สู่วิถีอมตะ - บทที่ 427 แทรกแซงเรือเหาะ
เจียงผิงอันคร้านเกินพูดมากความเสมอมา พลังวิญญาณของ
เขาทะลักออกคลุมตัวหนิงโหยว
เมื่อสัมผัสพลังวิญญาณนี้ ดวงตาของหนิงโหยวก็เบิกกว้าง สี
หน้าตะลึงไม่อยากเชื่อ
พลังวิญญาณของผู้อาวุโสท่านนี้ยิ่งใหญ่นัก ราวท้องทะเลอัน
กว้างไกล
หรือผู้อาวุโสท่านนี้ก็เป็นผู้ฝึกจิตด้วย?
ในศึกก่อนหน้านี้ยามปะทะฉางซุนเชียนเฮ่อ ผู้อาวุโสมิได้ใช้
อ านาจนี้เลย
ผู้อาวุโสท่านนี้เป็นใครกัน? เป็นผู้ฝึกจิตเสียด้วย
ทันใดนั้น หนิงโหยวก็นึกถึงบางสิ่ง ใบหน้าของนางแดงก ่า พลัง
วิญญาณนี้เคลือบไปทั่วกายนาง เท่ากับนางถูกเห็นเรือนร่างทุกซอก
มุมแล้ว
กร๊อบ!
หนึ่งเสียงดังกังวาน ตราวิญญาณในตัวหนิงโหยวแตกสลายไป
“เอาละ ไปเถอะ”
ก่อนหน้านี้ เจียงผิงอันอยากใช้ตราวิญญาณนี้ ‘วางเหยื่อลวง
มัจฉาใหญ่’ แต่ตราวิญญาณดันไปอยู่บนตัวสตรีผู้นี้เสียได้
ใช้สตรีผู้นี้เป็นเหยื่อ ดูจะมากไปสักหน่อย
เมื่อเห็นตราวิญญาณถูกท าลายลงง่าย ๆ หนิงโหยวก็ตกใจยิ่ง
มิใช่เขาว่าตราวิญญาณปลดยากยิ่งหรือ? ไฉนมันจึงพินาศลงใน
พริบตา?
พลังวิญญาณของผู้อาวุโสท่านนี้จะร้ายกาจไปแล้วกระมัง?
หนิงโหยวคลับคล้ายตัดสินใจบางอย่างได้ นางคุกเข่าตรงหน้า
เจียงผิงอัน เผยส่วนโค้งเว้าด้านหลังอย่างสมบูรณ์แบบ
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยผู้น้อย ผู้น้อยไร้สิ่งใดตอบแทน เต็มใจ
กราบผู้อาวุโสเป็นอาจารย์ รับใช้อาจารย์ไปชั่วชีวิตเจ้าค่ะ!”
แม้ขอบเขตของผู้อาวุโสท่านนี้จะไม่ได้สูงอะไรนัก แต่
สมรรถภาพต่อสู้ของเขาเลิศล ้าสุดขั้ว ไม่มีทางเป็นคนธรรมดา
ความส าเร็จภายหน้าสูงล ้าแน่แท้
เรื่องส าคัญที่สุดคือ หนิงโหยวคิดตอบแทนบุญคุณที่อีกฝ่าย
ช่วยชีวิต
“อย่าเลย เจ้าอ่อนแอเกินไป” เจียงผิงอันปฏิเสธทันที่
สีหน้าของหนิงโหยวนิ่งค้าง ผู้อาวุโสท่านนี้พูดตรงเกินไปแล้ว
“อาจารย์ ข้าแข็งแกร่งมากนะเจ้าคะ อายุไม่ถึงสองร้อยข้าก็ถึง
ขอบเขตแปรเทวะแล้ว เป็นอัจฉริยะอันหายากยิ่ง”
“ข้าไม่อยากรับศิษย์ ไปเถอะ” เจียงผิงอันปฏิเสธอีกครั้ง
หนิงโหยวยิ้มขมขื่น ผู้อาวุโสท่านนี้ต้องเป็นผู้เฒ่าที่อยู่มาหลาย
พันปี ไตเสื่อม*[1]จนไม่สนสตรีเพศแล้วแน่ ๆ
“ผู้อาวุโส ยามนี้ข้าไปไม่ได้เจ้าค่ะ คนจากสมาพันธ์พยัคฆ์ด าไล่
ล่าผู้อาวุโสอยู่ หากข้าออกไป มีแต่จะเผยร่องรอยของผู้อาวุโสได้นะ
เจ้าคะ”
นางจะกอดต้นขาผู้อาวุโสท่านนี้ไว้ และต้องหาทางอยู่ข้างกายผู้
อาวุโสท่านนี้ให้ได้
ขณะนั้นเอง เสี่ยวไป๋ซึ่งอ่านนิยายอยู่ไม่ห่างไปนักพลันปริปาก
“หนังสือเขียนไว้ว่า ในเวลาแบบนี้สมควรฆ่าคนปิดปาก”
หนิงโหยว “…”
ยายหนูน้อยนี่ใคร อ ามหิตอะไรเพียงนั้น?
