สู่ชีวิตนิรันดร์ - บทที่ 51 ภาพฝันที่แตกสลาย
บทที่ 51 ภาพฝันที่แตกสลาย
เซียวหนิงเสวี่ยฟังจบทั้งชื่นชมและหมดคำจะพูดไปพร้อมกัน นางถอนหายใจอยู่ลึก ๆ ทั้ง ๆ ที่ฉลาดหลักแหลมขนาดนั้นแท้ ๆ แต่กลับพูดเรื่องเช่นนี้ออกมามันจะได้อะไร?
สักพักหนึ่งนางจึงตอบกลับไป “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น แล้วเจ้าจะฆ่าเขาทำไม?”
เหลียงเฟยไม่ตอบ เพียงแต่พูดอย่างค่อนข้างเผด็จการ “โหลวอิงป้าใจคอคับแคบ วิธีการโหดเหี้ยม ยิ่งไปกว่านั้นยังมีวรยุทธ์ล้ำลึก ปล่อยไว้ไม่ได้! ปล่อยเสือคืนเขา ภายหลังจะเกิดเรื่องวุ่นวายไม่จบสิ้น!”
“ไม่! ข้าไม่ยอมให้เจ้าฆ่าเขาเด็ดขาด!” เซียวหนิงเสวี่ยมีท่าทีหนักแน่น
ส่วนเซียวอู่เหยียนในตอนนี้ไม่กล้าแสดงความเห็นใด ๆ
เหมือนกับก่อนหน้านี้ เขารู้สึกว่าคำพูดของเซียวหนิงเสวี่ยมีเหตุผลกว่า แต่ผลสุดท้ายกลับไม่เป็นเช่นนั้น
ไม่รู้ว่าเหลียงเฟยบังเอิญถูกหรือทุกอย่างอยู่ในการควบคุม
เหลียงเฟยเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่โต้เถียงกับเซียวหนิงเสวี่ยอีก เขาตัดสินใจใช้วิถีเทพของตนอีกครั้ง “น้องหนิงเสวี่ย ขอเจ้าหลีกไป ข้าต้องฆ่าเขาให้ได้!”
แต่เซียวหนิงเสวี่ยกลับยืนยันคำเดิม นางก้าวไปข้างหน้า “เหลียงเฟย ในใจข้า ท่านเป็นชายชาตรีผู้กล้าหาญ ไฉนจะทำเรื่องใช้ความได้เปรียบรังแกผู้อื่นเช่นนี้ได้? ไม่กลัวถูกผู้คนเยาะเย้ยหรือ?”
“ในการจัดการกับคนอย่างโหลวอิงป้า ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีที่ซื่อสัตย์เสมอไป! น้องหนิงเสวี่ย เจ้าหลบไปเร็ว!” เหลียงเฟยกล่าวจบ สายแสงสีขาวอมฟ้าสองสายที่มาพร้อมกับคลื่นลมและพลังจิตอันทรงพลังก็พุ่งเข้าใส่โหลวอิงป้าดั่งพายุยักษ์
ภายใต้การควบคุมของเหลียงเฟย การโจมตีครั้งนี้แม่นยำ เฉียบขาด และรุนแรง เขาสามารถการันตีได้ว่าจะสังหารโหลวอิงป้าโดยไม่ทำให้เซียวหนิงเสวี่ยได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
ความเร็วของลำแสงนั้นรวดเร็วเหลือเกิน มันไม่เปิดโอกาสให้เซียวหนิงเสวี่ย ได้ตอบโต้ใด ๆ เลย เพียงพริบตาเดียวก็ปะทะเข้ากับหน้าอกของโหลวอิงป้าแล้ว
จากนั้น คลื่นพายุการโจมตีที่รุนแรงก็พุ่งทะลวงฝ่าเข้าไป ทำให้ร่างทั้งร่างของโหลวอิงป้าพองขึ้นเหมือนลูกโป่งที่ถูกเป่าลม ก่อนจะระเบิดออก กลายเป็นเศษเนื้อนับพัน
โหลวอิงป้าสิ้นแล้ว
ตระกูลโหลวที่น่าเกรงขามเพิ่งจะสูญเสียยอดฝีมือไปเพิ่มอีกสองคนแท้ ๆ
และในตอนนี้ ยอดฝีมือคนที่สาม เจ้าตระกูลโหลวเองก็ได้จบชีวิตอันชั่วช้าของเขาไปแล้วด้วยเช่นกัน!
