สู่ชีวิตนิรันดร์ - บทที่ 34 เราจะจบเรื่องทุกอย่างกันที่นี่
บทที่ 34 เราจะจบเรื่องทุกอย่างกันที่นี่
พูดถึงตรงนี้ โหลวอิงป้า หันหน้ากลับไปมองลูกชายอย่าง โหลวอวี้ตี๋ ด้วยสายตาเย็นชา แล้วกล่าวต่อ “เรื่องของตระกูลเซี่ยวนั้น ล้วนเป็นฝีมือของลูกชายข้าทั้งสิ้น เป็นความผิดของข้าเองที่สั่งสอนลูกไม่ดี ยินดีรับโทษไปพร้อมกับเขา!”
ท่านปรมาจารย์เทียนฮั่ว อืมในลำคอ ลูบหนวดเคราของตน ดูท่าจะมีเจตนาจะปล่อยพวกเขาไป
เหลียงเฟยเห็นดังนั้นก็รีบร้องบอก “ท่านปรมาจารย์เทียนฮั่ว อย่าปล่อยพวกคนชั่วตระกูลโหลวเชียวนะ ขอท่านอาจารย์โปรดคิดถึงชาวโลกด้วยเถิด!”
ท่านปรมาจารย์เทียนฮั่ว เงียบไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นดวงตาก็เปล่งประกายวาววับ ตวาดใส่ผู้คนตระกูลโหลว “คำพูดของเหลียงเฟยไม่ผิด พวกเจ้าตระกูลโหลวนั้นบาปหนาจริง ๆ สมควรตาย! อย่างไรก็ตาม วันนี้ข้าจะเปิดทางให้ เปิดโอกาสให้พวกเจ้ากลับตัวกลับใจใหม่ หากยังทำความชั่วอีก จะไม่ไว้หน้าแน่!”
พวกยอดฝีมือตระกูลโหลวได้ยินดังนั้น ต่างก็ยินดีปรีดา ต่างคนต่างกราบลงขอบคุณ สรรเสริญท่านปรมาจารย์เทียนฮั่ว ว่ามีใจกว้างขวาง เป็นผู้มีเมตตาธรรมไร้ผู้ต้านทาน ไม่มีท่าทางหยิ่งผยองเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว ดูแล้วก็สะใจดี
ส่วนเหลียงเฟยนั้นอึ้งไปครู่หนึ่ง
แต่เห็นท่านอาจารย์ผู้เฒ่า ถึงแม้จะปล่อยพวกเขาไป แต่ก็ยังคงไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย เปิดทางให้เขาไว้ ก็เลยไม่ว่าอะไร
แต่ความยุติธรรมก็ยังต้องเอาคืนอยู่ดี!
ดังนั้นเหลียงเฟยจึงพูดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง “ท่านอาจารย์ ข้าจะยอมปล่อยพวกคนชั่วตระกูลโหลวตามที่ท่านต้องการ! แต่เรื่องในวันนี้ ขอท่านอาจารย์ช่วยข้าตัดสินใจให้พวกเขาชดใช้ให้ข้าด้วย!”
หลังจากนั้นเหลียงเฟยก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ท่านปรมาจารย์เทียนฮั่วฟังตามความเป็นจริง
ฝ่ายตระกูลโหลวก็ไม่ได้โต้แย้ง แต่ในเรื่องการชดใช้นั้น ดูเหมือนจะไม่มีท่าทีจะยอมอ่อนข้อ อย่างน้อยหญิงชุดผ้าไหมสีเขียวก็ก้าวออกมาพูดด้วยใจเจ็บปวดอย่างที่สุดว่า “ท่านปรมาจารย์เทียนฮั่ว ข้าน้อยรู้ว่าวรยุทธ์ของท่านสูงส่งลึกล้ำเหลือคณานับ แต่สามีของข้าน้อยได้ตายจากไปแล้ว ขออภัยที่ข้าน้อยไม่อาจชดใช้อะไรให้เขาได้!”
ท่านปรมาจารย์เทียนฮั่วได้ฟังเช่นนั้น สีหน้าก็ไม่เปลี่ยนแปลงอะไร แต่กลับโบกฝูเฉินไปทางด้านหน้าของหญิงชุดผ้าไหมสีเขียว ทันใดนั้นแสงสีขาวขนาดใหญ่ก็พุ่งเข้าใส่ ตะโกนเสียงดัง “ไม่ว่าอย่างไร พวกเจ้าก็ต้องชดใช้ให้เหลียงเฟย !”
วิธีนี้ช่างเป็นการข่มขวัญที่ดีนัก คิดว่าต่อไปตระกูลโหลวคงไม่กล้าทำอะไรเหลียงเฟยอีกแล้ว!