หนิงโหยวเงยหน้ามาพินิจแววตาของเจียงผิงอันอย่างสั่นกลัว
ด้วยเกรงอีกฝ่ายจะฆ่าปิดปากกันจริง ๆ
เจียงผิงอันเงียบไปครู่หนึ่ง จึงเอ่ยว่า “รอข้าแทรกแซงเรือเหาะ พา
เจ้าออกจากที่นี่ก่อน แล้วเจ้าค่อยไปแล้วกัน”
หนิงโหยวถอนหายใจโล่งอก ผู้อาวุโสท่านนี้ดีจริง ๆ มองปราด
แรกก็รู้แล้วว่ามิใช่สัตว์ประหลาดเฒ่ากระหายเลือด
หากเป็นเทพสังหารเจียงผิงอันผู้นั้น คงฟาดนางสู่โลกหน้าแล้ว
แน่ ๆ
“ผู้อาวุโส เรือเหาะมีอักขระรักษาความลับเขียนอยู่ ยากต่อการ
แทรกแซงนะเจ้าคะ”
“โดยเฉพาะเรือสินค้าเช่นนี้ ต้องมียันต์รักษาความลับระดับสูงอยู่
เป็นแน่ การแทรกแซงเป็นไปไม่ได้เลย หากบังคับท าลายมัน สินค้า
ข้างในจะระเบิดไปพร้อมกันกับเรือเหาะ”
“เรือเหาะล านี้ระดับสูงมาก พลังระเบิดน่าจะเป็นสิ่งที่ยอดฝีมือ
ขอบเขตบูรณาการรับมิได้ด้วยซ ้า”
หนิงโหยวกลัวจะเกิดเรื่องใดกับเจียงผิงอัน จึงกล่าวเตือนขึ้นมา
เจียงผิงอันมองเรือเหาะล ามหึมาตรงหน้าแล้วขมวดคิ้วแน่น
“แทรกซึมมิได้หรือ?”
หนิงโหยวพยักหน้า “เจ้าค่ะ โลกหล้าผู้ฝึกตนมีโจรมากมาย เพื่อ
เพิ่มการป้องกันจากโจรเหล่านี้ หากไม่มีป้ายควบคุม ก็ไม่สามารถ
ควบคุมอะไรมันได้เลย และไม่มีทางได้สินค้าภายในนั้นมา”
หนิงโหยวเปลี่ยนประเด็น “แต่มิวิธีปลดมันอยู่เจ้าค่ะ”
“โอ้? จะปลดมันเช่นไร?” เจียงผิงอันหันมองสตรีผู้นี้
หนิงโหยวกล่าว “ท่านเคยได้ยินถึงศาสตราเซียน พู่กันพิพากษา
ในต านานหรือไม่เจ้าคะ?”
“นี่คือพู่กันผลกรรม พู่กันด้ามแรกในโลกที่ถูกใช้วาดอักขระ
ทลายได้แทบทุกอักขระในหล้า”
“แม้เราจะมิอาจได้ศาสตราเซียนชิ้นนี้มา ก็มีพู่กันพิพากษา
ศาสตราเซียนครึ่งขั้นซึ่งท าเลียนแบบอยู่ในต้าเซี่ย”
“เรื่องบังเอิญคือ ผู้น้อยเป็นคนจากต้าเซี่ย และผู้อาวุโสมิทราบ
แน่ว่าต านานแห่งต้าเซี่ย เจียงผิงอัน แท้จริงเคยตามจีบผู้น้อยอยู่”
หนิงโหยวกล่าวอย่างภาคภูมิ
“เจียงผิงอันตามจีบเจ้า?”
