สู่วิถีอมตะ - บทที่ 454 สิ้นหวัง ปรากฏหวัง
ผู้ฝึกตนฝั่งเผ่ามนุษย์กระวนกระวายเสียจนมิกล้าหายใจ
เซี่ยชิงรีบถ่ายทอดปราณแก่ยอดฝีมือจากต้าเซี่ย “หากเกิดอะไร
ขึ้น รีบเข้าไปช่วยเลยนะ”
เจียงผิงอันเคร่งขรึมยิ่ง แรงกดดันจากบรรพชนจระเข้แข็งแกร่ง
กว่าร่างโกลาหลมากนัก
กล่าวได้กระทั่งว่า ร่างโกลาหลและบรรพชนจระเข้มิใช่คนระดับ
เดียวกันเลย
นอกจากนั้น อีกฝ่ายยังแข็งแกร่งขึ้นแล้วด้วย
เจียงผิงอันมิกล้าเลินเล่อ เขาไหวกายเข้าไป ใช้หมัดทำลายล้าง
กระหน ่าใส่ทันที
คลื่นพลังรุนแรงทำให้ปวงชนสะดุ้งโหยง
มิใช่เจียงผิงอันเพิ่งคลายคำสาปได้หรือ? เหตุใดจึงใช้อำนาจ
แข็งแกร่งเช่นนี้ได้?
ดวงตาจระเข้ของบรรพชนจระเข้เผยประกายจริงจัง เด็กนี่ขัด
เกลาหมัดนี่ถึงเพียงนี้แล้ว
ครั้งก่อนยามสู้กันเหนือจักรวาล เขาถูกหมัดนี้ขัดจังหวะ
พรสวรรค์สร้างสรรค์ของเด็กนี่อาจดำเนินได้ครึ่งทางของมหา
จักรพรรดิแล้ว
ต่อหน้าหมัดนี้ บรรพชนจระเข้มิกล้าเลินเล่อ รีบยกมือขึ้นจู่โจม
รับ
ทั้งสองปะทะกัน
ตู้ม!
คลื่นเสียงอึกทึกสนั่นเก้าชั้นสรวง เพียงสำเนียงลำพังก็สั่น
ประสานปวงชนซึ่งมองอยู่จนหนังศีรษะชายิบ
สองตัวตนนี่ดูไม่เหมือนผู้เพิ่งบรรลุถึงขอบเขตนี้เลย
บรรพชนจระเข้ถูกชกกระเด็น แต่หาได้กระอักเลือดไม่ มีเพียง
กำปั้นที่แดงก ่า
“แค่นี้หรือ?”
บรรพชนจระเข้ประคองตน สีหน้าเหยียดหยาม พยายามควบคุม
แขนไม่ให้สั่นสะท้าน
อันที่จริง กระดูกของมันถูกหักป่น หากมิใช่เพราะร่างกาย
แข็งแกร่งของมัน กอปรกับพลังกลืนกินดูดซับพลังไปมากมาย ร่าง
ของมันคงแหลกสลายไปกับหมัดนี้แล้ว
แต่ศักดิ์ศรีของบรรพชนจระเข้ค ้าอยู่ มันจึงมิอาจแสดงออก
“นี่ควรเป็นหมัดที่แข็งแกร่งสูงสุดของเจ้าแล้ว แต่ก็แค่นี้เอง”
บรรพชนจระเข้ฉวยโอกาสขณะพูดรีบใช้วิชาเยียวยาฟื้นคืน
กระดูกที่แตกยับ
สีหน้าของเจียงผิงอันบูดบึ้งยิ่ง หมัดของเขา กระทั่งยอดฝีมือขั้น
ปลายขอบเขตหลอมสุญตายังกระอักเลือด
แต่อีกฝ่ายกลับแค่กระดูกหัก
เจียงผิงอันใช้หมัดอู๋จี๋ ทะยานเวหาขึ้นโจมตี
“โง่เอ๊ย บอกแล้วมิใช่หรือ ลูกไม้นี้ไร้ประโยชน์กับบรรพชนผู้นี้!”
ปากบรรพชนจระเข้บอกไม่ได้ผล แต่มันก็มิกล้าใช้ร่างรับหมัด
อีกต่อไป มันใช้วรยุทธ์ กางโล่ห้าสีตรงหน้า
หมัดของเจียงผิงอันปะทะใส่ ทว่ากลับไร้เสียงใด ๆ ประหนึ่งชกลง
ใส่น ้า มิอาจส่งผ่านอำนาจใด
โล่ห้าสีระเบิดแสงเจิดจรัส พลังของเขาสลายไปบนนั้น
ได้ยินเพียงเสียงเปรี๊ยะหนึ่งหน โล่ห้าสีแตกกระจาย บรรพชน
จระเข้ถูกอำนาจรุนแรงผลักกระเด็น
ครั้งนี้ ไม่มีกระดูกท่อนใดในตัวแตกหัก มีเพียงใช้พลังไปราวสาม
ส่วน
“พลังเบญจธาตุ! วิชาลับเบญจธาตุ!”
