สู่วิถีอมตะ - บทที่ 428 วิญญาณเทวะวิญญาณร้าย
“นี่มันสมบัติอะไร?”
เจียงผิงอันเพิ่งเคยได้ยินถึงวัตถุเช่นนี้เป็นครั้งแรก
ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่ต้องมีมูลค่าสูงมากแน่ ๆ หาไม่แล้ว การคุ้มกัน
คงไม่หนาแน่นเพียงนี้
เพื่อให้รู้ว่า ‘ไม้สะกดวิญญาณ’ คืออะไร เจียงผิงอันซึ่งอยู่ที่แดน
อุดรจึงถามเฉียนฮวั่นโหรว
เฉียนฮวั่นโหรวเป็นจักรพรรดิสูงสุดของราชวงศ์ต้าเฉียน ใช้ชีวิต
มาเนิ่นนาน นางต้องรู้แน่ว่าคือสิ่งใด
ไม่นาน เขาก็ได้รู้ว่าไม้ชนิดนี้คืออะไรจากปากเฉียนฮวั่นโหรว
ไม้สะกดวิญญาณเป็นสิ่งที่ถูกใช้เพื่อสะกดวิญญาณร้าย สร้าง
ความเสถียรแก่วิญญาณ
ยอดฝีมือมักใช้มันสร้างบ้าน ท าให้ผู้อยู่รู้สึกสงบใจ สามารถท า
ความเข้าใจกฎเกณฑ์ได้ดีกว่า
การสร้างบ้านเป็นเรื่องรอง หน้าที่หลักของไม้สะกดวิญญาณคือ
ต่อโลงศพ
หลังจากยอดฝีมือบางคนตายลง ต่อให้วิญญาณเสื่อมสลาย ก็จะ
ยังมีวิญญาณร้ายบางส่วนหลงเหลือ ดังที่ปุถุชนเรียกขานกันว่าผี
ผีเหล่านี้สามารถเรืองอ านาจเหลือเชื่อ จนท าร้ายคนเป็นได้
ในสุสานของตระกูลใหญ่บางแห่ง ฝังร่างยอดฝีมือไว้มากมาย
วิญญาณร้ายเช่นนี้ยิ่งน่าสะพรึงกลัว จึงต้องใช้โลงที่สร้างจากไม้
สะกดวิญญาณเพื่อป้องกันมิให้เกิดผีสาง
ทว่า ไม้ชนิดนี้มีน้อยยิ่ง ส่วนใหญ่อยู่ในเทือกเขาไร้สิ้นสุดแดน
บูรพา ราคามิใช่ถูก
เจียงผิงอันน าออกมาดูท่อนหนึ่ง ไม้ชนิดนี้เป็นสีด าทั้งท่อน แผ่
อ านาจกฎพิเศษชวนให้รู้สึกสงบเย็น
ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็ค้นพบว่าวิญญาณร้ายอันอยู่ไม่สุขในชีพ
จรของเขาพลันสงบลง
“หือ?”
“จริงด้วย เรายังมีวิญญาณร้ายในตัว ให้พวกมันสงบลงได้ก็ดี”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เจียงผิงอันก็เปิดจุดชีพจรในฝ่ามือ ดูดไม้สะกด
วิญญาณเข้าไป
ไม้สะกดวิญญาณบีบตัวเล็กเหลือเพียงจุดขนาดจ้อย ร่วงลงใส่
ต าแหน่งหว่างคิ้วบนกะโหลกวิญญาณร้าย
สีหน้าบิดเบี้ยวของวิญญาณร้ายสลายไป เงียบงันไม่ขยับตัวราว
จมสู่ห้วงนิทรา
เจียงผิงอันสุดแสนปรีดา ในที่สุดก็สยบมันได้แล้ว
เจียงผิงอันพยายามก่อวิญญาณเทวะขึ้นอีกครั้ง
แม้พลังวิญญาณของเขาจะมีจ ากัด มิอาจให้วิญญาณเทวะ
เหล่านี้ฝึกฝนพร้อมกับเขาเหมือนอวตารร่างมารศักดิ์สิทธิ์ได้
แต่มีวิญญาณเทวะเพิ่มมาสักดวง ยามต่อสู้ก็เท่ากับมีพลังต่อสู้
เพิ่มขึ้น
ทว่า ยามเจียงผิงอันพยายามสร้างวิญญาณเทวะ บางสิ่งแปลก
พิกลก็อุบัติขึ้น
ปรากฏว่าวิญญาณเทวะกลับก่อตัวขึ้นที่หว่างคิ้ววิญญาณร้าย
หรือก็คือมาโผล่บนไม้สะกดวิญญาณ
พลังทั้งหมดก็ถูกผสานเข้ากับวิญญาณร้ายด้วย
วิญญาณร้ายผสานกับปราณในตัวเขาแล้ว!
