สู่วิถีอมตะ - บทที่ 560 การท้าทายของชิวผิงเซิง
“เจียงผิงอันเก็บตัวอยู่”
หลัวซู่ไม่อยากให้เจียงผิงอันประมือกับอีกฝ่าย
ชิวผิงเซิงแผ่ปราณเซียนทรงอำนาจทั่วทั้งกาย ในหมู่คนขอบเขต
เดียวกันที่ไร้ปราณเซียน ย่อมไร้คู่ต่อกร
กล่าวได้ว่าขณะนี้ ชิวผิงเซิงต่อสู้ข้ามขอบเขตได้แล้ว
หากเจียงผิงอันมิได้มีขอบเขตสูงกว่าชิวผิงเซิงสักหนึ่งหรือสอง
ขอบเขต เขาก็ไร้โอกาสเอาชนะอีกฝ่ายได้
“เก็บตัว? ข้าว่าเขากลัวเสียมากกว่า!”
ชิวผิงเซิงไม่เชื่อคำลวงพรรค์นี้ สายตาของเขาเบนไปหา
เฉียนฮวั่นโหรวข้างกายหลัวซู่
“ในเมื่อเจียงผิงอันตาขาวหนีไปเก็บตัว ข้าก็จะทำลายคู่บำเพ็ญ
ของเขาเสีย!”
ชิวผิงเซิงเกลียดสีหน้าเฉยชาของเฉียนฮวั่นโหรว ด้วยมิอาจ
สัมผัสความเคารพให้เกียรติใด ๆ ราวกำลังรังเกียจเขาอยู่
สตรีผู้นี้ก็ยั่วโมโหเขาเมื่อหนก่อนที่ศาลาหลัก วันนี้เขาจะทำให้
นางต้องชดใช้!
“ท้าทายข้า?”
เฉียนฮวั่นโหรวชำเลืองมาเล็กน้อย
ขณะนั้น ชิวผิงเซิงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันร้ายแรงเกินครั้งใด และ
เพราะมิอาจทนได้ เขาจึงทรุดลงคุกเข่ากับพื้นทันที
ดวงตาของชิวผิงเซิงเบิกกว้าง สีหน้าเปี่ยมความหวาดผวา
“ป… เป็นไปไม่ได้! ซ… เซียน!”
ปรากฏว่าเฉียนฮวั่นโหรวเป็นเซียน!
หนก่อน สตรีผู้นี้อยู่ขอบเขตเดียวกับเขาแท้ ๆ แต่ผ่านไปไม่กี่วัน
นางก็ทะยานสูงบรรลุเซียนไปแล้ว!
หัวใจของชิวผิงเซิงถูกทำร้ายสาหัส ร่างของเขาตะลึงทื่อ
“มาสิ ข้าต่อให้ มิใช้มือเท้ากับเจ้า” เฉียนฮวั่นโหรวกล่าวกับชิ
วผิงเซิงอย่างเย็นชา
เฉียนฮวั่นโหรวเย็นชากับทุกคน มีก็แต่ยามอยู่กับเจียงผิงอันที่
นางจะแสดงนิสัยด้าน ‘กระตือรือร้นไร้สำรวม’ ออกมา
ร่างของชิวผิงเซิงสะท้าน เหงื่อแตกพลั่กย้อมหน้าผาก อย่าว่าแต่
ออมมือให้เขาเลย แต่ปรายตามองปราดเดียว อีกฝ่ายก็ฆ่าเขาได้
แล้ว!
ขณะนั้น เฉียนฮวั่นโหรวสังเกตเห็นบางสิ่ง ปราณในกายถูกเก็บ
กลับไป
ร่างผึ่งผายของชายร่างสูงผู้หนึ่งปรากฏขึ้น
ยามหลัวซู่เห็นว่าผู้มาคือเจียงผิงอัน สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไป “ข้า
บอกให้เจ้าไปเก็บตัว ไฉนจึงออกมา!”