ยอดฝีมือมนุษย์ผู้หนึ่งอุทานอย่างประหลาดใจยามเห็นพลังที่
บรรพชนจระเข้ใช้
“ปรากฏว่ามันฝึกฝนวิชาลับด้วย!”
วิชาลับเบญจธาตุเป็นวิชาลับอันผสานกฎเกณฑ์ธาตุทอง ไม้ น ้า
ไฟ ดินเข้าด้วยกัน สร้างขึ้นโดยห้าผู้ฝึกตนสูงสุดในสมัยโบราณ
คุณลักษณะของมันคือแปรเปลี่ยนรุกรับตามใจ ข่มฤทธิ์อำนาจ
กฎเกณฑ์ใด ๆ ได้ทั้งปวง
ยามศัตรูใช้อำนาจกฎธาตุน ้า ผู้ฝึกตนก็ใช้ธาตุดินกับไฟเข้าข่ม
ยามศัตรูใช้อำนาจธาตุไฟ ผู้ฝึกตนก็ใช้ธาตุน ้าและดินเข้าข่ม…
กฎเกณฑ์แห่งไม้และกฎแห่งวารีก็ใช้เยียวยาร่างกายได้ด้วย
เยียวยา ป้องกัน โจมตี ทุกด้านล้วนสมบูรณ์แบบ
เป็นวิชาอันสมบูรณ์แบบ
แต่ก็ฝึกฝนบรรลุได้ยากที่สุดเช่นกัน
เพราะผู้ฝึกจะต้องมีรากวิญญาณห้าประการ บรรลุห้ากฎเกณฑ์
หากมิใช่เป็นอัจฉริยะหรือมีทรัพยากรมหาศาล ก็คงมิอาจฝึก
วิชานี้สำเร็จได้เลย
แต่หากฝึกสำเร็จยามใด ก็จะแข็งแกร่งเสียจนน่ากลัว
เช่นยามนี้ หมัดอันน่าสะพรึงกลัวของเจียงผิงอันกลับทำได้เพียง
ผลักอีกฝ่ายกระเด็น
เพราะวิชานี้ฝึกยากเย็นยิ่ง จึงแทบจะมีเพียงในข่าวลือ ยากจะพบ
เจอได้
มิคาดว่าบรรพชนจระเข้จะแผลงมันออกมา
ด้วยพลังกลืนกิน มันจะสัมผัสกฎเกณฑ์ใดก็ได้ตามต้องการ
แม้จะหยุดการโจมตีไว้ได้ มันก็ยังทำให้บรรพชนจระเข้ลอบเสีย
ขวัญ การโจมตีเจ้าเด็กนี่ดุจริง ๆ ถึงกับต้องใช้ปราณวิญญาณของ
มันสามส่วนในการตั้งรับ
แต่นี่หามีผลใดกับบรรพชนจระเข้ไม่
พลังกลืนกินชวนสะพรึงแผ่ออกจากร่างของมัน เพียงไม่กี่
พริบตาก็สูบปราณวิญญาณในฟ้าดินมาฟื้นคืนแก่ตัว
“สัตว์เลื้อยคลาน เจ้าจะเอาอะไรมาสู้กับข้า”
บรรพชนจระเข้ข้ามมิติมาหาเจียงผิงอันในพริบตา กฎเบญจธาตุ
เคลือบบนกำปั้น ผสานห้ากฎเกณฑ์แผลงฤทธิ์ยิ่งใหญ่
เจียงผิงอันใช้หมัดทำลายล้างตอบโต้อีกครั้ง
ตู้ม!
อำนาจทรงพลังฉีกกระชากฟ้าดินใต้เท้าโดยมีหมัดนี้เป็น
ศูนย์กลาง เมฆาเหนือเวหากระจัดกระจาย ทั่วทิศปั่นป่วนเละเทะ
ทั้งสองล้วนกระเด็นหัวทิ่มไปหลายสิบลี้
“ปราณวิญญาณในตัวเจ้าไม่เหลือแล้วมั้ง ดูซิว่าเจ้าจะยังเอา
อะไรมาสู้กับบรรพชนจระเข้ผู้นี้ได้!”
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนศีรษะจระเข้ของบรรพชนจระเข้
“ครั้งก่อน น่าอายจริง ๆ ที่ให้เจ้าสู้เสมอกับบรรพชนผู้นี้ได้ ดังนั้น
ข้าจะส่งเจ้าไปตายซะ!”
บรรพชนจระเข้จู่โจมเข้าใส่เจียงผิงอันอีกครั้ง
เหล่าผู้ฝึกตนมนุษย์สิ้นหวังแล้ว
เพียงปะทะกันไม่กี่หน ร่างของเจียงผิงอันก็ไม่เหลือปราณ
นี่คืออัจฉริยะสูงสุดของเผ่ามนุษย์ แต่กลับไร้กำลังนักยามเผชิญ
บรรพชนจระเข้
ในโลกหล้า ยังมีใครในขอบเขตเดียวกันประมือบรรพชนจระเข้
ได้อีก?