สีหน้าของเจียงผิงอันพลันแปรเปลี่ยนพิกล
“ผู้อาวุโสคงไม่เชื่อแน่ ๆ ยามนั้นเจียงผิงอันยังอ่อนแอมาก ขาดผู้
คุ้มกัน ผู้น้อยปกป้องเขาครั้งหนึ่ง เขาจึงตกหลุมรักผู้น้อยแต่แรก
เห็น”
“แต่ผู้น้อยอุทิศตนแก่การฝึกเต๋า ตั้งอกตั้งใจฝึกฝน ยังไม่ถึง
จุดสูงสุดแห่งมหาเต๋า จะกล่าวถึงเรื่องบุตรหลานได้อย่างไร?”
หนิงโหยวดูเคร่งขรึม วางตัวเป็นผู้พากเพียรฝึกฝน หวังว่าผู้
อาวุโสท่านนี้จะเห็นแก่ความมานะ ยอมรับนางเป็นศิษย์
หลังจากเพ้อฝันเล็กน้อย หนิงโหยวก็กลับเข้าประเด็น
“ผู้น้อยเคยช่วยเหลือต้าเซี่ยมาก่อน ต้าเซี่ยก็ดีต่อผู้น้อย ผู้
อาวุโสจะกลับต้าเซี่ยกับผู้น้อยเพื่อยืมพู่กันพิพากษา ปลดอักขระ
รักษาความลับเหล่านี้ก็ได้นะเจ้าคะ”
“แต่ก็อาจมีสิ่งที่ต้องจ่ายแลกเปลี่ยน ไม่รู้เรือสินค้าล านี้บรรทุก
อะไรไว้ หากมีค่าก็จะเป็นก าไรเจ้าค่ะ”
สองวาทะหลังหาใช่การอวดโอ่ ในศึกเผชิญต้าฉู่ก่อนหน้านี้
ส านักขวานฟ้าเข้าช่วยเหลือ สร้างผลงานศึก จึงได้ติดต่อกับราชวงศ์
ต้าเซี่ย
เจียงผิงอันพินิจหนิงโหยวอย่างลึกล ้า ไร้วาจาใด ๆ แล้วไหวกาย
เข้าไปในเรือเหาะ
หนิงโหยวถอนหายใจ ผู้อาวุโสท่านนี้เย็นชาจริง ๆ นางอาจหมด
โอกาสกราบอาจารย์แล้ว
นางลุกขึ้นจากพื้น พลันฉุกนึกบางอย่างได้ ก่อนจะหันไปหา
เด็กหญิงซึ่งก าลังอ่านนิยายอยู่ไม่ไกล
“น้องสาว ขอถามหน่อยว่าผู้อาวุโสท่านนี้ชื่ออะไรหรือ?”
เสี่ยวไป๋เงยหน้าช าเลืองหนิงโหยว ดวงตากลมโตเปี่ยมความเห็น
ใจ “อย่ารู้เลยดีกว่า”
หนิงโหยวงุนงง ไฉนการที่นางไม่รู้นามผู้อาวุโสท่านนี้จึงเป็นเรื่อง
ดี?
หรือผู้อาวุโสท่านนี้จะเป็นมารร้าย? หรือเป็นผู้ถูกขุมก าลังใหญ่
บางแห่งไล่ล่า?
ผู้อาวุโสท่านนี้ลึกลับนัก ชวนฉงนใจเสียจริง
ยามจากจร ต้องถามนามผู้อาวุโสท่านนี้ให้จงได้
ขณะนั้นเอง หนิงโหยวสัมผัสบางสิ่งได้ หันขวับไปมองทางเรือ
เหาะทันที่
แล้วนางก็เห็นค่ายกลบนเรือเหาะถูกกระตุ้นท างาน อักขระ
หนาแน่นวูบไหวพริบพราย
หนิงโหยวตกใจ หรือผู้อาวุโสจะพยายามทะลวงค่ายกลของเรือ
เหาะ!
มันจะระเบิดแล้ว!
เรือเหาะระดับสูงขนาดนี้ ระเบิดขึ้นมาสักที่ กระทั่งยอดฝีมือ
ขั้นต้นขอบเขตบูรณาการยังหยุดไม่ไหว หากถูกกระตุ้นขึ้นมา มัน
ระเบิดพวกนางตายหมดที่นี่แน่!
จบสิ้นแล้ว ตายแน่!
ขณะที่หนิงโหยวยังคิดเช่นนี้ อักขระแสงบนเรือเหาะก็เสื่อมสลาย
คืนสู่ปกติ
หนิงโหยวแน่นิ่ง
ไฉนมันจึงไม่ระเบิด?
