สู่วิถีอมตะ - บทที่ 453 ประชันบรรพชนจระเข้อีกครั้ง
“อาจารย์ เราจะหยุดมันได้หรือเจ้าคะ?”
เจียงเสียวเสวี่ยควบคุมค่ายกลที่แนวหลัง ช่วยเหลือผู้ฝึกตนซึ่ง
ต่อสู้อยู่ด้านหน้า
ซากศพกองสุมตรงหน้า ซากสังขารผู้ฝึกตนโปรยปรายเช่นสาย
ฝนจากฟากฟ้าอย่างต่อเนื่อง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งแสบนาสิก ทั่ว
ฟ้าดินถูกย้อมแดงฉาน
บรรยากาศกดดันชอนไชสู่ทุกดวงใจ
ซ่งฮุ่ยที่ข้างกายนางไร้วาจา ดวงตาของนางเรืองประกายจนใจไร้
กำลัง
เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์แข็งแกร่งเกินไป โดยเฉพาะบรรพชนจระเข้
ผู้ฟื้นคืนนั้นไร้เทียมทานเกินใคร สังหารผู้ฝึกตนไปมากนัก
“หากท่านพ่อของข้ากลับมา เขาจะหยุดพวกชั่วนี่ได้แน่!” เจียง
เสียวเสวี่ยกัดฟันถลึงตามองบรรพชนจระเข้
ซ่งฮุ่ยยิ้มขื่นไร้วาจา เจียงผิงอันยังต้องประลองชิงตำแหน่ง
อัจฉริยะอันดับหนึ่งในหทัยแผ่นดิน แดนอุดรก็ต้องพิทักษ์ เขาจะ
กลับมาได้อย่างไร
“แย่แล้ว! พี่หญิงเซี่ยชิงอยู่ในอันตราย!”
เจียงเสียวเสวี่ยสังเกตเห็นว่าบรรพชนจระเข้ทะลวงวงล้อมหลาย
สิบคนออกมา ฆ่าผู้ฝึกตนไปมากมาย และเซี่ยชิงซึ่งแข็งแกร่งกว่าใคร
คือเป้าหมายหลักของมัน
เจียงเสียวเสวี่ยรีบขว้างยันต์เคลื่อนย้าย พาตัวเซี่ยชิงกลับมา
มิติบิดตัว แสงสีขาววาบไหว เซี่ยชิงกลับมายังแนวหลัง โลหิต
ไหลจากมุมปาก ปราณของนางรวนเร ใบหน้าเปี่ยมความอ่อนล้า
“ไม่มีทางชนะได้เลย”
“มิใช่เจ้ามีปัญหาหรอก บรรพชนจระเข้แข็งแกร่งเกินไป
ต่างหาก” ซ่งฮุ่ยรีบส่งโอสถให้เซี่ยชิง
ตัวตนซึ่งเคยเป็นใหญ่ในหนึ่งยุคสมัยนี้ ไม่มีใครนอกจากมหา
จักรพรรดิพิชิตได้
เหตุผลที่เจียงผิงอันสู้เสมอกับบรรพชนจระเข้ได้เมื่อกาลก่อน ก็
เพราะตัวตนน่าสะพรึงกลัวนี้เพิ่งฟื้นคืน
ยามนี้ ต่อให้เจียงผิงอันมาด้วยตนเอง ก็ไม่มีทางเอาชนะได้
ขณะนี้ มิติถูกฉีกกระชาก ศีรษะจระเข้มหึมาชวนสะพรึงพลัน
ปรากฏขึ้น ดวงตาจับจ้องเซี่ยชิงอย่างหิวกระหาย
“พลังสุดขั้วหยิน เมล็ดต้นโลกา พวกมันเป็นของบรรพชนผู้นี้
ทั้งนั้นเลย!”
