำเร็จ ยากยิ่งกว่าการกลายเป็นจ้าวฯ
เสียอีก”
หลินหยวนส่ายหน้าเล็กน้อย
ไม่ต้องพูดถึงร่างอนาคตที่ยากลำบากที่สุด แม้แต่เพียงร่างอดีตการที่จะ
ควบแน่นออกมา ก็ยากกว่าการกลายเป็นจ้าวฯ แล้ว หลินหยวนก็เป็นการปลุก
พลังศักดิ์สิทธิ์ทางร่างกายชนิดที่เก้า อาศัยพลังพื้นฐานในส่วนลึกของสายเลือด
บวกกับการสังเกตการณ์การทำงานของโลกแห่งภาพลวงตา ถึงได้ควบแน่น
ออกมาได้
หลังจากนั้นใช้ร่างอดีตและร่างปัจจุบัน ยึดเหนี่ยวร่างอนาคตรวมถึงวิถี
สามภพที่เซียนจักรพรรดิซานซื่อถ่ายทอดให้ ถึงได้สามารถควบแน่นร่าง
อนาคตออกมาได้
แม้แต่หลินหยวน การฝึก《วิถีสามภพ》ยังยากลำบากถึงเพียงนี้ สิ่งมีชีวิต
แห่งกาลเวลาขอบเขต 2 อื่นๆ ไม่ต้องคิดเลย กระทั่งจ้าวแห่งกาลเวลาขอบเขต
3 ผู้ที่ฝึก《วิถีสามภพ》สำเร็จก็น้อยนิดอย่างยิ่ง
นั้
มิฉะนั้น ด้วยข้อได้เปรียบของ《วิถีสามภพ》ในด้านการสำรวจ ‘อนันตภาวะ
กำเนิด’เซียนจักรพรรดิอีกสององค์ของโลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้างก็น่าจะเรียนรู้
ไปนานแล้ว
อันที่จริง เซียนจักรพรรดิเต้าโยวและเซียนจักรพรรดิอู๋อวี้ไม่ได้ฝึก《วิถีสาม
ภพ》สำเร็จ
“เซียนจักรพรรดิซานซื่อกลับถ่ายทอดวิชาลับล้ำค่าเช่นนี้ให้เราโดยไม่
ปิดบังเลย”
หลินหยวนรู้สึกทอดถอนใจอยู่บ้าง แม้ว่าจ้าวฯ คนอื่นๆ จะฝึกไม่สำเร็จ แต่
มรดกวิชาลับเช่นนี้สามารถเพิ่มความสามารถในการสำรวจ ‘อนันตภาวะ
กำเนิด’ ได้ ระดับความล้ำค่าย่อมไม่ต้องสงสัย
“ในเมื่อห้าหมื่นปีแสนปีหลังจากนี้ก็จะสามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขต 3 ได้
เช่นนั้นตอนนี้ก็ควรจะพิจารณาเรื่องหลังจากกลายเป็นจ้าวฯแล้ว”
หลินหยวนสีหน้าเคร่งขรึมเล็กน้อย
หุยจู่เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 ยังพยายามวางแผนชิง
วัตถุดิบระดับจ้าวขอบเขต 3 อย่างหัวใจแห่งเทียนเหอเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ
อนาคตของตนเอง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลินหยวน?