“ข้าไม่กลัวคำท้าทายใดจากบุคคลร่วมขอบเขตหรอก”
เจียงผิงอันเอ่ยเบา ๆ ด้วยน ้าเสียงสุขุมยิ่ง
เขาเดินบนเส้นทางไร้เทียมทาน หากเขากลัวบุคคลขอบเขต
เดียวกัน ดวงจิตแห่งเต๋าของเขาก็จะสลาย
อย่ามองว่าดวงจิตแห่งเต๋าเป็นเพียงนามธรรม มันมีอยู่จริง เพราะ
ดวงจิตแห่งเต๋าพังทลาย บางผู้จึงมีการฝึกฝนค้างเติ่งกับที่ไปชั่วชีวิต
ยามต่อสู้ก็เปี่ยมช่องว่างเสียอำนาจ
หลัวซู่รำพึงอย่างจนใจ “เรื่องนี้มิเกี่ยวกับกลัวหรือไม่ แต่เป็น
อำนาจของปราณเซียน เรื่องนี้มิใช่สิ่งที่เจ้าจะเข้าใจได้เลย”
“ครั้งก่อนที่เคหาสน์เทพจันทรามาท้าทาย เถียนซีมีปราณเซียน
เพียงเสี้ยว แต่พลังต่อสู้ก็โถมทวียิ่งใหญ่ ทว่าชิวผิงเซิงมีปราณเซียน
เต็มกายเลยนะ!”
เจียงผิงอันทำเหมือนไม่ได้ยินวาทะของหลัวซู่ ก้าวสู่ค่ายกล
เคลื่อนย้ายไปยังลานประลอง
ชิวผิงเซิงรีบลุกขึ้นจากพื้น ชำเลืองเฉียนฮวั่นโหรวอย่างใจเสีย
หากเขาเอาชนะเฉียนฮวั่นโหรวมิได้ เขาก็เอาชนะเจียงผิงอันมิได้
หรือ?
เกิดอะไรขึ้น? ไฉนนางจึงกลายเป็นเซียนไปได้?
ชิวผิงเซิงตามมายังค่ายกลเคลื่อนย้าย ปรากฏขึ้นในลานประลอง
ทันทีที่มาถึงลานประลอง สายตาคู่แล้วคู่เล่าก็มองมายังทั้งคู่
ชิวผิงเซิงอาบไล่ด้วยรัศมีทองเรือง แผ่บรรยากาศแกร่งกล้า
ปราณเซียนบริสุทธิ์สูงส่ง เป็นการยากจะมิถูกสนใจ
“ปราณแข็งแกร่งเพียงนี้ ข้าก็นึกว่าเป็นยอดฝีมือขอบเขต
มหายาน ทว่ากลับกลายเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตบูรณาการ
ไปเสียได้”
“เขาเป็นใครกัน ไฉนปราณจึงแข็งแกร่งเช่นนี้? ทำไมข้าจึงไม่
เคยเห็นคนผู้นี้มาก่อนเลย?”
“เซียน! คนผู้นี้ถึงกับมีปราณเซียนแข็งแกร่งจากกาย!”
สายตาของผู้ฝึกตนทั้งหลายที่ลานประลองล้วนจับจ้องที่ชิวผิง
เซิง เกิดเสียงอุทานอื้ออึง
ชิวผิงเซิงชอบสายตาตื่นตะลึงเช่นนี้ยิ่ง ศีรษะของเขาเชิดขึ้นโดย
ไม่รู้ตัว
“ข้าชิวผิงเซิง บุตรประมุขศาลาสี่แห่งศาลาหลัก เป็นผู้ชนะได้
วิชาจำแลงเซียน!”
ชิวผิงเซิงกลัวว่าผู้อื่นจะไม่รู้นามและฐานะตน จึงประกาศตัว
ออกมาก่อน
เมื่อทราบตัวตนของเขา ทุกดวงใจก็สะท้าน
ที่แท้เขาก็คือบุตรประมุขศาลาสี่แห่งศาลาหลัก ทายาทเซียน!
