สู่วิถีอมตะ - บทที่ 498 เริ่มการประลอง
ผู้เดิมพันข้างเจียงผิงอันด้วยสองหมื่นแต้มผลงานนั้นมิใช่ใครอื่น
นอกเสียจากตัวเขาเอง
เจียงผิงอันเองก็ตัดสินใจแล้วหลังครุ่นคิดพิจารณาอย่าง
ระมัดระวัง
ในศึกศาลาเซียนนี้ ห้ามใช้อาวุธวิเศษขอบเขตบูรณาการ
สิ่งนี้จะทำให้ผู้ฝึกตนทั่วไปผ่อนความเครียดลงได้มาก
ขอเพียงไม่มีอาวุธวิเศษขอบเขตบูรณาการ ก็ทำร้ายเขามิได้เลย
สู้สักตั้ง ผลตอบแทนห้าเท่า สองหมื่นจะกลายเป็นหนึ่งแสน
เมื่อรวมกับแต้มผลงานที่จะได้จากศึกศาลาเซียน ก็เพียงพอแลก
โอสถเก้าวงจรจักรวาลและมีมากพอไปสู่ศาลาสาขาใหญ่ ออกห่าง
จากสถานที่อันมิควรอยู่นี้ได้แล้ว
หนึ่งเดือนสำหรับผู้ฝึกตนทั้งหลาย ผ่านไปไวเช่นกะพริบตา
“ก๊อง~”
หนึ่งเสียงระฆังดังขึ้นในศาลาเติงเซียน ร่างของศิษย์ทั้งหลาย
สะท้าน ลืมตาขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน จำนงศึกแผดผลาญในดวงตา
“ในที่สุดก็มาแล้ว”
“ในศึกศาลาเซียนครั้งนี้ ข้าจะโด่งดังทั่วศาลาเติงเซียนแน่ ๆ!”
“ข้าขอไม่มาก แค่แต้มผลงานสักสองสามพันก็พอแล้ว!”
ศิษย์มากมายแสนตื่นเต้น รอคอยการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง
“ก๊อง~”
ระฆังดังเป็นครั้งที่สอง อำนาจประหลาดปรากฏจากยอดเขาใจ
กลางศาลาเซียน ปกคลุมไปทั่วเขตศาลา
ขณะนี้ ศิษย์ทุกนามรู้สึกเพียงภาพตรงหน้าวูบไหว พริบตาต่อมา
ก็ปรากฏขึ้นในอีกมิติหนึ่ง
บรรพตลำธาร ทะเลทราย มหาสมุทร ภูเขาไฟ ทุ่งน ้าแข็ง… ศิษย์
นับล้าน ๆ คนเหินบนเวหา ร่างของพวกเขาโปร่งใสเช่นมายา
ภาพฉายของเจียงผิงอันก็ปรากฏขึ้นในมิตินี้เช่นกัน เขายกมือ
ขึ้น แล้วด้ายไหมวิญญาณก็ลอยตัวในมือเขา
“อัศจรรย์แท้”
ไม่รู้ทำได้อย่างไร แต่โลกภาพฉายนี้ไม่แตกต่างจากโลก
ภายนอกเลย ใช้กฎเกณฑ์ได้ทุกแขนง
ข้อเสียเรื่องเดียวคือ กระทั่งบาดแผลของเขายังถูกลอกมาด้วย
เป็นเรื่องยุ่งยากนิดหน่อย
เจียงผิงอันเงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ ผู้ฝึกตนอันเนืองแน่นมีอย่าง
น้อยเป็นล้าน ๆ และเสี้ยวหนึ่งในนั้นเป็นผู้ฝึกตนเหนือขอบเขตหลอม
สุญตา
ต้องทราบว่าที่นี่มีเพียงผู้ฝึกตนอายุต ่ากว่าร้อยยี่สิบปีทั้งสิ้น
ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่มิได้เข้ามาในนี้กันเลย
ความแข็งแกร่งของศาลาเติงเซียนลำพังก็กวาดล้างขุมกำลัง
ใหญ่ใด ๆ ในภพแร้นแค้นได้หมดแล้ว
“เริ่มได้”
ไร้การอ้อมค้อม เสียงสตรีอันทรงอำนาจผู้หนึ่งดังขึ้น ภาพฉาย
คนทั้งมวลแปรเปลี่ยนสู่สัจธรรม ร่วงหล่นลงในแดนดินเบื้องล่าง
“ฆ่า!”