นี่ช่างเป็นเรื่องที่ทำให้คนปลื้มปีติยินดีจริง ๆ
เหลียงเฟยมองไปที่โหลวอิงป้า บุคคลที่ถือได้ว่าเป็นวีรบุรุษแห่งยุคที่ตายด้วยน้ำมือของตน สีหน้าของเขาเย็นชาไร้ความรู้สึก มีเพียงรอยยิ้มเล็กน้อยแห่งชัยชนะเท่านั้น
แม้เซียวอู่เหยียนจะไม่รู้ว่าตนหวังให้โหลวอิงป้าตายหรือไม่ตายกันแน่ แต่เมื่อเห็นคน ๆ นี้ได้เผชิญหน้ากับความตายเสียที เขากลับรู้สึกสะใจจนหัวเราะออกมาดังลั่น
นึกถึงตระกูลเซียวที่ถูกตระกูลโหลวอันน่าชิงชังทำร้าย จากคนหลายสิบชีวิต สุดท้ายเหลือเพียงพวกตนสี่คน ยิ่งไปกว่านั้น พ่อแม่ของเขาเกือบถูกวางยาพิษ ตัวเขาเองก็ถูกตัดเอ็นมือและเท้า หากไม่ใช่เพราะการปรากฏตัวของเหลียงเฟย ตระกูลเซียวของพวกเขาคงหนีไม่พ้นโชคชะตาอันเลวร้ายจนถึงทุกวันนี้และอื่น ๆ อีกมากมาย
เซียวอู่เหยียนหัวเราะดังยิ่งขึ้น ในเสียงหัวเราะนั้นยังผสมปนเปกับน้ำตา
แก้แค้นแล้ว ในที่สุดก็ได้แก้แค้นแล้ว!
ท่านลุง ท่านป้า ท่านปู่… แค้นที่ตระกูลโหลวสังหารตระกูลเซียวของพวกเรา ในที่สุดก็ได้ชำระแล้ว!
ที่จริงแล้ว ไม่ใช่แค่พวกเขาที่ดีใจกับการตายของโหลวอิงป้า
ตระกูลโหลวก่อกรรมทำเข็ญอย่างใหญ่หลวง ผู้คนนับหมื่นต่างเกลียดชัง หลายคนหวังว่าพวกเขาจะพินาศโดยเร็ววัน
ผู้คนจำนวนมากที่ผ่านมารู้ว่าเหลียงเฟยไปท้าทายตระกูลโหลวอีกครั้ง หากไม่ติดที่เกรงกลัวอำนาจของตระกูลโหลว ไม่กล้าแอบมาดูด้วยตนเอง ก็ได้แต่อยู่ในบ้านภาวนาเอาใจช่วยให้เหลียงเฟยอย่างเงียบ ๆ หวังว่าเขาจะสร้างปาฏิหาริย์ได้เหมือนเมื่อวานนี้ที่ได้สังหารคนของตระกูลโหลวไปอีกสองสามคนเพื่อลดทอนความบ้าคลั่งของพวกเขา
เชื่อว่าหากพวกเขาได้เห็นฉากนี้ เห็นโหลวอิงป้าถูกเหลียงเฟยโจมตีอย่างรุนแรงจนกลายเป็นเนื้อบด ต้องรู้สึกสะใจยิ่งนัก ส่งเสียงโห่ร้องดังลั่น
ตายแล้ว!
ไอ้เวรนี่ในที่สุดก็ตายลงเสียที
ตายไปก็ดีแล้ว!
โหลวอิงป้าสมควรที่จะตาย เขาสมควรตายเช่นนี้ ตายไม่เป็นท่า ตายไม่มีที่ฝังร่าง ตายแล้วจิตวิญญาณก็พินาศ ไม่ได้เกิดใหม่ชั่วนิรันดร์!
คนชั่วก็ควรได้รับการลงโทษเช่นนี้
บางทีตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ข่าวการตายของโหลวอิงป้าคงจะแพร่สะพัดไปทั่วตรอกซอกซอยในเมืองหลวง เรื่องราวการต่อสู้ของเหลียงเฟยกับตระกูลโหลว จะแพร่กระจายไปทั่วแผ่นดินจีน หรือแม้กระทั่งทั่วทั้งดินแดนเสินอู่ ทั้งยังมีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่มีใครกล่าวหาว่าเหลียงเฟยฉวยโอกาสจากความโชคร้ายของอีกฝ่าย
เหลียงเฟยจะโด่งดังเป็นที่รู้จักจากการต่อสู้ครั้งนี้ กลายเป็นวีรบุรุษ!
เซียวหนิงเสวี่ยเห็นโหลวอิงป้าถูกแสงสว่างนั้นกัดกินทะละนิด ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ พองตัวขึ้น เปลี่ยนรูปร่าง จนกระทั่งระเบิดออกเหมือนดอกไม้ไฟ การเคลื่อนไหวง่าย ๆ ในช่วงเวลานี้ดูเหมือนจะซับซ้อนมาก วนเวียนอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ครั้งแล้วครั้งเล่า รอบแล้วรอบเล่า
ในที่สุดนางก็ดูเหมือนจะไม่สามารถยอมรับความจริงนี้ได้ ถอยหลังไปสองสามก้าวอย่างโซเซ หากไม่ใช่เพราะเซียวอู่เหยียนเห็นและรีบเข้าไปประคองนางไว้ นางอาจจะล้มลงไปแล้ว
“น้องหนิงเสวี่ย เจ้าเป็นอะไรไป?” เหลียงเฟยลอยกลับมายังพื้นดิน มาถึงตรงหน้านางแล้วถามประโยคหนึ่ง แต่ในใจของเขากลับรู้สึกหลากหลายอย่างยิ่ง
ในใจคิดว่า เหตุการนองเลือดคงไม่เกิดขึ้นกับเขาบ้างหรือนะ?
