สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 772 กับดัก
ขณะที่ร่างจริง ของหลินหยวนกำลังหลอมกลั่นต้นไม้สมบัติเจ็ดเทพอยู่นั้น
จิตวิญญาณไท่จี๋ก็กำลังสำรวจอยู่ในส่วนลึกของห้วงเวลาหมื่นมิติอย่างต่อเนื่อง
บริเวณส่วนลึกของห้วงเวลาหมื่นมิติกว้างใหญ่ไพศาล จ้าวแห่งกาลเวลาที่
กล้าเข้ามาที่นี่ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นจ้าวฯ ระดับที่ 2 ทีผ่านพ้นทุกข์ สอง
300,000,000 ครั้งแล้ว
ส่วนที่สูงขึ้นไป? ไม่ขาดแคลนจ้าวฯ ระดับที่ 2 ขั้นสูงสุด หรือแม้กระทั่งจ้าว
แห่งกาลเวลาที่เริ่มผ่านพ้น 8,000,000 ทุกข์สุดท้ายแล้ว
ฟู่!
จ้าวแห่งกาลเวลาองค์หนึ่งกำลังสำรวจอยู่ในบริเวณหนึ่งอย่างระมัดระวัง
ท่านมีนามว่า จ้าวหวงเฟิง เพิ่งผ่านพ้นทุกข์ครั้งที่ 1,000,000,012 ใน
1,008,000,000 ทุกข์ จัดเป็นจ้าวแห่งกาลเวลาทีสัมผัสถึงเกณฑ์ของตำนาน
แล้ว
“การผ่านพ้นทุกข์ครั้งล่าสุด เกือบจะล้มเหลวแล้ว” จ้าวหวงเฟิง
สังเกตการณ์รอบด้าน: “ครั้งนี้หากสามารถได้รับผลเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่ในห้วง
เวลาหมื่นมิตินี้ได้ ทุกข์ครั้งต่อไปก็คงจะมีหวังแล้ว”
เส้นทางหลุดพ้น ‘อนันตทุกข์’ สายนี้ เป็นเส้นทางที่มีความหวังมากที่สุดใน
บรรดาสามเส้นทางหลุดพ้น จำนวนจ้าวแห่งกาลเวลาทีเลือกเส้นทางหลุดพ้น
สายนี้ก็มากที่สุดเช่นกัน
เมื่อเทียบกับ ‘อนันตภาวะกำเนิด’ ‘อนันตทุกข์’ สามารถให้ผลตอบรับได้
ทันท่วงที ทุกครั้งที่ผ่านพ้นทุกข์หนึ่งครั้ง พลังก็จะเพิ่มขึ้นหนึ่งส่วน
ดังนั้น
นั้
เว้นแต่จะมีข้อได้เปรียบพิเศษบนเส้นทางหลุดพ้นอีกสองสายมิฉะนั้นจ้าว
แห่งกาลเวลาส่วนใหญ่ล้วนเลือก ‘อนันตทุกข์’ เป็นเส้นทางหลุดพ้นของตนเอง
“ได้ยินมาว่า ทุกข์ไม่กี่สิบครั้งสุดท้ายใน 1,008,000,000 ทุกข์ของ ‘อนันต
ทุกข์’ นั้น ยากลำบากเป็นพิเศษ พลังและวิถีในโลกความเป็นจริงล้วนไร้
ประโยชน์…”
จ้าวหวงเฟิงคิดในใจอย่างเงียบๆ
ทุกข์ที่พระองค์ผ่านพ้นมาในปัจจุบัน ล้วนถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
สามารถใช้พลังและวิถีของตนเองได้
ดังนั้นผลเก็บเกี่ยวในห้วงเวลาหมื่นมิติ จึงสามารถช่วยเหลือตนเองในการ
ผ่านพ้นทุกข์ได้
“ว่ากันว่า 303,000,000 ทุกข์ ในช่วงสุดท้ายนั้น เรียกได้ว่าเหลือเชื่ออย่าง
ยิ่ง กระทั่งจะทำให้สำเร็จได้อย่างไรก็ยังไม่รู้”
จ้าวหวงเฟิงถอนหายใจ เส้นทางหลุดพ้นที่สิ้นหวังถึงเพียงนี้ กลับเป็นเส้น
ทางที่มีความหวังที่จะบรรลุผลได้มากที่สุดในบรรดาสามเส้นทางหลุดพ้น
“หืม?”
