สู่วิถีอมตะ - บทที่ 580 วิกฤติของศาลาเติงเซียน
การปรากฏของเซียนมนุษย์ในเขตแดนมารมืดทมิฬและการ
บรรลุเซียนของเฉียนฮวั่นโหรวยังคงคุกรุ่น โลกหล้าผู้ฝึกตนเดือด
พล่านถ้วนทั่ว
เผ่าวรุณซึ่งมีความแค้นกับราชวงศ์ต้าเฉียนขวัญผวาจนถอนตัว
หนีจากแดนจักรวาลแปรปรวนไปทันที มิกล้าประมือแย่งดาว
ทรัพยากรกับราชวงศ์ต้าเฉียนแล้ว
ก่อนหน้านี้ พวกมันเผ่าวรุณร่วมมือกับเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์
ลอบโจมตีเฉียนฮวั่นโหรวอย่างหนักหนา
มิคาดว่าเฉียนฮวั่นโหรวมิเพียงรอดตาย แต่ยังบรรลุเซียนด้วย!
เมื่อเฉียนฮวั่นโหรวบรรลุเซียน เผ่าวรุณจะมิขวัญผวาได้หรือ
เฉียนฮวั่นโหรวมิคิดเหลือบแลเผ่าวรุณในขณะนี้ ปัญหาสำคัญ
ที่สุดในยามนี้คือจะจัดการเรื่องทะลวงขอบเขตของเจียงผิงอันเช่นไร
หากแก้ไม่ได้ ชาตินี้เจียงผิงอันจะมิอาจทะลวงขอบเขตถัดไปได้
อีก
การมาเยือนของสุดยอดฝีมือจากขุมกำลังหลักต่าง ๆ ก็ถูก
เฉียนฮวั่นโหรวเมินไปเช่นกัน คนเหล่านี้หาสำคัญเท่าเจียงผิงอันไม่
หลังจัดการเรื่องง่าย ๆ เล็กน้อย เฉียนฮวั่นโหรวก็เร่งให้เจียงผิง
อันรีบพานางกลับภพบุกเบิก
ตัวเจียงผิงอันเองมิได้รีบร้อนเช่นนั้น แม้จะมีพฤกษากระจ่างเต๋า
และวังกาลเวลาช่วยเหลือ เขาก็ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายร้อยปี
เพื่อทำความเข้าใจเคล็ดพลังอยู่ดี
แต่เมื่อเสี่ยวเซียงเร่งเร้า เขาก็ต้องไปภพบุกเบิก
เทียบกับภพแร้นแค้น เจียงผิงอันรู้สึกว่าภพบุกเบิกอันตรายยิ่ง
กว่า
เพราะในภพบุกเบิกมีผู้ฝึกตนทรงพลังอยู่มากมายนัก ขณะที่
เคหาสน์เทพจันทราก็สร้างปราณเซียนกลายพันธุ์ เปลี่ยนมนุษย์เป็น
สัตว์ประหลาดได้
ผู้ฝึกตนกลายพันธุ์เหล่านี้แข็งแกร่งกว่ากาลก่อน กระทั่งผู้ฝึกตน
ขอบเขตมหายานยังไม่พ้นติดเชื้อ น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
แม้ปราณเซียนของเจียงผิงอันจะรับมือการติดเชื้อนี้ได้ แต่ก็ไม่มี
ทางเอาชนะยอดฝีมือติดเชื้อไหว
ภพบุกเบิก แคว้นชางหลาน ศาลาเติงเซียน
หลัวซู่นั่งอยู่ในห้อง อ่านม้วนหยกบันทึกข้อความในมือด้วยสี
หน้าเศร้าหมอง
ผู้อาวุโสคนหนึ่งรีบร้อนวิ่งเข้ามา สีหน้าสุดวิตกกังวล “ประมุข
ศาลา! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
“สามเมืองสำคัญในปกครองของเราแตกพ่ายไปแล้ว! หากเมือง
ทั้งสามนี้พินาศ เราก็จะเสียรายได้ไปหนึ่งในห้า!”
“นอกจากนั้น แนวโน้มเรื่องนี้ยังขยายตัว เมืองอื่น ๆ จะมิอาจ
ทานทน โอสถคุ้มภัยล้านเม็ดถูกใช้ไปแล้วเกินครึ่ง!”
“หากเป็นเช่นนี้ต่อไป อย่าว่าแต่เราศาลาเติงเซียน ทั้งแคว้นชาง
หลานก็จะกลายเป็นนรกบนดิน!”
“ประมุขศาลา ไฉนศาลาหลักจึงยังไม่ตอบกลับอีก ยามนี้เราควร
ทำเช่นไรดี?”
