สู่วิถีอมตะ - บทที่ 559 ศาลาหลักมาเยือน
“ข้ามีช่องทางพิเศษในการซื้อโอสถคุ้มภัย ซื้อได้ทีละเยอะ ๆ”
เจียงผิงอันกล่าวอย่างจริงจัง
“ซื้อได้มากเพียงไหน?” หลัวซู่ถาม
ศาลาเติงเซียนต้องการโอสถคุ้มภัยอย่างมาก ดังนั้นควรรีบซื้อ
เพราะภายหน้าราคาจะทะยานสูงแน่แท้
“ซื้อได้เท่าที่ต้องการ ขอเพียงจ่ายไหว”
เจียงผิงอันมีเสี่ยวเซียงหนุนหลัง เขาจึงสามารถเผยทรัพยากรได้
นิดหน่อย
เดิมทีหลัวซู่ยังมีหวัง แต่พอได้ยินเจียงผิงอันพูดว่า ‘ซื้อได้เท่าที่
ต้องการ’ ความหวังของนางก็พังทลาย
โอสถคุ้มภัยมิได้ล ้าค่าอะไร แต่มันมีจำนวนน้อย จะซื้อได้เท่าที่
ต้องการได้อย่างไร?
ในศาลาหลักยังมีแค่ไม่กี่ล้านเม็ดเลย
เจียงผิงอันสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงสีหน้าของหลัวซู่ ก็รู้ว่าอีก
ฝ่ายไม่เชื่อ จึงเอ่ยเสริมว่า “ข้ามีช่องทางจริง ๆ โปรดเชื่อข้าเถอะ”
“เจ้าถูกหลอกแล้ว สิ่งนี้ผลิตได้ครั้งละไม่มาก ไม่มีทางซื้อได้มาก
เท่าที่ต้องการหรอก”
หลัวซู่ไม่คิดว่าเจียงผิงอันจะโกหกนาง แต่เป็นผู้อื่นที่หลอกเจียง
ผิงอันต่างหาก
“ข้ามิได้โกหกนะ เป็นความจริง ข้า…”
“ก็ได้ เช่นนั้นช่วยข้าซื้อโอสถคุ้มภัยร้อยเม็ดก่อนเป็นไร”
หลัวซู่กล่าวขัดเจียงผิงอัน
นางในยามนี้มีเรื่องมากมายต้องทำ ไม่มีเวลามาเถียงกับอีกฝ่าย
นางจึงขอให้ชายผู้นี้ไปซื้อมาก่อน ยามซื้อไม่ได้ เขาก็จะรู้เองว่าตน
ถูกหลอกแล้ว
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังจะพูดอะไรต่อ ยันต์สื่อสารที่ข้างเอวหลัว
ซู่พลันเรืองแสง
เสียงของชายผู้หนึ่งดังมาจากในนั้น
“อีกสามวัน เราจะส่งคนไปตรวจสอบเรื่องของผู้ฝึกตนกลายพันธุ์
นอกจากนั้น ให้เฉียนฮวั่นโหรวกับเจียงผิงอันเตรียมตัวไว้ ชิวผิงเซิง
จะไปท้าทายสองคนนั้น”
เมื่อหลัวซู่ได้ยินเนื้อหาจากยันต์ นางก็ขมวดคิ้ว กล่าวกับยันต์
สื่อสาร
“ยามนี้มีเวลาที่ไหนไปประลอง เจ้าไม่รู้ว่าพลังนี้ร้ายกาจเพียงไร
รีบ ๆ ส่งคนมาเถอะ ความเสียหายจะได้ลดน้อยลงได้”
“พลังประหลาดนี้มาจากเคหาสน์เทพจันทรา นี่เป็นพลังเซียน
กลายพันธุ์ ผู้ติดเชื้อจะแข็งแกร่งสุดขั้ว รีบช่วยกันทำลายเคหาสน์
เทพจันทราเสีย หาไม่ศาลาหลักจะย ่าแย่!”