“นั่นคือ?”
ในขณะนั้นเอง จ้าวหวงเฟิงที่กำลังสำรวจอย่างระมัดระวัง สีหน้าพลัน
เปลี่ยนไป มองไปยังยอดเขาลูกหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลออกไป
ยอดเขาลูกนี้ดูเหมือนธรรมดา แต่ระหว่างความเลือนราง กลับมีกลิ่นอาย
ลึกลับแผ่ออกมา
“สมบัติล้ำค่า นี่คือสมบัติล้ำค่าในส่วนลึกของห้วงเวลาหมื่นมิติ”
จ้าวหวงเฟิงคาดเดาทันที ในใจปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง
จากนั้นก็เข้าใกล้ยอดเขาอย่างระมัดระวัง
พื่
เพื่อความรอบคอบ จ้าวหวงเฟิงยังคงควบแน่นร่างอวตารเข้าไปในยอดเขา
ภายในห้วงเวลาหมื่นมิติ เส้นเวลาเลือนราง ไม่สามารถมองเห็นได้ ดังนั้น
จึงทำได้เพียงอาศัยร่างอวตารไปสำรวจเส้นทางเท่านั้น
แน่นอนว่า จ้าวแห่งกาลเวลาบางองค์ จะจ้างวานสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
บางตนมาเพื่อใช้ในการสำรวจเส้นทางโดยเฉพาะ
แต่จ้าวหวงเฟิงไม่ได้ทำเช่นนั้น
“ของมหัศจรรย์ล้ำค่า มากมาย”
ผ่านมุมมองของร่างอวตาร จ้าวหวงเฟิง ‘เห็น’ ว่าภายในยอดเขามีสมบัติ
จำนวนมาก
ของมหัศจรรย์เพียงชิ้นเดียว ก็มีมูลค่าเป็นทรายแห่งกาลเวลาหลายแสน
ชั่งแล้ว
“ของมหัศจรรย์ล้ำค่าเหล่านี้ ถูกค่ายกล ปกคลุมอยู่ พลังของร่างอวตารข้า
อ่อนแอเกินไป ไม่สามารถทำลายค่ายกลได้”
จ้าวหวงเฟิงขมวดคิ้ว พระองค์พิจารณารอบด้านอีกครั้งอย่างละเอียด โดย
เฉพาะยอดเขาเบื้องหน้า ครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตัดสินใจเข้าไปด้วยตนเอง
หากลังเลอีกครู่หนึ่ง ถูกจ้าวฯ องค์อื่นพบเข้า ของมหัศจรรย์ล้ำค่าภายใน
ยอดเขาก็ไม่แน่ว่าจะเป็นของท่านจ้าวหวงเฟิงทั้งหมด
ในชั่วพริบตาที่จ้าวหวงเฟิงเข้าสู่ภายในยอดเขา
ซ่า ซ่า ซ่า~ กระแสความมืดสายหนึ่งกวาดเข้ามา ปกคลุมจ้าวหวงเฟิงไว้
ภายใน
“เป็นกับดักรึ?”