กะโหลกนั้นแปรลักษณ์ เปลี่ยนเป็นร่างของเจียงผิงอันซึ่งโปร่ง
แสง
“นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
เจียงผิงอันมองภาพทั้งหมดนี้อย่างตกตะลึง
เขาปล่อยร่างเจียงผิงอันโปร่งแสงนี้ออกมาอย่างระมัดระวัง พินิจ
วิญญาณเทวะประหลาดดวงนี้อย่างสนเท่ห์
วิญญาณเทวะดวงนี้เปี่ยมด้วยปราณชั่วร้าย
นี่ยังเป็นวิญญาณเทวะอยู่หรือ?
เจียงผิงอันยกมือสัมผัสวิญญาณเทวะพิเศษดวงนี้ แล้วมือของ
เขาก็ทะลุผ่านมันไป มิใช่สสารจับต้องได้
แต่แล้ว เจียงผิงอันก็ขวัญผวาเมื่อพบว่าอายุขัยของเขาถูกกลืน
กินไปอย่างรวดเร็วยามสัมผัสวิญญาณเทวะโปร่งแสงนี่
เจียงผิงอันสะดุ้งรีบชักมือกลับ ใบหน้าเปี่ยมความตกใจ
หากสัมผัสวิญญาณเทวะดวงนี้ อายุขัยจะถูกสูบกลืน!
วิญญาณร้ายผสานกับวิญญาณเทวะ เกิดเป็นสิ่งนี้ขึ้นมา!
เจียงผิงอันพลันนึกอะไรออก อัสนีหยินสีด าปรากฏขึ้นในมือร่าง
หลัก ฟาดเข้าใส่วิญญาณเทวะ
อัสนีทมิฬทะลวงร่างวิญญาณเทวะ มิได้สร้างความเสียหายใด ๆ
เจียงผิงอันน ายันต์อัคคีออกมาอีกใบ โจมตีเข้าใส่วิญญาณเทวะ
ครั้งนี้ เปลวเพลิงท าร้ายวิญญาณเทวะได้ แต่ความเสียหายมิได้
สูงนัก
เจียงผิงอันชะงักนิ่งกับที่
วิญญาณเทวะใหม่นี้สืบความสามารถของวิญญาณร้าย มิอาจ
ท าร้ายได้ด้วยการโจมตีทั่วไป!
มีเพียงอ านาจธาตุหยางเท่านั้นจะโจมตีมันเข้า!
วิญญาณเทวะนี้ ส าหรับผู้ฝึกตนซึ่งมิใช่ธาตุไฟหรืออัสนี นับว่ามี
ฤทธิ์เลิศล ้าเทียบสวรรค์!
ลองนึกภาพดูว่ายามต่อสู้จะร้ายกาจเพียงไร ผู้อื่นโจมตีมาไร้ผล
แต่วิญญาณเทวะนี้โจมตีพวกเขาได้
หัวใจของเจียงผิงอันเต้นระทึกบ้าคลั่ง ตื่นเต้นสุดขีด
วิญญาณเทวะโคจรพลัง ก่ออัสนีหยินสายหนึ่งในมือ จู่โจมเข้า
มาใส่ร่างหลัก
เปรี้ยง!
การโจมตีนี้ถูกร่างหลัก
วิญญาณเทวะนี้ก็ใช้วรยุทธ์ได้!
ไฉนจู่ ๆ ก็เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้?
เจียงผิงอันรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับไม้สะกดวิญญาณ และไม่รู้จะ
แสดงความรู้สึกปัจจุบันเช่นไรดี จู่ ๆ เขาก็จับพลัดจับผลูสร้าง
วิญญาณเทวะพิลึกพิลั่นเช่นนี้ออกมาได้
เจียงผิงอันสะกดความตื่นเต้นในใจ ส่งวิญญาณเทวะนี้เข้าสู่ชีพ
จรอื่น ๆ เพื่อดูว่าจะจัดการวิญญาณร้ายตนอื่นได้หรือไม่
ยามวิญญาณร้ายเห็นวิญญาณเทวะเข้ามา มันก็โถมเข้าใส่ทันที่
ขณะที่วิญญาณเทวะควบคุมอัสนีหยินฟาดฟันสลายวิญญาณร้ายไป
มันรับมือวิญญาณร้ายได้จริง ๆ ด้วย!
เดิมที่ การโจมตีเช่นนี้ของวิญญาณเทวะหามีผลไม่ แต่ยาม
วิญญาณเทวะผสานเข้ากับวิญญาณร้าย ดูเหมือนมันจะกลายเป็น
วิญญาณร้ายเช่นเดียวกัน การโจมตีของมันจึงมีผลกับวิญญาณร้าย
ด้วย
วิญญาณร้ายที่แตกสลายผสานเข้ากับวิญญาณเทวะ ท าให้
วิญญาณเทวะเหมือนจะโตขึ้นเล็กน้อย
เจียงผิงอันสุดแสนปรีดา ควบคุมวิญญาณเทวะวิญญาณร้าย
เริ่มกวาดล้างวิญญาณร้ายทั้งหลายในตัว
น่าเสียดายแท้ เขาคิดจะปล่อยวิญญาณร้ายเหล่านี้เข้าบ้าน
ตระกูลฉางซุนสักหน่อย แต่พวกเขาไม่มีวาสนาได้ลิ้มรสเสียแล้ว
ส าหรับวิญญาณเทวะวิญญาณร้าย วิญญาณร้ายคืออาหาร
เสริมชั้นยอด กลืนกินเพื่อเพิ่มพลังได้
ในตัวเขามีวิญญาณเทวะวิญญาณร้ายนี้ก็พอแล้ว หากมี
มากกว่านี้จะคุมไม่ไหว กระจายพลังไปให้ฝั่งอวตารร่างมารศักดิ์สิทธิ์
ฝึกฝนได้อีก
เป็นเรื่องดี ๆ เกินคาดคิดจริงแท้
อยู่ดี ๆ ก็มีวิญญาณเทวะพิเศษโผล่มาหนึ่งดวง
เจียงผิงอันเรียกมันว่าวิญญาณเทวะวิญญาณร้าย
เจียงผิงอันออกจากถุงเก็บสัตว์ภูต กลับห้องตัวเอง
วันนี้พักหนึ่งวัน ศึกษาวิญญาณเทวะประหลาดนี่ดีกว่า
เขาเชื่อว่าผู้ฝึกตนของตระกูลฉางซุนจะยินดียิ่ง หากได้เห็นว่า
เขาใช้ไม้สะกดวิญญาณของตระกูลพวกเขามาสร้างศัตรูอันบรรเจิด
เช่นนี้ให้
ขณะที่เจียงผิงอันก าลังท าสมาธิศึกษา จิตสัมผัสอันน่า
สะพรึงกลัวสายหนึ่งพลันกวาดผ่านตัวเขาไป
เจียงผิงอันสีหน้าเปลี่ยน หัวใจบีบตัว
ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ!
ขณะเดียวกัน ผู้ฝึกตนทั่วทั้งเมืองเทียนหมิงต่างสัมผัสถึงจิต
สัมผัสสายนี้ได้
“ใครกัน กวาดจิตสัมผัสตรวจสอบคนทุกผู้อย่างไร้ค านึงเช่นนี้?
วอนตายอยู่หรือ?”
“สัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตบูรณาการ!”
