สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 780 ทุกข์แรกของหลินหยวน
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
ท่ามกลางการรอคอยอย่างคาดเดาและไม่สบายใจของหมัวซวีจวิน และสิ่ง
มีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ ร่างหนึ่งก็รวมตัวขึ้นไม่ไกลนัก
คือหลินหยวนนั่นเอง
หลังจากหลอมรวมความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลทั้งผืนโดยสมบูรณ์
หลินหยวนสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของห้วงมิติ ทั้งหมดอยู่ครู่หนึ่ง
ก็แบ่งร่างอวตาร หนึ่งออกมาพบหมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
อื่นๆ
อย่างไรเสีย ในขณะนี้ ในใจของหมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
อื่นๆ ย่อมเต็มไปด้วยความสงสัยอย่างแน่นอน
เหตุใดหลินหยวนถึงกลายเป็นจ้าวแห่งกาลเวลาได้เร็วถึงเพียงนี้?
“หยินเหอ!”
“หยินเหอ!”
หมัวซวีจวิน, จู้อิน และสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ มองไปยังหลินหยวน
ทันที
“ข้ารู้ว่าพวกท่านคิดและกังวลสิ่งใดในใจ”
หลินหยวนมองสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทุกองค์ ส่ายหน้ากล่าว:
“เรื่องราวมากมายชั่วครู่ชั่วยามก็อธิบายไม่ชัดเจน พวกท่านเพียงแค่ต้องรู้
ว่า ข้าถือกำเนิดจากความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลก็พอ”
สิ่
อื่
ในสายตาของหมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆความเร็วในการ
เติบโตของหลินหยวนนั้นเหลือเชื่อเกินไป อาจจะเป็น ‘ร่างทรง’ ที่การดำรงอยู่
อันน่าสะพรึงกลัวบางตนบ่มเพาะขึ้นมาเพื่อจุติลงมาหรือไม่ เป็นต้น
“เข้าใจแล้ว”
ในใจของหมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ สงบลง
เชื่อคำพูดของหลินหยวนโดยไม่ลังเล
อย่างไรเสีย ด้วยวิธีการหลอมรวมความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลทั้งผืน
ของหลินหยวนในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องโกหกพวกพระองค์
ต่อให้เป็นหมัวซวีจวินที่แข็งแกร่งที่สุด ก็เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
ระดับที่ 1 เท่านั้น เมื่อเผชิญหน้ากับจ้าวฯ ระดับที่ 3 โดยพื้นฐานแล้วไม่มีพลัง
ต่อต้านแม้แต่น้อย
วางความกังวลในใจลง
หมัวซวีจวินสอบถามอย่างอยากรู้: “หยินเหอ จ้าวฯ ระดับที่ 3 นี้รู้สึกอย่าง
ไรบ้างรึ?”
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่ผ่านวัฏจักรแห่งมหาดับสูญมาหลายสิบหลายร้อย
รอบ อาจจะเคยสัมผัสกับจ้าวแห่งกาลเวลา
แต่หมัวซวีจวินเช่นนี้ที่ยังไม่เคยผ่านวัฏจักรแห่งมหาดับสูญครบหนึ่งรอบ
สำหรับจ้าวแห่งกาลเวลา ก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่เคยได้ยินมาเท่านั้น
รู้เพียงว่าจ้าวแห่งกาลเวลานั้นห้ามล่วงเกินเป็นอันขาด
“แก่นแท้แห่งชีวิตแข็งแกร่งขึ้นมาก” หลินหยวนอธิบาย: “และเส้นเวลา
ของตนเองบรรจบสมบูรณ์ นับจากนี้ไปไม่มีช่วงเวลาอ่อนแออีก”
“ไม่มีช่วงเวลาอ่อนแออีก?” สีหน้าของหมัวซวีจวิน, จู้อิน และสิ่งมีชีวิต
แห่งกาลเวลาอื่นๆ เต็มไปด้วยความอิจฉา
สิ่
ที่
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาหากยังไม่ถึงระดับที่ 3 อดีตย่อมเป็นจุดอ่อนเสมอ