หัวใจของจ้าวหวงเฟิงหล่นวูบ ตอนที่พบยอดเขา พระองค์ก็เคยพิจารณา
แล้วว่าอาจจะเป็นกับดัก แต่สุดท้ายก็ยังคงไม่สามารถกดความโลภ ไว้ได้
ขี่
ความมืดแผ่กระจายออกไป จ้าวหวงเฟิงรู้สึกเพียงว่าตนเองถูกกดขี่ในทุกๆ
ด้าน
“อย่าเพิ่งลบล้างร่างเนื้อต่อสู้ร่างนี้ไปก่อนชั่วคราว”
จ้าวหวงเฟิงสังเกตการณ์รอบด้าน ยิ่งเป็นผู้แข็งแกร่ง ต้นทุนในการหลอม
สร้างร่างเนื้อต่อสู้ร่างหนึ่งก็จะยิ่งสูงขึ้น
เพราะอย่างไรเสีย พลังของร่างเนื้อต่อสู้ก็ไม่ได้อ่อนแอกว่าร่างจริงเท่าใด
นัก นี่ต้องใช้ทรัพยากรและของมหัศจรรย์ไปกองทับถมมากเท่าใด?
ดังนั้น เว้นแต่จะไม่มีหนทางรอดใดๆ ไม่มีจ้าวฯ องค์ใดยินดีที่จะสละร่าง
เนื้อต่อสู้ร่างหนึ่ง
ข้อเรียกร้องที่หลินหยวนมีต่อตนเองก็คือ เมื่อเผชิญหน้ากับจ้าวฯ ระดับ
ตำนานให้ลบล้างจิตวิญญาณไท่จี๋โดยตรงทันที
กล่าวคือ ขอเพียงศัตรูไม่ใช่จ้าวฯ ในตำนานก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนสละไป
เช่นนั้น
ในตอนนี้จ้าวหวงเฟิงก็เช่นกัน แม้จะรู้ดีว่าตนเองตกอยู่ในกับดักซุ่มโจมตีก็
ยังคงตั้งใจจะดูสถานการณ์ก่อน
ความมืดรวมตัวกัน ก่อเกิดเป็นร่างเลือนรางสามสาย มองดูจ้าวหวงเฟิง
“จ้าวหวงเฟิง”
ร่างเลือนรางที่เป็นผู้นำเอ่ยปาก: “อย่าดิ้นรนเลย ด้วยพลังของท่าน ดิ้นรน
ไปก็ไม่รอด”
“หึ”
“ครั้งนี้ข้าหวงเฟิงพลาดท่าแล้ว”
จ้าวหวงเฟิงแค่นเสียงเย็นชา กวาดตามองรอบด้าน: “เพียงแต่พวกเจ้าช่าง
กล้าหาญยิ่งนัก กลับกล้าพกพาศาสตราเช่นนี้เข้าสู่ห้วงเวลาหมื่นมิติ ไม่กลัวว่า
จะสูญเปล่าไร้ประโยชน์รึ?”
ด้วยพลังของจ้าวหวงเฟิง ย่อมพบว่าอาณาเขตทมิฬที่กดขีตนเองอยู่นั้น
เป็นศาสตราระดับจ้าวฯ ชิ้นหนึ่ง ทั้งยังเป็นศาสตราระดับจ้าวฯ ที่แข็งแกร่ง
อย่างยิ่งยวด
มิฉะนั้นตนเองคงไม่ถูกกดขี่ได้ง่ายดายเช่นนี้
ภายในห้วงเวลาหมื่นมิติอันตรายซุ่มซ่อนอยู่ทุกหนแห่ง จ้าวฯ ทีเข้ามาจะ
ไม่พกพาศาสตราและสมบัติที่ล้ำค่าเกินไปนัก เพื่อป้องกันความสูญเสียที่มาก
เกินไป
“เรื่องนี้ไม่ต้องให้ท่านเป็นห่วง”
ร่างเลือนรางมืดมิดที่เป็นผู้นำส่ายหน้า
“พูดมา ต้องการเงื่อนไขใด”
จ้าวหวงเฟิงไม่พูดจาไร้สาระ กล่าวโดยตรง
พระองค์มองออกว่า พลังของร่างเลือนรางมืดมิดทั้งสามสายล้วนเหนือ
กว่าพระองค์ คาดว่าใกล้เคียงกับจ้าวฯ ในตำนานอย่างยิ่งแล้ว
ผู้แข็งแกร่งระดับนี้ ยังมีถึงสามองค์ บวกกับการกดขี่ของอาณาเขตทมิฬ
จ้าวหวงเฟิงรู้ตัวดีว่าไม่มีความหวังใดๆ ที่จะหนีรอดออกไปได้
“ทรายแห่งกาลเวลา 5,000,000 ชั่ง”
“ขอเพียงท่านมอบทรายแห่งกาลเวลา 5,000,000 ชั่งออกมาพวกเราก็จะ
ปล่อยท่านออกไป”
ร่างเลือนรางมืดมิดที่เป็นผู้นำกล่าว
“ทรายแห่งกาลเวลา 5,000,000 ชั่งรึ?”
