สู่วิถีอมตะ - บทที่ 555 สู้กับเถียนซีอีกครั้ง พลังเซียน?
เจียงผิงอันคิดฉีกสุญตาจากไป แต่ก็พบว่าทั่วทิศถูกผนึกมิติ มิ
อาจพ้นออกไปได้
“อย่าเสียแรงเปล่าเลย ยอดสมบัติชิ้นนี้ผนึกสุญตาได้ กระทั่ง
ยันต์สื่อสารยังใช้ไม่ได้เลย”
เถียนซีอารมณ์ดีสุดขีด เหมือนหมาป่าโหยน ้าลายหกยามพบ
กระต่าย
ยามเจียงผิงอันเห็นเถียนซีครั้งแรก เขาจำนางไม่ได้
นางเคยเป็นหญิงงามล ้า แต่บัดนี้น่าสะอิดสะเอียนยิ่ง
เรื่องน่าแปลกก็คือ ไฉนนางจึงมีสติ?
ผู้กลายพันธุ์คนอื่น ๆ ล้วนสิ้นสติ โจมตีผู้อื่นมั่วซั่ว ไฉนกันนาง
จึงแตกต่าง? คนอื่น ๆ รอบตัวนางก็ดูจะมีสติเช่นกัน
“การกลายพันธุ์นี้เป็นฝีมือของพวกเจ้า เคหาสน์เทพจันทรา
หรือ?”
เจียงผิงอันพอจะเดาอะไรได้
เถียนซีมิได้ตอบคำถาม แต่เย้ยขึ้นว่า “ยามนี้ห่วงตัวเองเถอะ”
“ข้าจะให้โอกาสรอดกับเจ้า เอาชนะข้า แล้วพวกเจ้าก็ไปได้”
ความพ่ายแพ้ห้าปีก่อนทำให้เถียนซี บุตรีผู้ภาคภูมิแห่งสวรรค์
เกิดเงาในใจ คิดอยากจะฆ่าเจียงผิงอัน ล้วงตับของอีกฝ่ายมากินด้วย
มือตนใจจะขาดตลอดมา
เจียงผิงอันกวาดตามองยอดฝีมือสิบกว่าคนรายล้อมอย่าง
รวดเร็ว คนเหล่านี้ล้วนเป็นยอดฝีมือในขอบเขตบูรณาการ มีปราณ
แข็งแกร่งและอำนาจประหลาดทั่วกาย
แม้จะมียอดสมบัติกับตัว ทว่าต่อหน้ายอดฝีมือมากมายเพียงนี้
โอกาสฝ่าออกไปก็ยังริบหรี่
เจียงผิงอันเก็บกิ่งมารสะเทือนสรวง กล่าวกับเถียนซีอย่างสุขุม
“เพื่อให้ได้พลัง เจ้าถึงกับทำให้ตัวเองอุบาทว์เหลือ ไม่รู้สึกบ้างหรือว่า
เจ้าในตอนนี้น่าขยะแขยงเพียงไร?”
“คิดยั่วโมโหข้า? เจ้าสำเร็จแล้ว ไปตายซะ!”
เถียนซีเงื้อมือทั้งสี่ จันทร์เพ็ญดวงมหึมาก่อตัวเหนือศีรษะ
อำนาจศักดิ์สิทธิ์ของเคหาสน์เทพจันทรา ‘วงล้อจันทรา’
จันทร์เพ็ญดวงนี้แตกต่างจากที่เจียงผิงอันเคยเห็นครั้งก่อน มัน
ใหญ่โตและทรงพลังยิ่งกว่า
นอกจากนั้น ดวงจันทร์นี้มิได้มีแสงจันทร์สว่างบริสุทธิ์ แต่เป็น
พลังชั่วร้ายสีเทาทึบ
เจียงผิงอันใช้วิชาดึงดาราผลักเฉียนฮวั่นโหรวออกห่าง แล้วใช้
หมัดทำลายล้างเข้ารับการโจมตีเต็มกำลัง
ดวงจันทร์มหึมาสีเทากระแทกใส่ ระเบิดปราณยิ่งใหญ่ชวนขน
ลุกจนเจียงผิงอันกระเด็นไปกระแทกกับผนังระฆังสีดำ ส่งผลให้ระฆัง
ทั้งลูกสั่นสะท้าน
แม้เถียนซีจะบรรลุสู่ขอบเขตบูรณาการได้ไม่นาน ระดับความ
เข้าใจต่อเคล็ดพลังมิได้สูง นางก็ยังเป็นยอดฝีมือขั้นกลางขอบเขต
บูรณาการอยู่ดี
นางสามารถใช้อำนาจศักดิ์สิทธิ์ในขั้นแรกได้แล้ว
เถียนซีผู้กลายพันธุ์มองเจียงผิงอันอย่างเหยียดหยาม “ห้าปีแล้ว
แต่หามีการพัฒนาไม่ ขยะเอ๊ย!”
