สู่ชีวิตนิรันดร์ - บทที่ 19 กายาไม่แตกสลาย
บทที่ 19 กายาไม่แตกสลาย
โหลวอวี้ตี๋ดูจะเป็นคนเดียวที่ดูสนุกสนาน คิดในใจว่าเหลียงเฟยคนนี้หยิ่งผยองเกินไป ครั้งนี้คงจะได้สิ้นชื่อแน่นอน
เหลียงเฟยต้องเผชิญกับคลื่นแห่งการโจมตีอย่างต่อเนื่อง แม้ร่างกายจะมีความทนทานสูง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีขีดจำกัด ในตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกว่าจะรับไม่ไหวแล้ว
มองดูคนทั้งยอดฝีมือทั้งสี่คน เหลียงเฟยกัดฟันกรอดด้วยความหนักใจ
คงต้องใช้ศาสตร์บงการสวรรค์จริง ๆ!
ทว่าเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีก เมื่อคลื่นการโจมตีจากคนทั้งสี่คนที่กำลังจะถาโถมเข้ามา เหลียงเฟยกลับรู้สึกถึงสิ่งแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของเขา
ลมปราณในร่างของเขาก็ถูกกระตุ้นให้วิ่งพล่านโดยพลัน มันพุ่งออกไปรับการโจมตีที่กำลังพุ่งเข้ามาแทนเขา ทำให้ข้าไม่รู้สึกเจ็บปวดกับการโจมตีที่เข้ามาเลย
เสียงระฆังหง่างเหง่งดังขึ้นภายในหัว
หลังจากความรู้สึกประหลาดนี้ดำเนินไปสักพัก ข้าก็ได้ยินเสียงระฆังแห่งวัดโบราณดังขึ้นภายในหู
ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น
ทุกคนที่อยู่ในที่นี่ต่างก็มองดูด้วยความสงสัย ในใจหนักแน่นว่าบริเวณนี้ไม่มีวัดใดอย่างแน่นอน และไม่เคยมีผู้ใดได้ยินเสียงระฆังในที่แห่งนี้มาก่อน
เย่เทียนฉงเป็นคนแรกที่ฟื้นสติ แต่ถึงอย่างนั้นขนาดระดับแม่ทัพที่เคยนำกำลังพลนับล้านในสงครามครั้งก่อนก็ยังต้องร้องอุทานออกมาด้วยความตื้นตันใจ
เด็กคนนี้จะเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!
เขาอ้าปากค้างอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะร้องออกมา “ไม่แตกสลาย! ข้าได้เห็นร่างกายที่ไม่แตกสลายด้วยตาตนเองแล้ว! คำบอกเล่าเป็นความจริง เมื่อฝึกฝนรากฐานจนมาถึงระดับหนึ่งได้ ก็จะบรรลุถึงกายาไม่แตกสลาย!”
กายาไม่แตกสลาย!
เซียวหนิงเสวี่ยตื่นเต้นจนไม่อาจควบคุมน้ำตาตนเองได้จนมันไหล่เอ่อออกมา
ลุงหัวยิ้มแห้ง ๆ
เมื่อโหลวอวี้ตี๋ได้ยิน เขาก็งงงันไปทันที บางทีต่อให้เป็นในฝันเขาก็ไม่อาจจะเชื่อได้ว่าเหลียงเฟยผู้มีฝีมือในระดับต่ำนั้นจะสามารถบรรลุกายาไม่แตกสลายที่มีอยู่เพียงในตำนานเท่านั้นได้!
คุณชายโหลวผู้หยิ่งยโสและดื้อรั้น จึงเหี่ยวเฉาเช่นมะเขือเทศที่ถูกน้ำค้างแข็งกระทบ
โดยไม่รู้ตัว โหลวอวี้ตี๋เอนตัวเข้าหาร่างของบิดา แต่เขาก็ต้องพบว่าผู้เป็นบิดาของเขานั้นก็ตกตะลึงจนเงียบนิ่งไปเหมือนกัน!
ในเวลานั้นเอง โหลวอวี้ตี๋จึงรู้ว่านอกจากบิดาแล้ว ยอดฝีมือทั้งหมดของตระกูลโหลว รวมถึงผู้ฝึกวิชาธรรมดา ต่างก็ตกตะลึงจนลืมเรื่องศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าไปหมดสิ้น
เมื่อเขามองไปที่เหลียงเฟยอีกครั้ง เขาก็ต้องยอมรับว่านี่มันอัศจรรย์จริง ๆ!
