สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 781 อย่าไป! อย่าไปเด็ดขาด!!!
“จ้าวฯ ในตำนานผู้สง่างาม กลับบ้าคลั่งได้ถึงเพียงนี้รึ?”
หลินหยวนรู้อยู่แล้วจากเจ้าของร้านค้ากาลอวกาศ ว่าสภาพของจ้าวหลง
สือนั้นพิเศษ ได้รับผลกระทบจากกาลอวกาศอดีตอันเก่าแก่
แต่ก็ยังคงเหนือความคาดหมายอยู่บ้าง
จ้าวหลงสือไม่เพียงแต่บ้าคลั่ง แต่ยังถึงขั้นคิดว่าตนเองคือ ‘จ้าวฯกุยซวี’
โดยสมบูรณ์?
กระทั่งตัวตนของตนเองก็ไม่อาจรักษาไว้ได้
ลองคิดดู หากไม่ใช่เพราะจ้าวฯ กุยซวีดับสูญไปโดยสมบูรณ์แล้ว
คาดว่าเพียงแค่ความคิดเดียวก็สามารถทำให้จ้าวหลงสือกลายเป็นร่างทรง
ให้จุติลงมาได้แล้ว
“จ้าวฯ กุยซวี?”
ข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับจ้าวฯ ในตำนานผู้นี้ผุดขึ้นในจิตใจของหลินหยวน
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับจ้าวฯ กุยซวีที่สืบทอดลงมานั้นมีไม่มาก รู้เพียงว่า
จ้าวฯ ในตำนานผู้นี้แข็งแกร่งถึงระดับที่เหลือเชื่ออย่างยิ่ง บน
เส้นทางหลุดพ้น‘อนันตทุกข์’ได้เดินมาถึงหลังทุกข์ครั้งที่ 300,000,000 ใน
ช่วงสุดท้ายแล้ว
ต้องรู้ว่า ทุกข์ในช่วงสุดท้ายมีทั้งหมดเพียง 303,000,000 ทุกข์, ทุกข์ครั้งที่
300,000,000? และจ้าวหลงสือยังกล่าวถึงทุกข์ครั้งที่ 300,001,000 อีกด้วย?
นับว่าเข้าใกล้จุดสิ้นสุดของเส้นทางหลุดพ้นแล้วจริงๆ
มื่
พิ่
รั้
ที่
จ้าวว่านเว่ย ผู้เปิดห้วงเวลาหมื่นมิติ ก็เพิ่งผ่านทุกข์ครั้งที่ 200,000,000 ใน
ช่วงสุดท้ายเท่านั้น
“จ้าวฯ ในตำนานที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ สุดท้ายก็ตาย? ตายเพราะทุกข์ใน
ภายหลังรึ?”
หลินหยวนคิดในใจ
แม้จะไม่รู้พลังที่แท้จริงของจ้าวฯ กุยซวี แต่เพียงแค่ร่องรอยจิตตกค้างที่ทิ้ง
ไว้ ผ่านกาลเวลาอันไร้สิ้นสุด ต่างกาลอวกาศ ก็ทำให้จ้าวหลงสือสูญเสียตัวตน
และตกอยู่ในความบ้าคลั่งได้ ก็รู้แล้วว่าน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
เมื่อมองส่งจ้าวหลงสือกลับเข้าสู่มิติจันทราทอง เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศ
ก็มองหลินหยวนอย่างจนปัญญา: “ดูท่าคงต้องรออีกสักพัก รอจนกว่าจ้าวหลง
สือจะฟื้นคืนสติสัมปชัญญะได้เล็กน้อยแล้วค่อยทำการค้า”
จ้าวหลงสือได้รับผลกระทบจากจิตตกค้างของ ‘จ้าวฯ กุยซวี’ บางครั้งก็จะ
ฟื้นคืนสติขึ้นมา จ้าวหลงสือที่ฟื้นคืนสติ โดยพื้นฐานแล้วถือว่าเป็นจ้าวฯ ปกติ
ไม่เหมือนตอนนี้ที่ไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง
“ตอนนั้นข้าเคยเตือนหลงสือไปนานแล้ว ให้เขาระมัดระวังเมื่อสำรวจกาล
อวกาศอดีตอันเก่าแก่…”
เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศส่ายหน้า ท่านกับจ้าวหลงสือถือว่ารู้จักกัน ใน
อดีตกาลอันยาวนานเคยมีการค้าขายกันหลายครั้ง
อันที่จริง เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศนั้นมีเส้นสายกว้างขวางมากอย่างน้อย
ในวงการจ้าวฯ ระดับที่ 2 ก็ถือว่ามีชื่อเสียงพอสมควร
มิฉะนั้นก่อนหน้านี้ก็คงไม่กล้าพูดว่าให้หลินหยวนแจ้งชื่อของพระองค์หาก
เจออันตรายในห้วงเวลาหมื่นมิติแล้วจะสามารถรักษาชีวิตไว้ได้
“กาลอวกาศอดีตอันเก่าแก่ อันตรายจริงๆ”
หลินหยวนพยักหน้า
รื่
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องไกลตัว แค่อดีต ปัจจุบัน และอนาคตของความว่างเปล่า
แห่งความโกลาหลก็อยู่ภายใต้การมองเห็นของหลินหยวนทั้งหมด หากจ้าวฯ
อื่นกล้าที่จะสำรวจอดีตของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล หลินหยวนเพียง
แค่คิดเดียวก็สามารถระดมพลังของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลทั้งผืนเข้า
กดขี่ได้
“จ้าวหลงสือจะฟื้นคืนสติเมื่อใดโดยประมาณ?”
