สู่วิถีอมตะ - บทที่ 570 เผชิญหน้า
ยอดฝีมือเผ่ามารต่างยิ้มกริ่ม
พวกมันเคยถูกเจียงผิงอันบดขยี้ไล่ต้อน ในที่สุดวันนี้ก็ได้ล้าง
แค้น
ไม่ว่าเจียงผิงอันจะแข็งแกร่งแค่ไหน สุดท้ายเขาก็เป็นเพียง
ปุถุชน
ขณะที่อัจฉริยะเผ่ามารแมงมุมหน้ามนุษย์ ทั่วป๋าหมิงเจินได้รับ
โลหิตเซียน ก้าวข้ามระดับสามัญ ในกายมีเสี้ยวปราณเซียนอยู่
มีเพียงยามได้ประจักษ์ฤทธิ์เซียนกับตัว จึงได้เข้าใจอำนาจของ
พลังนี้ เมื่อใช้มันออกวรยุทธ์ ผลที่ได้ก็บรรลุสู่คนละชั้น
ทั่วป๋าหมิงเจินมาอยู่ตรงกลางระหว่างสองทัพ กวาดตามองเหล่า
ผู้ฝึกตนจากนิกายเทวมารแล้วตะโกนเรียกอย่างถือตัว
“เจียงผิงอันอยู่ไหน!”
วันนี้ คือวันที่มันจะลือลั่นทั่วโลกา
ยามนี้โลกหล้าลือกัน ว่าเจียงผิงอันคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่ง
หมื่นเผ่าพันธุ์ ขอเพียงมันฆ่าเจียงผิงอันได้ มันก็จะเป็นอัจฉริยะอันดับ
หนึ่งแห่งหมื่นเผ่าพันธุ์
ด้วยโลหิตเซียนนี้ มันได้พัฒนาไปอย่างมหาศาลเกินผู้ใด
สามารถสู้กับผู้ฝึกตนระดับสูงกว่ามันหนึ่งขั้นย่อยได้สบาย ๆ
ยุคสมัยนี้จะเป็นของมัน ทั่วป๋าหมิงเจิน!
“เจ้านิกาย ประกาศศึกเลยเถอะ อย่าประลองเลย”
ผู้อาวุโสสูงสุดหลู่ตันกล่าวกับเจียงผิงอัน
เขากังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจียงผิงอัน หากเจียงผิงอันพ่าย
มันจะมิเพียงกระทบต่อขวัญกำลังใจทัพ ยังอาจตกตายไปเลยก็ได้
แค่จากปราณของมารแมงมุมหน้ามนุษย์ตนนี้ ก็รู้ได้แล้วว่ามัน
น่ากลัวแค่ไหน
หลู่ตันมิได้ดูถูกเจียงผิงอัน ทุกผู้รู้ว่าเจียงผิงอันแข็งแกร่ง แต่มาร
แมงมุมหน้ามนุษย์ตนนี้ดูจะแกร่งกว่า
เจียงผิงอันมิได้ตอบหลู่ตัน เขากล่าวกับทั่วป๋าหมิงเจินเสียงเรียบ
“มิต้องซ่อนความสามารถหรอก ข้าก็บรรลุขอบเขตแล้วเหมือนกัน”
อีกฝ่ายแสดงคลื่นพลังในขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตา ทว่า
แท้จริงมันอยู่ในขอบเขตบูรณาการแล้ว
ทั่วป๋าหมิงเจินและเหล่ายอดฝีมือเผ่ามารผงะไปเล็กน้อย
เหตุใดเจียงผิงอันจึงรู้ว่าทั่วป๋าหมิงเจินซ่อนการฝึกฝนไว้?
นอกจากนั้น มิใช่ว่าเจียงผิงอันสร้างขอบเขตของตนเองหรือ?
เขาทะลวงขอบเขตถัดไปได้อย่างไร? หรือสัตว์ประหลาดนี่จะสร้าง
ขอบเขตที่สี่สำเร็จแล้ว?
ปวงชนล้วนหันมองเจียงผิงอันอย่างไม่อยากเชื่อ
อายุเขาเพียงร้อยปีเศษ แต่ก็สร้างขอบเขตเองได้สี่ขอบเขตแล้ว
ร้ายกาจเกินไปยิ่ง!