กี่
รั้
จ้าวหวงเฟิงสีหน้าอัปลักษณ์ ผลเก็บเกี่ยวจากการสำรวจครั้งนีของ
พระองค์รวมกัน ก็มีมูลค่าเพียงสองล้านกว่าชั่งเท่านั้น
แต่อีกฝ่ายกลับต้องการให้พระองค์นำทรายแห่งกาลเวลา 5,000,000 ชั่ง
ออกมา?
“พวกเราเรียกร้องไม่มาก”
ร่างเลือนรางมืดมิดที่เป็นผู้นำมองดูจ้าวหวงเฟิง: “ร่างเนื้อต่อสู้ร่างนี้ของ
ท่าน กว่าจะหลอมสร้างออกมาได้ อย่างน้อยต้องใช้ทรายแห่งกาลเวลาแปด
ล้านชั่ง บวกกับเวลาที่ใช้ในการหลอมสร้างก่อนหลังอีก…”
“เช่นนั้นก็ทรายแห่งกาลเวลา 5,000,000 ชั่ง”
จ้าวหวงเฟิงเงียบไปครู่หนึ่ง พยักหน้ากล่าว
“นอกจากนี้ พวกเรายังมีข้อเรียกร้องอีกอย่างหนึ่ง”
ร่างเลือนรางมืดมิดที่เป็นผู้นำกล่าวขึ้นมาทันที
“ว่ามา”
จ้าวหวงเฟิงขมวดคิ้ว แต่ก็ยังคงไม่โต้แย้ง
“ท่านต้องสาบานในนามของเส้นทางหลุดพ้น ไม่อนุญาตให้เปิดเผยข้อมูล
ใดๆ ของพวกข้า”
ร่างเงาทมิฬที่เป็นผู้นำกล่าว
“ไม่มีปัญหา”
จ้าวหวงเฟิงกล่าว
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำ ต่อให้ร่างเงาทมิฬไม่พูด พระองค์ก็จะไม่
แพร่งพรายออกไป
ที่
อื่
หลุมที่ตนเองเหยียบพลาดไป จ้าวฯ คนอื่นไม่เหยียบ สำหรับจ้าวหวงเฟิง
แล้วไม่มีประโยชน์เท่าใดนัก
ในไม่ช้า
ทั้งสองฝ่ายก็ทำธุรกรรมเสร็จสิ้น
แน่นอนว่า เป็นการทำธุรกรรมที่เสร็จสิ้นภายนอก
ส่วนภายในห้วงเวลาหมื่นมิติ? บนร่างของจ้าวหวงเฟิงไม่ได้พกพาสมบัติ
ล้ำค่ามากมายเท่าใดนัก สิ่งที่มีมูลค่าอยู่บ้างก็ส่งออกไปหมดแล้ว
นี่ก็เป็นสาเหตุที่ร่างเงาทมิฬทั้งสามไม่ลงมือโดยตรง แต่เลือกที่จะเจรจา
ต่อรอง
สิ่งที่จ้าวหวงเฟิงมีมูลค่ามากที่สุดก็คือร่างเนื้อต่อสู้ และร่างเนื้อต่อสู้
สามารถลบล้างได้ด้วยจิตนึกคิดเดียว
หากร่างเงาทมิฬทั้งสามลงมือโดยตรง ผลเก็บเกี่ยวที่แท้จริงก็ไม่มากนัก
หลังจากจ้าวหวงเฟิงจากไป
ยอดเขาที่เคยขังพระองค์ไว้ก็หายไปจากอากาศธาตุ
“เป็นจ้าวฯ สามองค์ใดกันแน่… จ้าวฯ ที่มีพลังระดับนี้มีไม่มากเท่าใดนัก?”
