สหายวัยเยาว์ของจอมยุทธ์อันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 24 ราชินีกระบี่มาร (1)
เช้าวันเดียวกับที่กู่หยางชอนออกเดินทางไปมณฑลเสฉวนด้วยรถม้า
วีซอลอากำลังช่วยเหลืองานบ้านร่วมกับเหล่าผู้ดูแลภายในเรือนของตระกูลกู่ งานเหล่านี้เริ่มกลายเป็นสิ่งที่นางคุ้นเคย และนางก็ค่อยๆ รู้สึกสนุกกับมันมากขึ้น
การซักผ้าและทำความสะอาดเป็นสิ่งที่นางทำได้ดี แม้จะเป็นคนซุ่มซ่าม แต่นางกลับเก็บกวาดได้เรียบร้อยกว่าที่คิด จนเป็นที่รักของบรรดาคนรับใช้ในเรือน
แต่…เมื่อพูดถึงเรื่อง “ทำอาหาร” แล้วล่ะก็
‘…ซะ…ซอลอา! อย่าจับมีดแบบนั้น…!’
ปัง!
‘เร็วเข้า! รีบห้ามนางไว้ก่อนที่มือจะขาด!’
‘ให้ตายเถอะ! เขียงขาดเป็นสองท่อนแล้ว!’
‘ไฟ! รีบดับไฟก่อน!! แกดง รีบเอาน้ำมาเร็ว!’
‘ไม่ได้นะ! มะ มันฝรั่งกำลังจะไหม้แล้ว!!!’
วันนั้นเป็นที่เลื่องลือกันทั่วในหมู่ผู้ดูแลเรือนวีซอลอาซึ่งเคยเป็นที่รัก กลับต้องยืนกางแขนพิงกำแพงอยู่นานเป็นเค่อเพื่อเป็นบทลงโทษ
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น มีคำสั่งห้ามเด็ดขาดว่า “ห้ามให้วีซอลอาเข้าครัว!” แพร่สะพัดไปทั่วเรือน
นางรู้สึกเศร้าไปพักหนึ่ง แต่เมื่อได้รับคำปลอบโยนว่า “เมื่อโตกว่านี้จะสอนให้ใหม่” นางก็กลับมามีกำลังใจอีกครั้ง
◇◆
“ซอลอา! เอาผ้าซักไปให้ทีได้ไหม?”
“ค่ะ!”
เช้าวันนี้เหมือนกับทุกๆ วัน นางเริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดและซักผ้า
นางรวบเสื้อผ้าที่ซักเสร็จแล้วทั้งหมดไว้ในอ้อมแขนและเดินกลับไปยังเรือนพัก ทว่าระหว่างทาง นางสังเกตเห็นรถม้าคันหนึ่งจอดอยู่หน้าที่พัก
มันเป็นคันเดียวกับที่พวกเขาใช้เดินทางไปงานประชุมสมัชชาเก้ามังกรก่อนหน้านี้
‘อะไรกัน…?’
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีรถม้าอีกคันอยู่ข้างหลัง ท่าทางเหมือนจะเป็นการเดินทางไกล
ด้วยความสงสัย นางรีบเดินไปถามหนึ่งในผู้ดูแลเรือน
“พี่สาวฮงวา รถม้านั่นคืออะไรเหรอ?”
“อ้อ! คุณชายกำลังจะเดินทางไปเสฉวนล่ะ”
“เอ๋? คะ…คุณชายจะไปไหนนะ?”
“ใช่ พวกอาวุโสเลยรีบเตรียมรถม้าให้”
“อะไรนะ!? แล้วทำไมไม่มีใครบอกข้าเลย! ข้าเป็นคนรับใช้ติดตัวของเขานะ!”
“คงเพราะซอลอายังเด็ก และเพิ่งเริ่มงานได้ไม่นานล่ะมั้ง? อีกอย่าง เขาจะไปตั้งหนึ่งเดือนเต็มเชียวนะ”
“ห-ห-หนึ่งเดือน!?”
‘หนึ่งเดือน…? หนึ่งเดือนเลยเหรอ!?’
สายตาของวีซอลอาสั่นไหวอย่างรุนแรง
คุณชาย…ไม่อยู่หนึ่งเดือนเต็มเลยงั้นเหรอ?
