สู่วิถีอมตะ - บทที่ 495 ซื้ออาวุธวิเศษ
เจียงผิงอันหารู้ไม่ว่าตนจะฟื้นตัวได้ยามใด
ในสถานการณ์เช่นนี้ เป็นเรื่องไม่เหมาะยิ่งหากจะใช้การต่อสู้
ประชิดตัว ช่วงนี้จึงต้องใช้พลังวิญญาณในการต่อสู้แทน
วิชามายาและพลังวิญญาณโจมตีของเขายามนี้แข็งแกร่งมาก
หากมีอาวุธวิเศษสักชิ้น ก็จะยิ่งเพิ่มพลังต่อสู้ขึ้นสองส่วน
“อาวุธวิเศษต้องไปซื้อขายกันที่ร้านอาวุธวิเศษเอานะ” ศิษย์ผม
แดงกล่าว
“ขอบคุณมาก”
เจียงผิงอันลุกขึ้นจากเก้าอี้ “แค่ก ๆ”
ขณะมองร่างสั่นเทิ้มของเขา ศิษย์ผมแดงก็ส่ายหัว “ได้แต้ม
ผลงานมากมายเพียงหนจะมีประโยชน์อะไร สุดท้ายเจ้าก็กลายเป็น
คนไร้ประโยชน์””
“เขาคือศิษย์ใหม่ที่เอาชนะถังเฉินได้ เจียงผิงอัน” ผู้ฝึกตนคน
หนึ่งพลันเอ่ยปาก
“เจียงผิงอัน? เขาคือเจียงผิงอันคนนั้นน่ะหรือ?”
เมื่อทราบตัวตนของเจียงผิงอัน ศิษย์มากมายรายล้อมก็ตกใจ
เป็นอย่างยิ่ง
สองวันมานี้มีการสนทนาถึงศิษย์ใหม่ผู้นี้ทุกหนแห่ง ผู้คน
มากมายชื่นชมเขาที่กล้าลุกขึ้นสู้กับฝ่ายรักษาระเบียบ
“งั้นเขาก็ตายแน่ ล่วงเกินฝ่ายรักษาระเบียบไว้ ซ ้ายังรากฐาน
เสียหายด้วย”
“ใช่เลย ก่อนหน้านี้เขาเป็นอัจฉริยะ ฝ่ายรักษาระเบียบยังกริ่ง
เกรงจะลงมือ แต่ยามนี้เขาอยู่ยากแล้ว”
“ตายไปก็ดี เขาคู่ควรกับศิษย์น้องหญิงเฉียนฮวั่นโหรวแล้ว
หรือ?”
ขณะมองร่างซวนเซของเจียงผิงอัน ใครบางคนถอนใจส่ายหน้า
ขณะที่ใครอีกคนลำพอง
เจียงผิงอันได้ยินเสียงสนทนาเบื้องหลัง และเลือกจะเมินมันไป
เมื่อมาถึงร้านขายอาวุธวิเศษ เขาก็ถามเถ้าแก่ซึ่งงีบหลับบน
เก้าอี้โยกว่า
“มีอาวุธวิเศษสำหรับผู้ฝึกจิตหรือไม่?”
“แน่นอนว่ามี อาวุธวิเศษของผู้ฝึกจิตแพงกว่าอาวุธวิเศษทั่วไปนะ
อยากได้ระดับไหนล่ะ?”
เถ้าแก่นอนบนเก้าอี้โยก ตอบโดยไม่แม้แต่จะลืมตา
เจียงผิงอันมองแต้มผลงานของตน นับรวมสามพันแต้มที่ได้จาก
การเอาชนะถังเฉิน หนึ่งพันแต้มจากภารกิจของหลัวอีเฟยและที่เพิ่ง
แลกมาได้ เขามีทั้งสิ้นเจ็ดพันหกร้อยห้าสิบสองแต้ม
“ต้องใช้แต้มผลงานเท่าไหร่ในการซื้ออาวุธวิเศษสำหรับผู้ฝึกจิต
ขอบเขตบูรณาการ?”