หลินหยวนถาม
แม้ทุกข์แรกที่ ‘อนันตทุกข์’ ส่งลงมาจะไม่มีการจำกัดเวลา แต่หลินหยวนก็
ยังอยากรู้ว่าต้องรออีกนานเท่าใด
“อย่างน้อยก็แสนล้านปีก็พอแล้ว อย่างมากก็หลายวัฏจักรแห่งมหาดับสูญ
ก็น่าจะพอ” เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศประเมินคร่าวๆ
สำหรับจ้าวฯ แล้ว หลายวัฏจักรแห่งมหาดับสูญไม่นับว่ายาวนาน
“แสนล้านปี? หลายวัฏจักรแห่งมหาดับสูญ?”
หลินหยวนขมวดคิ้ว
อย่าว่าแต่หลายวัฏจักรแห่งมหาดับสูญเลย
เพียงแค่แสนล้านปี หลินหยวนก็รับไม่ได้แล้ว
“เป็นอะไรไป? มีเรื่องด่วนรึ?”
เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงสีหน้าของหลิน
หยวน
“นานไป”
หลินหยวนพยักหน้า ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง กล่าวออกมาว่า: “หากข้าสามารถ
ทำให้จ้าวหลงสือฟื้นคืนสติได้เร็วขึ้น จะสามารถทำการค้าได้ตามปกติหรือไม่?”
นี้
คำพูดนี้ออกมา
เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศเกือบจะคิดว่าตนเองหูฝาดไป
ทำให้จ้าวหลงสือฟื้นคืนสติได้เร็วขึ้น?
หากเป็นเงื่อนไขนี้จริงๆ ก็สามารถทำการค้าได้ตามปกติแน่นอน
แต่จะมีวิธีใดที่สามารถทำให้จ้าวหลงสือหลุดพ้นจากอิทธิพลของ ‘จ้าวฯ
กุยซวี’ และฟื้นคืนสติได้เร็วขึ้นกัน?
เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศมองหลินหยวน หากไม่ใช่เพราะอยู่ด้วยกันมา
หลายหมื่นปี พระองค์มั่นใจว่าหลินหยวนไม่พูดเรื่องที่ไม่มีความมั่นใจ พระองค์
คงคิดว่าหลินหยวนกำลังพูดจาเหลวไหลแล้ว
“ท่านเตรียมการจะทำให้หลงสือฟื้นคืนสติเร็วขึ้นได้อย่างไร?”
เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศตั้งสติ แล้วยังคงตัดสินใจฟังวิธีการของหลิน
หยวน
“หากต้องการความช่วยเหลือจากข้า หรือจ้าวฯ องค์อื่นๆ บอกมาได้
เลย…”
เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศกล่าวเสริม
“ไม่ต้องยุ่งยากถึงเพียงนั้น”
หลินหยวนส่ายหน้า สายตาจับจ้องไปยังมิติจันทราทองที่อยู่ห่างไกล
จากสภาพของจ้าวหลงสือเมื่อครู่ รวมถึงความเชื่อมโยงกับมิติจันทราทอง
หลินหยวนตัดสินได้แล้วว่า การควบคุมมิติจันทราทองของจ้าวหลงสือนั้น
ห่างไกลจากมาตรฐานการหลอมรวมโดยสมบูรณ์อย่างยิ่ง
ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ห้วงมิติแห่งนี้ดับสลายได้ในพริบตาเดียว
ที่
ปื้
อันที่จริง หากไม่ใช่เพราะบนร่างของจ้าวหลงสือมีการปนเปื้อนจากจิต
ตกค้างของ ‘จ้าวฯ กุยซวี’ ทำให้การมองดูเส้นเวลาอนาคตของหลินหยวนนั้น
มืดมนบิดเบี้ยวอย่างยิ่ง
โดยพื้นฐานแล้วไม่จำเป็นต้องมาพบหน้าจ้าวหลงสือแบบนี้ถึงจะยืนยันได้
“ไม่ต้องยุ่งยากถึงเพียงนั้นรึ?”
สีหน้าของเจ้าของร้านค้ากาลอวกาศเต็มไปด้วยความสงสัย
ทว่าในชั่วขณะต่อมา
เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศก็เบิกตากว้าง
เห็นเพียงหลินหยวนจับจ้องไปยังมิติจันทราทอง
ทันใดนั้นก็ยื่นมือออกไป
ฟู่ว——
ฝ่ามือดุจฟ้าถล่ม ปกคลุมจักรวาล ยื่นเข้าไปในมิติจันทราทองโดยตรง
มิติจันทราทองในฐานะห้วงมิติชั้นยอด แม้จะไม่ต่อต้านสิ่งมีชีวิตแห่งกาล
เวลาจากภายนอก แต่ในฐานะอาณาเขตของจ้าวหลงสือย่อมต้องถูกคลุมไว้ด้วย
ค่ายกลต้องห้ามซ้ำซ้อนนานแล้ว
ทว่าภายใต้ฝ่ามือนี้ พลังภายนอกมิติจันทราทองกลับพังทลายลงอย่าง
รวดเร็ว ฝ่ามือนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆ ให้กับมิติจันทราทอง แต่กลับสอด
ลึกเข้าไปถึงส่วนลึกของมิติจันทราทองโดยตรง
จากนั้นก็กำเบาๆ
หึ่ง หึ่ง หึ่ง~ ระลอกคลื่นการดิ้นรนเบาๆ ดังมา แต่ชั่วพริบตาก็เงียบสงัดลง
จากนั้น
ที่
ยื่
มือขวาที่หลินหยวนยื่นออกไปก็ดึงกลับมา ดึงกลับมาจากส่วนลึกของมิติ
จันทราทอง
เมื่อเทียบกับตอนที่สอดเข้าไป ในตอนนี้ฝ่ามือของหลินหยวนไม่ได้ว่าง
เปล่าอีกต่อไป แต่กลับมีเงาบางๆ เพิ่มขึ้นมาเส้นหนึ่ง
หากขยายเงาบางๆ เส้นนี้ให้ใหญ่ขึ้นนับล้านๆ เท่า ก็จะพบว่าเป็นมังกรดำ
ที่สูงจรดฟ้าค้ำปฐพี มังกรดำที่เทียบเท่ากับห้วงมิติชั้นยอดเช่นมิติจันทราทอง
ทว่าในตอนนี้ ในฝ่ามือของหลินหยวน มังกรดำตนนี้กลับดูเหมือน ‘ปลา
ไหล’ ตัวหนึ่ง
“จ้าวหลงสือรึ?”
