สู่วิถีอมตะ - บทที่ 494 ออกจากพนาผีเบญจภัย
เมื่อเจียงผิงอันเห็นว่าตนถูกกลุ่มผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตา
หมายหัว ก็ปริปากซีดขาว “ไสหัว… แค่ก ๆ”
เนื่องจากบาดแผล เขาจึงบังเอิญกระอักเลือดก่อนพูดจบ
ผู้ฝึกตนทั้งสามมองมาอย่างเหยียดหยาม
“โง่เง่า ป่านนี้ยังอวดดี ไปตายซะ!”
คนทั้งหลายชักอาวุธ พุ่งเข้ามาหมายผ่าร่างเจียงผิงอัน
ทันใดนั้น คนเหล่านั้นล้วนรู้สึกเจ็บแปลบในกาย ก่อนจะพบว่า
ร่างพวกตนถูกสะบั้นขาดอย่างเกินบรรยาย ร่างกายร่วงหล่นลงสู่พื้น
โลหิตอุ่นร้อนฉาบแดนดิน
เพียงพริบตา ทั้งสามก็พบว่าผู้ที่ตนฟาดฟันอาวุธใส่หาใช่ผู้ฝึก
ตนบาดเจ็บไม่ แต่เป็นสหายของพวกตน…
“ว… วิชามายา”
ผู้ฝึกตนทั้งสามขวัญผวา
ปรากฏว่าคนผู้นี้เป็นผู้ฝึกจิต! ซ ้ายังฝึกฝนพลังวิญญาณถึง
ระดับน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
ก่อนพวกเขาจะมาที่นี่ เพื่อรับมือกับอสูรมายา พวกเขากินโอสถ
ต้านมายาแล้วแท้ ๆ แต่กลับไม่ได้ผล
เจียงผิงอันใช้จิตสัมผัสควบคุมอาวุธของพวกเขาให้เหินขึ้นลง
มือปิดฉาก
“แค่ก ๆ”
เจียงผิงอันยกมือขึ้นปิดปาก กระอักไออย่างอ่อนแรงสองหน
เก็บอาวุธและร่างของคนเหล่านี้ไป ขณะตรวจสอบมิติเก็บของ
ของพวกเขา
มิติเก็บของของคนกลุ่มนี้มีบุปผาหน้าผีและผลึกวิญญาณอยู่นิด
หน่อย แม้จะไม่มากนัก แต่เนื้อยุงก็ยังเป็นเนื้อ
เจียงผิงอันลากร่างสาหัสของตนออกนอกพนาผีเบญจภัย ยามนี้
อันตรายเกินกว่าจะมองหาบุปผาหน้าผีต่อ
ระหว่างทางออก เขาได้พบผู้ฝึกตนมากมาย
ยามผู้ฝึกตนบางคนเห็นว่าเขาบาดเจ็บ ก็นำทรัพยากรมาให้เขา
‘อย่างระริกระรี้’
เจียงผิงอันรู้สึกขอบคุณคนเหล่านี้ยิ่ง เก็บทรัพยากรของพวกเขา
ไป โยนร่างสังเวยให้อ่างสัมฤทธิผล นำไปแลกเป็นผลึกวิญญาณ
กว่าเจียงผิงอันจะเดินพ้นพนาผีเบญจภัย เขาก็มีบุปผาหน้าผี
เป็นร้อย ๆ ดอก
“ยังห่างไกลเกินพอ”
เจียงผิงอันรำพึงในใจ
ยามนี้ มิเพียงเขาต้องสะสมแต้มผลงานให้ถึงสองแสนเพื่อไปยัง
ศาลาสาขาหลัก ยังต้องสะสมแต้มผลงานอีกสามแสนแต้มเพื่อซื้อ
โอสถเก้าวงจรจักรวาลด้วย
รวมทั้งสิ้นห้าแสนแต้มผลงาน
เขาจะไป ‘โถงภารกิจ’ ก่อนเพื่อแลกบุปผาหน้าผีที่มีเป็นแต้ม
ผลงาน แล้วค่อยคิดว่าจะหาแต้มผลงานที่เหลืออย่างไรภายหลัง
เขาเข้าค่ายกลเคลื่อนย้ายไปยังโถงภารกิจ
แม้ศาลาเติงเซียนจะมีบริเวณกว้างขวาง มันก็มีค่ายกล
เคลื่อนย้ายมากมาย สัญจรไปมาสะดวกกว่ายามอยู่ภพแร้นแค้น
เมื่อเดินผ่านค่ายกลเคลื่อนย้าย ภาพตรงหน้าเจียงผิงอันก็แปร
เปลี่ยนไปเป็นสถานที่คล้ายเมืองเมืองหนึ่ง
เมืองนี้ทั้งเมืองคือโถงภารกิจ ศิษย์ศาลาเติงเซียนทั้งหลายสัญจร
ไปมา