วิธีที่ง่ายที่สุดที่จ้าวฯ จะสังหารสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาได้อย่างสมบูรณ์คือการมุ่ง
หน้าไปยังกาลอวกาศอดีตเพื่อสังหาร
“พวกท่านไม่ต้องกังวล อดีตของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลทั้งผืน
ล้วนอยู่ภายใต้การมองเห็นของข้า ไม่มีจ้าวฯ องค์ใดสามารถลงมือในกาล
อวกาศอดีตที่ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลดำรงอยู่ได้”
หลินหยวนกล่าว
หลังจากหลอมรวมความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลทั้งผืนโดยสมบูรณ์
ห้วงมิติแห่งนี้ก็อยู่ภายใต้การควบคุมของหลินหยวน ไม่ว่าจะเป็นอดีตหรือ
อนาคต
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ ถือกำเนิด
จากความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล อดีตจึงอยู่ในความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหล เท่ากับอยู่ภายใต้การคุ้มครองของหลินหยวน
กระทั่งหลินหยวนมีความรู้สึกว่า พร้อมกับที่พลังของตนเองยกระดับขึ้น
สามารถดึงความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลออกจากเส้นเวลาได้อย่างสมบูรณ์
ทำให้สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาในอดีตและอนาคตไม่สามารถสังเกตเห็นความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหลจากเส้นเวลาได้
“ขอบคุณท่านหยินเหอ”
หมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ มองหน้ากัน ในใจเปี่ยมสุข
นี่หมายความว่าหลังจากนี้พวกท่านออกไปผจญภัยภายนอก ไม่จำเป็นต้อง
กังวลถึงภัยคุกคามจากจ้าวฯ องค์อื่นแล้วรึ?
“ได้ยินมาว่าพื้นที่ช่องว่างระหว่างมิติผืนนี้ของพวกเรา มีจ้าวฯองค์หนึ่ง
คอยดูแลอยู่ จ้าวฯ องค์นี้มีนามว่า ‘จ้าวฉู่เวย’” จู้อินอดไม่ได้
ที่จะกล่าว: “หยินเหอ แม้ท่านจะเพิ่งเข้าสู่ระดับที่ 3 แต่พลังคงไม่ด้อยไป
กว่า ‘จ้าวฉู่เวย’ ใช่หรือไม่?”
สิ่
อื่
ชื่
หมัวซวีจวิน, จู้อิน และสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ ก็เพียงแค่เคยได้ยินชื่อ
เสียงของ ‘จ้าวฉู่เวย’ เท่านั้น ไม่เคยพบเห็นโดยตรง
แต่จากผลงานในอดีตของหลินหยวน เพิ่งเข้าสู่ระดับที่ 1 ก็เพียงพอที่จะ
ต่อสู้กับหุยจู่ ระดับที่ 2 ได้ บัดนี้เข้าร่วมระดับที่ 3 แล้ว คาดว่าคงไม่ด้อยไปกว่า
‘จ้าวฉู่เวย’ ที่เป็นจ้าวฯ มาเนิ่นนานเท่าใดนัก
“จ้าวฉู่เวยรึ…” สายตาหลินหยวนลึกล้ำ มองไปยังทิศทางหนึ่งในชั่วพริบ
ตาที่เอ่ยถึงสี่คำว่าจ้าวฉู่เวย หลินหยวนก็สร้างความสัมพันธ์เชิงเหตุผล อัน
บางเบาขึ้นกับจ้าวฯ ผู้นี้ ตามสายใยแห่งเหตุและผลนี้ไป ร่างจริงทั้งหลายของ
จ้าวฉู่เวย ร่างแยกและร่างอวตารมากมาย รวมถึงวิธีการรักษาชีวิตและไพ่ตาย
จำนวนมาก ล้วนอยู่ภายใต้การจับตามองของหลินหยวนทั้งหมด
ขอเพียงหลินหยวนคิดเพียงครั้งเดียว ร่องรอยทั้งหมดของจ้าวแห่งกาล
เวลาผู้ช่ำชองพระองค์นี้ในกาลอวกาศปัจจุบันจะถูกลบล้างไปอย่างสิ้นเชิง แม้
จะอาศัยวิธีการจากอดีต จ้าวฉู่เวยจะไม่ตายโดยสมบูรณ์ แต่หากต้องการฟื้นฟู
ก็ต้องใช้เวลาอันไร้สิ้นสุด
“ข้าควรจะแข็งแกร่งกว่าจ้าวฉู่เวยเล็กน้อย”
หลินหยวนยิ้มกล่าว
“แข็งแกร่งกว่าเล็กน้อย?”
ในใจของหมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอื่นๆ สั่นสะท้าน
พวกพระองค์เข้าใจหลินหยวนเป็นอย่างดี ไม่เคยพูดเรื่องที่ไม่มั่นใจ ในเมื่อ
กล่าวว่าแข็งแกร่งกว่าเล็กน้อย เช่นนั้นคาดว่าจ้าวฉู่เวยผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง
พระองค์นั้น คงจะด้อยกว่าหลินหยวนจริงๆ
ขณะที่กำลังพูดคุยสัพเพเหระกับหมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
อื่นๆ อยู่นั้น
ร่างต้นของหลินหยวน กลับเริ่มยกระดับจิตสำนึกของตนเองขึ้นพยายาม
สัมผัสกับเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด
“อนันตทุกข์…”
หลินหยวนค่อนข้างอยากรู้เกี่ยวกับเส้นทางหลุดพ้นสายนี้นักอย่างไรเสียนี่
เป็นเส้นทางหลุดพ้นเพียงสายเดียวที่สามารถมองเห็นจุดสิ้นสุดได้
ดังนั้น
หลังจากก้าวเข้าสู่ระดับที่ 3 กลายเป็นจ้าวแห่งกาลเวลาแล้ว สิ่งแรกที่หลิน
หยวนทำ คือต้องการดูว่าทุกข์แรกของตนเองบนเส้นทางหลุดพ้นสายนี้คืออะไร
หึ่ง~ เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดจุติลงมา
เนื้อหาเกี่ยวกับการทดสอบทุกข์แรกของหลินหยวน หลั่งไหลเข้าสู่สมอง
“มุ่งหน้าไปยังห้วงมิติที่พิกัดนี้ระบุไว้ ใช้วิธีการชำระล้างอันพิเศษชำระล้าง
ห้วงมิติแห่งนี้ใหม่หมดจดอีกครั้ง?”
หลินหยวนตรวจสอบเนื้อหาการทดสอบทุกข์แรกของตนเอง
ส่วนวิธีการชำระล้างอันพิเศษ ก็ปรากฏขึ้นในจิตใจพร้อมกับการทดสอบ
ทุกข์แรก จ้าวฯ ปกติเพียงแค่ตรัสรู้แจ้งไม่กี่ปีก็สามารถฝึกฝนสำเร็จได้
“มิติจันทราทอง…” (มิติกิมเยว่ 金月维度)
ข้อมูลข่าวสารโดยละเอียดของห้วงมิติเป้าหมายปรากฏขึ้นในจิตใจของ
หลินหยวน
มิติจันทราทอง คล้ายคลึงกับมิติแม่น้ำสวรรค์จัดอยู่ในห้วงมิติส่วนน้อยที่ไม่
ต่อต้านสิ่งมีชีวิตจากภายนอก(มิติเทียนเหอ)
“ไม่มีการจำกัดเวลา”
“กลับไม่ยาก”
หลินหยวนคิดในใจ
ต่อให้มิติจันทราทองเหมือนกับความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลต่อต้าน
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาจากภายนอก
ด้วยวิธีการของจ้าวแห่งกาลเวลา จ่ายค่าตอบแทนก็สามารถหลอมรวม
เข้าไปได้
ยิ่งไปกว่านั้นมิติจันทราทองไม่ได้ต่อต้านภายนอก
และสำหรับการทดสอบของทุกข์นี้ ก็ไม่มีการจำกัดเวลาใดๆ
หลินหยวนมองดู ‘ห้วงเหวแห่งทุกข์’ ในพื้นที่ส่วนลึกที่สุดของห้วงเวลา
หมื่นมิติ รู้ดีว่าทุกข์มากมายล้วนมีการจำกัดเวลาที่เข้มงวด
หากไม่สำเร็จการทดสอบภายในเวลาที่กำหนด ก็ถือว่าล้มเหลว
“ว่ากันว่าทุกข์ในขั้นแรกสำหรับจ้าวฯ แล้ว ไม่นับว่ายาก ตอนนีดูเหมือนจะ
