สู่ชีวิตนิรันดร์ - บทที่ 20 ศาสตร์บงการสวรรค์ขั้นแรก
บทที่ 20 ศาสตร์บงการสวรรค์ขั้นแรก
ตอนนั้นเองชายหน้าคล้ำดำผู้ถูกเรียกว่าอาสามที่ได้เห็น ทันทีที่เหลียงเฟยพุ่งเข้ามา เขาก็พุ่งตัวเข้าหาอีกฝ่ายด้วย วิถีเทพอันน่าเกรงขามของเขามอบความรู้สึกกดดันให้กับทุกคนที่ต้องประจันหน้า
แสงสีเขียวหม่นปรากฏขึ้นพร้อมพลังที่แกร่งกล้า พัดพาละอองธุลีปลิวว่อน ผ้าคลุมผู้คนในที่นั้นปลิวสะบัด แสดงให้เห็นซึ่งฤทธานุภาพอันน่าสะพรึงกลัว
เหลียงเฟยต้องเผชิญกับพลังอันทำลายล้างทั้งแผ่นดิน แม้เขาจะมีร่างกายแข็งแกร่งเหนือใคร แต่ก็ไม่ลังเลที่จะใช้ฝีเท้าลมกรดหลบหนีออกมาก่อน
แต่น่าเสียดายที่ฝีมือของเหลียงเฟยกับอาสามนั้นแตกต่างกันมากเกินไป
ฝีเท้าลมกรดของเหลียงเฟยอาจจะทำให้เขาหนีจากจ้าวยุทธ์ได้แม้จะยากลำบากนิดหน่อย แต่เมื่อเผชิญหน้ากับอาสามผู้นี้กลับไม่มีประโยชน์อะไรเลย แม้จะพ้นจากพลังส่วนใหญ่ แต่เขาก็ยังคงถูกโจมตีอยู่ดี
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เหลียงเฟยประหลาดใจมากที่สุดคือ เมื่อถูกโจมตีครั้งนี้ เขาก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดอย่างมหาศาล
นั่นหมายความว่า ร่างกายที่แข็งแกร่งเหนือใครของเขาถูกทำลายลงแล้ว!
ดูเหมือนว่ากายาไม่แตกสลายนั้นก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ไร้พ่ายแพ้เสียทีเดียว หากฝีมือแตกต่างกันมากเกินไป มันก็ยังรับไม่ไหวอยู่ดี
ฤทธิ์เดชของจ้าวยุทธ์ผู้นี้นั้นน่าเกรงขามจริง ๆ
เหลียงเฟยถอนหายใจในใจ ทว่าเมื่อเห็นอาสามแห่งตระกูลโหลวส่งแรงโจมตีอีกสองครั้งติดต่อกัน ดุจเช่นครั้งก่อน เขาก็ตระหนักได้ดีว่าไม่ว่าเขาจะพยายามหลบหลีกอย่างไร สุดท้ายก็ยังคงไม่อาจหนีพ้นได้
เพราะงั้นหลังถูกโจมตีติดต่อกันสามครั้ง เหลียงเฟยไม่อาจทนได้ เขาร้องอุทานด้วยความเจ็บปวด พร้อมกระอักเลือดออกมา
โหลวอวี้ตี๋เห็นดังนั้นก็หัวเราะชอบใจ “กายาไม่แตกสลายอะไรกัน ก็ไม่เท่าไหร่เลยนี่! ท่านลุงทำได้ดีมาก มาช่วยหลานสังหารไอ้คนอวดเก่งนี่กันดีกว่า!”
คนในตระกูลเย่เห็นดังนั้นก็ก้าวออกมาข้างหน้า ชักอาวุธของตน และเตรียมพร้อมเข้าปะทะตลอดเวลา
ขณะที่คนในตระกูลโหลวก็ขมวดคิ้วเย็นชา เตรียมรับศึกทั้งหมด!
ทว่าเย่เทียนฉงก็ได้ผายมือขวางพวกของตนไว้ก่อน อนึ่งเพราะเขาเชื่อว่าเหลียงเฟยที่มีใจกล้าหาญเช่นนั้น ย่อมต้องมีวิธีรับมืออยู่แน่นอน!
ยามที่เหล่าคนของตระกูลเย่ฉุกคิดและนึกได้ว่านี่เป็นสิ่งที่เหลียงเฟยตกลงรับไว้เอง พวกเขาจึงค่อย ๆ หยุดลงและรอดูต่อไป!
เหลียงเฟยเทียบอะไรกับอาสามแห่งตระกูลโหลวไม่ได้เลย นอกจากนี้อาสามยังมีใจดุร้ายมือเลือดเย็น หลังจากที่รับรู้ได้ว่ากายาไม่แตกสลายของเหลียงเฟยใช้ไม่ได้ผลกับตน เขายิ่งไม่มีอะไรต้องคำนึงถึง ร่างนั้นเคลื่อนร่างรวดเร็วในอากาศ ปลดปล่อยลำแสงการโจมตีออกมาอย่างต่อเนื่อง ดูท่าทางแล้วราวกับตั้งใจจะสังหารเหลียงเฟยในครั้งเดียว
ลำแสงการโจมตีเหล่านั้นพุ่งเข้าปะทะร่างของเหลียงเฟยทั้งหมด ทำให้เขาต้องสำลักเลือดสีแดงสดออกมา ชีวิตตกอยู่ในอันตราย!
