สู่ชีวิตนิรันดร์ - บทที่ 32 ยันต์สื่อวิญญาณสามใบ
บทที่ 32 ยันต์สื่อวิญญาณสามใบ
เห็นได้ชัดว่ามือของเหลียงเฟยยังไม่ทันได้ดึงกลับมาวางที่คอของโหลวอิงป้า ก็มีหยดน้ำอีกหกเจ็ดหยดพุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาต้องหลบไปเรื่อย ๆ ไม่มีโอกาสจับโหลวอิงป้าเป็นตัวประกันอีก
ยิ่งเขาหลบก็ยิ่งถือเป็นโอกาสให้ยอดฝีมือของตระกูลโหลว!
สองยอดฝีมือที่เพิ่งเข้าใจว่าคำพูดของโหลวอิงป้าเมื่อครู่เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของเหลียงเฟย ก็ร่วมโจมตีด้วย พวกเขาส่งแสงสีเขียวเข้มบางเป็นเส้นออกไปหลายชุด แม้ว่าพลังจะไม่แข็งแกร่งนัก แต่ก็บังคับให้ เหลียงเฟย ไม่สามารถเข้าใกล้โหลวอิงป้าได้อีก
ตามมาติด ๆ ด้วยการโจมตีจำนวนมากของตระกูลโหลว แสงหลายชุดกวาดไปที่เหลียงเฟย ในที่สุดก็บังคับให้เหลียงเฟยต้องหลบออกไปไกลมาก
จากนั้นก็มียอดฝีมือคนหนึ่งรีบมาที่ด้านหน้าของโหลวอิงป้าคุ้มกันเขาอย่างดี ไม่ยอมให้เหตุการณ์ก่อนหน้านี้เกิดขึ้นอีก
เมื่อครู่ยอดฝีมือของตระกูลโหลวมีอยู่มากมายแต่กลับปล่อยให้ปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นสูงคนหนึ่งจับโหลวอิงป้าเป็นตัวประกันได้ นี่เป็นการเสียหน้าอย่างมาก
เหลียงเฟยเห็นยอดฝีมือของตระกูลโหลวรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อโจมตีตน สายตาเย็นชา ก็ตั้งใจจะใช้กลยุทธ์เมื่อครู่รับมือ
ใครจะคิดว่าโหลวอิงป้าจะตะโกนอย่างโกรธเคืองอยู่ด้านล่าง “ทุกคนอย่าวุ่นวาย! เจ้าหนุ่มเหลียงเฟยนั่นมีวิชาต่ำต้อย สองคนร่วมมือจัดการเขาก็เหลือล้นแล้ว หากสู้ไม่ได้ ก็ใช้วิธีสับเปลี่ยนกันต่อสู้ก็สามารถทำให้เขาหมดแรงตายได้!”
หญิงสาวชุดผ้าไหมสีเขียวและท่านพ่อบ้านอ้วนได้ยินดังนั้น ก็กล้าเป็นม้าเร็วตะโกนเสียงดัง “ทุกคนลงไปก่อน ปล่อยให้พวกข้าสองคนร่วมมือกำจัดเด็กหนุ่มนี่!”
เมื่อครู่หญิงสาวชุดผ้าไหมสีเขียวและโหลวอวี้ตี๋ที่มีวิชาเทียบเท่าราชันยุทธ์ ร่วมมือกัน ก็สามารถบีบบังคับเหลียงเฟยจนไม่มีแรงโต้กลับได้ จนต้องไปจับโหลวอิงป้าเป็นตัวประกัน ตอนนี้เผชิญกับนางและพ่อบ้านอ้วนที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่าจ้าวยุทธ์ขั้นสูงร่วมมือกัน เหลียงเฟยคงต้องตายอย่างแน่นอน
แย่จริง ดูเหมือนจะต้องปลดปล่อยพลังควบคุมสิ่งของแล้ว!
เหลียงเฟย สบถคำหนึ่ง กำลังจะปลดปล่อย แต่สุดท้ายก็ยกเลิกความคิดนี้ไป
เมื่อครู่เขาก็คิดได้แล้วว่า หากตระกูลโหลวจะดึงการต่อสู้ให้ยืดเยื้อ ความแข็งแกร่งของเขาตอนนี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอาชนะยอดฝีมือมากมายพวกนี้ได้
ดูท่านี่เป็นทางออกดเียวจริง ๆ !
โอกาสเพียงสามครั้งนั้น ก็ใช้ไปสักครั้งเถอะ
เขาไม่ได้คิดเสียใจเลย ที่จริงแล้ว ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาพาเซียวหนิงเสวี่ยบุกเข้าไปในตระกูลโหลวโดยไม่คำนึงถึงชีวิต เขาก็มีความคิดเช่นนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่คิดว่าตระกูลเย่จะมาจริง ๆ
พูดแล้วก็ทำ สิ่งที่ต้องการคือความเด็ดเดี่ยว!