บรรพชนจระเข้สุดแสนดีใจที่ได้พบผู้ฝึกตนมนุษย์ซึ่งมีพลังสุด
ขั้วหยิน
ขอเพียงกลืนอีกฝ่ายลงไปได้ พลังสุดขั้วหยินจะเป็นของมัน
แต่สิ่งที่ทำให้มันดีใจที่สุดหาใช่พลังสุดขั้วหยินไม่ แต่เป็นเมล็ด
ต้นโลกา
มันสัมผัสถึงสิ่งนี้มิได้ยามเริ่มประชันแม่หนูนี่ แต่ภายหลังก็พบว่า
มันไม่อาจสูบปราณวิญญาณออกจากมนุษย์ผู้นี้ได้
หลังสังเกตอย่างระมัดระวัง มันก็พบว่าในร่างอีกฝ่ายมีเมล็ดต้น
โลกาอยู่
ด้วยเมล็ดต้นโลกา มันจะกลับสู่จุดสูงสุดได้อย่างแน่นอน!
“ถอยเร็ว!”
สีหน้าของเซี่ยชิงแปรเปลี่ยนอย่างมหันต์ยามเห็นบรรพชนจระเข้
ปรากฏตัวกะทันหัน
ปรากฏว่าอีกฝ่ายเชี่ยวชาญอำนาจมิติ!
เซี่ยชิงใช้เคล็ดวิชามหาจักรพรรดิ ‘อนันตราตรี’ ทำให้แสงสว่าง
ในคลองจักษุของอีกฝ่ายมอดดับไปทันที และฉวยโอกาสนี้ใช้เศษ
ศาสตราเซียนโจมตี
ฉัวะ!
ร่างของบรรพชนจระเข้ถูกเศษศาสตราเซียนแทงทะลุ
น่าเสียดายที่มันเป็นเพียงหนึ่งเศษเสี้ยว ไร้พลังซึ่งเป็นของ
ศาสตราเซียนสมบูรณ์
“นังคนสมควรตาย! ถึงกับทำร้ายบรรพชนผู้นี้!”
บรรพชนจระเข้รู้สึกอับอายยิ่งที่ต้องมาบาดเจ็บเพราะคนเช่นนี้
ด้วยเสียงคำรามอย่างเดือดดาล ร่างของมันขยายตัวอย่าง
รวดเร็ว พลังกลืนกินอันชวนสะพรึงถูกปลดปล่อยจากทั่วสรรพางค์
เพียงพริบตา อนธการรอบกายมันก็ถูกสูบหายไป
พลังกลืนกินของมันดูดกลืนได้ทุกสิ่ง แสงสว่าง ความมืด มิติ…
สรรพสิ่งที่มิใช่กาลเวลาล้วนถูกกลืนกินได้หมดสิ้น
ขณะมองสีหน้าเหี้ยมเกรียมของบรรพชนจระเข้ หัวใจของเซี่ยชิง
เต็มไปด้วยความไร้กำลัง
ยากจะคาดฝันว่าเจียงผิงอันสู้เสมอกับอีกฝ่ายได้อย่างไร มัน
แข็งแกร่งเกินกว่าจะเอาชนะได้เลย
มิอาจหนีได้แล้ว
น่าเสียดายที่นางยังมิได้เป็นจักรพรรดินีเลย…
ไม่รู้ทำไม หนึ่งเงาร่างอันคุ้นเคยจึงเด้งขึ้นในมโนสำนึก
ยามนี้ เซี่ยชิงตระหนักแล้วว่าความปรารถนาสูงสุดของนางมิใช่
การเป็นจักรพรรดินี
น่าเสียดายที่กว่านางจะรู้ก็สายเกินไป
ขณะนี้ อัสนีสายหนึ่งวูบไหว กระแทกเข้าใส่บรรพชนจระเข้ที่พุ่ง
เข้ามา
เปรี้ยง!
ร่างมหึมาของบรรพชนจระเข้ร่วงกระแทกเสียงสนั่น ผืนพสุธา
ระเบิดแตก ฝุ่นควันฟุ้งตลบ
ร่างอรชรของเซี่ยชิงสะท้าน ดวงตาคู่งามจ้องมองร่างสูงใหญ่
ตรงหน้า
“เจ้า… มิใช่ประลองอยู่ในหทัยแผ่นดินหรือ!”