เซียวหนิงเสวี่ยเห็นดังนั้นจึงภาวนาในใจให้เหลียงเฟยต้องทนไหว และหวังว่าจะถึงร้อยท่าโดยเร็ว!
ทั้งที่มันยังเหลืออีกกว่าแปดสิบท่า!
ยี่สิบท่าแรกนั้น เหลียงเฟยได้รับบาดเจ็บถึงยี่สิบครั้ง!
หากเกินกว่านี้เขาคงต้องปลดปล่อยศาสตร์บงการสวรรค์ออกมาจริง ๆ!
เหลียงเฟยกัดฟันแน่น หวังเพียงว่าศาสตร์บงการสวรรค์ที่เขาคิดค้นขึ้นนั้น จะช่วยให้เขาได้รับชัยชนะ!
ด้วยดวงตาที่เกือบจะปิดลง ร่างของเหลียงเฟยลอยขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ศาสตร์บงการสวรรค์ขั้นแรกถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว!
จิตสัมผัสวิญญาณแพร่กระจายออกมาในทันที!
ราวกับประสาทรับรู้ของเขาได้เปิดกว้างขึ้น การโจมตีที่เคยน่าเกรงขามและหลบได้ยากของอาสามนั้นกลับกลายเป็นเรื่องที่จะง่ายต่อการหลบหลีกขึ้นในบัดดล!
ทุกคนเห็นเช่นนั้นจึงงงงันไปหมด!
ครู่ก่อนเหลียงเฟยยังแทบจะไม่สามารถหลบหลีกการโจมตีของอาสามได้เลย แต่ทำไมพริบตานี้เขาถึงสามารถหลบหลีกได้อย่างง่ายดายเช่นนั้น?
เนื่องจากศาสตร์บงการสวรรค์เป็นสิ่งที่เหลียงเฟยคิดค้นขึ้นเอง และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้แสดงให้ประจักษ์ต่อสายตาของคนทั่วไป ดังนั้นทุกคนจึงไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น และไม่สามารถสังเกตเห็นว่าเหลียงเฟยได้ปลดปล่อยพลังประหลาดออกมา
เหลียงเฟยไม่ได้สนใจสีหน้าของผู้ใด เพราะเมื่อเขาปลดปล่อยจิตสัมผัสวิญญาณออกมาแล้ว เขาก็ตกอยู่ท่ามกลางความปลอดโปร่ง ราวกับได้ตระหนักรู้สิ่งใหม่
พลังของจิตสัมผัสวิญญาณ ทำให้เหลียงเฟยพบว่ากระบวนท่าวรยุทธ์ต่าง ๆ ที่เคยพบเห็นมา ปรากฏขึ้นในใจชัดเจนราวกับมีร่างนับพันกำลังโบกร่ายอยู่เบื้องหน้า
ในขณะนี้ ริมฝีปากของเหลียงเฟยกำลังคลี่ยิ้มออกมาโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลย
ดูเหมือนว่าศาสตร์บงการสวรรค์ที่เขาคิดค้นขึ้นเองและวิถีเทพนั้นจะสัมพันธ์กัน หรือไม่ก็เพราะเหตุนี้เองที่ทำให้ข้าจดจำวรยุทธ์ของตระกูลเย่และตระกูลโหลวได้อย่างแม่นยำ เพียงแค่สังเกตครั้งเดียว
เมื่อเหลียงเฟยคิดได้ดังนี้ ในใจของข้าก็ปรากฏภาพประหลาดขึ้นมา ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาว แต่กลับมีฝนตกกระหน่ำรุนแรง ข้างหน้ามีป่าไผ่ ลมพายุพัดกระโชกแรง ไผ่ในป่าต้านทานพายุอย่างเข้มแข็ง แม้บางต้นจะหักโค่น แต่ก็ยังมีหลายต้นที่ยังคงทนทาน
ถัดจากนั้น ดวงดาวบนท้องฟ้า ละอองฝนกระหน่ำ และป่าไผ่เข้มแข็ง ก็กลายเป็นร่างคนนับพันที่กำลังร่ายรำกระบวนท่าวรยุทธ์ประหลาดอยู่
เหลียงเฟยได้สัมผัสกับภาพประหลาดเหล่านี้ในใจขณะที่หลบหลีกการโจมตีของอาสามไปด้วย
ครู่ต่อมาริมฝีปากของเหลียงเฟยก็คลี่ยิ้มอีกครั้ง เขาลืมตาขึ้น ทิ้งหอกไปแล้วกระโจนเข้าไปหยิบดาบเล่มยาวจากที่เก็บอาวุธ
เมื่อเห็นดังนั้น เซียวหนิงเสวี่ยจึงขว้างกระบี่วิญญาณสีชาดของนางไปให้เขาอย่างแม่นยำ “เหลียงเฟย ใช้กระบี่ของข้าเสีย!”