เหลียงเฟยไม่กลัวตระกูลโหลวมาหาเรื่องเขาหรอก แต่ที่เขายังคงยิ้มด้วยความดีใจนั่นเพราะต่อไปตระกูลโหลวต้องไม่กล้ารังแกตระกูลเซียวอีกแน่นอน จึงวางใจได้
โหลวอิงป้ากลัวว่าปรมาจารย์เทียนฮั่วจะโกรธจนทำลายพวกเขา จึงก้าวไปข้างหน้าคว้าแขนหญิงสาวชุดผ้าไหมสีเขียว กำลังจะพูด
ใครจะคิดว่าหญิงสาวชุดผ้าไหมสีเขียวยังคงพูดขึ้นมาก่อน “ข้าสามารถเป็นตัวแทนสามีของข้าให้คำตอบแก่เหลียงเฟยได้ แต่ก็หวังว่าเหลียงเฟยจะให้คำอธิบายแก่ข้าด้วย วันนี้พวกเราทั้งสองต้องจบเรื่องนี้ให้ได้! หากท่านปรมาจารย์เทียนฮั่วรู้สึกว่าคำพูดของข้ามีที่ใดล่วงเกิน ก็ฆ่าข้าเสียเถิด!”
ปรมาจารย์เทียนฮั่วตะโกนด้วยความโกรธเล็กน้อย “หึ ด้วยวรยุทธ์จ้าวยุทธ์ ขั้นสูงของเจ้า เหลียงเฟยจะสู้ได้อย่างไร อย่าได้ถือดีเกินไป…”
ยังพูดไม่ทันจบ เหลียงเฟยก็เดินมาขัดขึ้น “ท่านอาจารย์! ทำตามที่นายหญิงที่สามว่ามาเถิด!”
ปรมาจารย์เทียนฮั่วชะงักไปเล็กน้อย หลังจากนั้นก็หัวเราะออกมา
ตอนนี้เขาถึงได้พบว่าเหลียงเฟยลงจากเขาไปไม่กี่วัน วรยุทธ์ก้าวหน้าไปมาก เลื่อนขั้นติดต่อกันถึงเก้าขั้น กลายเป็นปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นสูงแล้ว!
ไม่เลว ต้นกล้าต้นนี้ไม่เลวนี่!
ปรมาจารย์เทียนฮั่วคิดจบ ก็กลับมาทำหน้าโกรธอีกครั้ง “ดี เช่นนั้นก็ดังที่พวกเจ้าพูด! แต่วันนี้ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น คนอื่นของทั้งสองฝ่ายห้ามยื่นมือเข้าไปยุ่ง ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ทั้งสองฝ่ายต้องไม่แก้แค้นกันอีก มิฉะนั้นอย่าว่ากันว่าข้าไม่ให้เกียรติ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น คนของตระกูลโหลวก็อดหัวเราะไม่ได้
ในสายตาพวกเขา ถึงแม้อาสาม ชายหน้าดำร่างใหญ่จะตายอย่างไม่คาดคิดด้วยน้ำมือของเหลียงเฟย แต่นั่นเป็นเพราะเด็กอัปรีย์นี่โชคดี บังเอิญเลื่อนขั้นพอดี ทำให้กระบวนท่าพันพฤกษาผลิบานไม่อาจเอาชีวิตเขาไปได้ อีกทั้งอาสามยังมีวรยุทธ์ตื้นเขินในบรรดาพวกเขา ไม่อาจใช้เทคนิควิถีเทพที่แข็งแกร่งเช่นนั้นได้อย่างต่อเนื่อง
แต่ตอนนี้ สถานการณ์ต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิงแล้ว
หญิงสาวชุดผ้าไหมสีเขียวและโหลวอวี้ตี๋มุมปากก็ผุดรอยยิ้มจาง ๆ รู้สึกว่าเหลียงเฟยช่างเป็นคนโง่จริง ๆ คิดว่าตัวเองฆ่าอาสามได้ ก็เป็นผู้ไร้เทียมทานในใต้หล้าแล้ว!
ช่างน่าขันยิ่งนัก!
หญิงชุดผ้าไหมสีเขียวทำท่าเชิญชวนใส่เหลียงเฟย แล้วเดินไปยังพื้นที่โล่งกว้าง เมื่อกำลังจะกระโดดขึ้นสู่ท้องฟ้า นางได้แอบกินยาวิเศษที่ช่วยเพิ่มพลังชั่วคราวไปหนึ่งเม็ด
ดูเหมือนว่านางจะตั้งใจลงมือหนักแล้ว หากไม่ได้แก้แค้นให้สามีที่ถูกฆ่าตาย นางจะไม่ยอมหยุด!