จะซื้อขายโอสถ อาวุธวิเศษและสัตว์ภูตกลายพันธุ์กันที่นี่ก็ได้
และยังมีศิษย์ที่ตั้งแผงลอยขายอาวุธวิเศษอยู่ใกล้เคียง
เจียงผิงอันเห็นร้านหนึ่งคลับคล้ายไม่ค่อยมีคน จึงเดินเข้าไปหา
ช้า ๆ
รากฐานของเขาเสียหาย ตัวเขาเหมือนว่างโหวง เห็นได้ชัดว่ามี
ปราณในกาย แต่กลับมิอาจเสริมกำลังตนได้
ศิษย์ผมแดงซึ่งนั่งอยู่ในร้านชำเลืองมอง นำขวดสีแดงออกมา
ขวดหนึ่งพลันเอ่ยปาก
“นี่คือโอสถคึกคักพยัคฆ์มังกร หนึ่งแต้มผลงาน รับประกันว่าเจ้า
จะฝึกฝนกับคู่บำเพ็ญสามคนได้สามวันสามคืนพร้อมกัน”
เจียงผิงอัน “…”
เขารู้สึกเหมือนถูกเข้าใจผิดชอบกล
“ข้ามาขายบุปผาหน้าผี”
เจียงผิงอันเอ่ยอย่างอ่อนแรง
ศิษย์ผู้นั้นพินิจเจียงผิงอันอย่างระมัดระวัง แล้วสีหน้าก็แปรเปลี่ยน
“ลมหายใจไม่เสถียร ขอบเขตกระเพื่อมไปมา รากฐานของเจ้า
เสียหาย จบสิ้นแล้ว เจ้าไร้ประโยชน์แล้ว”
ศิษย์ผู้ซื้อขายอยู่ข้างกันชำเลืองมาอย่างเห็นอกเห็นใจ
น่าสงสาร รากฐานถูกทำลาย ชีวิตนี้เขาไร้โอกาสบรรลุเซียน
แล้ว
เจียงผิงอันนั่งบนเก้าอี้หน้าร้านอย่างอ่อนแรง ผ่อนลมหายใจยาว
จึงกล่าวว่า “มิใช่ว่ามีโอสถเก้าวงจรจักรวาลที่รักษารากฐานได้หรือ?”
“บิดาของสหายเต๋าเป็นผู้อาวุโสหรือ?”
ศิษย์ผมแดงพลันนั่งตัวตรง ถามขึ้นอย่างเคร่งขรึม
“เปล่า ข้ากำพร้าบุพการี” เจียงผิงอันตอบตามจริง
“เช่นนั้นเจ้ายังหวังอยากได้โอสถเก้าวงจรจักรวาลลม ๆ แล้ง ๆ
อีกหรือ? ไฉนมิไปภพเซียน ขอให้เซียนช่วยรักษาเจ้าเสียเลยเล่า?”
เมื่อศิษย์ผมแดงรู้ว่าอีกฝ่ายไร้ผู้หนุนหลัง เขาก็กลับสู่ท่าทีเกียจ
คร้าน เอนกายกลับพิงเก้าอี้ มองเจียงผิงอันด้วยสายตาพูดไม่ออก
บอกไม่ถูก
โอสถเก้าวงจรจักรวาลเม็ดละสามแสนแต้มผลงาน เทียบได้กับ
สมบัติลับ สำหรับศิษย์ผู้ไร้คนสนับสนุน นี่เป็นราคาสูงเสียดฟ้า
มิใช่ว่าผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาจะหาสามแสนแต้มมาไม่ได้
แต่บนเส้นทางการฝึกฝน ไม่มีทางไม่ใช้จ่าย
แต้มผลงานของคนส่วนใหญ่ต้องสู้แลก และการต่อสู้ก็ต้องใช้
อาวุธวิเศษ หากไม่มีอาวุธวิเศษระดับสูง จะเอาชนะสัตว์ภูตล่า
ทรัพยากรเพิ่มได้อย่างไร?
เมื่อได้อาวุธวิเศษมา ก็จะมีค่าบำรุงรักษาอาวุธวิเศษเพิ่มมาอีก
ก้อน
และยังมีโอสถสำหรับฝึกฝนประจำวัน ของกำนัลแก่คู่บำเพ็ญ ค่า
เช่าและกินอยู่ในเขตอาศัย ค่าใช้จ่ายประจำวันของผู้ฝึกตน… ทุกสิ่ง
ล้วนต้องใช้แต้มผลงาน
ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาอาจสะสมแต้มผลงานถึงสามแสน
ได้ แต่ก็อาจทำมิได้เช่นกัน
ผู้ฝึกตนไร้ผู้หนุนหลังนั้น ปกติแล้วรายรับเท่ารายจ่าย มิอาจเก็บ
ออมแต้มผลงานได้เลย
ยิ่งกว่านั้น ผู้ฝึกตนตรงหน้าเขายังบาดเจ็บสาหัส จะทำภารกิจ
ต่อไปได้หรือ?