อย่าบอกนะว่า… ผู้อาวุโสแทรกแซงค่ายอักขระได้แล้ว?
เป็นไปไม่ได้สิ อักขระระดับสูงขนาดนี้ นอกจากผู้ที่สร้างมัน
ขึ้นมา ผู้อื่นก็ไม่มีทางแทรกแซงได้ ผิดพลาดเพียงนิดมันก็จะระเบิด
หรือผู้อาวุโสท่านนี้ยังเป็นปรมาจารย์นักเขียนยันต์ผู้เก่งกาจอีก?
เจียงผิงอันมิใช่ปรมาจารย์นักเขียนยันต์ แต่เขามีพู่กันพิพากษา
เรือเหาะล านี้มูลค่าสูงล ้า เต็มไปด้วยอักขระมิติระดับสูง สามารถ
ข้ามมิติได้ ความเร็วเทียบเสมอยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ
ด้วยเรือเหาะล านี้ การสัญจรภายหน้าก็จะสะดวกสบาย
หลังแทรกแซงเรือเหาะได้ เขาก็ใช้พู่กันพิพากษาและป้ายหยก
วาดป้ายควบคุมเรือเหาะขึ้นใหม่
ใช้ป้ายควบคุมนี้เปิดคลังสินค้าซึ่งถูกเข้ารหัสไว้
ที่กลางคลังสินค้า มีเพียงหนึ่งชั้นวางซึ่งมีก าไลเก็บของสีด าวง
หนึ่งวางอยู่
เจียงผิงอันงุนงงอย่างยิ่ง คลังสินค้าตั้งกว้างใหญ่ แต่มีสมบัติวิเศษ
เก็บของเพียงหนึ่ง ไฉนจึงยังใช้เรือเหาะมาขนส่งอีก?
ทว่า ไม่นานเจียงผิงอันก็ได้ค าตอบ
ข้อแรก เรือเหาะนั้นรวดเร็ว หนีหายผ่านมิติได้ เท่ากับความเร็ว
ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการผู้หนึ่ง เป็นสิ่งที่จับต้องได้มากกว่ายอด
ฝีมือขอบเขตบูรณาการสักคน
ข้อสอง ความปลอดภัย บนเรือเหาะมีอักขระรักษาความลับอยู่
หากถูกบังคับงัดแงะ มันจะระเบิดพลังที่กระทั่งยอดฝีมือทั่วไปใน
ขอบเขตบูรณาการยังรับไม่ไหว ปลอดภัยอย่างยิ่ง
ข้อสาม น่าจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ขอเพียงไม่เกิดอุบัติเหตุ
ใด ๆ ยอดฝีมือขอบเขตหลอมสุญตาก็สามารถเคลื่อนย้ายสินค้าได้
ทั้งยังแวะรับผู้โดยสารได้ด้วย
สรุปคือ ราคาการใช้เรือเหาะนั้นต ่ากว่าใช้งานยอดฝีมือขอบเขต
บูรณาการสักคน
เจียงผิงอันก้าวเข้ามา พบว่าบนก าไลเก็บของก็มีอักขระรักษา
ความลับวาดไว้เช่นกัน
อักขระรักษาความลับนี้ไม่เหมือนกับอักขระรักษาความลับบน
เรือเหาะ จะเปิดได้มีแต่ต้องใช้อักขระอีกตัวมาแก้
แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนกัน ขอเพียงสมบัติวิเศษเก็บของนี้ถูกบังคับ
งัดแงะ มันจะระเบิด ท าให้สิ่งของภายในสูญหายในความผันผวนแห่ง
มิติ
อักขระท าลายตัวเองเช่นนี้ลดความอยากปล้นชิงสินค้าของเหล่า
โจรอย่างมหาศาล
มีป้ายชื่อสินค้าใบหนึ่งแปะอยู่กับสมบัติวิเศษเก็บของ เขียนว่า
‘ไม้สะกดวิญญาณ’
[1] ในต าราแพทย์แผนโบราณจีน ไตมีโครงข่ายเชื่อมโยงกับ
กระดูก ไขกระดูก สมอง เส้นผม หู อวัยวะสืบพันธุ์ และทวารหนัก
หากไตเสื่อม ระบบที่เชื่อมกันก็เสื่อมไปด้วย ซึ่งหนิงโหยวก าลัง
หมายถึงระบบสืบพันธุ์