ยอดฝีมือทั้งสี่ยิ่งโกรธแค้นมากขึ้น พวกเขาร่วมแรงกันในการสร้างการโจมตีที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ครั้งนี้ทำให้แสงสว่างหลายดวงพุ่งใส่เหลียงเฟยพร้อมกัน แต่เมื่อมันปะทะกับร่างกายของเหลียงเฟย ระฆังโบราณดังกระหึ่ม สลายซึ่งลำแสงการโจมตีของพวกเขาจนหมดสิ้น
เหลียงเฟยรู้เพียงว่าตนเองกลิ้งไปกลิ้งมาบนหน้าผาหินทุกวัน ถูกเหล่าไป๋โยนลงมาจากท้องฟ้า ร่างกายของเขาจึงได้รับการหล่อหลอมให้ทนทานต่อการถูกกระแทกอย่างแข็งแกร่ง
ไม่คาดคิดเลยว่าการฝึกเช่นนั้นคือการทำให้ตนบรรลุกายาไม่แตกสลายตามตำนาน!
ความมั่นใจของเขาเพิ่มมากขึ้น ไร้ความหวาดกลัวใด ๆ กระบวนท่าวรยุทธ์แห่งตระกูลโหลวในตัวเขาถูกขัดเกลาจนสมบูรณ์แบบแล้ว ร่างเล็กของชายหนุ่มที่คึกร้อนสุดขีดไม่รอช้ารุกเข้าหาหนุ่มรูปร่างใหญ่โตทั้งสี่นายอย่างรวดเร็ว หอกยาวในมือถูกกระชับก่อนแทงไปยังยอดยุทธ์นายหนึ่ง
แต่ด้วยความสมบูรณ์แบบของกระบวนท่าสีผสานที่ทั้งสี่คนใช้ เหลียงเฟยไม่สามารถทำให้พวกเขาบาดเจ็บได้เลย กลับกันเขาถูกทั้งสี่คนโจมตีด้วยดาบพร้อมกันหมายจะให้เขาตายเสียตรงนี้ด้วย!
และในจังหวะนั้นเอง ปรากฏการณ์มหัศจรรย์ที่ทุกคนคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นอีกครั้ง!
ดาบทั้งสี่เล่มที่ตีลงบนร่างของเหลียงเฟยนั้น ไม่เพียงแต่ไม่สามารถทำร้ายเหลียงเฟยได้ พวกมันจะแตกสลายต่อหน้าต่อตาทุกคนเลยด้วยซ้ำ!
ร่างกายของเหลียงเฟยนั้นแข็งแกร่งเหมือนทองแดงเหล็กกล้า ไม่ว่าจะหอกหรือคมมีดใด ๆ ก็ไม่อาจจะทำให้เขาเกิดบาดแผลได้!
แข็งแกร่งเกินกว่าจะประเมินได้!
หรือบางทีคำว่า “แข็งแกร่ง” อาจไม่เพียงพอที่จะใช้บรรยายสิ่งที่เกิดขึ้นนี้แล้วกระมัง!
ทุกคนตกตะลึงไปหมด!
ผิดกับเหลียงเฟยที่กำลังมั่นใจมากขึ้น เมื่อเห็นหนุ่มทั้งสี่นายตกใจจากดาบหักงอ เขาก็ควานหอกยาวออกมาแทงยอดยุทธ์นายหนึ่งตายในทันที
หลังจากนั้น เหลียงเฟยก็โบกสะบัดหอกยาวต่อไป ร่างกายเคลื่อนไหวดุจสายลม ปลดปล่อยวรยุทธ์ในร่างให้ไหลเวียนราวน้ำในสายธาร ไร้ซึ่งจุดบกพร่อง น่าเกรงขามนัก!
การเสียยอดยุทธ์ไปหนึ่งคน แม้จะเป็นจำนวนเพียงหนึ่ง แต่ก็มากพอที่จะทำให้พวกเขาที่แต่เดิมมีสี่คนสามารถประสานการโจมตีกันดังเดิมได้! และเนื่องจากเหลียงเฟยมีร่างกายแข็งแกร่งดุจเหล็กเพชร พวกเขาจึงไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้ ในไม่ช้านานก็ต้องแพ้พ่ายลงไปทีละคน จนในที่สุดก็ถูกสังหารจนหมดสิ้น
การต่อสู้ในครั้งนี้ เหลียงเฟยชนะไปได้อีกครั้ง!