ผู้มามิใช่ใครอื่นนอกจากเจียงผิงอัน
“ไม่สำคัญเท่าพวกเจ้าหรอก”
เส้นผมดำของเจียงผิงอันโบกไสว สีหน้าของเขาไร้อารมณ์
เดิมที เขาอยากประลองยุทธ์ ร่างอวตารก็มาถึงหทัยแผ่นดินแล้ว
แต่เมื่อเขารู้ถึงวิกฤติในแดนบูรพา เขาก็ทิ้งการประลองกลับมา
ยังแดนบูรพาพร้อมกำลังเสริมทันที
ที่แดนบูรพานี้มีต้าเซี่ย มีต้าเฉียน มีตระกูลเหลยโบราณอยู่
ดังนั้นแดนบูรพาต้องไม่เป็นอะไร
ดวงตาของเซี่ยชิงพลันแดงก ่า เหินตัวโถมเข้าใส่อ้อมแขนของ
เจียงผิงอัน ขบกัดไปทั่วหน้าเจียงผิงอันอย่างดุดัน
เกือบไปแล้ว ช้าไปสักนิด นางก็ตายไปแล้ว
เจียงผิงอันออกแรงผลักอกฝ่าย “เจ้ากัดถึงลิ้นข้าแล้ว”
เซี่ยชิง “…”
อารมณ์ในใจนางหายสิ้นไม่เหลือร่องรอย
“ท่านพ่อ!”
เมื่อเห็นเจียงผิงอัน เจียงเสียวเสวี่ยผู้ควบคุมค่ายกลอยู่ก็ตื่นเต้น
จนหน้าแดงก ่า
เจียงเสียวเสวี่ยตะโกนบอกซ่งฮุ่ยอาจารย์ตน “อาจารย์ ท่านพ่อ
ข้าอยู่นี่แล้ว เราจะชนะ!”
ซ่งฮุ่ยอ้าปาก แต่ก็มิได้ขัดวาจาเจียงเสียวเสวี่ย
ต่อให้เจียงผิงอันมาพร้อมยอดฝีมือกำลังเสริม มันก็อาจมิ
สามารถเปลี่ยนอะไรได้
แค่ยื้อบรรพชนจระเข้ได้ก็ดีแล้ว
มีคนบางส่วนสังเกตเห็นเจียงผิงอัน ทำให้พวกเขาเกิดความหวัง
ริบหรี่ในใจ
“สัตว์เลื้อยคลานสมควรตาย! บรรพชนผู้นี้มิทันได้ไปหาตัวเจ้า
แต่เจ้ากลับดาหน้ามาหาที่ตายเอง!”
เสียงแผดร้องด้วยโทสะดังสะท้านฟ้าดิน บรรพชนจระเข้แผ่
ปราณชวนสะพรึง แรงกดดันแข็งกล้าทำให้มันดูประหนึ่งศูนย์กลาง
แห่งโลกา
บรรพชนจระเข้เหินกลับขึ้นมา ร่างของมันเปลี่ยนสู่ลักษณ์มนุษย์
แต่ยังคงมีศีรษะเป็นจระเข้
มันต้องยอมรับว่าร่างมนุษย์เหมาะสมแก่การฝึกฝนที่สุด และเรื่อง
สำคัญเหนือใดคือ วิชาส่วนใหญ่ถูกคิดขึ้นโดยใช้ร่างมนุษย์เป็นฐาน
ในอดีต บรรพชนจระเข้ดูแคลนวิชาของเผ่ามนุษย์ จนสุดท้ายก็
ถูกกู่ตี้เอาชนะลงได้
ฟื้นคืนยามนี้ มันได้รับบทเรียนและศึกษาวรยุทธ์ ซึ่งจะทำให้มัน
พัฒนาสู่อีกระดับใหม่
“ในเมื่อเจ้าเสนอหน้ามาตายเอง บรรพชนผู้นี้ก็จะสงเคราะห์ให้!”
แสงทองสายหนึ่งเรืองบนตัวบรรพชนจระเข้ กฎจำนงสัประยุทธ์
ปรากฏรายล้อม “เกินคาดหรือไม่? กฎจำนงสัประยุทธ์ของเจ้าถูก
บรรพชนผู้นี้บรรลุถ่องแท้แล้ว!”