เป็นเช่นนั้นจริงๆ”
หลินหยวนพยักหน้าเล็กน้อย
อย่างน้อยทุกข์แรกที่เขาเผชิญ ดูเหมือนจะง่ายดายอย่างยิ่ง
“แต่ต่อให้ง่ายเพียงใด ก็ต้องปฏิบัติต่ออย่างจริงจัง”
หลินหยวนไม่มีความหมายดูแคลนแม้แต่น้อย ทุกข์แต่ละครั้งในอนันต
ทุกข์ ไม่ว่าง่ายหรือยาก
ขอเพียงล้มเหลว ย่อมต้องถูกเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎ
เกณฑ์สูงสุดลบล้าง
หลินหยวนไม่ต้องการให้ตนเองพลาดท่าในเวลาสำคัญ
เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุด เทียบเท่ากับการ
ดำรงอยู่ของกึ่งระดับ 14
หากมันลงมือลบล้างด้วยตนเอง ต่อให้สามารถใช้พลังต้นกำเนิดทำลาย
ขอบเขตต้านทานได้ แต่พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตที่ต้องใช้ ย่อมมากมาย
มหาศาลดุจภูเขาดุจทะเลอย่างแน่นอน พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตที่หลิน
หยวนสะสมไว้ในตอนนี้เกรงว่าจะไม่เพียงพออย่างยิ่ง
“ช่างเถอะ เอาร่างจริงไปสักเที่ยว”
ร่างต้นของหลินหยวนลุกขึ้น ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว หายไปในความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหล
หลายสิบปีต่อมา
หลินหยวนในที่สุดก็เดินทางมาถึงด้านนอกมิติจันทราทอง
ช่องว่างระหว่างมิติอันกว้างใหญ่ ต่อให้เป็นจ้าวฯ ในตำนาน ก็ไม่เคย
สำรวจไปจนถึงที่สุด
“นั่นคือมิติจันทราทอง?”
หลินหยวนสังเกตการณ์ห้วงมิติขนาดมหึมาที่อยู่ห่างไกลออกไป
“ถูกจ้าวแห่งกาลเวลาองค์หนึ่งยึดครองแล้ว?”
หลินหยวนสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ภายในมิติจันทราทองมีกลิ่นอายอัน
มหาศาลสถิตอยู่ มาจากจ้าวแห่งกาลเวลาองค์หนึ่ง
กาลอวกาศอดีต
ภูเขาชิงหยา
ร้านค้ากาลอวกาศ
สัตว์อสูรต่างดาวสิบสองตามองหลินหยวน ยิ้มกล่าว: “มิติจันทราทอง เป็น
อาณาเขตของจ้าวหลงสือ”
“จ้าวหลงสือ?”
สีหน้าหลินหยวนครุ่นคิด
หลังจากค้นพบว่ามิติจันทราทองถูกจ้าวฯ องค์หนึ่งยึดครองแล้วหลิน
หยวนก็ไม่ได้ผลีผลามลงมือ
หากสามารถใช้วิธีการ ‘สันติ’ ชำระล้างมิติจันทราทองได้ หลินหยวนย่อม
ต้องเลือกวิธีการ ‘สันติ’ อย่างแน่นอน
ใช้พลังบังคับแก้ไขปัญหาจ้าวหลงสือร? หลินหยวนไม่รู้แน่ชัดว่าจ้าวฯ ผู้นี้
ควบคุมมิติจันทราทองได้มากเพียงใด หากอีกฝ่ายสามารถทำให้มิติจันทราทอง
ทั้งผืนพังทลายดับสูญได้ในพริบตาเดียวล่ะ?
เช่นนั้น ต่อให้หลินหยวนแก้ไขปัญหาจ้าวหลงสือได้ แต่ไม่มีมิติจันทราทอง
ให้เขา ‘ชำระล้าง’ เช่นนี้มิใช่ว่าการทดสอบล้มเหลวรึ?