จ้าวหวงเฟิงรีบหนีห่างออกไป ในสมองปรากฏความคิดมากมาย
ณ มิติที่ซ่อนเร้นแห่งหนึ่ง
ร่างเงาทมิฬสามสายปรากฏขึ้น
ความมืดสลายไป เผยให้เห็นจ้าวแห่งกาลเวลาสามองค์
ร่างที่เป็นผู้นำผมสีแดงสด กลิ่นอายเหนียวหนืด กัดกร่อนกาลอวกาศรอบ
ข้างอย่างต่อเนื่อง
นึ่
ทั่
นึ่
จ้าวแห่งกาลเวลาอีกสององค์ องค์หนึ่งทั่วร่างปกคลุมด้วยเกล็ดองค์หนึ่งรูป
ร่างเลือนราง ไม่เหมือนกายเนื้อ
“ฮ่าฮ่าฮ่า ได้ทรายแห่งกาลเวลามาอีก 5,000,000 ชั่งแล้ว”
จ้าวแห่งกาลเวลาที่ทั่วร่างปกคลุมด้วยเกล็ดเผยรอยยิ้มบนใบหน้า เห็นได้
ชัดว่าอารมณ์ดี
ทรายแห่งกาลเวลา 5,000,000 ชั่ง สำหรับจ้าวฯ ที่ต่ำกว่าระดับตำนาน
แล้ว ไม่ถือว่าเป็นตัวเลขน้อยๆ เลย
“จ้าวหวงเฟิงผู้นั้นพลังไม่แข็งแกร่ง เรียกร้องทรายแห่งกาลเวลา
5,000,000 ชั่งก็เป็นขีดจำกัดแล้ว หากเรียกร้องมากกว่านี้ ก็อาจจะบีบบังคับให้
อีกฝ่ายสู้จนตัวตายได้”
จ้าวแห่งกาลเวลาที่รูปร่างเลือนรางทางด้านขวากล่าว
“เข้าใจแล้ว”
จ้าวแห่งกาลเวลาที่ทั่วร่างปกคลุมด้วยเกล็ดพยักหน้า จากนั้นทอดถอนใจ:
“ก็คงมีแต่ในห้วงเวลาหมื่นมิตินี้เท่านั้น ที่จะสามารถทำเช่นนี้ได้”
หากอยู่ภายนอก จ้าวแห่งกาลเวลาสังเกตการณ์เส้นเวลาอนาคตทีละสายๆ
ไม่มีทางที่จะตกลงไปในกับดักได้ง่ายดายเช่นนี้อย่างแน่นอน
ภายในห้วงเวลาหมื่นมิติ เวลาจำกัด บวกกับยังมีจ้าวฯ ระดับเดียวกันที่เป็น
คู่แข่งอีกหลายๆองค์ๆ… ภายใต้เงื่อนไขมากมาย ถึงทำให้การซุ่มโจมตีของพวก
พระองค์ได้รับผลเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่
“ด้วยพลังของพวกข้า บวกกับศาสตราที่พกพามา จ้าวฯ ในตำนานไม่
ปรากฏ ผู้ใดจะเป็นคู่ต่อสู้ได้รึ?”