“อำนาจนี้ บรรพชนผู้นี้ชอบมันนัก ยิ่งความเชื่อกล้าแกร่ง พลัง
ต่อสู้ยิ่งรุนแรง”
เห็นเช่นนี้ ผู้ฝึกตนในสมรภูมิก็สั่นสะท้านในใจอย่างรุนแรง
“บรรพชนจระเข้กระทั่งบรรลุกฎจำนงสัประยุทธ์ของกายา
ศักดิ์สิทธิ์ด้วยหรือ!”
ปกติแล้ว มีเพียงกายาศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่บรรลุกฎจำนงสัประยุทธ์
ได้
“จากพลังกลืนกิน บรรพชนจระเข้สามารถเร่งการทำความเข้าใจ
กฎเกณฑ์ใด ๆ ก็ได้ ทั้งกฎมิติ กฎเบญจธาตุ… มันเข้าใจหมดเลย”
ความแข็งแกร่งของบรรพชนจระเข้ทำให้หัวใจปวงชนมัวหมอง
เซี่ยชิงกล่าวกับเจียงผิงอันเสียงขรึม “ผนึกกำลังกับคนอื่น ๆ
ลากมันไปตายด้วยกันเถอะ”
“ไม่ต้อง ข้าคนเดียวก็พอ”
เจียงผิงอันจ้องตรงไปที่บรรพชนจระเข้
เมื่อเห็นเขาปฏิเสธ เซี่ยชิงก็พูดอย่างร้อนใจ “อย่าถือตนมากนัก
ข้ารู้ว่าเจ้าเคยประมือกับบรรพชนจระเข้มาก่อน แต่ครั้งนั้นมันเพิ่งฟื้น
คืนนะ!”
“บรรพชนจระเข้ในขณะนี้มิได้อยู่ในระดับเดียวกับกาลก่อนเลย
……”
ม่านตาของเจียงผิงอันพลันหดตัว ผลักเซี่ยชิงออกไปอย่าง
รุนแรง ขณะเดียวกันก็ยกมืออีกข้างออกหมัดสู่สุญตา ขณะที่มือข้าง
หนึ่งลอบพุ่งเข้ามาจากบริเวณนั้น
ตู้ม!
สองหมัดเผชิญกัน ส่งเสียงอึกทึกเยี่ยงอัสนี ระเบิดลั่นทั่วสมรภูมิ
อำนาจร้ายแรงนี้ถล่มบรรพตในรัศมีหลายร้อยลี้ราบเรียบ ผู้ฝึก
ตนคนอื่น ๆ ถูกกวาดกระเด็นไป
ผู้ฝึกตนที่เห็นภาพนี้ล้วนผงะตะลึง
เพียงการปะทะเฉย ๆ ระหว่างทั้งสองกลับแข็งแกร่งกว่ายามพวก
เขาใช้วรยุทธ์อีก
การต่อสู้ระหว่างสัตว์ประหลาดทั้งสองมิใช่สิ่งที่พวกเขาจะเข้า
พัวพันได้เลย
ชั่วขณะนั้น การต่อสู้ในสมรภูมิพลันชะงัก สายตาของทุกฝ่าย
จดจ้องที่ทั้งสอง
ทุกตัวตนที่นี่ทราบว่าศึกระหว่างทั้งสองจะกระทบถึงกระแส
สงคราม
เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์และเผ่าปีศาจทั้งหลายต่างมั่นใจในบรรพ
ชนจระเข้สุดหัวใจ
ส่วนฝ่ายมนุษย์ พวกเขามีก็แค่ความคาดหวัง แต่ไม่มีความมั่นใจ
มากนัก
ยอดฝีมือจระเข้กลืนสวรรค์แสยะยิ้มให้เผ่ามนุษย์และเจียงผิงอัน
“เราจะให้พวกเจ้าเผ่ามนุษย์แห่งฤทธาแท้จริงของบรรพชนเผ่าเรา!”
ครั้งก่อน บรรพชนเพิ่งฟื้นตัว ยังไม่ทันคุ้นชินกับร่างนี้ดี พลังหรือ
ก็ยังไม่หวนกลับ ทำให้เจียงผิงอันกร่างกำแหงได้ครั้งหนึ่ง
วันนี้ เจียงผิงอันจะได้เห็นว่าบรรพชนแข็งแกร่งเพียงไร!