การได้แก้แค้นนั้นช่างหอมหวาน
ร่างของเจียงผิงอันสะท้านร้าวทั่วกาย อำนาจสีเทาแผ่กระจาย
ผ่านแผลที่หมัดไปทั่วร่าง
อำนาจสีเทานี้เป็นเช่นสีย้อม เมื่อสัมผัสกาย มันก็ย้อมปราณใน
ตัวเขาเป็นสีเทาตามแล้วลุกลามอย่างรวดเร็ว
เจียงผิงอันรีบเร่งปราณมารในตัว คิดจะขับอำนาจนี้ออกไป
ทว่า เขาก็ต้องสะพรึงเมื่ออำนาจนี้มิอาจขับออกไปได้เลย!
ปราณมารของเขาก็ถูกแทรกซึมไปเช่นกัน!
เจียงผิงอันหน้าเสีย ดวงตาเรืองประกายมุ่งมั่น ตัดแขนขวาของ
ตนออกทันที
เมื่อแขนขวาร่วงลงสู่พื้น มันก็เปลี่ยนเป็นสีเทาอย่างสมบูรณ์
นี่มันพลังอะไรกัน อหังการกว่าปราณมารหลายเท่าเลย!
“ฮ่า ๆ น่าตกใจหรือไม่ นี่คือพลังเซียนอย่างไรเล่า ครั้งนี้ หนึ่ง
กระบวนท่าจะจัดการเจ้าได้แน่!”
เถียนซีเสสรวลพลางใช้อำนาจศักดิ์สิทธิ์ ‘แสงบุหลัน’ เพิ่มพลัง
ต่อสู้ของตนสามเท่า แล้วจึงใช้อำนาจศักดิ์สิทธิ์ ‘วงล้อจันทรา’ ยก
ดวงจันทร์ทุ่มใส่เจียงผิงอันอีกครั้ง
กฎเกณฑ์ในฟ้าดินสั่นสะท้านรุนแรง กรีดวายุโหยหวน
ครั้งก่อน เถียนซีพูดว่าจะจัดการเจียงผิงอันในกระบวนเดียว แต่ก็
พ่ายด้วยมือเจียงผิงอัน
ครั้งนี้ นางมั่นใจเหลือแสนว่าจะจัดการเจียงผิงอันได้
สองฝ่ายห่างกันสองขั้นย่อย เมื่อมีพลังเซียนเข้าหนุนเสริม ผู้ฝึก
ตนใดในหล้าก็หยุดมันมิได้
ยามวงล้อจันทรามหึมาเคลื่อนผ่าน สุญตาพลันบิดเบี้ยว
เฉียนฮวั่นโหรวร้อนใจขึ้นมาทันที
ไฉนเจ้าเด็กตัวเหม็นนี่ซื่อบื้อนัก ทำไมต้องมาช่วยนางด้วย
สีหน้าของเจียงผิงอันเคร่งขรึมเกินครั้งใด เขาเร่งวิชาเทียมเทพ
สงครามสู่ขีดสุด เพิ่มพลังต่อสู้ของตนห้าเท่าตัว
เขาเงื้อหมัดซ้ายฟาดออกไป กฎฟ้าดินภายในระฆังสีดำรวนเร
บิดเบี้ยว ระบบระเบียบล้วนแหลกสลาย
หมัดทำลายล้างกระบวนท่าที่สอง ป่วนบรรพ์
ความปั่นป่วนของกฎเกณฑ์กระทบถึงวงล้อจันทราของเถียนฉี
จนกะพริบวูบไหวเดี๋ยวมีเดี๋ยวดับ พลังของมันลดทอนลงมหาศาล
ขณะเดียวกัน เจียงผิงอันก็ใช้เคล็ดวิชาพลังวิญญาณ ‘ผนึก
สรวง’ ทำให้วงล้อจันทราชะงักไปชั่วขณะสั้น ๆ
เจียงผิงอันฉวยโอกาสนี้ใช้อัสนีพริบตาเข้าประชิดด้านขวาของ
เถียนซี แล้วออกหมัดใส่สุดกำลังทันที
เถียนซีบรรลุขอบเขตบูรณาการ ปฏิกิริยาของนางรวดเร็วสุดขั้ว
เร่งอำนาจมิติใช้วิชาลับสายมิติ ‘มิติเนรเทศ’ ทันควัน
เจียงผิงอันถูกเคลื่อนย้ายหายไป
‘มิติเนรเทศ’ เป็นวิชาลับสายมิติที่แข็งแกร่งสุดขั้ว สามารถ
เนรเทศคู่ต่อสู้ไปยังมิติอื่นได้
หากโชคดีก็แค่ถูกเคลื่อนย้ายไปยังที่อื่น แต่หากโชคไม่ดี ก็จะ
ถูกความผันผวนแห่งมิติบดขยี้จนแหลก
เจียงผิงอันโชคดี เพราะระฆังสีดำนี้ผนึกมิติรอบข้างไว้ เขาจึง
มิได้ถูกเคลื่อนย้ายออกไป แค่ถูกขัดจังหวะการโจมตี
เถียนซีตกใจ “บัดซบ นี่มันวิชาลับอะไร! ถึงกับทำลายอำนาจ
ศักดิ์สิทธิ์ของข้าได้ด้วย!”