จ้าวแห่งกาลเวลาที่ทั่วร่างปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำเสียงมั่นใจ
การพกพาศาสตราที่แข็งแกร่ง แน่นอนว่าจะทำให้ความเสี่ยงทีต้องแบกรับ
เพิ่มสูงขึ้น
ู
แต่ข้อดีก็ชัดเจนเช่นกัน
สำหรับจ้าวฯ แล้ว การถือครองศาสตราที่แข็งแกร่งชิ้นหนึ่ง การยกระดับ
พลังต่อสู้นั้นใหญ่หลวงเกินไป
“อีกอย่าง ต่อให้เจอจ้าวฯ ในตำนาน มีพี่ใหญ่อยู่ พวกเราก็ไม่กลัว” จ้าว
แห่งกาลเวลาที่ทั่วร่างปกคลุมด้วยเกล็ดมองไปยังร่างผมสีแดงสดที่เป็นผู้นำ
เหล่าจ้าวแห่งกาลเวลาสังเกตการณ์อดีตอนาคต ก็สามารถมุ่งหน้าไปยัง
อดีตอนาคตได้เช่นกัน
เพียงแต่จ้าวแห่งกาลเวลาส่วนใหญ่ มุ่งหน้าไปยังอดีต ส่วนอนาคต?
อนาคตมีตัวแปรมากเกินไป และไม่ค่อยช่วยเหลือในการหลุดพ้นเท่าใดนัก
จ้าวฯ ที่เชี่ยวชาญวิถีด้านอนาคตหาได้ยากยิ่งนัก
และจ้าวแห่งกาลเวลาผมสีแดงสด สิ่งที่เชี่ยวชาญที่สุดก็คือกระบวนท่า
สังหารแห่งอนาคต
ในด้านความสำเร็จเกี่ยวกับอนาคต พระองค์กระทั่งได้เห็นแล้วว่าหลังจาก
362 รอบมหาดับสูญตนเองจะกลายเป็นจ้าวฯ ระดับตำนาน
นี่ก็เป็นสาเหตุที่พวกพระองค์ทั้งสามกล้าพกพาศาสตราเข้าสู่ห้วงเวลา
หมื่นมิติ
จ้าวฯ ที่ต่ำกว่าระดับตำนานไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกพระองค์ ส่วนจ้าวฯ ใน
ตำนาน? หากเจอเข้าจริงๆ ก็มีความสามารถที่จะต่อต้านได้
“เป็นเช่นนั้น หากบีบคั้นพี่ใหญ่จริงๆ อย่างมากก็แค่อัญเชิญร่างอนาคต
ของตนเองหลังจากกลายเป็นจ้าวฯ ในตำนานแล้วออกมาผู้ใดจะต้านทานได้
รึ?” จ้าวแห่งกาลเวลาที่รูปร่างเลือนรางกล่าว
จ้าวฯ ในกาลอวกาศปัจจุบัน สามารถมุ่งหน้าไปยังอดีต จากนั้น
เปลี่ยนแปลงอดีตได้
ส่วนสำหรับจ้าวฯ ในกาลอวกาศอนาคต การมุ่งหน้ามายังกาลอวกาศ
ปัจจุบัน ก็เทียบเท่ากับอดีตของพวกท่าน
เหล่าจ้าวฯ โดยพื้นฐานแล้วล้วนสามารถมองเห็นร่างอนาคตของตนเองได้
แต่ไม่มีความหมายเท่าใดนัก
ต่อให้เป็นจ้าวแห่งกาลเวลา อนาคตที่มองเห็นก็มีขีดจำกัดหลังจากหนึ่ง
รอบมหาดับสูญ หลังจากสิบรอบมหาดับสูญ หลังจากร้อยรอบมหาดับสูญ…
อนาคตที่ไกลกว่านั้น จ้าวแห่งกาลเวลาก็ยากที่จะเกี่ยวข้องได้แล้ว
และร่างอนาคตในช่วงเวลานี้? จะแข็งแกร่งกว่าจ้าวฯ ในกาลอวกาศ
ปัจจุบันได้เท่าใดกัน?