ตระหนักได้เช่นนั้น เหลียงเฟยก็หยิบยันต์สื่อวิญญาณออกมาจากตัวโดยไม่ลังเล ท่องคาถาอันมหัศจรรย์ประโยคหนึ่ง แล้วก็โยนขึ้นฟ้า
โชคดีที่การกระทำเขาของเขามันรวดเร็วพอ พลันเมื่อยันต์สื่อวิญญาณลอยออกไป เขาก็รีบเคลื่อนกายอย่างรวดเร็ว แสงสีเขียวอมน้ำเงินอันทรงพลังหลายสายเกือบจะตกลงบนตัวเขา ช่างน่าหวาดเสียวยิ่งนัก!
ยันต์สื่อวิญญาณที่เหลียงเฟยโยนออกไปนั้น เป็นสิ่งที่ปรมาจารย์เทียนฮั่วผู้ยิ่งใหญ่แห่งสำนักเซียนหยูฮั่วมอบให้เหลียงเฟย นี่คือข้อตกลงระหว่างเหลียงเฟย กับปรมาจารย์ผู้นี้
สิบสองปีก่อน เหลียงเฟยได้คะแนนดีเยี่ยมในการสอบเข้าเป็นศิษย์สำนัก แต่ปรมาจารย์เทียนฮั่วกลับตัดสินใจอย่างแน่วแน่ให้เขาไปเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรบนเกาะหมื่นอสูร ฝึกสัตว์สิบสองปีและไม่ยอมให้เขาฝึกวิชายุทธ์ลับ ๆ ให้ฝึกแต่รากฐานร่างกายเท่านั้น
แม้ว่าตอนนั้นปรมาจารย์เทียนฮั่วจะบอกเหลียงเฟยแล้วถึงเหตุผลที่ความสำเร็จของรากฐานจะกำหนดระดับความสำเร็จของวิชา แต่เหลียงเฟยก็ยังไม่ยอมรับ บอกว่าในอนาคตหากตนมีวิชาต่ำต้อย ทุกคนมีวิชาสูงส่ง หากถูกฆ่าจะทำอย่างไร
ปรมาจารย์เทียนฮั่วจึงจำใจเขียนยันต์สื่อวิญญาณสามใบให้เหลียงเฟย บอกว่าหากเขาเจอภยันตรายถึงชีวิต ให้ท่องคาถา เปิดใช้ยันต์สื่อวิญญาณ ภายในสิบลมหายใจ ตนจะมาช่วยเขาแน่นอน
การเคลื่อนกายพันลี้ ไปถึงทุกพื้นที่ในดินแดนเสินอู่เพียงสิบลมหายใจ สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ใกล้ถึงระดับเทพยุทธ์อย่างปรมาจารย์เทียนฮั่วไม่ใช่เรื่องยากจริง ๆ
ดังนั้นเหลียงเฟยจึงตกลง ยินดีฝึกรากฐานร่างกายบนเกาะหมื่นอสูร ถึงสิบสองปีและยังอาศัยความรู้ที่ตนได้เรียนมาจากหอหนังสือเทียนผนวกกับสติปัญญาอันชาญฉลาด สร้างสรรค์ศาสตร์บงการสวรรค์อันเป็นอิสระ มหัศจรรย์ และทรงพลังอย่างยิ่ง ตอนนี้เหลียงเฟยได้เห็นวิชาของตนพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็เข้าใจความตั้งใจดีของปรมาจารย์เทียนฮั่วแล้ว
ส่วนที่ยันต์สื่อวิญญาณสามใบถูกเก็บรักษาจนถึงตอนนี้ ยังไม่เคยใช้สักใบ ไม่ใช่เพราะเหลียงเฟยไม่เคยเจอภยันตรายถึงชีวิต แต่เป็นเพราะทุกครั้งเขาจะกัดฟันสู้ ฝ่าฟันมาได้อย่างแข็งแกร่ง
วันนี้หากไม่ใช่เพราะกำลังห่างชั้นกันมากเกินไป และเหลียงเฟยตั้งใจจะเอาความยุติธรรมคืนมา ทำให้ตระกูลโหลวเสียหน้าบ้าง ขจัดความกังวลที่ตระกูลโหลวจะมารังควานเซียวหนิงเสวี่ยอีกในอนาคต ก็อาจจะไม่ใช้มันง่าย ๆ เหมือนกัน
พ่อบ้านอ้วนเห็นว่าเหลียงเฟยดูเหมือนจะโยนอะไรบางอย่างออกไป เมื่อได้เห็นความพิเศษของเหลียงเฟย เขาก็รู้สึกกังวลเล็กน้อย
หลังจากผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ ก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น
ด้วยเหตุนี้ พ่อบ้านอ้วนจึงรู้สึกเหมือนถูกหลอก เขาโกรธมากจึงตะโกนด้วยเสียงดัง “ท่านหญิงที่สาม ข้าจะใช้พันพฤกษาผลิบาน ท่านช่วยข้าแล้วจัดการเด็กนี่ให้สิ้นซากดีกว่า!”