‘…ไม่เป็นไรหรอกมั้ง?’
‘…ก็แค่หนึ่งเดือนเองนี่นา…’
แต่ทำไม…แค่คิดแบบนั้น หัวใจของนางกลับรู้สึกว่างเปล่าล่ะ?
วีซอลอาไม่เข้าใจเลย… ทำไมกันนะ? ทำไมถึงรู้สึกอึดอัดอยู่ลึกๆ ในใจ?
“คุณชาย…จะออกเดินทางเมื่อไหร่หรือคะ?”
“อืม… ถ้าข้าจำไม่ผิด พอคุณชายตื่นและอาบน้ำเสร็จ ก็คงออกเดินทางเลยล่ะ อีกไม่นานก็คงได้เวลาแล้วมั้ง?”
หากเป็นเช่นนั้น อีกเพียงไม่นานกู่หยางชอนก็คงจะตื่นขึ้นมาแล้ว…
วีซอลอายืนค้างไปชั่วขณะ สีหน้าดูสับสนราวกับถูกอะไรบางอย่างกระแทกเข้าเต็มแรง
ท่ามกลางความงุนงงนั้น หนึ่งในผู้ดูแลเห็นท่าทางของนางแล้วอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือมาลูบหัวเบาๆ อย่างเอ็นดู
“ซอลอา ถ้าซักผ้าเสร็จแล้ว ไปช่วยพี่สาวขนเสบียงที่คลังเก็บของกันเถอะ”
“ค-ค่ะ…”
“เอาขนมยักกวาไปกินไหม?”
“ค่ะ…!”
หลังจากตากผ้าเสร็จเรียบร้อย วีซอลอาก็ช่วยขนเสบียงไปยังรถม้าพร้อมกับเหล่าผู้ดูแลเรือน
“แค่นี้พอหรือยังนะ? การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลานานเลยนะ”
“คงต้องแวะซื้อตามทางอีกน่ะสิ”
“อืม… เดินทางกับคุณชายตั้งหนึ่งเดือน จะเป็นยังไงกันนะ”
“ว่าไปแล้ว ตั้งแต่ซอลอามาอยู่ที่นี่ คุณชายก็ดูอ่อนโยนลงไปบ้างนะ ว่าไหม?”
“นั่นสินะ เมื่อวันก่อน ตอนข้าทำความสะอาดแล้วบังเอิญไปกระแทกไหล่เขานิดหน่อย คุณชายยังถามเลยว่า ‘เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม?’”
“ให้ตายเถอะ! โดนชนแท้ๆ แต่เขาไม่โมโหเลยเหรอ?”
“ใช่! ไม่ใช่แค่ไม่โมโห ข้ายังไม่ได้โดนตบเลยด้วย!”
“สุดยอดไปเลย! ข้ารู้สึกว่าช่วงนี้การทำงานที่เรือนสบายขึ้นเยอะ… แบบนี้จะดีจริงๆ เหรอ?”
ระหว่างที่พวกนางพูดคุยไปเรื่อยเปื่อย รถม้าก็ค่อยๆ ถูกบรรจุเสบียงจนเต็ม
ขณะเดียวกัน วีซอลอาก็ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“พี่ฮงวา แล้วรถม้านี่ก็ไปกับคุณชายด้วยเหรอคะ?”
“ใช่แล้ว ตอนนี้เหลือแค่เตรียมเสื้อผ้าให้เขาอีกหน่อย…”
“ฮงวา! ท่านผู้อาวุโสสองมาแล้วนะ!”
“อ๊ะ! เข้าใจแล้ว! ซอลอา รีบไปกันเถอะ”
“ค่ะ…!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หนึ่งในผู้ดูแลก็รีบวิ่งไป วีซอลอาเองก็รีบก้าวเท้าตามไปติดๆ
แต่ทันใดนั้นเอง…
[รอเดี๋ยว]
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของนาง
วีซอลอาหยุดชะงัก
นางหันซ้ายหันขวา มองไปรอบตัวอย่างร้อนรน แต่กลับไม่พบใครสักคน
“ใ-ใครกัน?”