บวกกับร่างอนาคตเมื่อลงมือต่อกาลอวกาศปัจจุบันจะถูกกดขี่โดยพื้นฐาน
แล้วจะไม่แข็งแกร่งกว่าจ้าวฯ ในกาลอวกาศปัจจุบันมากเท่าใดนัก
มีเพียงร่างอนาคตที่บรรลุการข้ามผ่านขอบเขตใหญ่เท่านั้น ถึงจะสามารถ
ต้านทานการกดขี่ แล้วการลงมือต่อกาลอวกาศปัจจุบันถึงจะมีประโยชน์
ทว่าร่างอนาคตที่ข้ามผ่านขอบเขตใหญ่ควรจะอยู่ในอีกกี่รอบมหาดับสูญ
หลังจากนี้?
จ้าวแห่งกาลเวลาส่วนใหญ่มองไม่เห็นร่างอนาคตที่ยาวนานขนาดนั้นเลย
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการสัมผัสและอัญเชิญ
“เอาล่ะ ควรจะจากไปแล้ว”
ในตอนนี้ จ้าวแห่งกาลเวลาผมสีแดงสดเอ่ยปาก
พวกพระองค์ตั้งกับดักไว้ที่นี่ ทุกครั้งที่สำเร็จ ก็จะเปลี่ยนตำแหน่งและรูป
ลักษณ์ของกับดักก็จะเปลี่ยนไปด้วย
ครั้งนี้เป็นยอดเขา ครั้งหน้าเป็นทะเลสาบ ครั้งต่อไปก็เป็นเนินร้าง …
มื่
ล้ำ
ในส่วนลึกของห้วงเวลาหมื่นมิติ หลักเกณฑ์ในการตัดสินว่ามีสมบัติล้ำค่า
อยู่หรือไม่ไม่ใช่รูปลักษณ์ แต่เป็นกลิ่นอาย ขอเพียงมีกลิ่นอายลึกลับแผ่ออกมา
ก็มีความเป็นไปได้ที่จะซ่อนสมบัติล้ำค่าไว้
พริบตาเดียว ผ่านไปอีกร้อยปี
จิตวิญญาณไท่จี๋ของหลินหยวนสำรวจส่วนลึกของห้วงเวลาหมื่นมิติอย่าง
ต่อเนื่อง
“ที่นั่น…”
หลินหยวนพลันมองไปยังทิศทางหนึ่ง ที่นั่นกลิ่นอายเดือดพล่านดูเหมือน
จะมีจ้าวแห่งกาลเวลาหลายองค์ปะทะกัน
ฟิ้ว!
