สู่วิถีอมตะ - บทที่ 554 ตามหาเฉียนฮวั่นโหรว
หลัวซู่ตระหนักถึงความหนักหนาของเรื่องนี้แล้ว
“ศาลาเติงเซียนเข้าสู่สภาวะฉุกเฉิน ให้นักหลอมยาทุกนามรีบ
หาทางจัดการกับการกลายพันธุ์เสีย!”
“ศิษย์ทุกคนคุ้มกันไว้ให้ดี ไปรับมือผู้ฝึกตนกลายพันธุ์ที่ทางเข้า
สำนัก หากควบคุมไม่ไหว ฆ่าโดยเร็วที่สุด!”
หลัวซู่พูดมากมิได้ ร่างของนางหายวับไปจากที่ มุ่งไปหยุดผู้ฝึก
ตนกลายพันธุ์ที่บริเวณรอบนอกของศาลาเติงเซียน
ผู้ฝึกตนกลายพันธุ์เหล่านี้ไร้สติ และจะโจมตีผู้ฝึกตนทั่วไปคนใด
ก็ตามที่เห็น
หากผู้ฝึกตนกลายพันธุ์เหล่านี้บุกมาถึงในศาลาเติงเซียนได้
ศาลาเติงเซียนก็จบสิ้นกัน!
ผู้ฝึกตนมากมายแปรเปลี่ยนเป็นลำแสง เหินตามหลัวซู่ไปขวาง
ศัตรูที่นอกศาลาเติงเซียน
เหตุกะทันหันนี้เกินผู้ใดคาดคิด
เจียงผิงอันพยายามใช้ยันต์สื่อสารติดต่อหาเฉียนฮวั่นโหรว แต่ก็
มิอาจติดต่อได้
ขณะที่เขากำลังร้อนใจ เขาพลันนึกขึ้นได้ว่าป้ายแสดงตนของ
ศาลาเติงเซียนสามารถตามหากันได้
ก่อนหน้านี้ ป้ายแสดงตนของเขากับเฉียนฮวั่นโหรวเชื่อมต่อกัน
สามารถสื่อสารหาที่อยู่กันได้
แล้วเจียงผิงอันก็พบที่อยู่ของเฉียนฮวั่นโหรวผ่านป้ายแสดงตน
จริง ๆ และอยู่ไกลจากที่นี่
เจียงผิงอันมายังค่ายกลเคลื่อนย้าย เดินไปหาผู้ควบคุมค่ายกล
แล้วชี้สู่บูรพา ถามอย่างเป็นกังวล “ทางนั้นคือเมืองเทพจันทรา
หรือไม่?”
“ใช่เลย เกิดเรื่องขึ้นที่เมืองเทพจันทรา ข้าก็ไม่รู้ว่าเหตุอะไร แต่
ได้ยินว่าผู้ฝึกตนที่นั่นตายกันหมด ค่ายกลขากลับทั้งมวลล้วนถูก
ปิด”
ผู้ควบคุมค่ายกลมีสีหน้าทั้งเศร้าหมองและเครียดขรึม
“ส่งข้าไปที่นั่นที!” เจียงผิงอันกล่าวอย่างร้อนใจ
แม้ค่ายกลทางกลับศาลาเติงเซียนจะถูกผนึก แต่ค่ายกล
เคลื่อนย้ายขาไปยังมิถูกผนึกไปด้วย
ได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของผู้ควบคุมค่ายกลก็เบิกกว้าง
“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? มิได้ยินที่ข้าพูดหรือไร? ที่นั่นเกิดเรื่อง
ใหญ่โต ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการมากมายยังดับดิ้น การฝึกฝน
อย่างเจ้าไปมีแต่ตายแน่นอน!”
“เร็วเข้าเถิด อย่ามากความเลย!”
เจียงผิงอันโยนผลึกวิญญาณก้อนหนึ่งให้อีกฝ่าย
ผู้ควบคุมค่ายกลเพิ่งเคยเห็นใครอยากรีบไปตายมากเพียงนี้เป็น
ครั้งแรก “เจ้าอยากไปตายเองนะ”
ในเมื่อชายผู้นี้รนหาที่ตาย เขาก็มิได้หยุดไว้ เปิดค่ายกลส่งอีก
ฝ่ายไปให้
อำนาจมิติพลุ่งพล่าน แล้วเจียงผิงอันก็อันตรธานไปทันที
เมื่อเขาปรากฏตัวอีกครั้ง ก็มาถึงเมืองเทพจันทราแล้ว
ขณะนี้ เมืองเทพจันทราพังราบ ทั่วทิศแผดผลาญด้วยเปลวเพลิง
หอคอยเซียนถล่มร่วง ทุกแห่งหนเต็มไปด้วยซากศพ ไร้คนเป็นใน
สายตา
หมอกควันโขมงคลุ้งคลุมฟ้า ทั่วทิศมีเพียงสีเทาและสีเลือด
อำนาจสุดประหลาดพิกลปกคลุมโลกหล้า
หัวใจเขาบังเกิดความรู้สึกไม่สงบ
ทันทีที่เจียงผิงอันปรากฏตัว ผู้ฝึกตนกลายพันธุ์ผู้หนึ่งก็พุ่งเข้า
มา ทั่วตัวเต็มไปด้วยดวงตา ดูน่าขยะแขยงเหลือทน
เจียงผิงอันไหวตัวรวดเร็ว เหวี่ยงหมัดเข้าชกอีกฝ่ายกระเด็นไป
แต่แล้ว เจียงผิงอันก็ต้องตกใจเมื่อหมัดซึ่งประสานกฎทำลายล้าง
ของเขาทำได้เพียงสร้างบาดแผลแก่อีกฝ่าย แต่ไม่ถึงตาย!
