สู่วิถีอมตะ - บทที่ 497 ศึกศาลาเซียน
เจียงผิงอันสืบข้อมูลของศึกศาลาเซียน ณ พื้นที่สื่อสารภายใน
ป้ายแสดงตน
เพื่อให้เหล่าศิษย์ตั้งใจฝึกฝน มุ่งมั่นบากบั่น และฝึกฝนอัจฉริยะที่
แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ศาลาเติงเซียนจึงแจกจ่ายแต้มผลงานนับล้านทุกปี
เพื่อจัด ‘ศึกศาลาเซียน’ ขึ้นมา
รายละเอียดของศึกศาลาเซียนง่ายมาก นั่นก็คือผู้ฝึกตนอายุต ่า
กว่าร้อยปีกลุ่มหนึ่งจะเข้าไปสู้ตะลุมบอนกันในมิติศาลาเซียน
หลังจากสู้กันอย่างดุเดือดหนึ่งวัน ก็จะตัดสินจำนวนแต้มผลงานที่ได้
โดยอิงจากจำนวนศัตรูที่ ‘ฆ่า’ ไป
การฆ่านี้ มิใช่ฆ่าคู่ต่อสู้กันจริง ๆ
หลังจากเปิดศึกศาลาเซียน ศาลาเติงเซียนจะเปิดค่ายกลปกคลุม
ทั่วสำนัก ศิษย์ทุกคนจะเข้าไปใน ‘มิติศาลาเซียน’ ด้วยฐานะภาพฉาย
ค่ายกลสามารถลอกเลียนอำนาจทั้งหมดของผู้ฝึกตนได้ การสู้
กันใน ‘มิติศาลาเซียน’ หาแตกต่างจากสู้กันจริง ๆ ไม่
ความแตกต่างอยู่ตรงที่ การตายในนั้นมิใช่การตายอย่างแท้จริง
แค่ถูกตัดสิทธิ์เท่านั้น
‘มิติศาลาเซียน’ ก็นับเป็นดินแดนลับสำหรับการฝึกฝน ศิษย์
ศาลาเติงเซียนมักเข้าไปฝึกฝนบ่อยครั้ง จึงสามารถขัดเกลาพลังต่อสู้
ให้สูงสุดได้โดยไร้กังวลกลัวตาย
“ด้วยพลังต่อสู้ของเจ้า เจ้าจะได้ถึงหมื่นแต้มผลงานแน่นอน”
เฉียนฮวั่นโหรวมั่นใจในเจียงผิงอันอย่างยิ่ง
“หากติดสิบอันดับแรกได้จะดีที่สุด สยบอัจฉริยะจากฝ่ายรักษา
ระเบียบเสีย หากเจ้าทำได้ดี อาจารย์ข้าอาจกระทั่งตกรางวัลให้”
“ได้ แค่ก ๆ”
“เกิดอะไรขึ้น? เจ้าบาดเจ็บหรือ?”
เฉียนฮวั่นโหรวได้ยินเจียงผิงอันกระอักไอ น ้าเสียงของนางก็เจือ
เค้าเป็นห่วงอย่างไม่ทันสังเกต
“บาดแผลเล็กน้อยน่ะ หลังการประลองครั้งนี้ ก็น่าจะมีเงินพอมา
ซื้อโอสถแล้ว”
เจียงผิงอันพยายามพูดเช่นปกติ “สถานการณ์ทางเจ้าเป็นเช่น
ไร?”