ศึกตะลุมบอนเปิดฉาก ท้องนภาเลื่อมพรายด้วยเงากระบี่ประกาย
ดาบ สารพัดกฎเกณฑ์พริบพรายกลางสุญตา
เซินถูอี้ผู้มีร่างโชกเลือดเหวี่ยงกระบี่อย่างเฉยชา สังหารผู้ฝึกตน
ไปนับร้อย ๆ
โหยวเชียนชิวผู้บรรลุเต๋าด้วยความฝันควบคุมด้ายไหม
วิญญาณทั้งสาม เพียงใจคำนึง ด้ายไหมก็แทงร่างผู้ฝึกตนไปกลุ่ม
ใหญ่
หร่านหงเฉินใช้พรสวรรค์อำนาจศักดิ์สิทธิ์ ลากผู้ฝึกตนนับร้อย
ๆ คนเข้าสู่มิติภาพสะท้อนราวภูตพราย ตัดสิทธิ์พวกเขาจากการ
ประลองไป…
ผู้ฝึกตนมากมายแผลงอำนาจศักดิ์สิทธิ์ เข่นฆ่าละเลงเลือด
เพียงครู่เดียว ผู้ฝึกตนขอบเขตต ่ากว่าหลอมสุญตาก็
ปลาสนาการสิ้น
ผู้ฝึกตนปราชัยทั้งหลายถูกเคลื่อนย้ายไปยังขอบภาพฉายเพื่อ
ชมศึกต่อไป
“ข้าดวงกุดชะมัด ดันไปเจอเซินถูอี้ เสียบกระบี่หนเดียวดับเลย”
“เจ้านับประสาอะไร ข้าอึดอัดใจกว่าอีก ไม่รู้ด้วยซ ้าว่าผู้ใดฆ่า
ข้า”
“ไม่สนุกเลย ข้ามาแจกแต้มผลงานให้คนอื่นแท้ ๆ”
ผู้ฝึกตนหมดสิทธิ์จำนวนมากบ่นอุบ รู้สึกราวพวกเขาแค่มาเป็น
ตัวประกอบให้ดูคนเยอะ
เหตุการณ์ที่นี่ถูกฉายขึ้นในศาลาเติงเซียนเช่นกัน เหล่ายอด
ฝีมือสูงสุดกลุ่มหนึ่งของศาลาเติงเซียนให้ความสนใจกับศึกนี้กันอยู่
เฉียนฮวั่นโหรวเองก็อยู่ในนั้น นางยืนข้างสตรีผู้หนึ่ง
สตรีผู้นี้สวมอาภรณ์เรียบง่ายสีขาว เส้นผมสยายยุ่ง บนร่างแทบ
ไม่มีเค้าพลังใด ๆ
ประหนึ่งเป็นปุถุชน
แต่สตรีนางนี้นั่งบนบัลลังก์ประธานกลางห้อง เห็นได้ชัดว่าหาใช่
ปุถุชนไม่
นางคือประมุขแห่งศาลาเติงเซียนสาขาแคว้นชางหลาน หลัวซู่
หลัวซู่ข้ามผ่านขอบเขตพ้นพิบัติไปแล้ว คนทั่วไปมิอาจเห็นได้
ว่านางแข็งแกร่งถึงเพียงไหน
“เสี่ยวโหรว ผู้ใดหรือคู่บำเพ็ญของเจ้า?”
หลัวซู่ถ่ายทอดกระแสปราณถามเฉียนฮวั่นโหรว
นางได้ยินศิษย์นางบอกว่า คู่บำเพ็ญของนางเจียงผิงอันแข็งแกร่ง
ยิ่งกว่านางอีก นางจึงจงใจเพิ่มเพดานอายุในศึกศาลาเซียนครั้งนี้
ยี่สิบปีเพื่อให้โอกาสอีกฝ่าย
เฉียนฮวั่นโหรวจ้องภาพฉายตรงหน้านางด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เขาบาดเจ็บอยู่!”