สายตาของเจ้าของร้านค้ากาลอวกาศมอง ‘ปลาไหล’ ในฝ่ามือของหลิน
หยวนอย่างว่างเปล่า
นับตั้งแต่หลินหยวนยื่นมือขวาออกไปจนถึงดึงมือขวากลับมาผ่านไปเพียง
ชั่วพริบตาเท่านั้น
จ้าวหลงสือในฐานะจ้าวฯ ระดับที่ 3 ที่เน้น ‘อนันตภาวะกำเนิด’ เป็นหลัก
พลังทั้งหมดเกือบจะถึงขีดจำกัดของจ้าวฯ ระดับที่ 2 แล้ว
หากไม่มีพลังระดับนี้ ก็คงไม่สามารถสำรวจไปถึงกาลอวกาศอดีตที่เก่าแก่
เช่นนั้นได้
พลังจ้าวฯ ที่ใกล้เคียงขีดจำกัดระดับที่ 2 บวกกับการปนเปื้อนจากจิต
ตกค้างของ ‘จ้าวฯ กุยซวี’ มีสภาพคล้ายบ้าคลั่ง
กล่าวได้ว่าต่อให้เป็นจ้าวฯ ที่อยู่ในขีดจำกัดระดับที่ 2 จริงๆ ก็ไม่ต้องการที่
จะยั่วยุจ้าวหลงสือ
ใครจะรู้ว่าจิตตกค้างที่ ‘จ้าวฯ กุยซวี’ ทิ้งไว้จะมีวิธีการอื่นอีกหรือไม่
เกี่ยวข้องกับการดำรงอยู่ที่ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางหลุดพ้นสายใดสาย
หนึ่งเช่น ‘จ้าวฯ กุยซวี’ จ้าวฯ ระดับที่ 2 คนไหนกล้าที่จะประมาท?
นี้
แต่ตอนนี้?
แข็งแกร่งถึงขั้นจ้าวหลงสือ อยู่ในรังของตนเองกลับถูกหลินหยวน ‘ตักออก
มา’ อย่างง่ายดายเช่นนี้?
“ตำนาน อย่างน้อยก็คือพลังระดับจ้าวฯ ในตำนาน?”
เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศมองหลินหยวน ความคิดในจิตใจหมุนวนอย่าง
รวดเร็ว
ในชั่วพริบตา ข้อมูลข่าวสารนับไม่ถ้วนแวบผ่านเข้ามาในใจของท่าน
กำลังสำรวจอยู่ในห้วงเวลาหมื่นมิติ
มีวิธีการของจ้าวฯ ในตำนาน
แต่กลับไม่ใช่จ้าวฯ ในตำนานที่ตนเคยได้ยินชื่อมาแม้แต่องค์เดียว?
ความคิดมากมายในใจของเจ้าของร้านค้ากาลอวกาศรวมตัวกันก่อตัวเป็น
ชื่อหนึ่ง——
หยินเหอ
จ้าวฯ ลึกลับที่ปรากฏตัวแวบเดียวในห้วงเวลาหมื่นมิติ สุดท้ายถูกจ้าวฯ ใน
ตำนานหลายองค์ในพื้นที่ส่วนลึกที่สุดรับตัวไปผู้นั้นรึ?
หลินหยวนมองลงไปยังจ้าวหลงสือในฝ่ามือ หากต้องการทำให้พระองค์
ฟื้นคืนสติ วิธีที่ง่ายที่สุดย่อมคือการกดขี่โดยตรง จากนั้นหลินหยวนก็ลงมือช่วย
ฟื้นฟูสติสัมปชัญญะให้ชั่วคราว
การดำรงอยู่ที่น่าสะพรึงกลัวเช่น ‘จ้าวฯ กุยซวี’ ต่อให้เป็นเพียงจิตตกค้าง
สายหนึ่ง ก็ไม่มีจ้าวฯ ระดับที่ 2 คนใดกล้าเข้าใกล้ แต่หลินหยวนต่างออกไป
พลังและวิธีการของเขา ได้มาถึงระดับจ้าวฯ ในตำนานที่ผ่านทุกข์
100,000,000 ครั้ง ในช่วงสุดท้ายแล้ว
มื่
ที่
และยังมีประตูสู่ภพหมื่น คอยกดทับอยู่ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจต่อให้
จ้าวฯ กุยซวีฟื้นคืนชีพ ก็ไม่สามารถส่งผลกระทบต่อจิตวิญญาณและเจตจำนง
ของหลินหยวนได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแค่จิตตกค้างสายหนึ่ง
“จ้าวหลงสือ อีกสักครู่ก็น่าจะฟื้นคืนสติขึ้นมา”
หลินหยวนเหลือบมองเจ้าของร้านค้ากาลอวกาศที่ยืนอยู่ข้างๆกล่าวออก
มา
“ขอรับ”
เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศพลันตื่นจากภวังค์ จากนั้นก็ถามอย่าง
ระมัดระวัง: “ท่านคือ ท่านหยินเหอรึ?”