หรือว่าระหว่างโหลวอิงป้ากับเซียวหนิงเสวี่ยมีความลับบางอย่างที่ไม่มีใครรู้ หรือมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนอะไรบางอย่าง?
เหลียงเฟยเริ่มกังวลใจ
ผลที่ตามมาทำให้เขาหัวเราะไม่ออก เซียวหนิงเสวี่ยเรียกสติกลับมา กลับถอนหายใจแล้วพูดขึ้น “ไม่ดีแน่ โหลวอิงป้าตายแล้ว!”
เซียวอู่เหยียนพูดอะไรไม่ออกแต่ก็เข้าใจได้
สภาพของน้องหนิงเสวี่ยเช่นนี้ ในสายตาของคนข้าง ๆ อาจจะดูเหมือนขี้ขลาดกลัวเรื่องมาก ไม่กล้าหาญ ไม่มีท่าทีของการเป็นศิษย์รองแห่งสำนักเซียนหยูฮั่วอยู่เลยสักนิด
แต่เซียวอู่เหยียนเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของนาง เขาเข้าใจนางที่สุด รู้ว่านางเป็นสตรีใจดีเรียบร้อย เพียงแค่อยากใช้ชีวิตอย่างสงบ ฝึกฝนวิถีเทพก็เพียงเพราะนางมีพรสวรรค์นั้น และก็เพื่อปกป้องตัวเอง ปกป้องตระกูลเซียว
สำหรับเซียวหนิงเสวี่ยแล้ว สิ่งที่นางหวังไว้มากกว่าคือการหาชายที่รักนาง อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายแต่มีความสุขไปตลอดชีวิต
ทว่าตอนนี้โหลวอิงป้าตายแล้ว ย่อมก่อให้เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่อย่างแน่นอน
ความฝันเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเซียวหนิงเสวี่ย จะต้องแตกสลายไปเพราะเรื่องนี้
ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป การหาความสงบสุขในชีวิตคงจะเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง
เหลียงเฟยกลับยังทำท่าไม่ใส่ใจ กล่าวเสริม “คนแบบนี้สมควรตาย เจ้าไม่ต้องเสียดายหรอก เขาตายก็ตายไป เจ้าไม่ต้องกลัวด้วย”
“แต่ว่าน้องชายของโหลวอิงป้า คือ โหลวอิงเหวิน มีวิชาสูงลึก บรรลุถึงระดับเซียนยุทธ์แล้ว ยิ่งกว่านั้น ฝีมือของฮูหยินตระกูลโหลวก็ลึกล้ำเหลือคณา ไม่ต่างจากเขาเลย นอกจากนี้อิทธิพลของตระกูลโหลวยังแผ่ไปทั่วใต้หล้า ยอดฝีมือที่ติดต่อด้วยก็มากมายดุจเมฆ…”
เซียวหนิงเสวี่ยส่ายหน้าพึมพำ แสดงท่าทีไม่กล้าจินตนาการว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร
“พอแล้ว พอแล้ว! โหลวอิงป้า ตายไปแล้ว จะเป็นอย่างไรได้อีก? ข้าทำอะไรข้ารับผิดชอบเอง ข้าไม่กลัวพวกเขาหรอก ข้าจะไม่ทำให้พวกเจ้าเดือดร้อนแน่!”
เหลียงเฟยได้ยินแล้วรำคาญใจ เลยตะโกนขัดจังหวะคำพูดของเซียวหนิงเสวี่ย สีหน้าของเซียวหนิงเสวี่ยเต็มไปด้วยความดูถูกและไม่แยแส
ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าเซียวหนิงเสวี่ยจะขี้ขลาดกลัวเรื่องถึงขนาดนี้
แท้จริงแล้วโหลวอิงป้าตายไปก็เป็นเรื่องที่ทำให้คนรู้สึกสะใจยิ่งนัก แต่นางกลับมาวิตกกังวลเกินเหตุเช่นนี้
เห็นแบบนี้แล้วมันไม่น่าหงุดหงิดไปหน่อยหรือไร?
เซียวอู่เหยียนมองดูเหลียงเฟยดูจะกำลังอารมณ์ไม่ดีจริง ๆ กลัวว่าทั้งสองจะเกิดช่องว่างระหว่างกันขึ้นมา ถึงอย่างไรเขาก็หวังให้เหลียงเฟยได้อยู่กับเซียวหนิงเสวี่ย
การมีเหลียงเฟยผู้มีศักยภาพไม่จำกัดเช่นนี้เป็นน้องเขย ถือเป็นเรื่องโชคดีอย่างหนึ่ง