ผู้อาวุโสคนนั้นร้อนใจเช่นมดบนกระทะร้อน ทำตัวไม่ถูกอย่างยิ่ง
หลัวซู่กลับตาลง สูดหายใจเข้าออกลึก ๆ แล้วจึงลืมตาขึ้นช้า ๆ
“ยามนี้เหลือหนทางเพียงหนึ่ง คือฆ่าผู้ติดเชื้อเสีย”
ได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของผู้อาวุโสก็แปรเปลี่ยนมหันต์ “ประมุข
ศาลา! อย่าได้ทำเชียว!”
“จำนวนผู้ฝึกตนติดเชื้อเกินร้อนล้านไปแล้ว คนเหล่านี้แม้ติดเชื้อ
ก็ยังมีโอกาสฟื้นคืน หากท่านทำเช่นนี้ ผู้ฝึกตนทั่วภพบุกเบิกจะ
ประณามเอาได้!”
แม้หลัวซู่จะทำเช่นนี้เพื่อช่วยผู้ฝึกตนส่วนมาก แต่คนบางส่วน
มิได้คิดเช่นนี้ พวกเขาจะเห็นเพียงหลัวซู่เข่นฆ่าผู้ฝึกตนมากมาย
เหตุการณ์ทำคุณบูชาโทษ จุดจบไม่สวยงามเช่นนี้ปรากฏ
ตัวอย่างให้เห็นมากมาย
เพราะเหตุนี้ แม้จะเป็นเรื่องแสนง่าย ก็ยังไร้เซียนมนุษย์ผู้ใดลงมือ
ทำ
ไม่มีใครอยากแบกรับชื่อเสียเช่นนี้
คู่เนตรงดงามของหลัวซู่เปี่ยมความมุ่งมั่น “ข้าก็ไม่อยาก แต่ไม่มี
หนทางอื่นแล้ว”
“ศาลาหลักไม่อยากรับมือเรื่องนี้ ขุมกำลังอื่น ๆ ก็ไม่อยากเข้า
พัวพัน ปราณประหลาดนี้จะยังแพร่ตัวต่อไป และเราศาลาเติงเซียน
ยื้อไม่ได้แล้ว”
หลัวซู่ค่อย ๆ ลุกขึ้น “ข้าไม่อยากเห็นมรดกที่บรรพชนสืบทอด
เนิ่นนานต้องถูกทำลายในมือข้า ต้องมีใครสักคนทำเช่นนี้”
“ประมุขศาลา…”
“ไม่ต้องเกลี้ยกล่อมหรอก ข้าตัดสินใจแล้ว”
หลัวซู่กล่าวขัดวาจาผู้อาวุโส ยกมือขึ้นฉีกสุญตาเตรียมจากจร
ทว่าเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นจากนอกประตู
“รอเดี๋ยว!”
สตรีในชุดขาวเรียบง่ายและชายใบหน้าคมเข้ม ร่างสูงใหญ่เดิน
เคียงกันเข้ามา
คนทั้งสองมิใช่ใครอื่น นอกจากเฉียนฮวั่นโหรวและเจียงผิงอัน
หลัวซู่กล่าวกับเฉียนฮวั่นโหรว “พี่หญิงเฉียน เจ้ามาทันเวลา
พอดี เรื่องของศาลาเติงเซียนจะถูกส่งต่อให้เจ้า ปราณประหลาดนี้
แพร่ตัวเร็วเกินไป ข้าต้องลงมือ หาไม่คนจะตายกันมากกว่านี้”
เจียงผิงอันชื่นชมในความมีคุณธรรมของหลัวซู่ เอ่ยปากขึ้นว่า
“ไร้จำเป็นต้องทำเช่นนี้ ข้านำโอสถคุ้มภัยจำนวนหนึ่งมาจัดการ
เหล่าผู้กลายพันธุ์แล้ว”
หลัวซู่ส่ายหัว “เจ้าไม่รู้ว่ายามนี้มีผู้ติดเชื้อมากเพียงไหน ต่อให้
เจ้าซื้อโอสถมาได้ล้านเม็ดก็มิช่วยอะไร อีกอย่าง เจ้าคงซื้อมากเพียง
นั้นมิได้อยู่ดี”
โอสถคุ้มภัยล้านเม็ดมีมูลค่าหลายร้อยล้านผลึกวิญญาณ เทียบ
ราคาได้กับศาสตราเซียนทั่วไปหนึ่งชิ้น
เนื่องจากการขยายตัวของผู้ติดเชื้อ ขุมกำลังหลักทั้งหลายล้วน
กักตุนโอสถคุ้มภัย ราคาของโอสถคุ้มภัยจึงถีบตัวสูงอย่างบ้าคลั่ง
ไม่ว่าเจียงผิงอันกับเฉียนฮวั่นโหรวจะมั่งคั่งเพียงไร ก็ยังยากจะ
ซื้อโอสถคุ้มภัยมากมายเพียงนั้น
เจียงผิงอันเงียบไปครู่หนึ่ง ก็ถามขึ้น “หากสิบล้านเม็ดเล่า?”
