สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน - บทที่ 28 เรื่องแค่นี้เจ้าต้องช่วยพี่สะใภ้นะ
- Home
- สามีข้าละกิเลสแต่ไฉนข้ากลับมีลูกหัวปีท้ายปีถึงสามคน
- บทที่ 28 เรื่องแค่นี้เจ้าต้องช่วยพี่สะใภ้นะ
บทที่ 28 เรื่องแค่นี้เจ้าต้องช่วยพี่สะใภ้นะ
ลู่เจินเจินเลิกคิ้วสูงทันทีที่ได้ยิน “นางพูดเช่นนั้นจริงหรือ?”
รุ่ยเชียงพยักหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความตึงเครียด
“สะใภ้สี่ แล้วพวกเราจะทําอย่างไรดีเจ้าคะ? บ่าวว่านางเป็นพวกกิน
บนเรือนขี้รดบนหลังคาชัดๆ
คิดว่าไปเกาะขาสะใภ้ใหญ่แล้วจะทําตัว กําเริบเสิบสานได้ร้! คนแบบนี้เก็บไว้ข้างกายไม่ได้แล้วนะเจ้าคะ…
ลู่เจินเจินครุ่นคิดครู่หนึ่ง “อย่างไรเสียหูมามาก็ดูแลท่านสี่มาตั้งหลาย
ปี ถึงไม่มีความดีความชอบแต่ก็มีความเหนื่อยยาก คงต้องจับให้ได้คาหนังคา เขาเสียก่อน ถึงจะไล่คนออกไปได้! เจ้าส่งคนไปจับตานางไว้ให้ดี ดูชี้ว่านาง กับทางสะใภ้ใหญ่กําลังวางแผนอะไรกันอยู่?”
รุ่ยเชียงคําหมัดแน่นด้วยความฮึกเหิม “สะใภ้สี่วางใจได้เลยเจ้าค่ะ บ่า วจะให้คนเฝ้านางไม่ให้คลาดสายตาเชียว!”
หลังจากสั่งการเสร็จ ลู่เจินเจินก็กําชับให้โม่ลี่กับไห่ถึงคอยระแวด ระวังเรื่องในเรือนให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน กลัวว่ามามาจะใช้ วิธีสกปรก แอบโรยขี้เถ้าหรือถ่มน้ําลายลงในอาหาร ซึ่งนั่นคงเป็นเรื่องที่น่า
สะอิดสะเอียนเกินทน
โม่ลี่กับในถังเดิมทีก็ไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้น พอได้ยินลู่เจินเจินพูด
ขึ้นมา ก็พากันพะอืดพะอม รีบรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะดูแลอย่าง เคร่งครัด
เมื่อจัดการเรื่องทางนี้เสร็จ ลู่เงินเงินจึงไปสมทบกับหลานชื่อที่เรือน เพื่อไปคารวะเช้าที่เรือนรุ่ยเชวียนพร้อมกัน
เช่นเดียวกับทุกวัน หลังจากปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าไปทานมื้อเช้า
เสร็จ ขณะที่ทุกคนกําลังจะแยกย้ายกันกลับ
นายหญิงใหญ่จีนชื่อก็ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงมากลางวง “เจ้าสี่เองก็
แต่งเมียแล้ว พี่น้องรุ่นพวกเขาก็ออกเรือนมีครอบครัวกันหมด พวกเราที่ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ สมควรจะวางใจพักผ่อนเสพสุขกันได้เสียที”
“ช่วงนี้คนในจวนโหวมากหน้าหลายตา เรื่องราวจุกจิกวุ่นวาย อาศัย แค่สะใภ้ใหญ่คอยดูแลจัดการอยู่คนเดียว วันๆ ยุ่งจนเท้าแทบไม่ติดพื้น ข้า
เห็นแล้วยังเหน็อยแทน
“อีกทั้งสะใภ้รอง สะใภ้สาม และสะใภ้สี่ ต่างก็เป็นเด็กดี ข้าจึงคิดว่า มี สู้ให้พวกนางทั้งสามมาช่วยสะใภ้ใหญ่แบ่งเบาภาระ ให้สะใภ้ใหญ่ได้พักหายใจ
หายคอบ้างจะดีหรือไม่
สิ้นคํากล่าวนี้ ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น ดวงตาของจ้าวชื่อลุกวาวขึ้นมา ก่อนใครเพื่อน อ้านาจดูแลเรือน… นางอยากได้จนตัวสั่นมานานแล้ว