มิน่าเล่าเขาจึงมีปราณเซียนในตัว ที่แท้ก็ได้วิชาจำแลงเซียนมา
นี่เอง
แต่เขามาทำอะไรที่นี่กัน?
“วันนี้ข้ามาเพื่อสั่งสอนเจียงผิงอันผู้นี้ให้สาสม จะได้เข้าใจชะตา
ของผู้ล่วงเกินข้า!”
ทุกสายตาเบนไปทางเจียงผิงอันอย่างสุดเห็นใจทันที
เจียงผิงอันล่วงเกินคนผู้นี้?
เช่นนั้นเขาก็จบสิ้นแล้ว
ทั่วทั้งศาลาเติงเซียน หรือแม้แต่ทั่วภพบุกเบิก ผู้ใดบ้างไม่รู้จัก
วิชาจำแลงเซียน?
ชิวผิงเซิงเป็นบุตรเซียน สำเร็จวิชาจำแลงเซียน หากให้เขามาอยู่
ในศาลาสาขา เขาก็เป็นเลิศเหนือทุกผู้ในขอบเขตเดียวกัน
ต่อให้ต่อสู้ข้ามขั้นย่อย เขาก็ชนะได้
แล้วเจียงผิงอันไปล่วงเกินตัวตนน่ากลัวเช่นนี้ได้อย่างไร
แต่ทำไมเจียงผิงอันจึงดูเยือกเย็นนัก?
เจียงผิงอันเข้าสู่อาคมในลานประลองล่วงหน้าแล้ว กล่าวกับชิ
วผิงเซิงว่า “รีบหน่อยได้หรือไม่?”
ชิวผิงเซิงเกลียดสีหน้าของเจียงผิงอันยิ่ง คนผู้นี้ดูจะไม่เห็นเขา
ในสายตาเลย
เสแสร้งทำนิ่งหรือ?
หรือบางที ไอ้โง่นี่อาจไม่รู้ฤทธิ์วิชาจำแลงเซียนเลย
ชิวผิงเซิงเดินเข้าสู่ลานประลอง ทุกคู่ประลองในลานล้วน
หยุดชะงัก ให้ความสนใจทั้งหมดกับคนทั้งสอง
พวกเขาไม่เคยเห็นพลังต่อสู้ของผู้ฝึกตนระดับต ่าที่บรรลุวิชา
จำแลงเซียนมาก่อน วันนี้พวกเขาจึงขอดูอำนาจเซียนในตำนานนี้
หน่อย
ในฐานะคนจากสาขาของศาลาเติงเซียน ทุกผู้ล้วนหวังยิ่งว่าเจียง
ผิงอันจะชนะ ให้สาขาได้หน้าตากันหน่อย แต่ความเป็นไปได้นี้มิอาจ
บังเกิดได้เลย
ได้ยินว่าพลังเซียนสามารถทำให้บุคคลพัฒนาเลิศล ้าทุกด้าน
เกินกว่าระดับขอบเขตดั้งเดิมของตนโดยสมบูรณ์
หลัวซู่และเฉียนฮวั่นโหรวเร้นกายในสุญตา จ้องมองภาพ
ตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ
“พี่หญิงเฉียน เจ้าไม่หยุดเจียงผิงอันหน่อยหรือ? หากเขาพ่าย
ศึกนี้ เขาจะเสียหายหนักเลยนะ”
“ดูไปเดี๋ยวก็รู้”
เฉียนฮวั่นโหรวมิได้อธิบายอะไร ผลลัพธ์จะบ่งชี้ทุกสิ่งเอง
หลัวซู่สงสัยนักว่าเหตุใดเฉียนฮวั่นโหรวจึงเชื่อมั่นในเจียงผิงอัน
ถึงเพียงนี้
ในอาคมที่ลานประลอง ชิวผิงเซิงกระตุ้นปราณเซียนในกาย แสง
ทองเรืองรองส่องทั่วอาคม ให้บรรยากาศทรงพลัง ศักดิ์สิทธิ์และเปี่ยม
แรงกดดัน
กระทั่งนอกอาคมยังสัมผัสความน่ากลัวของพลังนี้ได้
“เจียงผิงอัน! ข้ามิใช่คนเดิมที่เคยเป็นแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม!