“บาดเจ็บอยู่?”
หลัวซู่นิ่งไปเล็กน้อย มองตามสายตาเฉียนฮวั่นโหรวไป
ชายผู้มีปราณเรรวนผู้หนึ่งกระอักไออย่างต่อเนื่อง นั่งพักอยู่บน
ศิลาก้อนหนึ่ง ดูราวเขามิได้มาร่วมสงคราม เหมือนมาชมศึกเสีย
มากกว่า
หลัวซู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย “สภาพเช่นนี้คือรากฐานเสียหาย ไฉน
เขาจึงบาดเจ็บสาหัสเพียงนี้?”
“ข้าก็ไม่รู้เจ้าค่ะ เขาบอกว่าเขาแค่บาดเจ็บเล็กน้อย”
มือในแขนเสื้อของเฉียนฮวั่นโหรวกำแน่น นางในยามนี้ทั้งเดือด
ดาลและเป็นห่วง ชายผู้นี้บาดเจ็บสาหัสอยู่แท้ ๆ ไฉนจึงบอกนางว่า
บาดเจ็บเล็กน้อย?
รากฐานบาดเจ็บกับรากฐานพังทลายแทบไม่ต่างกันเลย หาก
รักษาไม่ทันกาล ชาตินี้ก็อาจมิสามารถฝึกฝนได้อีก!
หลัวซู่ถอนหายใจ นางหรือก็นึกว่าเจียงผิงอันจะทำให้นาง
ประหลาดใจได้ แต่ดูเหมือนจะต้องผิดหวังเสียแล้ว
สภาพเช่นนี้ อย่าว่าแต่สร้างผลงานเจิดจรัสเลย คนผู้นี้อยู่ถึงจบ
ศึกมิได้ด้วยซ ้า
โชคยังดี นางมิได้คาดหวังอะไรกับเจียงผิงอันมาแต่แรก
เหตุผลที่หลัวซู่ตกลงเพิ่มเพดานอายุ ‘ศึกศาลาเซียน’ และให้
ชายผู้นี้ได้เข้าร่วมนั้น หลัก ๆ ก็แค่เพื่อเอาใจเฉียนฮวั่นโหรว
หลัวซู่ชำเลืองเจียงผิงอันอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะเบนสายตาเลิก
สนใจ ไร้จำเป็นต้องสนใจคนเช่นนี้
นางหันไปยิ้มให้ผู้อาวุโสชุดดำข้างตัวนาง “ผู้อาวุโสโหยว เชียน
ชิว เด็กคนนี้ให้บรรยากาศเหมือนเจ้าเลย ต้องทำลายสถิติที่เจ้าทำไว้
เมื่อพันสองร้อยปีก่อนได้แน่ ๆ”
ผู้อาวุโสชุดดำคนนี้มีนามว่าโหยวซิว เป็นผู้อาวุโสใหญ่ และ
อัจฉริยะผู้เคยสร้างสถิติไว้เมื่อพันสองร้อยปีก่อน
ธุรกิจร้านค้ารายย่อยส่วนใหญ่เป็นสาขาของพวกเขา มีสถานะ
พิเศษเหนือใคร
ท่าทีของตระกูลโหยวบ่งชี้ว่าหลัวซู่จะยังนั่งในตำแหน่งนี้ได้
หรือไม่ จึงต้องรักษาสัมพันธ์ไว้อย่างเต็มที่
“เชียนชิว เด็กคนนี้ยังห่างไกลนัก ไม่รู้จักตั้งใจฝึกฝน วัน ๆ เอา
แต่นอน ก้าวเดินบนเส้นทางใหม่ของตัวเอง บรรลุเต๋าด้วยความฝัน
อะไรกัน พูดแล้วก็สลดใจจริง”
ปากโหยวซิวตำหนิโหยวเชียนชิวบุตรชายตน แต่รอยยิ้มบนหน้า
บอกชัดว่าใจจริงคิดอะไร