แต่นางก็รู้อยู่แก่ใจว่า หนึ่งนางเป็นสะใภ้บ้านสาม อย่าว่าแต่มีหูชื่อ ขวางอยู่เลย ต่อให้ไม่มีหูชื่อ ชุนชื่อกับลู่เงินเงินก็มีความชอบธรรมมากกว่า นางอยู่ดี
เพราะสามีของนางเป็นลูกอนุภรรยาเพียงคนเดียวในจวน
ทุกวันเห็นหูชื่อดูแลจวน นอกจากจะมีบริวารห้อมล้อมหน้าหลังมาก มาย แม้แต่บ่าวอาวุโสที่คุมงาน หรือสาวใช้คนสนิทข้างกายของฮูหยินผู้เฒ่า และเหล่าฮูหยินท่านอื่นๆ เมื่อเห็นหูชื่อต่างก็พากันพินอบพิเทาเอาอกเอาใจ เป็นอย่างยิ่ง ทําให้นางรู้สึกอิจฉาตาร้อนเหลือเกิน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าการดูแลบ้านนั้นสามารถหาเศษหาเลยได้ หู
ชื่อดูแลจวนมาตั้งหลายปี สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่านางกอบโกยเข้ากระเป๋าตัวเอง ไปเท่าไหร่แล้ว
นางไม่ได้โลกมาก ขอแค่แบ่งอํานาจดูแลจวนให้นางสักนิด นาง สาบานว่าจะไม่ลุ่มหลงในอํานาจ ขอแค่ได้กอบโกยเศษเงินเล็กๆ น้อยๆ มาจุน เจือครอบครัวตัวเองก็พอ
นางจึงรีบลุกขึ้นยืน พูดด้วยความตื่นเต้นทันทีว่า “ฮูหยินผู้เฒ่า นาย
หญิง ข้ายินดีช่วยแบ่งเบาภาระพี่สะใภ้ใหญ่เจ้าค่ะ”
สีหน้าของหูชื่อดูไม่ค่อยสู้ดีนัก พอเห็นจ้าวชื่อกระตือรือร้นออกนอก
หน้าเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่อย่างไม่สบอารมณ์
จีนชื่อนวดขมับ ยิ้มพลางหันไปมองชุนชื่อและลู่เงินเงิน
“แล้วพวกเจ้าสองคนเล่า?”
หูชื่อหันมามองตาม ชุนชื่อสั่งเลอยู่ครู่หนึ่ง นางไม่อยากเข้าไปยุ่งวุ่น
วายด้วยเลย
ทว่าฉินชื่อกลับรีบเอ่ยปากแทนทันที “ในเมื่อป้าสะใภ้ใหญ่ของเจ้าเอ่ย
ปากแล้ว เจ้าก็ช่วยพี่สะใภ้ใหญ่เขาหน่อยเถอะ”
เมื่อฉินชื่อรับปาก ชุนชื่อต่อให้ไม่อยากรับก็ปฏิเสธไม่ได้ ได้แต่พยัก
หน้าอย่างไม่เต็มใจ แต่ก็ออกตัวไว้ก่อนว่า
“ข้าไม่เคยดูแลเรือนมาก่อน ไม่กล้ารับผิดชอบงานใหญ่เจ้าค่ะ หากพี่ สะใภ้ใหญ่ต้องการให้ข้าช่วยดูแลบ่าวไพร่ หรือช่วยดูแลเด็กๆ ในจวนก็พอได้ เจ้าค่ะ เรื่องอื่นข้าคงช่วยไม่ไหว
ชุนชื่อเพียงแต่วางตัวสูงส่งจนไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลกที่
น่าเบื่อเหล่านี้ ทว่านางไม่ได้โง่
นางรู้ดีว่าอําานาจการดูแลจวนโหวนี้ หูชื่อถือเป็นของในกํามือตน ห้าม
ใครมาแตะต้องไปแล้ว
การจะแย่งอ้านาจจากมือนางในตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับการ
แย่งอาหารจากปากเสือ [1] วันหน้าจวนโหวแห่งนี้อย่างไรก็ต้องตกเป็นของ บ้านใหญ่ นางที่เป็นคนบ้านรองจะไปหาเรื่องให้คนเขาเกลียดขี้หน้าทําไม
แล้ว
มีผู้ขอรับงานที่สบายที่สุด และดูไม่มีพิษภัยที่สุดไปเสียจะดีกว่า แล้วก็เป็นดังคาด หูชื่อเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
ตอนนี้สายตาของทุกคนพุ่งเป้ามาที่ลู่เจินเจิ้น เหลือแค่นางคนเดียว
หลานชื่อพยายามส่งสายตาให้ลู่เงินเงินอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่
กลับถูกฉิน อยิ้มขัดจังหวะเสียก่อน “น้องสะใภ้สาม เจ้าเป็นอะไรไปหรือ?