เมื่อเทียบกับขอบเขต 1 และสองแล้ว จ้าวแห่งกาลเวลาขอบเขต 3 มีเรื่อง
ที่ต้องทำมากเกินไป สามเส้นทางหลุดพ้น นอกจากกลายเป็นชีวิตสมบูรณ์แบบ
แล้ว อีกสองสายล้วนสิ้นเปลืองเวลาอย่างยิ่งยวด
อนันตทุกข์ ต้องการผ่านพ้นทุกข์หลายพันล้านครั้งถึงจะผ่านได้อนันต
ภาวะกำเนิด ยิ่งไม่มีที่สิ้นสุด
หลินหยวนไม่ได้วางแผนที่จะลองกลายเป็นชีวิตสมบูรณ์แบบเสี่ยงเกินไป
ไม่สำเร็จก็คือตาย
นั้
ดังนั้นจึงถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องอยู่ในช่วงจ้าวแห่งกาลเวลาเป็นเวลา
นาน
“ในเมื่อตั้งใจจะลองอนันตทุกข์ ก็ต้องยกระดับพลังต่อสู้ให้มากที่สุดเท่าที่
จะเป็นไปได้”
หลินหยวนคิดในใจ
เส้นทางหลุดพ้นสายอนันตทุกข์ ต้องการผ่านการทดสอบทีละอย่างๆ ที่
จิตสำนึกกฎเกณฑ์มหาเต๋าสูงสุดกำหนดขึ้น
ตามคำกล่าวของเซียนจักรพรรดิซานซื่อ การทดสอบทุกข์ที่จ้าวฯ แต่ละ
องค์ต้องเผชิญนั้นไม่เหมือนกัน แม้จะเป็นทุกข์ครั้งเดียวกันรายละเอียดการ
ทดสอบก็แตกต่างกัน
ส่วนเนื้อหาการทดสอบ ยิ่งมีมากอย่างหลากหลาย บ้างก็เป็นการทดสอบ
ให้ไปยังสถานที่พิเศษแห่งใดแห่งหนึ่งเพื่อสังหารสิ่งมีชีวิตตนหนึ่ง บ้างก็เป็นการ
ทดสอบให้ไปยังอดีตกาลเพื่อขัดขวางไม่ให้เรื่องบางอย่างเกิดขึ้น
ดังนั้น การที่จะผ่านการทดสอบได้ พลังต้องตามให้ทัน
เพราะการทดสอบส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวข้องกับพลัง
พลังยิ่งแข็งแกร่ง ความเป็นไปได้ที่จะผ่านพ้นทุกข์ก็จะยิ่งสูงขึ้น
และการยกระดับพลัง…วิธีที่ง่ายที่สุดคือศาสตราวุธ
ก่อนขอบเขต 2 หลินหยวนแทบไม่ได้ใช้อาวุธศาสตราเลยอาศัยพลังบดขยี้
ล้วนๆ
เพียงแต่เมื่อถึงขอบเขต 3 เผชิญหน้ากับเหล่าจ้าวแห่งกาลเวลาที่มีวิถี
พิสดารทีละองค์ๆ กลับต้องการอาศัยศาสตราวุธที่ทรงพลัง
“ระฆังต้นกำเนิด”
หลินหยวนพลิกมือขวา ระฆังโบราณขนาดเท่าฝ่ามือลอยอยู่เหนือฝ่ามือ
นี่
ที่
ขึ้
ที่
ตั้
นี่คืออาวุธประจำกายที่หลินหยวนหลอมขึ้นในช่วงที่ยังอ่อนแอนับตั้งแต่
กลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา หลินหยวนได้หลอมระฆังต้นกำเนิดนี้ใหม่
หลายครั้ง ทำให้มันแปรสภาพถึงระดับ 13 เช่นกัน
ทว่า การที่จะไปถึงระดับที่เป็นประโยชน์ต่อหลินหยวนได้ อย่างน้อยต้อง
เป็นศาสตราวุธระดับจ้าวฯ
“ระดับจ้าวฯ…”
หลินหยวนมองดูระฆังต้นกำเนิดเหนือฝ่ามือ “ต้องใช้วัตถุดิบระดับจ้าว
ขอบเขต 3 จำนวนมากทีเดียว”
หัวใจแห่งเทียนเหอ วัตถุดิบระดับจ้าวฯ ที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ ไม่เพียงพอ
ต่อความต้องการในการแปรสภาพของระฆังต้นกำเนิดสู่ขอบเขต 3 เลยแม้แต่
น้อย หลินหยวนยังต้องรวบรวมวัตถุดิบระดับจ้าวฯ อีกจำนวนมาก
ระฆังต้นกำเนิดคืออาวุธประจำกายของหลินหยวน หากมันสามารถแปร
สภาพเป็นศาสตราวุธระดับจ้าวฯ ได้ ความช่วยเหลือต่อหลินหยวนย่อมเหนือ
กว่าศาสตราวุธระดับจ้าวฯ อื่นๆ อย่างมาก
กระทั่งขอเพียงระฆังต้นกำเนิดแปรสภาพถึงขอบเขต 2 ก็ไม่ด้อยไปกว่า
อาวุธระดับจ้าวฯ ทั่วไปแล้ว
“นอกจากการรวบรวมตามปกติแล้ว ยังสามารถแลกเปลี่ยนกับจ้าวฯ คน
อื่นๆ ได้”
หลินหยวนคิดในใจ ต่อให้เป็นจ้าวแห่งกาลเวลา ก็มีความต้องการ จะ
ทำการแลกเปลี่ยนต่างๆ นานา
แน่นอนว่า การที่จะแลกเปลี่ยนได้รับวัตถุดิบระดับจ้าวฯ ก็ต้องจ่ายของ
ล้ำค่ามหัศจรรย์ในระดับเดียวกันออกไปเช่นกัน
…
ไอแห่งความโกลาหลลอยอ้อยอิ่ง
สิ่
ที่
พิ่
ขึ้
หมัวซวีจวินมองดูหลัวโหว สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่เพิ่งก้าวขึ้นมาใหม่:
“ขอบเขตมั่นคงดีแล้วรึยัง?”