โหยวซิวภาคภูมิใจในบุตรชายผู้ยอดเยี่ยมผู้นี้ยิ่ง
ฮั่วไห่โจว ผู้อาวุโสฝ่ายรักษาระเบียบซึ่งนั่งอยู่ข้างเขานำกล่องสี
ดำอันประณีตบรรจงออกมาใบหนึ่ง ส่งให้กับโหยวซิว
“ผู้อาวุโสโหยว นี่คือด้ายไหมวิญญาณที่ข้าหาซื้อมาได้อย่าง
ยากลำบาก เหมาะสมกับผู้ฝึกจิตยิ่งนัก และเหมาะกับเชียวชิวเด็กคน
นี้สุด ๆ”
โหยวซิวจ้องมองกล่องสีดำตรงหน้าตนด้วยดวงตาเรืองประกาย
“เช่นนั้นก็ขอบคุณผู้อาวุโสฮั่วแล้ว บุตรข้าอยากได้สิ่งนี้มาเนิ่น
นาน เจ้าเสียไปกี่ผลึกวิญญาณ ข้าจะโอนให้”
“ระหว่างเราไม่ต้องพูดเรื่องเงินทอง เด็กคนนี้ชอบมันก็ดีแล้ว” ฮั่ว
ไห่โจวกล่าวยิ้ม ๆ
หลัวซู่เห็นสองคนเสวนาสมานฉันท์ ดวงตาก็เรืองประกายกังวล
ตระกูลโหยวเป็นวิหคสองหัว อยู่กับทั้งสองฝ่าย นางกับฝ่ายรักษา
ระเบียบประชัน ขณะที่ตระกูลโหยวได้ประโยชน์
หากฝ่ายรักษาระเบียบให้ผลประโยชน์กับตระกูลโหยวมากพอ
นางก็คงต้องลงจากตำแหน่ง
ทางฝั่งฝ่ายรักษาระเบียบก็มีหนึ่งตัวตนซึ่งก้าวข้ามขอบเขตพ้น
พิบัติไปแล้วเช่นกัน…
เมื่อศิษย์ในศาลาเซียนเริ่มเปิดศึก ผู้ฝึกตนจำนวนมากก็ถูก
กำจัดไป
สำหรับผู้ที่รอดมาได้ ต่างผู้ล้วนมีจำนวนแต้มผลงานแสดงเหนือ
ศีรษะ ยิ่งฆ่าไปมาก ตัวเลขบนหัวยิ่งเรืองสว่าง
เจียงผิงอันมิได้รีบร้อนต่อสู้ เขานั่งพักบนก้อนหิน
ไม่รู้ทำไมมันถึงเลียนสัจธรรมได้ขนาดนี้ หากเขาไม่บาดเจ็บ ก็
จะเริ่มสู้ได้ทันทีแล้วแท้ ๆ
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็มีแต่ต้องรอจนภายหลัง แล้วฉกฉวยแต้ม
ผลงานของผู้อื่นเอา
ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ก็คิดเช่นนี้ พวกเขาพยายามไม่เปิดศึกกัน
อย่างดุเดือด จะได้ไม่ถูกหมายหัว
“เอ๋~ มีผู้ฝึกตนบาดเจ็บอยู่ที่นี่คนหนึ่งแฮะ”
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งผ่านมาเห็นเจียงผิงอัน ใบหน้าก็ปรากฏเค้า
ปรีดา
เจ้าโง่นี่ไม่ซ่อนตัว ดูเหมือนจะทิ้งการขัดขืนไปแล้ว นี่มันแต้ม
ผลงานส่งตัวเองมาหาถึงที่แท้ ๆ
สวรรค์เมตตาเขาจริง ๆ ในศึกศาลาเซียนนี้ เขาจะอยู่รอดจนจบ
ได้แน่ ๆ
ผู้ฝึกตนคนนั้นพุ่งเข้าเผด็จศึกอย่างปรีดา