แน่นอนว่า ความเป็นไปได้เช่นนี้น้อยอย่างยิ่งยวด นอกจากจะเหมือนกับ
หลินหยวน หลอมรวมห้วงมิติแห่งหนึ่งโดยสมบูรณ์แล้ว หา
ไม่แล้ว ต่อให้จ้าวฯ ยึดครองห้วงมิติแห่งหนึ่งได้ ก็ไม่สามารถทำให้มันพัง
ทลายในพริบตาได้
และต่อให้จ้าวหลงสือมีวิธีการอื่นที่ทำให้มิติจันทราทองพังทลายในพริบ
ตาได้ หลินหยวนก็สามารถใช้พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตขัดขวางได้
แต่พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตมีค่าเพียงใด ย่อมต้องไม่ใช้หากไม่จำเป็น
“เหตุใดถึงถามเรื่องนี้รึ?”
เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศสอบถามอย่างอยากรู้
ตลอดหกหมื่นปีมานี้ หลินหยวนมักจะมาร้านค้ากาลอวกาศเพื่อซื้อ
ทรัพยากร จึงคุ้นเคยกับสัตว์อสูรต่างดาวสิบสองตาขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม สัตว์อสูรต่างดาวสิบสองตาไม่รู้ว่าหลินหยวนคือ ‘หยินเหอ’
ในห้วงเวลาหมื่นมิติ สถานที่รวมตัวของจ้าวฯ เช่นภูเขาชิงหยา การสอบถามตัว
ตนอย่างผลีผลามนั้นไม่สุภาพอย่างยิ่ง
ที่
ุ
ในสายตาของสัตว์อสูรต่างดาวสิบสองตา หลินหยวนยังคงเป็นจ้าวฯ ที่มี
ศักยภาพในอนาคตอย่างมาก
“ข้าต้องการยืมมิติจันทราทองใช้สักหน่อย” หลินหยวนกล่าว
ไม่ได้เปิดเผยว่ามิติจันทราทองเกี่ยวข้องกับการทดสอบอนันตทุกข์ของ
ตนเอง
“ยืมมิติจันทราทองใช้?”
เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศขมวดคิ้ว “จ้าวหลงสือผู้นั้นสภาพพิเศษอย่างยิ่ง
ไม่ใช่ว่าจะเข้าหาได้ง่ายๆ”
“สภาพพิเศษรึ?”
“เข้าหาไม่ง่าย?”
หลินหยวนมองสัตว์อสูรต่างดาวสิบสองตา
“เส้นทางหลุดพ้นที่จ้าวหลงสือเลือก คือ ‘อนันตภาวะกำเนิด’”
เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศ สัตว์อสูรต่างดาวสิบสองตาอธิบาย:
“ท่านก็รู้ เส้นทางหลุดพ้น ‘อนันตภาวะกำเนิด’ สายนี้นั้น เมื่อสำรวจไปถึง
ช่วงเวลาโบราณ อันตรายอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะเมื่อเผชิญหน้ากับร่องรอย
ตราประทับที่การดำรงอยู่ที่น่าสะพรึงกลัวบางตนทิ้งไว้…จึ๊ จึ๊…”
หลินหยวนตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ
กาลอวกาศอดีตมีความลับซ่อนอยู่มากมาย ยิ่งเป็นกาลอวกาศอดีตที่เก่า
แก่เท่าใด ก็ยิ่งแฝงความเสี่ยงอันใหญ่หลวง ภัยแห่งการหลงทางเป็นเพียงหนึ่ง
ในนั้น
สิ่งที่คาดการณ์ได้ยากยิ่งกว่าคือรอยประทับที่การดำรงอยู่โบราณทิ้งไว้
การดำรงอยู่โบราณเหล่านี้โดยพื้นฐานแล้วล้วนได้เห็นกระทั่งเข้าใกล้จุดสิ้นสุด