ไม่มีเสียงตอบกลับใดๆ
นางเริ่มสงสัยว่ามันอาจเป็นเสียงที่ดังมาจากรถม้า จึงค่อยๆ ปีนขึ้นไปมองด้านใน
ข้างในรถม้าเต็มไปด้วยเสบียง ไม่มีแม้แต่เงาของคน แต่มีพื้นที่ที่ใครสักคนอาจจะซ่อนตัวอยู่ได้
อย่างไรก็ตาม… มันกลับว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง!
ขณะที่วีซอลอากำลังจะออกจากรถม้า ทันใดนั้นก็รู้สึกได้ถึงแรงผลักเบาๆ ที่ด้านหลัง
“ว้ายย!”
นางถูกผลักให้ล้มลงไปข้างในรถม้าตุ้บ!
“โอ๊ย… เจ็บจัง…”
นางนั่งกุมเข่า รู้สึกปวดแปลบขึ้นมาทันที คงล้มลงกระแทกเข้ากับอะไรบางอย่าง
เมื่อนางหันขวับกลับไปมองข้างหลัง กลับพบเพียง…กองแครอท
ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลย
ความรู้สึกกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในใจนาง ซอลอาอยากรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด แต่ในขณะที่นางกำลังจะขยับตัว เสียงบทสนทนาจากภายนอกก็ดังเข้ามา
“เช่นนั้น เมื่อใดจึงจะออกเดินทางได้?”
เสียงของกู่หยางชอน
“เจ้าหนู ทุกอย่างข้าจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ออกเดินทางได้เลย!”
เสียงของผู้อาวุโสสอง
วีซอลอาหยุดชะงัก
ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว
‘ถ้าข้าแอบอยู่ตรงนี้… ข้าก็จะได้ไปเสฉวนกับคุณชายสินะ?’
นางมั่นใจในฝีมือการเล่นซ่อนหาของตัวเองมาก เพราะแม้แต่คุณปู่ของนางที่เก่งเรื่องตามหาสิ่งต่างๆ ยังหานางไม่เจอเวลาที่เล่นกัน
‘…จะลองแอบอยู่ที่นี่ดีไหมนะ?’
ความคิดชั่ววูบนี้แล่นเข้ามาในใจ แต่ในวินาทีต่อมา นางก็ส่ายหัวปฏิเสธตัวเองทันที
ไม่ได้เด็ดขาด!
นางจะไปโดยไม่บอกคุณปู่ไม่ได้!
อีกอย่าง… การต้องอยู่ห่างจากคุณปู่ถึงหนึ่งเดือนเต็ม มันก็น่ากลัวเกินไป…
วีซอลอาเม้มปากแน่น ตั้งใจว่านางจะรออยู่ที่นี่อย่างเรียบร้อย อีกไม่นานคุณชายก็ต้องกลับมาเอง…
แต่ทันใดนั้น
[รอเดี๋ยว]
เสียงเดิมดังขึ้นมาอีกครั้ง
“อ๊ะ…!”
นางตกใจจนทรุดลงนั่งอีกครั้ง
‘ใ-ใครกัน!?’
นางถามในใจ แต่ก็ยังคงไม่ได้รับคำตอบ
เสียงนี้… นางรู้สึกเหมือนเคยได้ยินมันที่ไหนมาก่อน แต่กลับนึกไม่ออก
“เอาล่ะ! ออกเดินทางกันเถอะ!”
“เดี๋ยวสิ! ทำไมถึงรีบออกขนาดนี้”
ฮี่-ฮี้นน!
เสียงม้าร้องดังขึ้น รถม้าเริ่มเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ย!?”
วีซอลอาตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
นางหันขวับไปที่ทางออก แต่มันสายไปแล้ว
รถม้ากำลังเคลื่อนออกไปจากเรือนตระกูลกู่ไกลขึ้นเรื่อยๆ!
‘มะ…ไม่นะ! ข้าควรทำยังไงดี!?’