ข้าจะเหยียบย ่าเจ้าจมดินเดี๋ยวนี้แหละ!”
ชิวผิงเซิงตั้งใจทรมานเจียงผิงอันทีละน้อยให้สติเตลิดไป
เจียงผิงอันคร้านเกินจะตอบอีกฝ่าย เด็กนี่อ่อนวัยเกินไป โง่
เกินไป
เพียงจิตคำนึง เขาก็ใช้วิชาลับพลังวิญญาณ ‘เวียนกำเนิด’ ร่าง
เทวะสุดขั้วหยางปรากฏขึ้น
ร่างเทวะสุดขั้วหยางใช้วิชาลับ ออกหมัดอันคุโชนด้วยเพลิงเข้า
ใส่
ชิวผิงเซิงตกใจ นี่มันพลังอะไรกัน? ใช้ภาพฉายผู้อื่นมาสู้ได้ด้วย
หรือ?
แต่ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก!
ชิวผิงเซิงพ่นเพลิงแท้สมาธิออกมา ฤทธิ์เพลิงทรงพลังโหม
กระหน ่าเข้าใส่ร่างเทวะสุดขั้วหยาง
ตู้ม!
ทั้งสองปะทะกัน อำนาจเพลิงร้อนแผดกระจายตัวทั่วทิศ
ด้วยการหนุนเสริมของปราณเซียน เพลิงแท้สมาธิแข็งแกร่งขึ้น
สุดขั้ว ร่างเทวะสุดขั้วหยางมิอาจหยุดยั้ง ถูกฟาดกระเด็นไปทันที
เจียงผิงอันมิได้คิดเอาชนะชิวผิงเซิงด้วยเพียงร่างเทวะสุดขั้วห
ยางอยู่แล้ว ขณะที่ทั้งสองฝ่ายปะทะกัน เขาก็ใช้อัสนีพริบตาพุ่งเข้ามา
เขาออกหมัดทำลายล้างใส่ชิวผิงเซิง อำนาจแข็งแกร่งทำให้
บรรพตทั้งปวงในอาคมคลับคล้ายถูกถอนถล่ม
“ลอบโจมตีไปก็เท่านั้น! ฆ่า!”
ชิวผิงเซิงใช้อำนาจศักดิ์สิทธิ์ ‘วิชาหนึ่งวจีปลิดประหาร’ ก่ออักษร
‘ฆ่า’ อันเปี่ยมจิตสังหารไร้สิ้นสุด กระตุ้นกฎฟ้าดินเคลื่อนตัว ประทับ
เข้าใส่ร่างเจียงผิงอันทันที
เปรี้ยง!
ร่างของเจียงผิงอันระเบิด โลหิตสาดกระจาย
สายตาผู้ฝึกตนทั้งหลายที่มองอยู่ต่างเบิกกว้าง เจียงผิงอันถูกฆ่า
ในพริบตา!
“ฮ่า ๆ~”
ชิวผิงเซิงเชิดหน้าหัวเราะลั่น “ข้ามิได้ตั้งใจฆ่าเขานะ แต่เขา
อ่อนแอเกินกว่าจะรับได้แม้แต่หนึ่งโจมตี…”
ร่างหนึ่งพลันปรากฏเบื้องหลังชิวผิงเซิง ออกหมัดใส่กระดูกสัน
หลังเขา
เปรี้ยง!
ชิวผิงเซิงกระเด็นสู่ฟ้า ทะลวงบรรพตหลายต่อหลายลูกทันที
เจียงผิงอันวางหมัดลงพลางเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าเคยเห็นลูกไม้นี้
จากบิดาเจ้าแล้ว ไม่ได้ผลกับข้าหรอก”