โดยที่ยังไม่ทันให้หญิงชุดผ้าไหมสีเขียวตอบรับ พ่อบ้านอ้วนก็รีบใช้พันพฤกษาผลิบานเหมือนอย่างที่ชายหน้าดำใช้เมื่อครู่ ในทันใดนั้นแสงสีเขียวเข้มก็พุ่งออกมาจากท้องฟ้าและพื้นดิน
หญิงชุดผ้าไหมสีเขียวยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก โบกกระบี่วิญญาณสีเขียวอย่างรวดเร็ว มีแสงดาบสีเขียวเข้มนับไม่ถ้วนทะลักออกมา ร่วมมือกับพลังของพ่อบ้านอ้วน พุ่งเข้าใส่เหลียงเฟยพร้อมกัน
เมื่อสองฝ่ายร่วมมือกันมันก็ก่อให้เกิดการโจมตีที่รุนแรงอย่างยิ่ง!
เพียงแค่ชั่วพริบตา เหลียงเฟยก็ถูกล้อมไว้ด้วยแสงสีเขียวเข้มแล้ว!
รอบตัวเหลียงเฟยถูกห่อหุ้มไปด้วยแสงจ้า การเผชิญกับแสงที่กระแทกร่างกายอย่างต่อเนื่องนี้มอบความเจ็บปวดเหมือนมีดบาด แต่บนสีหน้าของเขาก็ยังไ่ม่มีความหวาดกลัว ยังคงใช้วิถีเทพอย่างใจเย็น ใช้พลังจิตรวมพลัง หลอมรวมกับแสง สร้างเป็นชั้นป้องกันอย่างต่อเนื่อง ต้านทานการโจมตีของทั้งสองคน
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เมื่อโหลวอวี้ตี๋ร่วมมือกับหญิงชุดผ้าไหมสีเขียว เขาก็ไม่สามารถต้านทานได้แล้ว คราวนี้เผชิญกับการจับคู่ที่แข็งแกร่งกว่า แน่นอนว่ายิ่งไม่ดีกว่าเดิม
แสงสีเขียวเข้มไม่ได้จางลงมากนัก กลับกันมันเป็นชั้นป้องกันที่เหลียงเฟย สร้างขึ้นที่กำลังบางลง ๆ เรื่อย ๆ เขาไม่สามารถต้านทานการโจมตีของหญิงชุดผ้าไหมสีเขียวและพ่อบ้านอ้วนได้
ใกล้จะเกินสิบลมหายใจแล้ว!
หรือปรมาจารย์เทียนฮั่วจะแค่หลอกเขากันนะ?
เหลียงเฟยขบฟันแน่น ขณะนั้นสายตาที่เยือกเย็นจับจ้องไปยังศัตรู ใจหนักแน่นหมาจะปลดปล่อยพลังควบคุมวัตถุเพื่อต่อต้านเป็นครั้งสุดท้าย!
โชคดีที่เขายังไม่ทันได้ปลดปล่อยพลังควบคุมวัตถุ แสงสีเขียวเข้มรอบตัวก็หายไปในพริบตา ราวกับมันไม่เคยมีสิ่งเลห่านี้อยู่เลย ช่างมหัศจรรย์จริง ๆ !
เกิดอะไรขึ้น?
ผู้คนในตระกูลโหลวต่างตกตะลึง ถึงแม้พวกเขาจะเป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวงของดินแดนแห่งนี้ ที่ซึ่งเปรียบได้กับผู้ปกครองทั้งเก้าทวีป แต่กลับไม่เคยเห็นพลังที่กล้าแกร่งเช่นนี้มาก่อน
พวกเขาอาจจะไม่เคยคิดเลยว่าพันพฤกษาผลิบานอันเป็นวรยุทธ์อันแกร่งกล้าที่ทำให้ตระกูลโหลวของพวกเขาสามารถครอบครองดินแดนได้ วิถีเทพระดับนี้จะถูกทำลายลงได้อย่างง่ายดายเช่นนี้