นางพยายามคิดหาทางออก ทว่ายังไม่ทันจะได้ตั้งสติ…
ลูบ
ใครบางคนลูบหัวนางเบาๆ
…มือที่สัมผัสนางอ่อนโยนและนุ่มนวล
วีซอลอาควรจะกรีดร้องออกมาแท้ๆ แต่กลับรู้สึกว่าเปลือกตาของนางหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ
ความง่วงถาโถมเข้าใส่โดยไม่มีเหตุผล
และก่อนที่นางจะหลับตาลง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา…
[ขอโทษนะ ฝากด้วยล่ะ]
เมื่อวีซอลอาลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งแรกที่นางเห็นคือกองแครอทจำนวนมากอยู่ตรงหน้า
และเมื่อเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็พบว่าขณะนี้เป็นเวลากลางคืนแล้ว…
◇◆
“สรุปก็คือ…”
หลังจากฟังคำอธิบายทั้งหมดจากวีซอลอากู่หยางชอนก็เอ่ยถามขึ้นช้าๆ
“เจ้าหลงกลวิญญาณร้าย แล้วบังเอิญมาติดอยู่บนรถม้า… ดังนั้น มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าเลยสินะ?”
“ใช่ค่ะ! ใช่เลยค่ะ!”
“…แล้วแครอทพวกนั้นล่ะ?”
“…ข้า…หิวค่ะ… และมันเป็นสิ่งเดียวที่ข้าเห็น…”
“…เฮ้อ”
เสียงถอนหายใจลึกๆ ดังออกมาจากปากของกู่หยางชอน
วีซอลอาค่อยๆ หันหน้าหลบสายตาเขาอย่างรู้สึกผิด
ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกำหมัดแน่น
“…นี่มัน…”
“เอ๋…?”
ตุบ!
กำปั้นลุ่นๆ ของเขากระแทกลงบนกลางศีรษะของนาง
“ว้ายยย!!”
วีซอลอาร้องออกมาพลางกุมหัวตัวเอง พร้อมกับทรุดลงไปกับพื้น
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย…?
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าของกู่หยางชอนก็คือ เด็กสาวจอมป่วนที่กำลังร้องโอดโอยอยู่ตรงพื้น
เขาควรทำยังไงกับนางดี?
ที่สำคัญ… นางแอบขึ้นรถม้ามาได้ยังไงกัน?
ถึงแม้จะรีบออกเดินทางก็เถอะ แต่ก็ไม่น่าจะมีใครเล็ดรอดเข้าไปได้ง่ายๆ
ในเมื่อจักรพรรดิกระบี่สวรรค์มีพลังลึกล้ำปานนั้น ถ้าเขาอยากจะมองให้ทั่วเรือนตระกูลกู่ มันคงไม่ใช่เรื่องยากเลย
แบบนั้น… เขาก็น่าจะรู้ว่าวีซอลอาแอบขึ้นรถม้ามาด้วยสินะ?
“อูยยย… เจ็บจังเลยค่ะ…”
“ข้าตั้งใจให้เจ็บอยู่แล้ว ยัยตัวแสบ”
ไม่ใช่แค่นางไม่บอกอะไรล่วงหน้า การเดินทางครั้งนี้ก็เร่งรีบเกินกว่าที่จะมาไล่ตรวจสอบทุกอย่างได้ละเอียด
“แล้วเจ้าจะตามข้ามาทำไมกัน?”
“ข้าไม่ได้ตั้งใจจะตามมาสักหน่อย! ข้าบอกแล้วว่ามีผี”
ก่อนที่วีซอลอาจะได้พูดจบ กู่หยางชอนก็ทำท่าจะยกกำปั้นขึ้นมาอีกครั้ง
“ขอโทษค่ะ!!”
นางรีบยกมือขึ้นป้องหัวตัวเองทันที
เห็นท่าทางน่าสงสารของนางแล้ว กู่หยางชอนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เขากดมือลงช้าๆ
จะทำยังไงกับนางดี? ส่งกลับไปไหม?
แต่การกลับไปตระกูลกู่ไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้ เพราะพวกเขาเดินทางมาไกลเกือบครึ่งวันแล้ว
ถ้าจะให้นางเดินกลับเองก็ต้องใช้เวลาหลายวัน
…แต่มันก็เสี่ยงเกินไปที่จะปล่อยให้นางไปลำพังแบบนั้น
ระหว่างที่เขากำลังครุ่นคิด สีหน้าของเขาคงดูยุ่งยากใจมาก เพราะวีซอลอาก็รีบคว้าแขนเสื้อของเขาไว้แน่น!