“อาจารย์ดีต่อข้า และบอกว่าจะแนะนำข้าไปยังศาลาสาขาหลัก
ได้ในสี่ปี”
“แค่ก ๆ แค่ก ๆ”
หัวใจของเจียงผิงอันกระตุกรุนแรง กระอักไอหนักข้อกว่าเก่า
เฉียนฮวั่นโหรวรู้ว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงตื่นเต้นนัก “ข้าจะไป
สารภาพกับอาจารย์ ว่าขอบเขตนี้เจ้าเป็นผู้สร้างนะ”
“ช่างมันเถอะ หากเจ้าสารภาพยามนี้ ประมุขศาลาอาจไม่พอใจ
เจ้า หรืออาจไม่เชื่อ คิดว่าเจ้าทำเพราะเป็นห่วงข้าก็ได้”
เจียงผิงอันยังคงพร้อมสะสมแต้มผลงานต่อไป
ศึกศาลาเซียนครั้งนี้คือโอกาสกอบโกยแต้มผลงาน หากเอาชนะ
ได้สักคน ก็จะสามารถได้แต้มผลงานมาเล็กน้อย
หากคนผู้นี้มีแต้มผลงานมาก หลังจากพ่ายก็สามารถชิงมาสะสม
ได้
เจียงผิงอันพบว่าศึกศาลาเซียนมีประวัติมากกว่าสามพันปี สถิติ
สูงสุดคือเมื่อพันสองร้อยปีก่อน
คนผู้นั้น ขณะนี้เป็นผู้อาวุโสท่านหนึ่ง
เจียงผิงอันไม่ขออะไรมาก เพียงสามแสนแต้มก็พอแล้ว พอนำไป
ซื้อโอสถได้
หากให้เหล่าศิษย์ศาลาเติงเซียนทราบความคิดของเจียงผิงอัน
คงได้ด่าเขาว่าฝันเฟื่อง
ในศึกศาลาเซียนที่ผ่านมา เว้นเพียงกรณีพิเศษอันหาได้ยาก
ศิษย์ที่บรรลุสามแสนแต้มผลงานได้ล้วนน้อยจนนับได้
“มาอยู่กับข้าสิ อาจารย์เตรียมตำหนักไว้ให้ข้าหลังหนึ่ง เพิ่ม
ความเร็วการทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ได้นะ”
เฉียนฮวั่นโหรวเชื้อเชิญเจียงผิงอันมาอาศัยในที่พำนักปัจจุบัน
ของนาง
“ไม่ต้องหรอก”
เจียงผิงอันมีความลับมากเกินไป และไม่ชอบอยู่ใกล้ผู้เฒ่าน่า
สะพรึงกลัวเกินไปนัก เขารู้สึกไม่ปลอดภัยเลย
เฉียนฮวั่นโหรวไม่รบเร้า “พยายามสร้างผลงานให้ดีที่สุดนะ
อาจารย์ท่านเป็นคนดี ไม่ต้องห่วงว่าจะทำดีแล้วถูกเมิน”
“อื้อ”
เจียงผิงอันตอบกลับสั้น ๆ
ต่อให้เป็นยามเขาไม่บาดเจ็บ ก็ไม่มีทางใช้วิชาระดับสุดยอด
อย่างวิชาเทียมเทพสงครามต่อหน้าปวงชน
ยามผลประโยชน์มากพอ บางคนฆ่าได้กระทั่งบิดาตน
เจียงผิงอันกลับที่พักเดิมของตน เริ่มศึกษาด้ายไหมวิญญาณ
กล่าวกันว่าสิ่งนี้กินพืชพันธุ์ระดับสูง เจียงผิงอันจึงเด็ดใบพฤกษา
กระจ่างเต๋าสองสามใบมาวางบนด้ายไหมวิญญาณ
เหตุอัศจรรย์พลันปรากฏ ด้ายไหมวิญญาณซึ่งมิเคย
กระดุกกระดิกพลันขยับตัว เลื้อยไปเลื้อยมาบนใบพฤกษากระจ่างเต๋า
ไม่ว่าผ่านที่ใด ใบไม้ต่างถูกเคี้ยวไม่เหลือ
เจียงผิงอันผงะตกใจ