“ใกล้แล้ว” หลัวโหวพยักหน้า
ในฐานะสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่เพิ่งก้าวขึ้นมาใหม่ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ
ทำให้ขอบเขตมั่นคง ปรับตัวเข้ากับพลังใหม่
จากระดับ 12 สู่ระดับ 13 คือการก้าวกระโดดจากผู้ที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแห่ง
กาลเวลาสู่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา มุมมองของฝ่ายหลังแตกต่างจากฝ่ายแรก
อย่างสิ้นเชิง
“เช่นนั้นก็ดี”
หมัวซวีจวินยิ้มกล่าว: “ข้าจะพาเจ้าไปพบหยินเหอ ดูว่าพอจะให้เจ้าเข้าไป
ทำความเข้าใจในมิติเทียนเหอได้หรือไม่”
มิติเทียนเหอ แม้จะถูกครอบครองโดยความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
แต่กรรมสิทธิ์ที่แท้จริงยังคงอยู่ที่หลินหยวน สิ่งมีชีวิตแห่ง
กาลเวลาอย่างหมัวซวีจวิน ต้องการนำสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาคนใหม่เข้าไป
ย่อมต้องได้รับความยินยอมจากหลินหยวนก่อน
“มิติเทียนเหอ?”
หลัวโหวในใจตื่นเต้นเล็กน้อย
การต่อสู้ที่เกิดขึ้นในมิติเทียนเหอเมื่อไม่นานมานี้ ‘หยินเหอ’ แห่งความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหลสามารถขับไล่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 ลึกลับ
‘หุยจู่’ ได้ในคราวเดียว หลัวโหวทราบเรื่องนี้โดยธรรมชาติ
“แม้ว่าหยินเหอจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาหลังเจ้า แต่เจ้าห้ามล่วง
เกินโดยเด็ดขาด”
หมัวซวีจวินเตือน
“เข้าใจแล้ว”
หลัวโหวในใจย่อมรู้ดี
ไม่นาน
หมัวซวีจวินก็นำหลัวโหวมาคารวะหลินหยวน
“หยินเหอ” หมัวซวีจวินทักทาย มองดูชายหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้วง
อวกาศ ในสายตาของหมัวซวีจวิน เส้นเวลาแต่ละสายของชายหนุ่มผู้นี้ ล้วน
เลือนราง มุ่งสู่อนาคตอันไร้สิ้นสุด
เส้นเวลาเลือนรางทีละสายๆ รางๆ ระหว่างนั้นมุ่งสู่อนาคตเดียวกัน นี่ทำ
ให้หมัวซวีจวินตกตะลึงอย่างยิ่งยวด
“นี่คือ ‘หยินเหอ’ รึ? เพิ่งจะขับไล่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 ไปเมื่อ
ไม่นานมานี้?”
หลัวโหวแอบทอดถอนใจ ขณะเดียวกันก็สงสัยว่าความแตกต่างระหว่าง
ขอบเขต 1 กับ 2 เหตุใดจึงมากมายถึงเพียงนี้ ปัจจุบันตนรู้สึกว่าเพียงสายตา
เดียวของหลินหยวนก็เพียงพอที่จะทำให้ตนบาดเจ็บสาหัสได้แล้ว
“มีเรื่องใดรึ?”