ของเส้นทางหลุดพ้นสายใดสายหนึ่งแล้ว แต่
ชั่
ยิ่
กลับดับสูญในชั่วขณะสุดท้าย ถูกเจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่ง
กฎเกณฑ์สูงสุดลบล้าง
เจตจำนงแห่งมรรคาวิถีอันยิ่งใหญ่แห่งกฎเกณฑ์สูงสุดจุติลงมาลบล้าง ต่อ
ให้เป็นจ้าวฯ ในตำนานที่แข็งแกร่งเพียงใดก็ต้องตาย ไม่มีโอกาสฟื้นคืนชีพ
อย่างแน่นอน แต่ความแค้นและจิตตกค้างทีหลงเหลืออยู่ของการดำรงอยู่ที่น่า
สะพรึงกลัวส่วนน้อยกลับยากที่จะสลายไป แต่กลับหลงเหลืออยู่ในกาลอวกาศ
อดีต
จ้าวฯ บนเส้นทางหลุดพ้น ‘อนันตภาวะกำเนิด’ สิ่งที่อันตรายที่สุดคือการ
เผชิญหน้ากับความแค้นและจิตตกค้างเหล่านี้ สถานเบาคือถูกมันส่งผลกระทบ
ควบคุม สถานหนักคือจิตวิญญาณและเจตจำนงทนรับไม่ไหวพังทลายลง
โดยตรง
“ได้รับผลกระทบจากจิตตกค้างช่วงหนึ่ง สภาพของจ้าวหลงสือบ้าคลั่ง
เวลาที่ได้สตินั้นไม่มาก ยากที่จะสื่อสาร” เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศกล่าว
“เป็นเช่นนี้นี่เอง”
หลินหยวนพลันเข้าใจกระจ่างแจ้งในใจ
จ้าวฯ ในตำนานจื่อกวงหัวเราะเยาะตนเองว่าจ้าวฯ นั้นน่าสงสารนัก ก็ไม่ไร้
เหตุผลจริงๆ เช่นจ้าวหลงสือนี้ยังสามารถรักษาความรู้สึกตัวพื้นฐานไว้ได้ ถือว่า
โชคดีแล้ว
“ท่านต้องการยืมมิติจันทราทองใช้สักหน่อย ข้าพอจะช่วยสื่อสารกับจ้าว
หลงสือได้บ้าง แต่คาดว่าคงต้องใช้ทรายแห่งกาลเวลาบ้าง”
เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศกล่าว
เกี่ยวข้องกับห้วงมิติแห่งหนึ่ง ย่อมไม่ใช่เรื่องที่จะได้มาเปล่าๆ
“ทรายแห่งกาลเวลาไม่ใช่ปัญหา”
ต่ำ
ชั่
หลินหยวนตอบกลับทันที: “ทรายแห่งกาลเวลาต่ำกว่า 5,000,000 ชั่ง ข้า
ล้วนยินยอม”
การเดินทางไปยังห้วงเวลาหมื่นมิติ ทำให้หลินหยวนร่ำรวยอย่างกะทันหัน
มีทรายแห่งกาลเวลาอยู่ในมือนับร้อยล้านชั่ง
“เช่นนั้นน่าจะสำเร็จได้”
เจ้าของร้านค้ากาลอวกาศพยักหน้า
ทรายแห่งกาลเวลา 5,000,000 ชั่ง การยืมมิติจันทราทองครั้งหนึ่งนั้น
เหลือเฟือแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสัตว์อสูรต่างดาวสิบสองตาออกหน้าให้
ด้านนอกมิติจันทราทอง
ณ ตำแหน่งที่หลินหยวนอยู่ พลันมีเจตจำนงสายหนึ่งจุติลงมารวมตัวเป็น
เงามายาของสัตว์อสูรต่างดาวสิบสองตา คือร่างอวตารของเจ้าของร้านค้ากาล
อวกาศนั่นเอง
“ข้าได้พูดกับจ้าวหลงสือแล้ว พระองค์จะออกมาคุยกับท่านด้วยตนเองใน
ภายหลัง”
สัตว์อสูรต่างดาวสิบสองตากล่าว
“อืม”
หลินหยวนพยักหน้า
ไม่นานนัก