“ถูกสุดสามร้อย แพงสุดสามพัน” เถ้าแก่เหยียดกาย ตอบกลับ
เนิบนาบ
เจียงผิงอันถอนหายใจโล่งอก ถูกกว่าที่เขาคิดมากเลย “เช่นนั้น
ขอข้าดูอันแพงสุดหน่อย”
เพื่อมิให้เถ้าแก่เห็นว่าการฝึกฝนของเขาต ่าต้อย คิดไปว่าไม่อาจ
ซื้อไหวแล้วล้อเลียนเขา เขาจึงส่งป้ายแสดงตนให้ทันที
“เจ้าซื้อไม่ไหว…”
ขณะที่เถ้าแก่ยังพูดไม่จบ จิตสัมผัสก็สืบเข้าป้ายแสดงตนไป เห็น
จำนวนแต้มผลงานภายใน แล้วร่างของเขาก็เด้งลุกนั่งตรง
เขาพลันลุกขึ้นยืน ถูไม้ถูมือยิ้มแย้มอย่างกระปรี้กระเปร่าทันใด
“สหายเต๋าเชิญข้างใน เชิญเข้ามาเร็วเถิด”
เขาถีบเก้าอี้โยกข้างตัวออกให้พ้นทาง แล้วพาเจียงผิงอันเข้าไป
ในร้าน
ทั้งสองมายังห้องขายอาวุธวิเศษสำหรับผู้ฝึกจิต
กำแพงทุกด้านเต็มไปด้วยสารพัดอาวุธวิเศษ ทั้งกระบี่ ดาบ มีด
หลากหลายรูปแบบไปหมด
กฎเคล็ดพลังเวียนวนเหนืออาวุธวิเศษ พร่างพราวหลากสี
เถ้าแก่เอ่ยยิ้ม ๆ “อันที่จริง ตาเฒ่าผู้นี้ไม่ขอแนะนำให้สหายเต๋า
ซื้ออาวุธวิเศษเคล็ดพลังเท่าไหร่ ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตามิอาจ
แผลงฤทธิ์อาวุธวิเศษเช่นนี้ได้เต็มที่”
“แต่ยามสู้กับศัตรู มีอาวุธวิเศษระดับสูงกว่าย่อมดีกว่าแน่แท้”
“สหายเต๋าบรรลุกฎเกณฑ์แบบใดมาหรือ ตาเฒ่าผู้นี้จะช่วยเจ้า
เลือกอาวุธวิเศษที่เหมาะสมเอง”
มีเพียงการใช้อาวุธวิเศษธาตุสอดคล้องกัน จึงแผลงพลังต่อสู้ได้
สูงที่สุด
เจียงผิงอันมิได้ตอบ จิตสัมผัสของเขากวาดไปทั่วห้อง หยุดที่
อาวุธวิเศษชิ้นหนึ่งทันที
มันเป็นวัตถุทรงกลมขนาดเท่าลูกตา อัดแน่นด้วยเคล็ดพลังแห่ง
กำลังและแรงโน้มถ่วงหนาแน่น พลังของมันบิดเบือนสุญตาใกล้เคียง
โย้เย้
เถ้าแก่ผู้มีสายตาเฉียบคมสังเกตเห็นสายตาของเจียงผิงอัน ก็รีบ
ชี้วัตถุทรงกลมขนาดเล็กนั้นพลางกล่าวทันที
“สายตาสหายเต๋าเฉียบคมยิ่ง นี่คือแดนดินแสนลี้ที่ปรมาจารย์
นักตีอาวุธของศาลาเติงเซียนควบแน่น เรียกว่าดาราดำ”
“ข้างในวาดอักขระเคล็ดพลังระดับสูงไว้สิบชั้น เมื่อใช้งานอักขระ
แต่ละชั้น พลังก็จะยิ่งแข็งแกร่ง”
“ยามใช้งานชั้นที่สิบ ต่อให้เป็นสัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขต
มหายานก็ยังฆ่าได้”
“ยามนี้ร้านเรากำลังลดราคาขาย แค่สามพันห้าร้อยแต้มผลงาน