คนจากอีกฝั่งของยันต์สื่อสารตอบกลับมา “รีบร้อนอะไร อีกสาม
วันเราจะไปถึง”
พูดจบ อีกฝ่ายก็ไร้สำเนียงใดอื่น
หลัวซู่ชกภูเขาใกล้เคียงแหลกไปด้วยโทสะ
“พวกสมควรตายนี่ไม่อยากล่วงเกินเคหาสน์เทพจันทราชัด ๆ
ต้องให้เพลิงลามถึงตรงหน้าแล้วจึงร้อนรน!”
ศาลาหลักไม่เชื่อวาทะหลัวซู่ คิดว่านางกำลังพยายามหาข้ออ้าง
ทำลายเคหาสน์เทพจันทรา
ศาลาหลักไม่อยากยุ่งกับสำนักซึ่งมีพลังต่อสู้ระดับเซียนเช่นนี้
บางทีอาจต้องให้ศาลาสาขาพินาศหายนะไปก่อน ศาลาหลักจึง
จะลงมือกัน
แต่ความเป็นไปได้นี้ไม่เกิดขึ้นเป็นแน่ เพราะไม่มีใครอยากต่อกร
กับศาลาสาขาที่มีเซียนอยู่เช่นกัน
หลัวซู่ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด กล่าวกับเจียงผิงอันว่า “เมื่อเจ้า
กลับถึงศาลาเติงเซียน ก็ไปเก็บตัวฝึกฝนเสียแล้วอย่าออกมา”
“ชิวผิงเซิงได้วิชาจำแลงเซียน มีปราณเซียนแล้ว ทุกการโจมตี
ธรรมดาของเขาเทียบเท่ากับการโจมตีระดับวิชาลับทั่วไป พลังต่อสู้
ของเขาทะยานสูงจนเกินคาดหยั่ง”
ก่อนหน้านี้ เจียงผิงอันอาจพิชิตชิวผิงเซิงได้ แต่ยามนี้ไม่มีทาง
แน่แท้
ให้เขาเก็บตัว เลี่ยงการท้าทายของชิวผิงเซิงไปซะ ก็จะสามารถ
รักษาหน้าเจียงผิงอันได้
“เอาล่ะ กลับศาลาเติงเซียนกันเถอะ พี่หญิงเฉียนรีบ ๆ ปรับตัวให้
คุ้นเคยกับขอบเขตนี้เสียนะ”
หลัวซู่ฉีกสุญตา ศาลาเติงเซียนปรากฏตรงหน้าคนทั้งหลาย
เจียงผิงอันไม่พูดมากความ เขาเองก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับ
ขอบเขตนี้ และขณะเดียวกันก็ต้องศึกษา ‘วิชาซ่อนจักรวาล’ ให้
ลึกซึ้งขึ้นเช่นกัน
‘วิชาซ่อนจักรวาล’ ทำให้เสี่ยวเซียงดำเนินการฝึกฝนต่อ บรรลุสู่
ระดับเซียนมนุษย์ได้ทันที ทำให้เจียงผิงอันรู้สึกว่า ‘วิชาซ่อนจักรวาล’
นี้ยังมีสิ่งที่ควรค้นคว้าเพิ่มเติม
เจียงผิงอันรู้สึกได้ว่า ‘วิชาซ่อนจักรวาล’ ไม่ธรรมดา
ก่อนหน้านี้ วิชาซ่อนจักรวาลไม่มีอะไรพิเศษสำคัญนอกจากเก็บ
กักปราณวิญญาณได้มหาศาล แต่การที่มันเป็นวรยุทธ์ของนักพรต
เสินซวีได้ เห็นได้ชัดว่าต้องมีบางสิ่งพิเศษแตกต่าง
เป็นไปตามเขาคาดเดา เมื่อเขาบรรลุ ‘ขอบเขตรวมศูนย์’ ถึง
เกณฑ์อันสมควรใช้ ‘วิชาซ่อนจักรวาล’ โดยแท้จริง อำนาจแท้จริง
ของมันก็ถูกเปิดเผย
โชคดีที่กาลก่อน เขามิได้ทิ้ง ‘วิชาซ่อนจักรวาล’ ไป
จากวาจาของหลัวซู่วิเคราะห์ วิชาซ่อนจักรวาลน่าจะเป็นวรยุทธ์
ระดับเซียน!
นักพรตเสินซวีเป็นใครกันแน่?