เจ็บตาหรืออย่างไร?”
หลานชื่อฝืนยิ้มบางๆ “ตื่นมาเมื่อเช้าหนังตากระตุกไม่หยุดเลย ไม่รู้
ว่าจะเป็นลางดีหรือลางร้าย”
“อ้อ? ตาซ้ายกระตุก หรือว่าตาขวาล่ะ?” ฉินชื่อถาม
หลานชื่อขมวดคิ้ว “ตาขวากระตุก ในใจเลยรู้สึกหวั่นๆ กลัวจะมีเรื่อง
ไม่ดีเกิดขึ้น”
ลู่เจินเจินกําลังจะเอ่ยปากแสดงความห่วงใยหลานชื่อ แต่กลับถูกหู
ชื่อขัดขึ้นเสียก่อนด้วยใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม
“น้องสะใภ้สี่ ตอนนี้เหลือแค่เจ้าแล้วนะ เจ้าอย่าได้ปฏิเสธเชียว อย่า
มาอ้างว่าดูแลบ้านไม่เป็นล่ะ!”
“ข้ารู้มาหมดแล้ว ช่วงนี้อาสะใภ้สามพาเจ้าติดสอยห้อยตามสอนงานดู แลบ้านตลอด ได้ยินว่าน้องสะใภ้สี่หัวไวเรียนรู้เร็ว ทําเอาอาสะใภ้สามเอ่ยชม
ไม่ขาดปากเลยทีเดียว!”
“ในเมื่อน้องสะใภ้สี่มีความสามารถถึงเพียงนี้ ก็ต้องช่วยพี่สะใภ้หน่อย
นะ! เจ้าก็รู้ ตั้งแต่ข้าคลอด เยว่เจี่ยเอ๋อร์ แล้วร่างกายก็ไม่ค่อยแข็งแรง ยิ่ง ช่วงนี้รู้สึกอ่อนเพลียลงทุกวัน เชิญหมอหลวงมาตรวจก็บอกว่าเลือดลม พร่อง ต้องพักผ่อนบําารุงร่างกายให้ดี ห้ามตรากตรําหรือครุ่นคิดเรื่องจุกจิก
มากเกินไป”
“ข้าถึงได้แบกหน้าไปขอร้องฮูหยินผู้เฒ่าและแม่สามี อยากให้น้อง สะใภ้มาช่วยแบ่งเบาภาระ ดูแลบ้านแทนสักระยะหนึ่ง ให้ข้าได้พักผ่อนอู้งาน บ้างสักนิด แล้วค่อยกลับมารับช่วงต่อภายหลัง”
“น้องสะใภ้สี่ เจ้าก็รู้ ข้าแต่งงานกับพี่ใหญ่ของเจ้ามาตั้งหลายปี ทว่า กลับมีเพียงเยว่เจี่ยเอ๋อร์ที่เป็นลูกสาวเพียงคนเดียว และลูกสาวจาก อนุภรรยาอีกคน ยังไม่มีลูกชายสืบสกุลเลย ตอนนี้อาศัยยามที่อายุยังไม่มาก นัก ก็อยากจะบําารุงร่างกายให้แข็งแรงเพื่อจะได้มีน้องชายให้เยว่เจี่ยเอ๋อ สัก คน…. น้องสะใภ้สี่ ความช่วยเหลือเพียงเท่านี้ เจ้าคงจะช่วยพี่สะใภ้ได้กระมัง?” หูชื่อพูดจาได้ชาบซึ้งกินใจยิ่งนัก โดยเฉพาะยามที่เอ่ยถึงความ ปรารถนาที่จะมีบุตรชาย ขอบตาของนางถึงกับแตงระเรื่อดูน่าสงสารจับใจ คราวนี้แม้แต่หลานชื่อเองก็ถึงกับพูดไม่ออก เพราะสิ่งที่หูชื่อกล่าวนั้นล้วน เป็นความจริงที่มีอาจปฏิเสธได้
ยามนี้นางและฟูจือเงี่ยนมีเพียงเยว่เจี่ยเอ๋อร์ที่เป็นบุตรสาวภรรยา
เอก และบุตรสาวจากอนุภรรยาอีกคน ทว่าทายาทรุ่นที่สี่ของจวนโหวคน อื่น ๆ กลับมีบุตรชายกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็น เหวยเกอเอ๋อร่’ ของชุนชื่อ สะใภ้รอง หรือ หลุนเกอเอ๋อร่’ ของจ้าวชื่อ และยังมี เงี่ยเกอเอ๋อร์’ ที่เกิต จากอนุของฟูจือหมิงอีกคน