มิติจันทราทองที่อยู่ห่างไกลพลันเกิดระลอกคลื่นขึ้น
เงามายามังกรดำ ขนาดมหึมาตนหนึ่งโผล่ออกมา
นึ่
“หลงสือ” สัตว์อสูรต่างดาวสิบสองตาก้าวออกไปหนึ่งก้าวทันทีปรากฏตัว
อยู่ใกล้กับเงามายามังกรดำ
หลินหยวนก็ก้าวตามขึ้นไป
“เรื่องราวโดยละเอียดข้าได้บอกกับท่านหมดแล้ว ท่านนี้คือผู้ซื้อ” สัตว์
อสูรต่างดาวสิบสองตาแนะนำหลินหยวน: “เพียงแค่ยืมมิติจันทราทองของท่าน
เป็นเวลาหนึ่งล้านปี ทรายแห่งกาลเวลา 500,000 ชั่งก็มากเกินพอแล้ว”
หลินหยวนเสนอราคาทรายแห่งกาลเวลา 5,000,000 ชั่ง สัตว์อสูรต่างดาว
สิบสองตาย่อมไม่นำออกมาโดยตรงทันที
“เจ้าต้องการใช้มิติจันทราทองทำสิ่งใด?” จ้าวหลงสือมองลงมายังหลิน
หยวน กลิ่นอายแฝงความบ้าคลั่งสับสนอยู่เลือนราง
“ข้าค่อนข้างสนใจการดำเนินไปของมหาเต๋าต้นกำเนิดภายในมิติจันทรา
ทอง ต้องการยืมมาเพื่อตรัสรู้แจ้งสักหน่อย” หลินหยวนหาข้ออ้างส่งๆ
“เช่นนี้รึ…” จ้าวหลงสือแสยะยิ้มกล่าว: “ทรายแห่งกาลเวลา 500,000 ชั่ง
น้อยเกินไป”
“เช่นนั้นท่านต้องการเท่าใด” หลินหยวนถาม
“ทรายแห่งกาลเวลา 50,000,000 ชั่ง ขาดไปชั่งเดียวก็ไม่ได้” จ้าวหลงสือ
จ้องมองหลินหยวน
“ทรายแห่งกาลเวลา 50,000,000 ชั่งรึ?” สัตว์อสูรต่างดาวสิบสองตาที่อยู่
ข้างๆ ตะลึงเล็กน้อย: “หลงสือ เจ้าบ้าไปแล้วรึ? ทรายแห่งกาลเวลา
50,000,000 ชั่ง? มิติจันทราทองของเจ้ายังไม่คุ้มค่าทรายแห่งกาลเวลามากถึง
เพียงนี้เลย”
“หลงสือ เห็นแก่หน้าข้า ทรายแห่งกาลเวลา 2,000,000 ชั่ง”
สัตว์อสูรต่างดาวสิบสองตากล่าวเสียงเข้ม
“เห็นแก่หน้าเจ้า?” จ้าวหลงสือค่อนข้างไม่อดทน “สือคง เจ้าคิดว่าเจ้าเป็น
ผู้ใด? กระทั่งจ้าวฯ ในตำนานก็ยังไม่ใช่ ยังจะมาให้ข้าเห็นแก่หน้าอีกรึ?”
น้ำเสียงของจ้าวหลงสือเริ่มบ้าคลั่งขึ้น: “ข้าคือจ้าวฯ กุยซวี ผู้ผ่านทุกข์ครั้ง
ที่ 300,001,000 ในช่วงสุดท้าย กำลังจะบรรลุการหลุดพ้น เจ้ามีสิทธิ์มาพูด
เรื่องหน้าตาใดกับข้ารึ?”
“จ้าวฯ กุยซวี?”
สัตว์อสูรต่างดาวสิบสองตาค่อนข้างจนปัญญา: “หลงสือ จ้าวฯกุยซวีดับ
สูญไปในกาลอวกาศอดีตอันไกลโพ้นนานแล้ว จิตวิญญาณและเจตจำนงของ
เจ้าในตอนนี้ได้รับผลกระทบจากจิตตกค้างที่จ้าวฯ กุยซวีทิ้งไว้ในกาลอวกาศ
อดีต รีบตื่นขึ้นมาเถิด”
“ข้าคือจ้าวฯ กุยซวี จ้าวฯ กุยซวีคือข้า”
จ้าวหลงสือหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง พระองค์จ้องมองหลินหยวนตรงๆ: “เจ้ามี
เพียงสองทางเลือก มอบทรายแห่งกาลเวลา 50,000,000 ชั่งออกมา ไม่ก็ไสหัว
ไปให้ไกลเท่าที่จะไกลได้!!!”