ชายหนุ่มยิ้มแล้วก็เดินตรงไปยังขวดยาทันที
แต่แล้วชายหน้าดำก็กระโจนขึ้นมาขวางหน้าเหลียงเฟย พร้อมพูดท้าทาย “ช้าก่อน ข้าอยากลองทดสอบร่างกายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกายาไม่แตกสลายของเจ้าบ้าง!”
เมื่อเห็นเช่นนั้น เย่เทียนฉงจึงมองโหลวอิงป้าด้วยสายตาเย็นชา พลางกล่าวเสียงเรียบ “พวกเจ้าตระกูลโหลวจึงพูดไม่รักษาสัญญากันหรือนี่? หรือไม่ได้ถือว่าพวกข้าตระกูลเย่มีความสำคัญเลยสักนิด?”
คำพูดนี้ทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลเย่ต่างพากันโวยวายขึ้นมา ไม่ยอมจำนนอย่างสิ้นเชิง!
โหลวอิงป้าลังเลไปชั่วขณะ ก่อนจะพูดขึ้น “หนึ่งร้อยกระบวนท่า! เพียงหนึ่งร้อยกระบวนท่าเท่านั้น! หากเหลียงเฟยสามารถรับมือน้องชายคนที่สามของข้าได้หนึ่งร้อยกระบวนท่า ข้าจะไม่ขอเพิ่มเติมอะไรอีกเลย!”
บุรุษหน้าดำที่มีร่างกายกำยำผู้นี้คือผู้ที่แข็งแกร่งในระดับจ้าวยุทธ์ มีฝีมือสูงส่ง การที่เขาให้เหลียงเฟยผู้ที่เป็นเพียงระดับผสานกายาขั้นสูง ไม่แม้แต่จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ มารับกระบวนท่าของเขาถึงหนึ่งร้อยท่า แบบนี้หากไม่เรียกว่ากลั่นแกล้ง จะให้เรียกว่าสิ่งใด?
พวกฝ่ายเหลียงเฟยจึงไม่ยอมรับอย่างแน่นอน
เซียวหนิงเสวี่ยก้าวออกมาพูดก่อน “ทักษะพลังต่างกันขนาดนั้น เหลียงเฟยจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้อย่างไร! พวกเจ้ากำลังหลอกลวงอยู่ชัด ๆ คงต้องการฆ่าเหลียงเฟยให้ได้สินะ!”
พร้อมกันนั้น ผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลเย่ต่างก็ร่ายวรยุทธ์ออกมา อาวุธข้างกายถูกนำขึ้นมาเพื่อพร้อมบรรเลงเพลงศึก!
โหลวอิงป้าเผชิญกับแรงกดดันมากมาย จำต้องโบกมือให้ทุกคนสงบลง เมื่อทุกคนสงบแล้วจึงค่อยกล่าวต่อ “งั้นก็…ห้าสิบท่า…”
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ และยังไม่ทันที่ฝ่ายตระกูลเย่จะได้โวยวายให้ตระกูลโหลวส่งยาถอนพิษมา เหลียงเฟยก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อนด้วยเสียงดัง “ทุกท่านไม่ต้องทะเลาะเพราะข้าเลย ข้าทำอะไรลงไปก็ต้องรับผิดชอบเอง หนึ่งร้อยท่าก็หนึ่งร้อยท่า ข้าไม่กลัว เพียงแต่หวังว่าเจ้าตระกูลโหลวจะต้องรักษาสัญญาในครั้งนี้จริง ๆ!”
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็ต้องประหลาดใจไปกับความกล้าหาญและไร้ความกลัวของเหลียงเฟย
ไม่เข้าใจว่าเขาได้กำลังใจมาจากไหนกันแน่
หรือว่าเขายังมีความลับอะไรอีกรอที่จะเปิดเผย?
ครู่ต่อมาฝ่ายตระกูลเย่จึงค่อยกำชับขึ้นอีกครั้งถึงโทษทัณฑ์ของตระกูลโหลวที่จะได้รับหากพวกเขาตระบัดสัตย์ขึ้นมาอีก
ทว่าโหลวอวี้ตี๋กลับหัวเราะออกมา เขาคิดในใจ ‘เหลียงเฟย คราวนี้หากเจ้าไม่ตายก็คงเหลือเชื่อเกินไปแล้ว หึ คิดจะมาประมือกับอาสามของข้า ช่างไม่ประเมินตนเองเอาเสียเลย’