ต่อให้อัจฉริยะผู้อื่นฝึกฝนกันตามปกติ ก็ไม่มีทางบรรลุขอบเขต
บูรณาการได้ในอายุร้อยเศษเลย
โชคยังดีที่พวกมันมีทั่วป๋าหมิงเจิน สามารถจัดการปีศาจร้าย
เจียงผิงอันนี่ได้ หากปล่อยเขาเติบโตคงอันตรายแน่แท้
“ฮ่า ๆ ชักตื่นเต้นจริง ๆ แล้ว”
ทั่วป๋าหมิงเจินแย้มยิ้ม ปลดผนึกในกาย ปราณอันทรงพลังยิ่ง
กว่าทะลักไหล สะท้านสะเทือนเมฆามารบนฟ้า
ยิ่งเจียงผิงอันแข็งแกร่ง ทั่วป๋าหมิงเจินยิ่งตื่นเต้น เพราะใน
ความเห็นเขา ยิ่งเจียงผิงอันร้ายกาจ เมื่อฆ่าอีกฝ่ายได้ มันยิ่งทรงพลัง
สีหน้าของยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการของนิกายเทวมาร
แปรเปลี่ยนอย่างมหันต์ เห็นได้ชัดว่ามารแมงมุมหน้ามนุษย์ตนนี้เพิ่ง
บรรลุขอบเขตบูรณาการ แต่กลับให้ความรู้สึกกดดันมหาศาลเพียงนี้
เจียงผิงอันก้าวเท้าจะเดินออกไป ทว่าทันใดนั้น จี้เฟยก็คว้ามือ
เขา พูดขึ้นอย่างเป็นกังวล
“หากเอาชนะไม่ได้ รีบกลับมานะ อย่าให้เมี่ยวอีต้องเสียบิดา”
“อื้อ”
เจียงผิงอันตอบกลับเบา ๆ เหยียบย่างสู่สุญตาก้าวออกไป
ผู้ฝึกตนจากนิกายเทวมารจ้องมองสมรภูมิอย่างกระสับกระส่าย
ไม่รู้เจ้านิกายจะรับมือคู่ต่อสู้ไหวหรือไม่
ทุกผู้กลั้นหายใจจับจ้อง หนึ่งศึกใหญ่กำลังจะเปิดฉาก
นี่อาจจะเป็นการต่อสู้ระหว่างอัจฉริยะสูงสุดสองบุคคลในยุคสมัย
นี้
ทั่วป๋าหมิงเจินโคจรพลังในกาย ปราณมารทรงพลังทะลักไหล
วายุโหมกระหน ่าโหยหวน
“เจียงผิงอัน เจ้าแข็งแกร่งมากจริง ๆ แต่เจ้าไม่มีทางคะเนอำนาจ
ของโลหิตเซียนได้หรอก วันนี้ ข้าจะให้เจ้าได้ประจักษ์อำนาจบรรพ
ชนมารของเรา…”
เปรี้ยง!
ร่างของทั่วป๋าหมิงเจินระเบิดเละ
“พูดพล่ามอะไรมากมาย”
เจียงผิงอันเคลื่อนย้ายมาตรงหน้าทั่วป๋าหมิงเจิน ออกหมัดเข้าใส่
ตรง ๆ
หมัดนี้มิได้สร้างคลื่นพลังมากมาย ดูประหนึ่งออกหมัดชกแสน
ธรรมดา
หลังจากสร้างเมล็ดพันธุ์เซียน การควบคุมพลังของเขาก็บรรลุ
จุดสูงสุด
พลังหมัดถูกส่งตรงเข้าไประเบิดในร่างอีกฝ่าย มิกระจายหายไป
ในบริเวณรอบข้าง จึงทั้งประหยัดพลังและแผลงฤทธิ์รุนแรงกว่า
เขาใช้พลังวิญญาณเก็บโลหิตของมันไป ไว้ภายหลังจะได้กลั่น
บริสุทธิ์ ลอกเลียนโลหิตมารสวรรค์ใหม่อีกครั้ง
โลหิตเซียนหยดนี้ ให้อีกฝ่ายใช้ เสียของแท้ ๆ
เหตุกะทันหันนี้ทำให้ศีรษะของปวงชนคลับคล้ายถูกตบจนอื้ออึง
ตั้งตัวไม่ถูกกันชั่วขณะ
เดี๋ยวก่อนนะ มันเรื่องอะไรกัน?
มารแมงมุมหน้ามนุษย์ตายแล้ว?
มิใช่มันได้โลหิตมารสวรรค์มาหรือ? ไฉนจึงโดนหมัดเดียวก็ดับ
ดิ้นทันที?
ยิ่งกว่านั้น หมัดนี้ยังดูไม่แข็งแกร่งนักด้วย
หรือมารแมงมุมหน้ามนุษย์ตนนี้จะไม่แข็งแกร่ง? ปราณมีไว้แค่
ข่มขวัญ?
ศึกสะเทือนโลกาที่คาดหวังไม่บังเกิด ภาพยามเจียงผิงอันตก
ตายก็ไร้ปรากฏ
จี้เฟยผ่อนหายใจโล่งอก มองแผ่นหลังสูงใหญ่ของเจียงผิงอัน คู่
เนตรงามเรืองประกาย
ชายผู้นี้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว…
รอยยิ้มบนใบหน้ายอดฝีมือเผ่ามารทั้งหลายแข็งค้างทันที
ยามทั่วป๋าหมิงเจินแรกทะลวงขอบเขต พวกมันทดสอบแล้วว่ามัน
สามารถเอาชนะยอดฝีมือขั้นกลางขอบเขตบูรณาการทั่วไปได้ทันที
ปราณเซียนอันน่าสะพรึงกลัวนั้นทำให้มันแผลงอำนาจศักดิ์สิทธิ์
ได้ยามใช้วิชาลับ
เหตุใดทั่วป๋าหมิงเจินผู้แข็งแกร่งเช่นนั้นจึงบรรลัยได้ด้วยหมัด
เดียว?