“ในเวลาเช่นนี้ ไม่มีเวลาล้อเล่นกับเจ้าหรอกนะ”
สีหน้าของหลัวซู่เย็นเยียบ หากมิใช่เพราะเห็นแก่หน้าเฉียนฮวั่น
โหรว นางคงระเบิดโทสะไปแล้ว
กระทั่งขุมกำลังมหาอำนาจในภพบุกเบิกยังอาจมิสามารถหา
โอสถคุ้มภัยสิบล้านเม็ดได้ นับประสาอะไรกับเจียงผิงอัน?
เจียงผิงอันมิได้อธิบาย โยนแหวนเก็บของวงหนึ่งให้นางทันที
หลัวซู่เอื้อมมือรับแหวนเก็บของโดยเผลอตัว “นี่เจ้าทำอะไร? คิด
ว่าตัวเองซื้อโอสถคุ้มภัยสิบล้านเม็ดได้จริง ๆ…”
เมื่อเห็นโอสถคุ้มภัยในแหวนเก็บของ เสียงของหลัวซู่ก็ขาดหาย
กลางคัน ภูเขาสูงชันที่อกเสื้อนางสะท้านรุนแรง ดวงตาคู่งามเบิก
กว้าง
“อะ… โอสถคุ้มภัยสิบล้านเม็ด! เป็นไปได้เช่นไร!”
กระทั่งผู้เจนหล้าอย่างหลัวซู่ยังอดตกใจมิได้
“มีสิบล้านเม็ดจริง ๆ หรือ?”
ผู้อาวุโสที่ข้างกันอ้าปากกว้าง สีหน้าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง
ในเวลาเช่นนี้ โอสถคุ้มภัยสิบล้านเม็ดก็ทำให้เซียนมนุษย์ปราชัน
ยื้อแย่งอย่างบ้าคลั่งได้!
เจียงผิงอันไปได้โอสถคุ้มภัยมากมายเช่นนี้จากที่ใด?
เมื่อเห็นสายตางุนงงระคนตกใจของหลัวซู่และผู้อาวุโส เจียงผิง
อันก็อธิบายว่า
“ยามเรากลับบ้านเกิด เราบังเอิญผ่านไปเจอสุสานโบราณ และ
ได้มันมาจากในนั้น”
หลัวซู่ “…”
ผู้อาวุโส “…”
จะแถก็ช่วยแถให้เนียนหน่อยมิได้หรือ?
จะให้พวกเขาเชื่อได้อย่างไร?
ยามขาดแคลนโอสถคุ้มภัย ก็บังเอิญไปเจอสุสานโบราณเข้า
และไปเจอโอสถคุ้มภัยมากมายในนั้น เรื่องบังเอิญเช่นนี้จะมีในโลก
หล้าได้อย่างไร
สำหรับผู้อื่น โอสถคุ้มภัยหนึ่งเม็ดมีมูลค่านับหมื่น ๆ ผลึก
วิญญาณ แต่สำหรับเจียงผิงอัน ใช้เพียงหนึ่งผลึกวิญญาณก็
เหลือเฟือ
ตัวโอสถคุ้มภัยนั้นมูลค่ามิได้สูง หลัก ๆ ก็เพราะวัตถุดิบมีน้อย
ซ ้ายังเป็นทรัพยากรสำคัญในการไปยังทะเลเซียนมาร มันจึงมีราคา
แพง
ยามนี้เมื่อมีการแพร่กระจายของพลังลึกลับ มูลค่าของโอสถคุ้ม
ภัยจึงทะลวงสูงลิบ
หลัวซู่ฉลาดยิ่ง นางไม่ถามถึงที่มาของโอสถคุ้มภัยนี้ รู้ว่าต้อง
แกล้งโง่เช่นไร ซึ่งเป็นความสามารถสำคัญในการเข้าสังคม
“แม้โอสถคุ้มภัยเหล่านี้จะแก้ปัญหาฉุกเฉินไปได้ แต่ผู้ติดเชื้อก็มี
มากเกินไป เท่านี้ไม่พอหรอก”
จำนวนผู้ฝึกตนที่ถูกอำนาจประหลาดนี้แทรกซึมเกินร้อยล้านไป
แล้ว โอสถคุ้มภัยเหล่านี้อย่างมากก็แค่ยื้อเวลาได้สักพัก
เจียงผิงอันเอ่ยเสียงขรึม “ข้ามีแผนจัดการวิกฤตินี้”
สีหน้าของหลัวซู่แปรเปลี่ยนพิกล ขนาดนางยังแก้ปัญหามิได้
เจ้าหนูนี่จะทำอะไรได้?