ไฉนจึงสร้างวรยุทธ์ระดับนี้ขึ้นมาได้?
พลังเซียนโคจรในตัวเจียงผิงอัน ทุกรอบโคจรของมันทำให้เขา
สัมผัสได้ว่าร่างกายของตนกำลังพัฒนา
มิอาจทราบว่าคิดไปเอง หรือเพราะขอบเขตเขายังต ่าเกินไป
เจียงผิงอันจึงรู้สึกว่าหามีกำแพงกั้นขอบเขตไม่
ราวกับเขาจะสามารถฝึกฝนต่อไปได้โดยไม่เผชิญอุปสรรคใด ๆ
อีก…
บางทีขอบเขตอาจจะต ่าเกินไป จึงมิอาจสัมผัสการมีอยู่ของ
กำแพงได้
เมื่อมาถึง ‘ขอบเขตรวมศูนย์’ การกักเก็บพลังในกายก็ยิ่ง
มหาศาลจนน่าขนลุก ‘ปฐมสสาร’ ทั่วสรรพางค์บรรจุปราณได้
มากมาย
ยามนี้ เขาไม่จำเป็นต้องเปลืองพลังสร้างอวตารเลย เพียงหนึ่ง
คำนึงก็สร้างได้แล้ว
อำนาจดวงตาของเขาก็เปลี่ยนแปลงไป เมื่อมีพลังเซียนเข้าหนุน
เสริม เขาก็เห็นได้กว้างไกลและชัดเจนขึ้นอีก
กฎเคล็ดพลังปรากฏชัดตรงหน้า สามารถเร่งความเข้าใจต่อ
อำนาจเคล็ดพลัง…
สรุปก็คือ ตัวเขาพัฒนาเลิศล ้าขึ้นทุกด้าน
หลังจากสู้กับชิวผิงเซิงในสามวัน เขาจะกลับสู่ภพแร้นแค้น
เพื่อให้ร่างต้นซึ่งอยู่กับบุตรีที่บ้านรีบมาเคลื่อนขอบเขตสู่ ‘รวมศูนย์’
เช่นกัน
เข้าไม่เข้าใจว่าไฉนชิวผิงเซิงต้องรอสามวันถึงจะมา ถ่วงเวลาเขา
มิให้กลับบ้าน
ขณะเจียงผิงอันฝึกฝน เรื่องของผู้ฝึกตนซึ่งติดเชื้อกลายพันธุ์ก็
ยิ่งรุนแรง ผู้ฝึกตนเกินนับถ้วนกลายเป็นสัตว์ประหลาด
“น่ากลัวยิ่งนัก หลังจากเจ้าพวกนี้กลายพันธุ์ พลังต่อสู้ของพวก
เขาก็เพิ่มขึ้นหลายต่อหลายหน นี่มันพลังอะไรกัน?”
“แม้ผู้ฝึกตนกลายพันธุ์จะแข็งแกร่ง แต่ก็น่าสะอิดสะเอียนนัก ต่อ
ให้ข้าต้องตายก็ไม่อยากกลายพันธุ์เลย”
“ข้าได้ยินว่าโอสถคุ้มภัยหยุดการกลายพันธุ์ได้ รีบ ๆ ไปซื้อไว้
เถอะ!”
“ซื้อไม่ไหว ราคาโอสถคุ้มภัยทะยานสูงสิบเท่าแล้ว!”