อีกฝ่ายเป็นแค่ผู้ฝึกตนขั้นกลางขอบเขตหลอมสุญตาเองนะ!
หากเป็นยอดฝีมือขั้นกลางขอบเขตหลอมสุญตาทั่วไป เจอหมัด
นี้เข้าก็ตายแน่แล้ว!
หลังผู้ฝึกตนกลายพันธุ์ ร่างกายของพวกเขาก็ถูกเสริมแกร่งไป
จนแข็งกล้าสุดขั้ว
“โฮก!”
ผู้ฝึกตนกลายพันธุ์เปล่งเสียงคำรามผิดมนุษย์ ร่างของเขาสั่น
สะท้าน แล้วจู่ ๆ ศีรษะพลันปริแยก ดวงตามหึมาดวงหนึ่งถลนออกมา
ดวงตามหึมานี้จ้องมองที่เจียงผิงอัน ให้ความรู้สึกชวนเสียขวัญ
สะอิดสะเอียน
ทันใดนั้น ดวงตามหึมานี้ก็สาดแสงสีเทาทะลวงสุญตาตรงเข้าหา
เจียงผิงอัน
เจียงผิงอันเห็นได้ว่าแสงนี้เจือด้วยพลังประหลาด และเขาก็มิกล้า
แตะต้องมัน
ร่างของเขาแปรเปลี่ยนเป็นอัสนีวูบไหว หลบการโจมตีไปอยู่
เบื้องหลังเจ้าสัตว์ประหลาด ใช้อัสนีหยินและกฎทำลายล้างโจมตีเข้า
ใส่ในพริบตา
ตู้ม!
ด้วยการประสานเสริมของอัสนีทมิฬและกฎทำลายล้าง ร่างของผู้
ฝึกตนกลายพันธุ์ก็ถูกระเบิดแหลก
ขณะเดียวกัน ผู้ฝึกตนกลายพันธุ์นับไม่ถ้วนก็แห่เหินกันมาจาก
ทั่วสารทิศ
รูปกายของพวกมันพิกลพิการประหลาดผิดมนุษย์ บ้างมีหลาย
ศีรษะ บ้างมีแขนขางอกเพิ่ม บ้างกระทั่งสูญเสียลักษณ์มนุษย์
กลายเป็นก้อนเนื้อประหลาด
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!
เจียงผิงอันตกใจสุดขีด
เขาไม่สนใจจะสู้กับสัตว์ประหลาดเหล่านี้ ใช้อัสนีพริบตาหายไป
จากจุดที่เคยอยู่ทันที
เขาหาตำแหน่งของตนผ่านป้ายแสดงตัว พุ่งตรงสู่ทิศทางที่
เฉียนฮวั่นโหรวอยู่
ขณะเดียวกัน บนผาในป่าเขาแสนไกล หญิงงามชุดขาวผู้หนึ่ง
กำลังถูกผู้ฝึกตนกลายพันธุ์สิบกว่าคนรุมล้อม มีค่ายกลล้อมอยู่ทั่ว
ทิศ
สตรีชุดขาวผู้นี้มิใช่ใครอื่นนอกจากเฉียนฮวั่นโหรว
เฉียนฮวั่นโหรวปลดปล่อยเกราะคุ้มกัน พยายามมิให้ตนเอง
บาดเจ็บ เพราะนางรู้ว่าบาดเจ็บยามใด ร่างกายของนางจะแปรเปลี่ยน
อัปลักษณ์สุดขีด
“ฮ่า ๆ แค่นี้หรือ? นี่ยังเรียกเป็นอัจฉริยะสูงสุดของแคว้นชาง
หลานได้อีกหรือ? ฝีมือแค่นี้น่ะนะ?”
ผู้โจมตีเฉียนฮวั่นโหรวก็คือบุตรีของเจ้าเคหาสน์เทพจันทรา
เถียนซี
เดิมทีนางเป็นหญิงงามล ้า ทว่ายามนี้ร่างของนางเป็นสีเทา ที่
หน้าอกมีมือคู่หนึ่งงอกออกมา ดูประหลาดยิ่ง
แตกต่างจากผู้ฝึกตนกลายพันธุ์อื่น ผู้ฝึกตนกลายพันธุ์เหล่านี้ยัง
มีสติ
เถียนซีแข็งแกร่งขึ้นยิ่ง ในเวลาเพียงห้าปี นางก็ทะลวงสู่ขั้นกลาง
ขอบเขตบูรณาการแล้ว!