“เจียงผิงอันน่ารังเกียจ! เจ้าลอบโจมตี!”
ยอดฝีมือเผ่ามารแมงมุมหน้ามนุษย์แผดเสียงอย่างรวดร้าว มัน
ทุ่มเทมหาศาลกว่าจะให้มารเผ่าอื่นตกลงใช้โลหิตมารสวรรค์นี้กับ
ทายาทของมัน
แต่เจียงผิงอันกลับฆ่าทายาทมันในพริบตา! ทุกความพยายาม
ล้วนมลายแหลก
มันไม่เต็มใจยอมรับผลลัพธ์นี้
“เด็กนี่หาธรรมดาไม่” ตัวตนซึ่งมีปีกหุ้มหนัง ร่างกายมีลวดลาย
ประหลาดจ้องมองเจียงผิงอัน
มันมาจากเขตแดนมารมืดทมิฬ เคยประจักษ์ยอดฝีมือซึ่งมี
พรสวรรค์เลิศล ้ามามากมาย แต่คนชื่อเจียงผิงอันผู้นี้ ต่อให้ไปอยู่ใน
เขตแดนมารมืดทมิฬก็ยังนับเป็นอัจฉริยะระดับสูงสุด
ยอดฝีมือจากเขตแดนมารมืดทมิฬกล่าวกับยอดฝีมือจากเผ่า
มารว่า “คนผู้เดียวเปลี่ยนผลศึกมิได้หรอก คนผู้นี้ เขตแดนมารมืด
ทมิฬของเราจะจัดการเอง เริ่มโจมตีได้เลย”
ยอดฝีมือเผ่ามารแมงมุมหน้ามนุษย์แผดเสียงทันที “โจมตี! มีเขต
แดนมารมืดทมิฬช่วยเหลือ พวกมันนิกายเทวมารพินาศแน่! ฆ่า!”
ยามนี้ มันต้องการเพียงเข่นฆ่าเพื่อระบายโทสะ
ยอดฝีมือทะยานขึ้นสู้กันเหนือจักรวาล ขณะที่ตัวตนระดับต ่า
กรีธาทัพใส่กัน
“ฆ่า!”
ผู้ฝึกตนจากนิกายเทวมารรอแทบไม่ไหวมานานแล้ว เมื่อได้
สัญญาณศึกก็ลุกฮือทันที
ยามสองฝ่ายพุ่งเข้าหากัน ผู้ฝึกตนจากนิกายเทวมารต่างชัก
อาวุธวิเศษ รัศมีสารพัดสีเรืองรองจรัสฟ้า
เหล่ามารต่างขวัญผวา ทุกคนล้วนมีอาวุธวิเศษในมือ!
“กระทั่งผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานยังมีอาวุธวิเศษขั้นหนึ่งใช้!
เป็นไปได้เช่นไร!”
“ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดยังอาจไร้ผู้ใดมีอาวุธ
วิเศษขั้นหนึ่ง แต่พวกเขาเอาอาวุธวิเศษขั้นหนึ่งไปแจกให้ผู้ฝึกตน
ขอบเขตสร้างรากฐานเนี่ยนะ!”
“มิใช่ยามนี้เผ่ามนุษย์ขาดแคลนอาวุธวิเศษอยู่หรือ?”
“ตาฝาด ข้าตาฝาดแน่ ๆ!”
ผู้ฝึกตนจากนิกายเทวมารพุ่งเข้าใส่ทัพมาร ด้วยอาวุธวิเศษทรง
พลัง พวกเขาประหัตประหารศัตรูราวหั่นแตงกวา
อาวุธวิเศษของผู้ฝึกตนเผ่ามารระดับต ่านั้นเหมือนเป็นกิ่งไม้ ไม่
อาจหยุดอาวุธวิเศษระดับสูงเหล่านี้ได้เลย
ผู้ฝึกตนระดับสูงเองก็มีอาวุธวิเศษระดับสูงกว่าตนเองขั้นหนึ่ง
ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดใช้อาวุธวิเศษขั้นสอง ผู้
ฝึกตนขอบเขตแปรเทวะใช้อาวุธวิเศษขั้นสาม
ผู้ฝึกตนระดับสูงกว่านั้นไม่มีอาวุธวิเศษระดับสูงกว่าใช้ แต่มี
อาวุธวิเศษระดับเดียวกับตนอยู่คนละสองสามชิ้น เน้นการบดขยี้ให้
ราบ
ทันทีที่เผชิญหน้า มวลมารล้มตายเกินนับถ้วน ร่วงโรยลงแถบผา
สะบั้นฟ้าราวหยาดฝน
เหล่ามารทั้งปวงล้วนจังงัง ความกลัวแผ่ซ่านในดวงใจ
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นนี่! ทำไมพวกนั้นจึงมีอาวุธวิเศษชั้นดีเยอะนัก!”
เมื่อมีอาวุธวิเศษทรงพลังเข้าช่วย ความได้เปรียบทางกายภาพ
ของเหล่ามารก็สาบสูญ