สิ่งนี้ช่างพิเศษยิ่ง หากจะบอกว่ามันมิใช่สิ่งมีชีวิต แต่ก็สามารถ
กินพืชพันธุ์ระดับสูงเพื่อเติบโต ครั้นจะบอกว่ามีชีวิต มันก็ตายไม่ได้
ด้ายไหมวิญญาณค่อย ๆ เปลี่ยนสู่สีทอง คืบคลานไปบนใบไม้
เจียงผิงอันเห็นเจ้าตัวเล็กนี่กินไม่เยอะนัก เลยโยนมันขึ้นไปบน
พฤกษากระจ่างเต๋า
ด้ายไหมวิญญาณไร้พลังธาตุ สามารถส่งธาตุอะไรให้มันก็ได้
สามารถทำให้มันมีกฎทำลายล้าง หรือจะแทรกกฎธาตุสายฟ้า
ให้มันก็ได้ ครอบคลุมสารพัดยิ่ง
อาวุธวิเศษผู้ฝึกจิตอีกชิ้น ‘ดาราดำ’ ก็ไม่เลว มีเคล็ดพลังแรงโน้ม
ถ่วงและเคล็ดพลังแห่งกำลัง
มีอักขระซ้อนทั้งสิ้นสิบชั้น แต่ละชั้นเมื่อถูกใช้จะเพิ่มพลังต่อสู้
ชั้นหนึ่ง
ในระดับปัจจุบันของเขา กระทั่งอักขระชั้นเดียวยังใช้ไม่ไหว
มีแต่ต้องโจมตีด้วยเคล็ดพลังบนตัวอาวุธวิเศษเอง
ในชั่วกาลสั้น ๆ นี้ ‘ดาราดำ’ จะเป็นอาวุธหลักของเขา
เจียงผิงอันนำก้อนเนื้อกองหนึ่งออกมา นี่คือซากของจินตี๋
หัวหน้ากลุ่มจากฝ่ายรักษาระเบียบ มีเคล็ดพลังอยู่กับตัว
เจียงผิงอันนั่งใต้พฤกษากระจ่างเต๋า ใช้กฎกลืนกินดูดซับเคล็ด
พลังในซากศพ เร่งการทำความเข้าใจของตนเอง
ไม่ว่าเป้าหมายขณะนี้ของเขาจะเป็นอะไร การทำความเข้าใจ
กฎเกณฑ์ล้วนเป็นเรื่องใหญ่ทั้งสิ้น
มีเพียงทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ทั้งหมดให้สมบูรณ์ จึงศึกษา
ขอบเขตที่สี่ได้
วันจัดศึกศาลาเซียนใกล้เข้ามาทุกขณะ ศิษย์ในสำนักยิ่งหารือ
กันถึงศึกศาลาเซียนหนาหู
“ฮ่า ๆ ศึกศาลาเซียนหวนมาอีกแล้ว ปีก่อน ๆ ข้าเข้าไปตาย แต่
ปีนี้ข้าจะรอดได้แน่!”
“อย่าฝันไปหน่อยเลย ไม่รู้รอบนี้เกิดอะไรขึ้น เดิมทีเพดานอายุ
คือร้อยปี แต่มันถูกเพิ่มขึ้นเป็นร้อยยี่สิบ ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ
บางคนจะโผล่มาแน่นอน”
“ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการจะน่ารังเกียจขนาดมาลงมือกับผู้
ฝึกตนระดับต ่าอย่างเราเชียวหรือ??”
“ปกติก็ไม่ แต่หากแต้มผลงานเยอะก็ไม่แน่นะ”
เพราะการเปลี่ยนเพดานอายุ ศึกศาลาเซียนครั้งนี้จึงแข่งขัน
ดุเดือดยิ่งกว่าครั้งไหน
อัจฉริยะเลิศล ้าบางคนในอายุระดับนี้เข้าสู่ขอบเขตบูรณาการ
แล้ว
แน่นอน อัจฉริยะผู้เลิศล ้าอย่างแท้จริงถูกเลือกเข้าสู่ศาลาสาขา
หลักกันแล้ว เหลือเพียงอัจฉริยะอายุน้อยบางคนเท่านั้น
“เจ้าว่าครั้งนี้ ผู้ใดจะชนะเลิศ?”