เหลียงเฟยขอบคุณเซียวหนิงเสวี่ย แล้วหลบหลีกการโจมตีของชายใบหน้าคล้ำดำ เคลื่อนร่างอย่างรวดเร็วเพื่อรับกระบี่สีชาดที่เซียวหนิงเสวี่ยขว้างมา
ช่างเป็นกระบี่ที่ดีนัก
ดูท่าทางเป็นอาวุธวิเศษระดับสูง
ในโลกเสินอู่ อาวุธแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ อาวุธธรรมดา อาวุธวิญญาณอาวุธมาร อาวุธเซียน และอาวุธเทพ ในแต่ละระดับก็ยังแบ่งออกเป็นสูง กลาง ต่ำ อีกสามระดับ
แม้อาวุธวิญญาณจะสูงกว่าอาวุธธรรมดาเพียงหนึ่งระดับ แต่มันสามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างหรือลดขยายขนาดได้ ดังที่เห็นในกระบี่ของเซียวหนิงเสวี่ยที่สามารถขยายใหญ่จนเป็นกระบี่ขนาดปกติได้เมื่อต้องการใช้งาน
นี่แหละที่ทำให้มันพิเศษกว่าอาวุธธรรมดามาก!
เหลียงเฟยกระชับอาวุธวิญญาณในมือ ความมั่นใจพุ่งพรวด ร่างกระโจนวาบ ร่ายรำวรยุทธ์อย่างรวดเร็ว
ครั้งนี้เขามิได้ใช้ทั้งวรยุทธ์ตระกูลเย่หรือตระกูลโหลว หากแต่เป็นวรยุทธ์ประหลาดที่ถูกพัฒนาขึ้นด้วยตัวเขาเอง
ฝีเท้าคือก้าววิญญาณดารา ไม่ว่าอาสามจะโจมตีอย่างไร ก็ยากเข้าถึงเหลียงเฟย กลับกันเขายังถูกเหลียงเฟยค่อย ๆ เข้าประชิดตัวเรื่อย ๆ ด้วย
กายาคือทิวไผ่เคล้าวายุ ครั้งที่อาสามโกรธแค้นสุดขีด เขาระเบิดการโจมตีที่ทรงพลังมาก ๆ ออกมา ทว่าเมื่อมันมาถึงตัวเหลียงเฟย การโจมตีนั้นก็แหวกผ่านไปราวกับปะทะเข้ากับสิ่งที่ไม่อาจจะจับต้องได้ น่าประหลาดยิ่งนัก
ทั้งตระกูลเย่และตระกูลโหลวต่างเพ่งมองวรยุทธ์ลึกล้ำอันวิจิตรนี้อย่างไม่วางตา ไม่มีใครเข้าใจได้ว่ามันคือวรยุทธ์อะไร เพียงรู้สึกว่านี่คือวรยุทธ์อันลึกซึ้งเหลือเกินเท่านั้น
ใครจะคาดคิดว่าเหลียงเฟยจะมีวรยุทธ์ร้ายกาจขนาดนี้!
แต่ก่อนหน้านี้ไม่นานเขายังระดับขัดเกลากระดูกขั้นสูงอยู่เลย นี่เพิ่งจะพัฒนาเป็นผสานกายาขั้นสูงได้ไม่นานเท่านั้นเอง
หรือว่า…
หรือว่าเขาได้พึ่งพาฐานรากที่แข็งแกร่ง และปัญญาอันคมกริบ พัฒนาวิชาที่เคยเห็นมาให้กลายเป็นวรยุทธ์เฉพาะตนที่หาผู้ใดเสมอมิได้?
น่าสะพรึงกลัวนัก!
บางคนในหมู่ยอดฝีมือได้คิดถึงจุดนี้ ต่างส่ายหน้าด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
ได้แต่เห็นเหลียงเฟยใช้ท่วงท่าและท่าทางอันแปลกวิกล ร่างพุ่งฟุบราวปีศาจ ปรากฏหายวับเสียบ่อยครั้ง หลบหลีกการโจมตีของอาสามได้อย่างง่ายดาย จนกระทั่งพุ่งขึ้นเหนือศีรษะ แต่กลับไร้ร่องรอยในพริบตา ดุจสูญสิ้นไปในอากาศ
อาสามรู้สึกประหลาดใจ ทว่าตอนนั้เงากระบี่มายานับร้อยเล่มก็ได้ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ซ้อนทับกันอย่างหนาแน่น ต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน ดุจสายพิรุณหลั่งริน
หมื่นกระบี่ทิ้งนภา!
ครู่ก่อนทุกคนยังสงสัยว่าวรยุทธ์เฉพาะตนของเหลียงเฟยนี้ คงมีเพียงท่วงท่าและท่าทางปราศจากวิชาโจมตีอยู่เลย!