ก็เอาอาวุธวิเศษชิ้นนี้ไปได้เลย”
เจียงผิงอันกระอักไออย่างอ่อนแรงสองหน ก่อนจะชำเลืองเถ้าแก่
เล็กน้อย
“สุขภาพข้าย ่าแย่ คร้านจะพูดมากนัก ในโถงภารกิจยังมีอีก
หลายร้าน มีอาวุธวิเศษมากมาย หากไม่คิดขายกันดี ๆ ข้าไปซื้อที่อื่น
ก็ได้”
เจ้าเฒ่านี่อวดสรรพคุณเกินจริงอยู่แน่ ๆ ฆ่าสัตว์ประหลาดเฒ่า
ขอบเขตมหายาน? ฝันไปเถอะ
ยอดฝีมือขอบเขตมหายานบรรลุอำนาจเขตแดน จะมาถูกฆ่า
ด้วยอาวุธวิเศษขอบเขตบูรณาการได้อย่างไร
เถ้าแก่เห็นเจียงผิงอันจะผละจาก ก็รีบกล่าวว่า “ตาเฒ่าผู้นี้ยอม
ขาดทุน สามพันสองร้อยแต้มผลงานก็ซื้อได้เลย”
เจียงผิงอันหันกายจาก
เถ้าแก่รีบคว้าเขาไว้ “หากมีอะไรก็คุยกันดี ๆ เถิด หากซื้ออาวุธ
วิเศษนี้ไป ข้าให้เจ้าเลือกอาวุธวิเศษผู้ฝึกจิตขอบเขตหลอมสุญตา
แถมให้อีกชิ้นเลย”
“ยามนี้คนเรายิ่งโหดร้าย ต่างฝ่ายล้วนมีไพ่ตาย เลือกอาวุธวิเศษ
ชั้นขยะมาบังหน้า แล้วยามคับขันก็นำ ‘ดาราดำ’ ออกมา ปิดฉาก
ขาดลอย!”
เถ้าแก่ลากเจียงผิงอันไปยังห้องจัดแสดงอาวุธวิเศษผู้ฝึกจิต
ขอบเขตหลอมสุญตา
เจียงผิงอันกวาดตามองไปรอบ ๆ พวกมันล้วนเป็นอาวุธวิเศษผู้
ฝึกจิตระดับต ่า มิควรค่าเหลียวแลเลยสักนิด
ขณะที่เจียงผิงอันจะปริปาก จู่ ๆ ก็เหลือบไปเห็นบางสิ่ง เขามอง
ไปที่กล่องใบหนึ่งซึ่งมีเส้นอะไรบาง ๆ ใส ๆ คล้ายเส้นผมอยู่
หากไม่สังเกตดี ๆ ก็จะไม่เห็นมันเลย กระทั่งยามกวาดจิตสัมผัส
ผ่านก็ยังไม่สังเกตเห็น ราวกับมันสามารถแยกตัวหลบจิตสัมผัสได้
“นี่อะไร?”
เจียงผิงอันสัมผัสธาตุของกฎเกณฑ์บนนั้นไม่ได้เลย
“นี่คือ… นี่คือ… เส้นผมเซียนเส้นหนึ่ง”
เถ้าแก่โมเมที่มาของสิ่งนั้นใหม่ทันที
อันที่จริง เขาหารู้ไม่ว่ามันคือสิ่งใด เส้นด้ายนี้เขาได้มาเมื่อแสน
นานแล้ว ชื่อก็ไม่มี มีแค่เพียงใช้พลังวิญญาณจึงขยับ ประมาณไว้ว่า
มันน่าจะมีพลังในระดับอาวุธวิเศษขอบเขตหลอมสุญตา
“สหายเต๋า เส้นผมนี้หาธรรมดาไม่ นี่คือเส้นผมของมหา
จักรพรรดิ อย่ามองมันเป็นเพียงเส้นผม มันไร้ธาตุของมันเอง
สามารถผสานกฎเกณฑ์ใดใช้กับมันก็ได้ ยิ่งเจ้าแข็งแกร่ง อาวุธวิเศษ
นี้ยิ่งแข็งแกร่งตาม”
เถ้าแก่โกหกหน้าตาย “ขอเพียงซื้อ ‘ดาราดำ’ ในราคาสามพัน
สองร้อยแต้มผลงาน เส้นผมเซียนนี้ก็แถมให้สหายเต๋าเลย!”