หูชื่อย่อมต้องร้อนใจเป็นธรรมดา เมื่อสามปีก่อนนางเคยตั้งครรภ์ ทว่าพอได้ห้าหกเดือนกลับต้องแท้งไป ซึ่งทารกในครรภ์นั้นเป็นเพศชายเสีย ด้วย นับแต่นั้นมาหูชื่อก็ไม่ตั้งครรภ์อีกเลย ในเมื่อนางยกเอาเหตุผลเรื่อง การสืบทอดทายาทมาอ้าง ไม่ว่าจะพิจารณาในแง่ของน้ําใจหรือเหตุผลก็ยาก ที่จะปฏิเสธได้ลงคอ
“หากข้ามีวาสนาได้บําารุงร่างกายจนมีน้องชายให้เยว่เจี่ยเอ๋อร์ได้
จริงๆ ไม่ใช่แค่เยว่เจี่ยเอ๋อร์ที่จะขอบคุณเจ้า แต่ตัวข้าและพี่ชายใหญ่ของเจ้า ก็จะซาบซึ้งในบุญคุณของเจ้าไปชั่วชีวิต”
หูชื่อเห็นสีหน้าหลานชื่อเริ่มคล้อยตาม จึงรีบเติมเชื้อไฟเข้าไปอีก กอง จัดการมัดมือชกลู่เจินเจินอย่างรวดเร็วทันที
พอคําพูดนี้หลุดออกมา ฉินชื่อก็ช่วยพูดสนับสนุนหูชื่ออีกแรง “นั่นสิ สะใภ้สี่ พี่สะใภ้ใหญ่ของเจ้าจริงใจอยากให้พวกเจ้าช่วยดูแลบ้านขนาดนี้ เจ้าก็
อย่าปฏิเสธเลย”
ลู่เจินเง็นระบายยิ้มอย่างขัดเป็น “มิใช่ว่าข้าไม่อยากรับคําไหว้วานของ พี่สะใภ้ใหญ่หรอกเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้าเจียมเนื้อเจียมตัวและรู้จักประมาณตน
สองสามวันมานี้แม้จะได้ติดตามท่านแม่เรียนรู้งานบ้าง แต่ก็ได้เพียงผิวเผิน
นัก ขนาดเรือนทิงเบาของตัวเอง ข้ายังจัดการได้ไม่เข้าที่เข้าทางเลย แล้วจะ กล้าแบกรับงานใหญ่โตของจวนโหวได้อย่างไรกัน”
“หากข้าท้าพลาด ชื่อเสียงของข้าเสียหายนั้นยังเป็นเรื่องเล็ก
ทว่า
หากความผิดพลาดนั้นพลอยทําให้ชื่อเสียงของจวนโหวต้องมัวหมอง นั่น
ย่อมเป็นเรื่องใหญ่ที่ข้ามีอาจชดใช้ได้เจ้าค่ะ”
“อีกอย่าง มิใช่ว่าข้าจะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมช่วย แต่พี่สะใภ้ใหญ่ไยต้อง มองข้ามคนใกล้ไปหาคนไกลด้วยเล่า? มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ตั้งสามองค์ ประทับอยู่ตรงหน้าท่านแท้ ๆ ท่านกลับไม่ไปกราบไหว้ แต่จะมาอ้อนวอนขอ ร้อง ‘เด็กรับใช้หน้าแท่นพระ [2] อย่างข้าไปทําไมกัน?”
“เพียงแค่พี่สะใภ้ใหญ่เอ่ยปากขอความเมตตาจากฮูหยินทั้งสามท่าน
มีหรือที่พวกท่านจะนิ่งดูดายได้ลงคอเจ้าคะ?”
ลู่เงินเงินโยนบอลส่งกลับคืนให้หูชื่ออย่างสวยงาม
เชิงอรรถ
- FIFA แย่งอาหารจากปากเสือ หมายถึง การทําสิ่งที่ อันตรายมาก หรือยากมากที่จะสําเร็จ 2.^ #รับ คือเด็กชายที่คอยปรนนิบัติเทพเจ้าหรือพระ