แม้จะคาดเดาว่าหลินหยวนคือจ้าวฯ ลึกลับ ‘หยินเหอ’ ในห้วงเวลาหมื่นมิติ
ผู้นั้น
แต่การคาดเดาก็ยังคงเป็นการคาดเดา
“เป็นเช่นนั้น”
หลินหยวนพยักหน้า
เป็นท่านหยินเหอลึกลับผู้นั้นจริงๆ… เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศหัวใจสั่น
สะท้าน ในฐานะจ้าวฯ ที่มีเส้นสายกว้างขวาง เรื่องราวทีเกิดขึ้นในห้วงเวลาหมื่น
มิติย่อมไม่อาจปิดบังพระองค์ได้
และครั้งนี้ที่ห้วงเวลาหมื่นมิติเปิดออก เรื่องที่ใหญ่ที่สุดก็คือจ้าวฯ ‘หยิน
เหอ’ ผู้ลึกลับนั่นเอง
ไม่เพียงแต่แสดงร่างอนาคต ที่ก้าวเข้าสู่ระดับตำนานแล้ว แต่ยังทำให้
จ้าวฯ ในตำนานหลายองค์ในพื้นที่ส่วนลึกที่สุดของห้วงเวลาหมื่นมิติต้องออก
มาต้อนรับด้วยตนเอง
จากการรวมข้อมูลข่าวสารมากมายเข้าด้วยกัน จ้าวฯ จำนวนมากได้คาด
เดาแล้วว่าอนาคตของจ้าวหยินเหอผู้นั้น เกรงว่าจะเป็นบุคคลสำคัญที่ไม่อาจ
ผู้
ุ
ญ
จินตนาการได้
มิฉะนั้นจะเป็นไปได้อย่างไรที่ยังไม่ได้เป็นจ้าวฯ ในตำนาน ก็ทำให้จ้าวฯ ใน
ตำนานหลายองค์ในส่วนลึกที่สุดต้องออกมาต้อนรับด้วยตนเอง?
“ไม่คิดเลยว่า จ้าวหยินเหอที่จ้าวฯ อื่นๆ ต่างอยากรู้และยำเกรงอย่างยิ่ง
ข้าจะรู้จักมานานแล้ว?” เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศรู้สึกทอดถอนใจอย่างมาก
ในใจ
ช่วงเวลานี้ ย่อมมีจ้าวฯ มากมายมาสอบถามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับจ้าว
หยินเหอผู้นั้นจากพระองค์ แต่เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศเองก็อยากรู้อย่างยิ่ง
เช่นกัน พระองค์จะรู้ได้อย่างไร
“จ้าวเย่อู้ ท่านนั้น…” เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศพลันนึกถึงจ้าวเย่อู้
อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเห็นใจ
หากตอนนั้นจ้าวเย่อู้รับหลินหยวนไว้ เช่นนั้นมิใช่ว่าจะมีความเชื่อมโยงกับ
จ้าวหยินเหอลึกลับผู้นั้นแล้วรึ?
นั่นคือวาสนาอันยิ่งใหญ่ ที่จ้าวฯ ระดับที่ 2 ขั้นสูงสุดจำนวนมากต่าง
ปรารถนาแต่ไม่อาจไขว่คว้าได้
ผลคือจ้าวเย่อู้ไม่เพียงแต่ไม่คว้าวาสนานี้ไว้
กลับยังสร้างความประทับใจที่ไม่ดีต่อหน้าหลินหยวนอีกด้วย
ไม่นานนัก
หลังจากผ่านไปหลายสิบลมหายใจ
จ้าวหลงสือที่ดิ้นรนไม่หยุดในฝ่ามือของหลินหยวนก็ค่อยๆ สงบลง
“ข้าคือหลงสือ…”
ขึ้
นั้
ที่ยิ่
สายตาของจ้าวหลงสือแจ่มชัดขึ้น จากนั้นก็ตกอยู่ในความตกตะลึงที่ยิ่ง
ใหญ่กว่าเดิม
“ที่นี่คือที่ใด?”
เงยหน้ามองไป เสาหินยักษ์ห้าต้นที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุดเชื่อมต่อฟ้าดิน
แรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายอยู่รอบทิศ จ้าวหลงสือรู้สึกว่าตนเองกระทั่งขยับ
ตัวก็ยังทำไม่ได้
ชั่วขณะต่อมา
ฟ้าดินเปลี่ยนแปลง
จ้าวหลงสือปรากฏตัวอยู่ภายนอก
เห็นชายหนุ่มผู้หนึ่งและสัตว์อสูรต่างดาวสิบสองตาตัวหนึ่ง
“พวกท่านคือ?”