ใจเจียงผิงอันครุ่นคำนึง เส้นไหมบางเฉียบโปร่งใสนี้ก็เหินมา
ตรงหน้าเขา คล้องพันที่ปลายนิ้วเขาตามการควบคุม
เมื่อส่งอำนาจกฎเกณฑ์เข้าไป เส้นไหมนี้ก็ปรากฏอำนาจ
กฎเกณฑ์
“เอามาใช้ลอบโจมตีน่าจะไม่เลว”
ด้ายโปร่งใสนี้ซ่อนพ้นจากจิตสัมผัส มีเพียงตาเนื้อที่เห็นได้ ซ ้า
ยังโปร่งใสยากมองเห็นด้วย
“ฮ่า ๆ กล่าวได้ดี”
รอยยิ้มบนใบหน้าเถ้าแก่เผยชัดอย่างเกินควบคุม
ตั้งราคาสิบแต้มผลงาน ยังไม่มีใครซื้อด้ายบ้า ๆ นี่เลย
ครั้งนี้ได้กำไรหลายร้อยแต้มทีเดียว
เถ้าแก่ผู้นี้กลัวเจียงผิงอันจะเปลี่ยนใจ เขาจึงรีบจัดแจงส่งอาวุธ
วิเศษให้เจียงผิงอัน ทำการซื้อขายให้เสร็จสิ้น
เจียงผิงอันเก็บดาราดำ เล่นกับด้ายไหมสีขาวในมือขณะเดิน
จาก
“สหายเต๋า ครั้งหน้ามาใหม่นะ”
เถ้าแก่ส่งเขาด้วยรอยยิ้ม เขาล่ะชอบแกะอ้วนหลอกง่ายเช่นนี้นัก
ช่วยเขาระบายอาวุธวิเศษขยะไปได้ไม่พอ ยังจ่ายหนักเสียด้วย
ขณะเจียงผิงอันเดินออกไป ผู้ฝึกตนคนหนึ่งก็เดินผ่านตรงหน้า
และบังเอิญเหลือบไปเห็นด้ายไหวในมือเจียงผิงอัน
มองปราดแรกเขาไม่ได้คิดอะไรมากนัก แต่จู่ ๆ เขาก็นึกอะไรได้
ดวงตาพลันเบิกกว้างตวัดมามองมันทันที
เขาพลันพุ่งเข้ามาถามเจียงผิงอันอย่างกระตือรือร้น “สหายเต๋า
ด้ายไหมนี้ขายหรือไม่?”
เจียงผิงอันชำเลืองมองอีกฝ่าย คนผู้นี้สวมเพียงชุดนอนสีขาวชั้น
เดียว เส้นผมยุ่งเหยิงเหมือนรังนก ดูเหมือนเพิ่งลุกออกจากเตียง
“ไม่ขาย”
เจียงผิงอันเอ่ยเบา ๆ แล้วเดินผ่านอีกฝ่ายเตรียมจากจร
โหยวเชียนชิวรีบหยุดเขาไว้ “ข้าให้ห้าพันแต้มผลงาน! ขาย
หรือไม่!”
เถ้าแก่ผู้ยิ้มแย้มกำลังจะกลับเข้าบ้าน ได้ยินเช่นนี้ ทั้งร่างกายและ
รอยยิ้มก็ค้างเติ่งพร้อมเพรียง