หลินหยวนลืมตาขึ้น มองไปยังหมัวซวีจวินและหลัวโหว
อันที่จริงแล้ว ในชั่วขณะที่เห็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทั้งสองนี้หลินหยวนก็
ทราบเจตนาของอีกฝ่ายแล้ว
เส้นเวลาอนาคตของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 1 ทั้งสองในสายตา
ของหลินหยวนปรากฏชัดเจนทุกกระเบียดนิ้ว
“หลัวโหวทำให้ขอบเขตมั่นคงเรียบร้อยแล้ว ข้าคิดจะนำเขาไปยังมิติเทียน
เหอ”
หมัวซวีจวินกล่าวทันที
“อืม”
หลินหยวนพยักหน้า “การทำความเข้าใจแก่นแท้การทำงานของมหาเต๋า
ต้นกำเนิดแห่งมิติเทียนเหอล่วงหน้า เป็นประโยชน์ต่อการตรัสรู้แจ้งมหาเต๋าต้น
กำเนิดของตนเอง”
“ขอบคุณ ‘หยินเหอ’ มาก”
หลัวโหวในใจปิติยินดี บัดนี้ตนมุ่งหน้าไปยังมิติเทียนเหอ ไม่เหมือนกับการ
มุ่งหน้าไปยังมิติเทียนเหอก่อนหน้านี้
ก่อนหน้านี้การมุ่งหน้าไปยังมิติเทียนเหอ ยังคงต้องต่อสู้กับขุมกำลังสิ่งมี
ชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ แต่ตอนนี้? มิติเทียนเหอทั้งใบล้วนเป็นของความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหล เป็นของหยินเหอ ตนมุ่งหน้าไปยังมิติเทียนเหอ ก็
สามารถได้รับประโยชน์สูงสุดได้โดยตรง
นี่ก็คือเหตุผลที่หมัวซวีจวินมาขอคำชี้แนะจากหลินหยวน
“ไม่เป็นไร”
“เจ้ากับข้าล้วนมาจากมิติเดียวกัน”
หลินหยวนยิ้มกล่าว
ตนยอมรับว่าทำไม่ได้เหมือนเซียนจักรพรรดิซานซื่อ ที่ให้ความช่วยเหลือ
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาในมิติเดียวกันอย่างเต็มที่
แต่ในสถานการณ์ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อตนเอง การยื่นมือช่วยเหลือ ก็ยัง
สามารถทำได้ มิติเทียนเหอปัจจุบันไม่มีประโยชน์อะไร
ต่อหลินหยวนแล้ว การให้หลัวโหวไปทำความเข้าใจจึงเป็นเพียงเรื่องง่ายๆ
มองส่งหมัวซวีจวินและหลัวโหวจากไป
หลินหยวนก็กลับเข้าสู่การปิดด่านบำบ่มเพาะอีกครั้ง
“ร่างอดีต?”
หลินหยวนสายตามองไปยังอดีต เริ่มให้ร่างอดีตมุ่งหน้าย้อนทวนเส้นเวลา
สำรวจขึ้นไป
ชีวิตสมบูรณ์แบบและอนันตทุกข์ในสามเส้นทางหลุดพ้นจำเป็นต้องถึง
ขอบเขตจ้าวฯ ถึงจะสามารถลองได้
แต่อันันตภาวะกำเนิด? ด้วยวิถีร่างสามภพของหลินหยวน กลับสามารถ
สำรวจล่วงหน้าได้
และการสำรวจอดีต ไม่ใช่เพียงเพื่อเส้นทางหลุดพ้นสาย ‘อนันตภาวะ
กำเนิด’ เท่านั้น
ยิ่งกว่านั้นคือสามารถได้รับข้อมูลที่จ้าวแห่งกาลเวลาคนอื่นๆ ทิ้งไว้ได้
ปัจจุบันและอนาคตล้วนเปลี่ยนแปลงง่าย เกิดตัวแปรขึ้นได้
อดีตกลับคงที่ ดังนั้นสถานที่แลกเปลี่ยนระหว่างจ้าวแห่งกาลเวลาจึงอยู่ใน
อดีต
หลินหยวนต้องการให้ระฆังต้นกำเนิดแปรสภาพเป็นอาวุธระดับจ้าวฯ ย่อม
ต้องแลกเปลี่ยนกับจ้าวฯ คนอื่นๆ
และการที่จะทำความรู้จักกับจ้าวฯ คนอื่นๆ วิธีที่ง่ายที่สุดคือการมุ่งหน้าไป
ยังห้วงเวลาอดีตที่เฉพาะเจาะจงแห่งใดแห่งหนึ่ง