หลินหยวนรีบมุ่งหน้าไปยังที่นั่นทันที
ทว่า
เมื่อหลินหยวนไปถึง กลับพบว่าการต่อสู้โดยพื้นฐานแล้วจบลงแล้ว
“ผู้ใดกล้าเข้าใกล้ คือการเป็นศัตรูกับข้า” จ้าวแห่งกาลเวลาองค์หนึ่งร่างสูง
ใหญ่ มีเขางอสีเทาคู่หนึ่ง กลิ่นอายน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายไปทั่วทุกทิศทาง
จ้าวแห่งกาลเวลาสิบกว่าองค์สู้ไม่ไหวล่าถอยไป
ด้านหลังจ้าวแห่งกาลเวลาเขางอสีเทาผู้นี้ คือทะเลสาบสีฟ้าครามแห่งหนึ่ง
มีกลิ่นอายลึกลับไหลเวียนอยู่ เพียงสังเกตการณ์เล็กน้อยก็รู้ว่ามีสมบัติล้ำค่าอยู่
ภายใน
“ไม่คิดว่าจะเป็นจ้าวฯ องค์นี้”
หลินหยวนมองดูจ้าวแห่งกาลเวลาเขางอสีเทา พลันละทิ้งความคิดที่จะ
แย่งชิงทันที
นี้
มื่
จ้าวฯ องค์นี้มีนามว่า จ้าวเทียนสือ เมื่อสิบกว่ารอบมหาดับสูญก่อน ก็ได้
ผ่านพ้นทุกข์ครั้งที่ 10 ใน 8,000,000 ทุกข์สุดท้ายของ 1,008,000,000 ทุกข์ไป
แล้ว บัดนี้เกรงว่ากำลังพยายามผ่านพ้น 3 ทุกข์สุดท้ายอยู่
หลินหยวนกวาดตามองรอบด้าน จ้าวฯ ที่สัมผัสถึงเกณฑ์ของตำนานสิบ
กว่าองค์ยืนนิ่งไม่ไหวติง
เห็นได้ชัดว่า ก่อนที่หลินหยวนจะมาถึง จ้าวเทียนสือก็ได้ต่อสู้กับจ้าวฯ
เกณฑ์ของตำนานสิบกว่าองค์ไปแล้วรอบหนึ่งและได้เปรียบได้รับสิทธิ์ในการ
ครอบครองทะเลสาบสีฟ้าครามเบื้องหลัง
“มาสายไปแล้ว”
หลินหยวนถอนหายใจในใจ ไม่ได้มีความคิดใดๆ ต่อทะเลสาบสีฟ้าคราม
เบื้องหลังจ้าวเทียนสือ
การลงมือในตอนนี้ จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับจ้าวเทียนสือเพียงลำพัง หลิน
หยวนไม่มีความมั่นใจเลย
จ้าวเทียนสือใช้พลังเพียงลำพังกดขี่จ้าวฯ ที่ใกล้เคียงกับเกณฑ์ของตำนาน
สิบกว่าองค์ ได้พิสูจน์พลังของตนเองแล้ว
หลินหยวนไม่มีความตั้งใจที่จะท้าทาย
“หึ!”
จ้าวเทียนสือที่มีเขาสีเทาคู่หนึ่ง เห็นว่าไม่มีจ้าวฯ องค์อื่นเข้าใกล้ก็แค่น
เสียงเย็นชา หันหลังเข้าใกล้ทะเลสาบสีฟ้าครามเบื้องหลัง
“กลิ่นอายเช่นนี้…”
สายตาของจ้าวเทียนสือเต็มไปด้วยความปรารถนา เข้าใกล้ทะเลสาบสีฟ้า
ครามอย่างรวดเร็ว
ชั่วพริบตาต่อมา
ชั่
ที่
ในชั่วขณะที่จ้าวเทียนสือสัมผัสกับทะเลสาบสีฟ้าคราม ร่างก็หายไปอย่าง
ไร้ร่องรอย
“จ้าวเทียนสือเข้าไปแล้วรึ?”
“เฮ้อ ไม่รู้ว่ามีสมบัติล้ำค่าใดอยู่ข้างใน”
จ้าวแห่งกาลเวลาสิบกว่าองค์ที่พ่ายแพ้ไปในระยะไกล พูดคุยกัน
แต่เนื่องจากเกรงกลัวพลังของจ้าวเทียนสือ ไม่มีจ้าวฯ องค์ใดกล้าเข้าใกล้
ในตอนนี้
“หืม?”
สายตาของหลินหยวนปรากฏแววประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อยระหว่าง
ความเลือนราง เขาสัมผัสได้ว่าในชั่วขณะที่จ้าวเทียนสือหายไป ทะเลสาบสีฟ้า
ครามมีความมืดสายหนึ่งไหลผ่าน