ดังนั้น หากคิดจะแลกโอสถเก้าวงจรจักรวาลก็ฝันไปเถอะ
เจียงผิงอันไร้กำลังจะอธิบาย เขาเองก็ไม่ได้อยากอธิบายด้วย
ดังนั้นจึงโบกมือ แล้วบุปผาหน้าผีหลายสิบดอกก็ปรากฏบนโต๊ะ
จากกฎการซื้อขาย ยามแลกเปลี่ยนสินค้า ต้องแสดงสิ่งที่จะซื้อ
จะขาย ศิลาบันทึกเงาในร้านจึงเก็บภาพไว้ได้ หากเกิดข้อพิพาทขึ้น
ภายหลัง ก็จะสะดวกในการรับมือ
เมื่อเห็นบุปผาหน้าผีเหล่านี้ ศิษย์ผมแดงก็ตะลึง เหยียดตัวตรง
ขึ้นอีกครั้ง “มากเพียงนี้เลยหรือ?”
ศิษย์ทั่วไป หาบุปผาหน้าผีเจอสักสองสามดอกก็เยี่ยมแล้ว แต่
ที่นี่มีอย่างน้อยห้าสิบดอก
มิน่าเล่า คนผู้นี้จึงรากฐานเสียหาย เขาหาทรัพยากรหักโหม
เกินไป
“ยังมีบุปผาหน้าผีอายุมากอยู่บ้าง โต๊ะนี่เล็กเกินวางหมด เจ้านับ
พวกมันก่อนเถอะ”
เจียงผิงอันหลับตาลง อยากจะพักสักเดี๋ยว
ได้ยินเช่นนี้ ศิษย์ผมแดงก็นึกตกใจ ยังมีอีกหรือ
จิตสัมผัสของเขากวาดผ่านบุปผาหน้าผีบนโต๊ะ นับจำนวนและ
ระบุอายุของพวกมันได้ทันที
“รวมทั้งหมดห้าสิบสี่ดอก ทุกดอกอายุหนึ่งปี รวมเป็นห้าสิบสี่
แต้มผลงาน”
เมื่อนับเสร็จ ศิษย์ผมแดงก็เก็บบุปผาหน้าผีไปอย่างระมัดระวัง
บุปผาหน้าผีนี้เป็นตัวยาสำคัญสำหรับทำโอสถคุ้มภัย ล ้าค่า
อย่างยิ่ง
เจียงผิงอันโบกมือ แล้วบุปผาหน้าผีอีกหลายสิบดอกก็ปรากฏ
ขึ้นบนโต๊ะ
ปราณจากบุปผาหน้าผีในขณะนี้แข็งแกร่งกว่าเมื่อครู่มากอย่าง
ชัดเจน
ศิษย์ผมแดงรีบคำนวณและกล่าวว่า “ทั้งสิ้นหกสิบสี่ดอก สิบห้า
ดอกอายุหนึ่งปี ห้าสิบเก้าดอกอายุสองปี รวมร้อยสามสิบสามแต้ม
ผลงาน”
“เมื่อรวมห้าสิบสี่แต้มเมื่อครู่ ทั้งหมดก็จะเป็นร้อยแปดสิบเจ็ดแต้ม
ผลงาน”
“เอาป้ายแสดงตนออกมา ข้าจะโอนแต้มผลงานให้เจ้า”
เจียงผิงอันเอ่ยเบา ๆ “ยังไม่หมด”
“ยังมีอีกรึ!”
ดวงตาของศิษย์ผมแดงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขาทำงานที่นี่มาก็
นาน หายากนักจะพบผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาที่หาบุปผาหน้าผี
มาได้ครั้งละเยอะขนาดนี้
เจียงผิงอันนำบุปผาหน้าผีนับร้อย ๆ ดอกออกมาตาม ๆ กัน
ศิษย์ผมแดงอ้าปากค้างขณะคำนวณนับ ขณะที่ศิษย์บางคนที่
ข้างตัวมองมาด้วยดวงตาแดงฉาน
พวกเขามองเจียงผิงอันอย่างริษยา ได้บุปผาหน้าผีมามากเพียงนี้
สมควรแล้วที่รากฐานจะเสียหาย
“หมดหรือยัง?”
ศิษย์ผมแดงคอแห้งเล็กน้อย
เมื่อรวมบุปผาหน้าผีทั้งหมด ได้แต้มผลงานทั้งสิ้นสามพันสี่ร้อย
ห้าสิบหกแต้ม
แม้จะเป็นยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ ก็ยังยากจะเด็ดบุปผา
หน้าผีได้มากเพียงนี้ในครั้งเดียว
“หมดแล้ว” เจียงผิงอันตอบกลับอย่างอ่อนแรง
“เฮ้อ~”
ศิษย์ผมแดงผ่อนหายใจยาวอย่างโล่งอก เขาริษยาขบกรามจะ
ป่นแล้ว หากเขามีแต้มผลงานเยอะเพียงนี้ คงนำไปซื้อพาหนะดี ๆ ให้
คู่บำเพ็ญทั้งสองเป็นแน่
เจียงผิงอันถาม “มีอาวุธที่ผู้ฝึกจิตใช้กันขายหรือไม่?”