นี่เป็นความเร็วการทะลวงขอบเขตที่น่าสะพรึงยิ่ง
“สามีสุนัขของเจ้าเล่า! เรียกเขามาช่วยสิ! หากเจ้าไม่เรียกเขา
มา ข้าจะฆ่าเจ้า!”
เสียงของเถียนซีแข็งกร้าว ใบหน้าเทาซีดบ้าคลั่ง ดวงตาแดงฉาน
เปี่ยมความแค้นเคืองต่อเจียงผิงอัน
ห้าปีก่อน นางแพ้พ่ายเกือบตายเพราะเจียงผิงอัน เหตุการณ์นี้ยัง
หลอกหลอนจนบัดนี้ และอยากจะหาโอกาสล้างแค้น
เพื่อแข็งแกร่งขึ้นให้เร็ว นางจึงเปลี่ยนตัวเองเป็นสัตว์ประหลาด
อย่างไม่ลังเล
เฉียนฮวั่นโหรวไม่มีทางให้เจียงผิงอันมารับความเสี่ยงที่นี่ ในใจ
นางคิดเพียงจะหนีเช่นไร
รอบข้างมียอดฝีมือสิบกว่าคน ทั้งยังมีค่ายกลกางอยู่ หากนางคิด
จะหนี มันก็ยากพอ ๆ กับไต่บันไดสู่สวรรค์ ต่อให้ใช้ยอดสมบัติ อย่าง
มากก็ฆ่าศัตรูได้เพียงไม่กี่คน
วันนี้นางต้องตายที่นี่หรือ?
“คุณหนูผู้นี้พูดกับเจ้าอยู่นะ! เรียกสามีสุนัขของเจ้ามา!”
เถียนซีเหวี่ยงกระบี่ในมือโจมตีเฉียนฮวั่นโหรวอย่างบ้าคลั่ง
“ในเมื่อเจ้าไม่เรียกเขามา เช่นนั้นข้าก็จะเปลี่ยนผู้หญิงของเจียง
ผิงอันนั่นเป็นนางสุนัขไร้สมอง เป็นแต่ปรนเปรอคนแทนแล้วกัน! ฮ่า
ๆ”
หลังการกลายพันธุ์ แม้เถียนซีจะยังคงสติ แต่นางก็ยิ่งบ้าคลั่ง
วิปลาส
เกราะคุ้มกายเฉียนฮวั่นโหรวอ่อนกำลังลงทุกขณะ หากเป็น
เช่นนี้ต่อไป การโจมตีก็จะทะลุเกราะเข้ามาแน่
เฉียนฮวั่นโหรวไม่อยากกลายเป็นสัตว์ประหลาด ต่อให้นางต้อง
ตาย ก็จะขอลากคนกลุ่มนี้ไปด้วยกัน!
ขณะนั้นเอง กิ่งไม้สีทองกิ่งหนึ่งหวดผ่านนภา สะท้านทั่วฟ้าดิน
กิ่งไม้นั้นฟาดลงบนยอดค่ายกล ระเบิดค่ายกลรายล้อมเฉียนฮวั่น
โหรวพร้อมเสียงเปรี้ยงสนั่น
เมื่อเห็นกิ่งไม้อันคุ้นตา หัวใจของเฉียนฮวั่นโหรวก็สะท้าน
ชายผู้นั้นมาแล้ว!
นางไม่มีเวลาให้คิดมาก จึงฉวยโอกาสนี้ใช้ยันต์เคลื่อนย้ายหนี
ออกมาจากวงล้อม
ค่ายกลถูกทำลาย แต่เถียนซีมิเพียงไม่โกรธ ยังตื่นเต้นสุดขีด
เสียอีก
“ฮ่า ๆ เจียงผิงอัน! เจ้ามาได้เสียที!”
เถียนซีหัวเราะลั่น มือทั้งสี่ตรงหน้าปัดป่ายไปมา
เจียงผิงอันคิดจากจรไปกับเฉียนฮวั่นโหรว ทว่าระฆังสีดำใบ
มหึมาพลันร่วงลงจากฟ้า ปกคลุมทุกผู้ไว้ทันที
เจียงผิงอันฟาดกิ่งมารสะเทือนสรวงเข้าโจมตี
ก๊อง~
สองวัตถุกระทบกัน เจียงผิงอันรู้สึกราวแขนจะหักป่น
ระฆังใบนี้ก็เป็นยอดสมบัติชิ้นหนึ่ง!
“คิดจะหนี? เจ้าหนีได้หรือ?”
มุมปากของเถียนซียิ้มฉีกถึงรูหู เป็นรอยยิ้มอันน่าขนลุกยิ่ง
“เจียงผิงอัน วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า!”