เมื่อครู่ เถียนซีรู้สึกถูกความตายคุกคาม
“วรยุทธ์สร้างเอง ‘ป่วนบรรพ์’”
เจียงผิงอันคิดพูดถ่วงเวลา หาโอกาสทะลวงออกไป
ขณะเดียวกันก็ฟื้นฟูแขนขวาที่ขาดไปของตนด้วย
“สร้างวิชาลับเอง? อย่าทำตัวหน้าไม่อายดีกว่า ขอบเขตอย่าง
เจ้าสร้างอำนาจศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองได้ด้วยหรือ?”
เถียนซีไม่เชื่อว่าเจียงผิงอันจะสร้างวิชาแข็งแกร่งเช่นนี้ขึ้นมาได้
และการที่นางจัดการเจียงผิงอันในกระบวนท่าเดียวไม่ได้ก็ทำให้นาง
หงุดหงิดสุดแสน บุกโจมตีเข้ามาอีกครั้ง
เจียงผิงอันปลดปล่อยเกราะรบจำนงศึกคลุมตัว ใช้มันฝืนการ
แทรกซึมของอำนาจประหลาดนั่น แล้วเริ่มการดวลกับเถียนซี
อำนาจกลืนกินและอำนาจของร่างมารศักดิ์สิทธิ์ล้วนถูกเร่งใช้ถึง
ขีดสุด พลังต่อสู้ทะลวงสูงถึงขีดจำกัด
เสียงระฆังดังสนั่นจากระฆังสีดำ สะท้านสะเทือนทุกคู่โสต
ผู้ฝึกตนกลายพันธุ์สิบกว่าคนจากเคหาสน์เทพจันทราล้วนตกใจ
สุดขีดเมื่อพบว่าเจียงผิงอันรับการโจมตีของเถียนซีได้
เถียนซีอยู่ในขั้นกลางขอบเขตบูรณาการ บรรลุอำนาจศักดิ์สิทธิ์
หลากหลาย ซ ้ายังมีพลังเซียน
แม้นางจะเพิ่งบรรลุขั้นกลางขอบเขตบูรณาการได้ไม่นาน นางก็
ยังอยู่ในขั้นกลางขอบเขตบูรณาการอยู่ดี
เจียงผิงอันผู้นี้เป็นสัตว์ประหลาดอะไรกัน ไฉนจึงรับมือเถียนซีใน
ขอบเขตนี้ได้!
“บัดซบ! บัดซบ!”
ใบหน้าสีเทาของเถียนซีบิดเบี้ยวยิ่งขึ้นทุกขณะ มิยอมเชื่อว่า
เจียงผิงอันจะแข็งแกร่งขนาดนี้
“ทำไม! ทำไมเจ้าจึงมีพลังแข็งแกร่งเช่นนี้! ตายซะ!”
แขนของเถียนซีพลันเพิ่มความหนา กล้ามเนื้อบวมโตอวบใหญ่
ยิ่งกว่าตัวนาง
ขณะนี้ พละกำลังของเถียนซีเพิ่มพูนหลายเท่าตัว ป่นเกราะรบ
จำนงศึกของเจียงผิงอันจนกระเด็นไปได้ในหมัดเดียว
เจียงผิงอันกระแทกเข้ากับระฆังสีดำ กระอักโลหิตทะลักไหล
“ฮ่า ๆ”
เถียนซีแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม “เห็นหรือไม่! นี่แหละพลังเซียน!
ขณะที่พวกเจ้าศาลาเติงเซียนมอบวิชาจำแลงเซียนให้ศิษย์เพียงห้า
ตำแหน่งทุกสามร้อยปี เราเคหาสน์เทพจันทรากลับบรรลุพลังนี้กัน
ง่าย ๆ!”
เจียงผิงอันเช็ดเลือดจากมุมปาก สีหน้าเคร่งขรึมสุดขั้ว
พลังจากตัวเถียนซีแข็งแกร่งจริง ๆ แข็งแกร่งกว่าปราณมาร
หลายต่อหลายเท่า
แต่นี่ดูไม่เหมือนพลังเซียนที่เขาเคยเห็นมาก่อน มันมิได้
แข็งแกร่งขนาดนั้น แต่เหมือนพลังชั่วร้ายที่เปลี่ยนสภาพไปมากกว่า
นอกจากนั้น พลังเซียนหรือจะทำให้คนมีสภาพเช่นนี้…
เดี๋ยวก่อนนะ!
กลายพันธุ์หรือ?
ไฉนนี่จึงดูเหมือนการกลายพันธุ์ซึ่งเกิดจาก ‘ระบบวิวัฒน์ชีพ’
เลย!
ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริง ร่างกายวิวัฒน์ตามใจ ความเป็น
มนุษย์น้อยลงทุกที…
แต่… ระบบวิวัฒน์ชีพสร้างพลังชั่วร้ายประหลาดนี้ขึ้นมามิได้มิใช่
หรือ?
มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?
ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็สีหน้าเปลี่ยน
ยามใช้พลังกลืนกิน อำนาจประหลาดนี้ก็เข้าสู่กาย ร่างของเขา
กำลังเปลี่ยนเป็นสีเทา!