“ผู้ใดมีโอสถคุ้มภัย เซียนหญิงผู้นี้เต็มใจติดตามเขาหนึ่งปี”
ผู้ฝึกตนกลายพันธุ์มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ราคาของโอสถคุ้มภัยถีบตัว
สูงลิ่ว ยากจะหาพบแม้สักเม็ด คนบางกลุ่มต้องเพิ่มราคาหลายต่อ
หลายเท่าเพื่อซื้อมัน
ไร้ผู้ใดทราบว่าตนจะต้องเผชิญผู้ฝึกตนกลายพันธุ์ยามใด และ
เมื่อบาดเจ็บ พวกเขาก็จะกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่ฆ่าคนอย่างไม่
เลือกหน้า
ขุมกำลังใหญ่อย่างศาลาเติงเซียนค่อนข้างปลอดภัย ขอเพียงไม่
ออกไปเพ่นพ่าน ก็จะแทบไร้อุบัติเหตุใด แต่ขุมกำลังเล็ก ๆ นั้น
ทรมานยิ่ง หากไปเจอผู้ฝึกตนกลายพันธุ์เสียสติผ่านมา พวกเขาจะ
พินาศทันที
ชั่วขณะนั้น ผู้ฝึกตนทั้งมวลแตกตื่นลนลาน
สามวันให้หลัง ในค่ายกลเคลื่อนย้ายของศาลาเติงเซียนสาขา
แคว้นชางหลาน
บุคคลกลุ่มหนึ่งปรากฏตัว
คนจากศาลาหลักมาถึงแล้ว
ยอดฝีมือหลายคนมีสีหน้าเหลืออด
“หลัวซู่คิดอะไรอยู่ คิดว่าเราโง่นักหรือ? กุเรื่องแย่ ๆ เช่นนี้ขึ้นมา
เสียได้ กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตมหายานยังติดเชื้อกลายเป็นสัตว์
ประหลาดอะไรกัน”
“ข้าว่านางแค่พยายามหลอกขอโอสถคุ้มภัยจากเรา แล้วให้เรา
ไปสู้กับเคหาสน์เทพจันทรามากกว่า”
“เสียเวลาชะมัด เอาเวลาไปตกปลาในทะเลเซียนมารเสียยัง
ดีกว่า”
ยอดฝีมือเหล่านี้หาเชื่อวาทะของหลัวซู่สักนิดไม่ และไม่เชื่อว่าจะ
มีอำนาจประหลาดใดติดต่อกันได้ในแคว้นชางหลาน
“โกหกหรือไม่ ก็ไปดูเองเลย”
หลัวซู่พลันปรากฏขึ้นค่อนขอด “เอาโอสถคุ้มภัยล้านเม็ดที่ข้า
สั่งไว้มาก่อน”
เพื่อมิให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจหลังเห็นสถานการณ์ ต้องรีบคว้าโอสถ
มาไว้ในมือก่อน
ยอดฝีมือผู้หนึ่งนำอาวุธวิเศษเก็บของออกมาโยนให้หลัวซู่
ภายในบรรจุโอสถคุ้มภัยไว้ล้านเม็ด “จ่ายเงินมา”
หลัวซู่มิได้เฉไฉ ส่งศาสตราเซียนชิ้นหนึ่งให้อีกฝ่ายทันที
เห็นนางเด็ดขาดเช่นนี้ คนทั้งหลายก็นิ่งไปชั่วขณะ
ศาสตราเซียนล ้าค่าเพียงนี้ แต่สตรีผู้นี้กลับส่งมันให้อย่างเด็ด
เดี่ยวเพื่อแลกกับโอสถคุ้มภัย หรือนางจะพูดจริง?
ต้องเห็นกับตาจึงจะเชื่อ คนทั้งหลายชำเลืองกันแล้วเหินออกไป
นอกศาลาเติงเซียน
ท้ายที่สุดก็เหลือเพียงผู้ฝึกตนหนุ่มในชุดทองอยู่ที่เดิมลำพัง
ชิวผิงเซิงมิได้ซ่อนปราณเซียนในกายสักนิด ร่างของเขาโอบ
ล้อมด้วยปราณเซียน รัศมีกฎเกณฑ์เรืองรอง ทำให้เขาดูเจิดจรัสราว
เซียนอวตาร
“เจียงผิงอันอยู่ไหน ให้เขาออกมา!”
ชิวผิงเซิงไพล่มือไว้เบื้องหลัง สีหน้าหยิ่งผยองถือตัว เขา
เปลี่ยนไปแล้ว มิใช่ชิวผิงเซิงเมื่อไม่กี่วันก่อนอีกต่อไป
ก่อนเขาจะบรรลุเซียน เขาก็ได้ปราณเซียนมา เพียงโจมตีสุ่ม ๆ
ก็แข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปใช้วิชาลับ เจียงผิงอันจะมีคุณสมบัติ
อะไรมาสู้กับเขา?
วันนี้ เขาจะเหยียบย ่าเจียงผิงอันให้จมดิน!