“ขะ-ข้าขอไปด้วยไม่ได้จริงๆ เหรอคะ…? ข้าทำงานเก่งนะ! ข้าจะตั้งใจทำงานให้เต็มที่เลย ได้โปรดให้ข้าติดตามไปด้วยเถอะ คุณชาย…”
“การเดินทางครั้งนี้ใช้เวลานานนะท่านปู่วีคงเป็นห่วงเจ้าแย่”
“ท่านปู่บอกว่าถ้าข้าตั้งใจเชื่อฟังคุณชาย ข้าจะทำอะไรก็ได้ค่ะ!”
…เดี๋ยวนะ ประเด็นสำคัญคือเจ้าไม่ได้ฟังข้าอยู่ตอนนี้เลยนะ!
“พวกคนรับใช้ที่เดินทางไปด้วยจะต้องลำบากขึ้นนะถ้าต้องดูแลเจ้าอีกคน…”
ขณะพูด กู่หยางชอนก็เหลือบมองคนอื่นๆ เพื่อขอความเห็น แต่แววตาของพวกเขาดูแปลกไป
‘สู้เขานะ ซอลอา! ขออีกนิดเดียว!’
‘เฮ้อ… อย่างน้อยถ้ามีซอลอาไปด้วย ข้าก็คงอุ่นใจขึ้นเยอะ…’
ดวงตาพวกเขาสื่อความหมายเช่นนั้นออกมาอย่างชัดเจน
‘…นี่ข้ากลายเป็นตัวร้ายไปแล้วสินะ?’
กู่หยางชอนยกมือขึ้นลูบหน้าอย่างอ่อนใจ
ทำไมทุกอย่างถึงได้ยุ่งเหยิงไปหมด? ทำไมทุกอย่างถึงไม่เป็นไปตามที่คิดไว้เลย?
“ตกลงเจ้าแอบขึ้นรถม้ามาทำไมกันแน่?”
วีซอลอาเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเอ่ยตอบด้วยเสียงเบาๆ
“…ข้าไม่สบายใจค่ะ พอคุณชายไม่อยู่ ข้ารู้สึกอึดอัด… เหมือนมีบางอย่างขาดหายไป…”
ดวงตาของนางเริ่มคลอไปด้วยน้ำตา
เมื่อได้ยินแบบนั้น กู่หยางชอนก็รู้สึกจั๊กจี้แปลกๆ ในใจ
แต่ในขณะเดียวกันก็อดสงสัยไม่ได้
ทำไมวีซอลอาถึงยึดติดกับเขานัก?
หากย้อนกลับไปคิดดู สิ่งเดียวที่เขาเคยทำให้นางในชีวิตนี้ก็คือแบ่งขนมยักกวาให้ที่ตลาด
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาพยายามไม่ให้ความสนใจนางมากเกินไปด้วยซ้ำ
แล้วทำไมกัน…?
มันไม่ใช่ความรักแน่นอน หรือหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็คงเป็นเพียงความผูกพันของเด็กสาวตัวน้อย ที่พอเวลาผ่านไปก็คงจางหายไปเอง
…มันควรจะเป็นแบบนั้น
วีซอลอามองเขาด้วยดวงตาสั่นระริก มือเล็กๆ กำชายเสื้อเขาแน่นคล้ายแมวตัวน้อยที่พลัดหลงจากบ้าน
นางค่อยๆ เบะปาก ดวงตาเริ่มแดงก่ำ
…แต่ไม่ได้เด็ดขาด!
กู่หยางชอนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด
เขาจะพานางไปไม่ได้
ไม่มีใครรู้เลยว่าเสฉวนจะมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นบ้าง มันเสี่ยงเกินไปที่จะให้วีซอลอาติดตามไปด้วย
เขาต้องหาทางส่งนางกลับไป อาจจะให้ผู้คุ้มกันนำนางเดินทางกลับ หรือให้ทางตระกูลกู่ส่งคนมารับนางกลับ
เขาจะไม่ปล่อยให้ตัวเองถูกวีซอลอาก่อกวนได้อีก!
ไม่ใช่เพื่อสิ่งนี้ที่เขาย้อนเวลากลับมา!
กู่หยางชอนตั้งใจแน่วแน่ ใช้เสียงที่หนักแน่นเอ่ยกับนาง
“…ถ้าเจ้าก่อเรื่อง ข้าจะส่งเจ้ากลับทันที”
…ไอ้บื้อเอ๊ย
ทันทีที่พูดจบ เขาก็รู้ว่าตัวเองพลาดไปแล้ว