จ้าวหลงสือจำสัตว์อสูรต่างดาวสิบสองตาได้ แต่สำหรับชายหนุ่มผู้นั้นกลับ
ไม่คุ้นเคยอย่างยิ่ง
และแรงกดดันรอบทิศล้วนมาจากชายหนุ่มผู้นั้น
“หลงสือ ท่านนี้คือท่านหยินเหอ ที่ท่านสามารถฟื้นคืนสติได้ต้องขอบคุณ
ท่านหยินเหอที่ลงมือช่วยเหลือ”
เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศกล่าวเตือนทันที
“ท่านหยินเหอรึ?”
จ้าวหลงสือไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่แรงกดดันที่แผ่กระจายไปทั่วฟ้า
ดินทั้งสี่ทิศนั้นไม่อาจหลอกลวงได้ โค้งคำนับต่อหลินหยวนทันที: “หลงสือคาร
วะท่านหยินเหอ”
“อืม”
ที่นี่
พื่
หลินหยวนพยักหน้า มองจ้าวหลงสือกล่าว: “ข้ามาที่นี่ เพื่อต้องการทำการ
ค้ากับท่าน ยืมมิติจันทราทองใช้สักระยะหนึ่ง”
“ต้องการสิ่งใดบอกมาได้เลย”
หลินหยวนยิ้มกล่าว
“ยืมมิติจันทราทอง?”
จ้าวหลงสือเหลือบมองมิติจันทราทองด้านหลัง แล้วมองเจ้าของร้านค้า
กาลอวกาศอีกครั้ง กล่าวทันที: “หลงสือยินดีมอบมิติจันทราทองให้ท่านหยิน
เหอ”
“และทรัพย์สินทั้งหมด รวมทรายแห่งกาลเวลา 720,000,000 ชั่ง”
จ้าวหลงสือกล่าวอย่างนอบน้อม
“มอบมิติจันทราทองให้ข้า?” หลินหยวนมองจ้าวหลงสืออย่างสนใจ
การมอบมิติจันทราทอง เท่ากับการมอบห้วงมิติชั้นยอดแห่งนี้ให้หลิน
หยวนโดยสิ้นเชิง
นี่มีค่าตอบแทนสูงกว่าการยืมใช้สักระยะหนึ่งมากนัก
ยิ่งไปกว่านั้น จ้าวหลงสือยังมอบทรัพย์สินทั้งหมด ทรายแห่งกาลเวลาเจ็ด
ร้อยกว่าล้านชั่งให้อีกด้วย
“ท่านต้องการสิ่งใด?”
หลินหยวนถาม
“เพียงขอให้ท่านหยินเหอช่วยข้าแก้ไขปัญหาจิตตกค้างของ ‘จ้าวฯ กุยซวี’
เท่านั้น” จ้าวหลงสือกล่าวเสียงเบา
“แก้ไขปัญหาจิตตกค้างของ ‘จ้าวฯ กุยซวี’?” หลินหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่
หนึ่ง กล่าวว่า: “ข้ารับประกันไม่ได้ แต่ต่อให้สุดท้ายแก้ไขไม่ได้ก็สามารถกดข่ม
ที่
พิ่
ขึ้
บางส่วนได้ เวลาที่ท่านรักษาความรู้สึกตัวไว้ได้จะเพิ่มขึ้นมาก”
จากการสัมผัสจิตตกค้างของ ‘จ้าวฯ กุยซวี’ เมื่อครู่ หลินหยวนค่อนข้าง
มั่นใจว่าจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่ อย่างไรเสียก็เป็นเพียงจิตตกค้างสายหนึ่ง
แถมยังห่างไกลกันไม่รู้กี่กาลอวกาศอีกด้วย
“ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ข้าล้วนยอมรับ”
จ้าวหลงสือมองไปยังเจ้าของร้านค้ากาลอวกาศทันที: “สือคงทรายแห่ง
กาลเวลาทั้งหมดที่ข้าฝากไว้ในร้านของท่าน มอบให้ท่านหยินเหอทั้งหมด”
“ไม่มีปัญหา”
เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศพยักหน้า
ร้านค้ากาลอวกาศ ไม่เพียงแต่รับซื้อขาย แต่ยังทำหน้าที่เป็น ‘คลังเก็บ
ทรัพย์สิน’ อีกด้วย สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาจำนวนมากจะนำทรายแห่งกาลเวลา