โหลวอวี้ตี๋เห็นดังนั้นก็ยิ่งดีใจ คิดในใจว่าครั้งนี้ต่อให เหลียงเฟยได้ปรมาจารย์เทียนฮั่วหนุนหลัง แม้ว่าอาจจะไม่ตาย แต่คงเหลือชีวิตอยู่แค่ครึ่งเดียวแน่ ๆ !
ไม่ใช่สิ ไม่ใช่!
ปรมาจารย์เทียนฮั่วบอกว่าเขาจะไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว!
หึ ๆ ก็แปลว่า เหลียงเฟยต้องตายอย่างแน่นอน!
แต่สิ่งที่โหลวอวี้ตี๋ไม่ได้คิดถึงก็คือ ตอนนี้กลับได้ยินเสียงหญิงสาวไพเราะดังกระดิ่งดังขึ้น “ช่างน่าอับอายจริง ๆ ฝีมือของนายหญิงที่สามสูงกว่าเหลียงเฟยมากขนาดนี้ ยังจะโกงอีก!”
ยังพูดไม่ทันขาดคำ ก็ปรากฏร่างหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ นั่นก็คือ เซียวหนิงเสวี่ย นางเพิ่งมาถึงก็ได้เห็นหญิงชุดผ้าไหมสีเขียวกำลังจะประลองกับเหลียงเฟย และยังเห็นฉากที่นางกินยาวิเศษด้วย
ปรมาจารย์เทียนฮั่วได้ยินดังนั้นก็โกรธขึ้นหน้าทันที มองไปที่หญิงชุดผ้าไหมสีเขียวอย่างเย็นชาแล้วกล่าวว่า “เอาปากไปรับน้ำ จะบังคับให้ข้าต้องลงมือจริง ๆ หรือ”
หญิงชุดผ้าไหมสีเขียวกัดริมฝีปาก นางผู้สูญเสียสามีไปในตอนนี้ก็แค่หวังตายเท่านั้น จึงไม่กลัว เชิดคอขึ้นเดินไปข้างหน้าแล้วพูด “ก่อนหน้านี้แค่บอกว่าทั้งสองฝ่ายจะไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่ได้บอกว่าห้ามกินยาวิเศษเพื่อเติมพลัง!”
เหลียงเฟยได้ยินดังนั้นก็คิดจะก้าวไปข้างหน้าบอกว่า ไม่กลัวพวกเขาโกง มาเลย!
แต่ปรมาจารย์เทียนฮั่วกลับเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เพื่อความยุติธรรม ข้าก็จะให้ยาวิเศษแก่เหลียงเฟยหนึ่งเม็ดเช่นกัน!” พูดจบ เขาก็เรียกเหลียงเฟยให้อ้าปากแล้วโยนของสิ่งหนึ่งที่ส่องแสงวับวาวออกไป บินตรงเข้าปาก เหลียงเฟยอย่างแม่นยำ
ยาวิเศษก็ต่างกันจริง ๆ ถึงกับส่องแสงได้ด้วย!
ดูจากความสว่างของยาวิเศษแล้ว คงเป็นยาวิเศษชั้นดีสักเม็ด
ยาวิเศษเม็ดหนึ่งยังหายากยิ่งนัก ยิ่งเป็นยาคุณภาพดีด้วยแล้ว ยิ่งหาได้ยากเข้าไปใหญ่ มีค่ายิ่งนัก แม้กระทั่งหลายคนยอมสละชีวิตเพื่อแย่งชิงยาเพียงเม็ดเดียว
เหลียงเฟยได้มาอย่างง่ายดายเช่นนี้ ช่างน่าอิจฉาริษยาเสียจริง ๆ สำหรับเหล่าสกุลโหลว!
โหลวอวี้ตี๋รู้สึกไม่พอใจที่สุด จึงก้าวออกมาพูดยิ้ม ๆ “เหลียงเฟยเจ้ากินยาวิเศษไปหนึ่งเม็ดก่อนหน้านี้ ตอนนี้เจ้ากินยาศักดิ์สิทธิ์ไปอีกหนึ่งเม็ด ต้องเกิดอาการยาย้อนแน่ เจ้าตายแน่แล้ว!”
คำพูดนี้ทำให้เซียวหนิงเสวี่ยรู้สึกเป็นห่วงอยู่บ้าง เพราะสิ่งที่โหลวอวี้ตี๋พูดนั้นไม่ผิดเลย ยาวิเศษล้ำค่า ยิ่งระดับสูงขึ้น ก็ยิ่งต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะย่อยสลายได้หมด ปกติกินได้ครั้งละหนึ่งเม็ดเท่านั้น