“ข้าว่าน่าจะเป็นเซินถูอี้ผู้บรรลุเต๋าด้วยการเข่นฆ่า คนผู้นี้เหมาะ
กับการต่อสู้เช่นนี้ที่สุด”
“ด้วยพรสวรรค์อำนาจศักดิ์สิทธิ์ หร่านหงเฉินมีโอกาสมากกว่า
ข้าได้ยินว่านางประชันยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการได้นานแล้วนะ”
“บุตรของผู้อาวุโสโหยว โหยวเชียนชิวก็มีโอกาสชนะในครั้งนี้”
ศาลาเติงเซียนเปิดตลาดเดิมพัน ปวงชนล้วนศึกษาว่าใครมี
โอกาสชนะกว่ากัน
มีผู้เป็นที่นิยมสามตัวเลือก เซินถูอี้ผู้บรรลุเต๋าด้วยการฆ่า โหยว
เชียนชิวผู้บรรลุเต๋าในความฝัน และหร่านหงเฉินผู้มีพรสวรรค์อำนาจ
ศักดิ์สิทธิ์
หากเดิมพันถูกว่าผู้ใดจะคว้าชัย ก็จะได้เงินคืนสามเท่า
หากเดิมพันว่ายอดฝีมือขอบเขตบูรณาการจะชนะ ได้เงินคืนสี่
เท่า
หากเดิมพันว่าผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมสุญตาเป็นผู้กำชัย รางวัล
ยามชนะจะสูงเป็นห้าเท่า
ในเมื่อสามารถเดิมพันผ่านป้ายแสดงตนได้ทันที ความ
สะดวกสบายจึงสูงมาก ศิษย์มากมายนำแต้มผลงานส่วนน้อยออกมา
เดิมพัน
มีผีพนันปนอยู่ด้วยไม่น้อย เพื่อให้ได้ทรัพยากรมา พวกเขาจึง
ทุ่มแต้มผลงานหมดตัว กระทั่งไปยืมแต้มมาเดิมพัน
ในโถงหลักอันรับหน้าที่บริหารทรัพยากรของศาลาเติงเซียน
ศิษย์กลุ่มหนึ่งวางเดิมพันผ่านค่ายกล ค่ายกลซึ่งฉายภาพ
ตรงหน้าพวกเขาแสดงให้เห็นถึงจำนวนเงินเดิมพัน และบุคคลยอด
นิยมซึ่งมีลุ้นชนะการประลองนี้
ผู้มีหวังคว้าชัยมีหลายสิบคน โดยเฉพาะอัจฉริยะล ้าเลิศทั้งสาม
ซึ่งมียอดเดิมพันสูงสุด
คนทั้งสามบรรลุขอบเขตบูรณาการกันแล้ว และยังถือได้ว่าไร้
เทียมทานในขอบเขตเดียวกันด้วย
ทันใดนั้น ข้อมูลก็เกิดการขยับตัว
หนึ่งนามพลันปรากฏขึ้นในหมู่ผู้ถูกเดิมพัน
[เจียงผิงอัน: 20,000 แต้มผลงาน]
“ใครคือเจียงผิงอัน? ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการหรือ? ไฉนไม่
ยักเคยได้ยิน?”
ศิษย์ผู้หนึ่งสังเกตเห็นและถามขึ้นอย่างสงสัย
“เจียงผิงอัน? ดูเหมือนเขาจะเป็นศิษย์ใหม่ที่ฆ่าถังเฉิน และดูจะ
อยู่ในขั้นต้นขอบเขตหลอมสุญตานะ”
ศิษย์คนหนึ่งซึ่งพอรู้จักเจียงผิงอันนิดหน่อยเอ่ยปาก
“ฮ่า ๆ มีพวกโง่มากดดันให้เขาชนะการประลองเสียด้วย หากเขา
ชนะเลิศได้จริง เหลาจื่อยอมยกคู่บำเพ็ญให้เขาเลย”
“ฮ่า ๆ”
ศิษย์มากมายเสสรวล
ปีนี้ทุกอย่างปรวนแปรไปหมด สมองคนน่าจะเหมือนถูกลาดีดมา
ถึงไปเดิมพันข้างศิษย์ใหม่ซึ่งยังไม่บรรลุขอบเขตบูรณาการเช่นนี้