มาฝากไว้ที่นี่
เพราะเจ้าของร้านค้ากาลอวกาศมีชื่อเสียงดีมาก สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
ล้วนไว้วางใจพระองค์
“เช่นนั้นข้าเริ่มเลย”
หลินหยวนไม่พูดอะไรมาก สายตาจับจ้องไปที่ร่างของจ้าวหลงสือ
หึ่ง~ จ้าวหลงสือสัมผัสได้ทันทีว่าจิตวิญญาณและเจตจำนงร่วงหล่นลง ไม่
ได้ต่อต้าน แต่กลับปล่อยให้ร่วงหล่นลงสู่ห้วงนิทรา
“จ้าวฯ กุยซวี…”
หลินหยวนกระตุ้นพลังสามชนิดคือมหาศูนยตา, มหาปฐมกาล, มหากำเนิด
ใน 《ห้าไท่กำเนิดฟ้า》 ให้สอดประสานกัน เริ่มขับไล่
การปนเปื้อนจากจิตตกค้างในส่วนลึกของร่างกาย จิตวิญญาณ และจิตใจ
ของจ้าวหลงสือ
ที่
ที่
สิ้
“สมกับที่เป็นจ้าวฯ ที่ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางหลุดพ้น”
หลินหยวนทอดถอนใจในใจ ตอนนี้เขาไม่พูดว่าสุดกำลัง ก็ห่างกันไม่มาก
นัก แต่ในการขับไล่จิตตกค้างของ ‘จ้าวฯ กุยซวี’ กลับยังไม่สามารถสร้างความ
ได้เปรียบแบบบดขยี้ได้
อย่างไรก็ตาม การขับไล่จิตตกค้างของ ‘จ้าวฯ กุยซวี’ ก็เป็นเพียงเรื่องของ
เวลาเท่านั้น
หลายวันต่อมา
ภายใต้การปะทะกันของพลังสามชนิดคือมหาศูนยตา, มหาปฐมกาล, มหา
กำเนิดใน 《ห้าไท่กำเนิดฟ้า》 การปนเปื้อนจากจิตตกค้างในส่วนลึกของร่างกาย
จิตวิญญาณ และจิตใจของจ้าวหลงสือก็ถูกขับไล่ไปยังที่แห่งหนึ่งทันที
การปนเปื้อนจากจิตตกค้างเหล่านี้รวมตัวกัน พลันก่อตัวเป็นร่างเงาเลือน
รางสายหนึ่ง
เดิมทีการปนเปื้อนจากจิตตกค้างล้วนเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งแต่เมื่อ
หลอมรวมเป็นร่างเงาเลือนรางนี้แล้ว กลับสงบลงอย่างรวดเร็ว
“ข้าคือ กุยซวี ไม่รู้ว่าเจ้ามาจากอดีต หรือมาจากอนาคต”
ร่างเงาเลือนรางนี้เอ่ยปาก “แต่หากเจ้าอยู่บนเส้นทางหลุดพ้น ‘อนันต
ทุกข์’ ผ่านทุกข์ครั้งที่ 300,000,000 ไปแล้ว ทุกข์ 3,000 ครั้งสุดท้ายที่เจตจำนง
แห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด ส่งลงมา หนึ่งในนั้นให้เจ้ามุ่งหน้า
ไปยังกาลอวกาศแห่งหนึ่ง เพื่อไปขัดขวางการขึ้นสู่จุดสูงสุดของเส้นทางหลุด
พ้นสายใหม่…”
พูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของร่างเงาเลือนรางพลันเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม
และความเสียใจ อย่างไร้สิ้นสุด:
“อย่าไป! ห้ามไปเด็ดขาด!!!”
(จบตอน)
……….
น้องขอติดคำว่า ‘ไท่’ ไว้หน่อยนะครับ คำจีนมันเท่ แต่ความหมายมันไม่มี
ไท่ (太) ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ที่บ่งบอกถึง ความยิ่งใหญ่ ความ
เป็นที่สุด และความเป็นต้นกำเนิด
(Primordial/Supreme) ของสภาวะทั้งห้าขั้นของการก่อกำเนิดจักรวาล
ไม่ก็อาจจะติดไว้นี่แหละครับ เท่ดี 555555555555555