เว้นแต่มหาจักรพรรดิจะกลับมาจากภพเซียน
เซี่ยชิงรีบถ่ายทอดกระแสปราณบอกยอดฝีมือจากต้าเซี่ย “รีบ
เข้าช่วยเร็ว!”
มิใช่เจียงผิงอันไม่แข็งแกร่ง แต่บรรพชนจระเข้วิปริตเกินไป
กาลก่อน หากมิใช่เพราะหยิ่งทะนง มิอยากสร้างวรยุทธ์
เลียนแบบมหาจักรพรรดิ บรรพชนจระเข้คงไม่ปราชัย
บรรพชนจระเข้ฟื้นคืน เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย
และในที่สุดก็ยอมรับความแข็งแกร่งของวรยุทธ์
หลังจากเรียนวรยุทธ์ มันก็ยิ่งร้ายกาจ พลังต่อสู้ยอดเยี่ยมอย่าง
ยิ่ง
ขณะที่ยอดฝีมือเผ่ามนุษย์กำลังจะเข้าไปช่วยเจียงผิงอัน ยอด
ฝีมือฝ่ายปีศาจอันนำโดยเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ก็เข้ามาหยุดทันที
เซี่ยชิงสีหน้าเปลี่ยน ตะโกนบอกผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ว่า “ช่วยข้า…”
ขณะกำลังจะเรียกกำลังเสริมนั้น เสียงของนางก็ขาดหาย
เฉียบพลัน จ้องมองการเปลี่ยนแปลงตรงหน้านางตาค้าง
ปรากฏว่าแรงสูบมหาศาลชวนขนลุกระเบิดออกมาจากร่างของ
เจียงผิงอัน สูบพลังในฟ้าดินเข้าสู่ร่างของเขาในพริบตา
ร่างซึ่งเดิมไร้ปราณ แปรสู่อัดแน่นด้วยปราณวิญญาณอีกครั้ง
บรรพชนจระเข้ซึ่งโจมตีเข้ามาผงะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถูกหมัดของ
เจียงผิงอันชกใส่ศีรษะจระเข้จนกรามแทบหลุด
เจียงผิงอันใช้จุลศาสตร์ไร้ลักษณ์ขยายร่าง ใช้ลวดลายอักขระ
คนเถื่อน ใช้วิชาเทียมเทพสงคราม
พลังอันร้ายกาจสะท้านทั่วฟ้าดิน
“เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด! ไฉนเจ้าจึงมีพลังกลืนกิน
แบบเดียวกับบรรพชนผู้นี้ได้!”
ดวงตาของบรรพชนจระเข้เบิกกว้าง มันตะลึงจังงัง ต่อหน้าการ
โจมตีอันดุเดือดนี้ มันปัดป้องอย่างทุลักทุเล กระเด็นถอยหลังไปอย่าง
ต่อเนื่อง
พลังกลืนกินเช่นนี้มีเพียงมันอย่างแน่แท้ กระทั่งทายาทของมัน
ในเผ่ายังไม่มีพลังกลืนกินเช่นนี้เลย
บรรพชนจระเข้ไม่เต็มใจแบ่งปันพลังของมันกับผู้ใด ต้องการ
เพียงครองโลกไว้ลำพัง พลังกลืนกินที่ทายาทเผ่ามีจึงไม่เลิศล ้าเท่า
ของมัน
แต่ปรากฏว่าเจียงผิงอันตรงหน้ามันกลับใช้พลังกลืนกินได้
เหมือนมันทุกประการ!
สิ่งนี้สะเทือนหัวใจของบรรพชนจระเข้อย่างหนักหน่วง
เจียงผิงอันผู้ปรากฏตัวที่นี่คืออวตารร่างที่สามของเขา
อวตารกลืนสวรรค์
เจียงผิงอันใช้อ่างสัมฤทธิผลลอกเลียนแก่นฐานโลหิตของบรรพ
ชนจระเข้ ทำให้อวตารของเขาฟื้นพลังกลืนกินกลับมา และพากำลัง
เสริมมาที่นี่
พลังกลืนกินของร่างนี้แข็งแกร่งกว่าในกาลก่อน
มรดกสายเลือดกลืนกินในกาลก่อนยังต้องผ่านการปลุกพลัง นั่น
ก็เพราะบรรพชนจระเข้จงใจจำกัดมันไว้
และสิ่งที่เจียงผิงอันลอกเลียนมาก็คือแก่นฐานโลหิตอันเก่าแก่
ที่สุดของบรรพชนจระเข้ ไร้จำเป็นต้องปลุกพลังซ ้าสอง
เพื่อให้ได้พลังนี้คืนมา เจียงผิงอันใช้ศิลาทองรวนวิญญาณซึ่ง
สามารถสร้างยอดสมบัติได้ไปทั้งหมด
แม้ราคาที่จ่ายจะมหาศาล แต่ก็คุ้มค่าทุกเฟื้องสลึง