“เช่นนั้นก็ช่างเถอะ”
สัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตบูรณาการนับเป็นตัวตนอีกระดับแล้ว
ท าความเข้าใจกฎเคล็ดพลัง ข้ามสุญตาท่องมิติ วิญญาณเทวะ
และร่างหลักผสานสมบูรณ์ ทะลวงถึงจุดสูงสุดใหม่ สร้างอวตารได้
ตามใจ ใช้ชีวิตได้เป็นพัน ๆ ปี และยังใช้อ านาจศักดิ์สิทธิ์ได้ จิตสัมผัส
ปกคลุมพื้นที่เป็นล้านลี้…
กล่าวได้ว่าสัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตบูรณาการ แค่ผายลม
หนึ่งหนก็ล้างเมืองได้
จิตสัมผัสอันน่าสะพรึงกลัวนี้กวาดผ่านทั่วเมืองอยู่หลายหน ผู้ฝึก
ตนมากมายกล้าเดือดโทสะแต่มิกล้าปริปาก
สัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตบูรณาการผู้นี้ท าอะไรอยู่?
เหนือจักรวาลพร่างพราว สีหน้าของเกาเฉวียน หัวหน้าสมาพันธ์
พยัคฆ์ด าร้อนรนอย่างยิ่ง จิตสัมผัสของเขากวาดไปทั่วทิศ ตรวจหาที่
อยู่ของสัตว์ภูตกลายพันธุ์ตัวนั้นอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลที่ลูกน้องของเขาบรรยาย เกาเฉวียนพบข้อมูลของ
สัตว์ภูตกลายพันธุ์ชนิดนี้ในหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลว่าเป็น ‘มังกร
จักรพรรดิ’
นี่เป็นสัตว์ภูตกลายพันธุ์อันพิเศษและหายากยิ่ง ตราบ
ประวัติการณ์มีให้พบเห็นเพียงสองหนเท่านั้น
ต านานเล่าว่า สัตว์ภูตกลายพันธุ์ชนิดนี้เกิดระหว่างแสงเดือนและ
แสงตะวัน ถือครองอ านาจกฎฟ้าดิน เกิดเคียงข้างผู้เรืองฤทธิ์เปลี่ยน
ฟ้าแปรตะวัน
ยังมีข่าวลือว่านี่คือสัตว์มงคล น าโชคดีต่อบุคคลรอบข้างได้
ลือกันกระทั่งว่า ผู้ใดได้ครอบครองมังกรจักรพรรดิ จะได้
ต าแหน่งเซียนเลิศล ้า!
มังกรจักรพรรดิปรากฏตัวตั้งแรกที่ข้างกายมหาจักรพรรดิ จึงได้
ชื่อจักรพรรดิมา
ครั้งที่สองที่มันปรากฏตัว ก็คือข้างกายราชันศักดิ์สิทธิ์
นี่เป็นการปรากฏตัวครั้งที่สามของมัน และมาอยู่กับเขาเกา
เฉวียน!
นี่หมายความว่าเขา เกาเฉวียน คือตัวตนที่ภายหน้าจะเรืองฤทธิ์
พลิกฟ้าดิน!
“บัดซบ มันหายไปไหนของมัน!”
เกาเฉวียนค้นหาทั่วแคว้นเมืองนับร้อย แต่ก็ยังมิพบร่องรอยมังกร
จักรพรรดิ
“ข้าต้องได้เป็นผู้แปรฟ้าเปลี่ยนภพคนที่สาม มังกรจักรพรรดิตัว
นี้ต้องเป็นของข้า!”
หลายวันจากนั้น เกาเฉวียนก็สัญจรทั่วแดนดินในละแวก มองหา
เงาร่างมังกรจักรพรรดิตลอดมา
เพื่อเพิ่มร่องรอยของมังกรจักรพรรดิ เขาจึงใช้วิชาลับฝืน
ตรวจสอบความทรงจ าของผู้ฝึกตนในอาณัติตน เพื่อหารูปลักษณ์
ของผู้ฝึกตนที่หนีไปกับมังกรจักรพรรดิ
เจียงผิงอันหารู้ถึงตัวตนเจ้าของจิตสัมผัสไม่ แต่เขาก็ไม่กล้านั่ง
เรือเหาะต่อ ด้วยกลัวอีกฝ่ายจะอยากปล้นเรือเหาะของเขา
ต้องบอกว่าความระมัดระวังของเจียงผิงอันช่วยชีวิตเขาไว้ได้
และหลายวันนี้เอง สุดยอดอัจฉริยะในรุ่นสมัยก็มาประชันกันที่หอ
ต าราเทียนเต้า