สู่วิถีอมตะ - บทที่ 579 ทางขาด
เมื่อเห็นความพินาศของเผ่ามารอันยิ่งใหญ่กับตา ความตกใจนี้
ก็บรรยายได้เพียงสองพยางค์
สิ้นหวัง
ความแข็งแกร่งของยอดฝีมือจากเขตหวงห้ามเหล่านี้เกินคาดคิด
ของพวกเขาไปไกลลิบ
เซียน! ตัวตนเหล่านี้ต้องเป็นเซียนแน่ ๆ!
โลกนี้มีเซียนอยู่!
มารสวรรค์เช็ดเลือดจากปาก กวาดตามองผู้ฝึกตนมนุษย์
ทั้งหลายอย่างเย็นเยียบ
ทุกผู้ปราชันสงครามเย็น สิ้นหวังราวจมดิ่งสู่ขุมนรก
เผชิญหน้าตัวตนเช่นนี้ หนีหายก็ไร้ประโยชน์
“ภาวนาให้ดีเถิดว่ากู่ตี้จะไม่ตายในศึก หาไม่ จุดจบของพวกเจ้า
จะเหมือนเผ่ามาร”
มารสวรรค์ทิ้งวาทะนี้ไว้เสียงเย็น ก่อนจะหันกลับเข้าหลุมดำไป
ตัวตนจากเขตแดนมารมืดทมิฬอื่น ๆ ตามไป
หมัวล่วนหันไปกล่าวกับเจียงผิงอันยิ้ม ๆ “ยามเจ้าจะมาขอให้เรา
เขตแดนมารมืดทมิฬช่วยทะลวงขอบเขต อย่าลืมคลานเข่ามาเล่า หา
ไม่ก็อย่าหวังเลยว่าเราจะช่วย”
เจียงผิงอันฝึกฝนมารสวรรค์เก้าแปร หากไม่มีวิชาลับพิเศษของ
พวกมันเขตแดนมารมืดทมิฬ เขาก็หมดหวังงอกรากเซียน
นี่หมายความว่าอย่างมาก เจียงผิงอันก็ฝึกฝนได้เพียงเคล็ดพลัง
ซึ่งก็คือขอบเขตบูรณาการ มิอาจคืบหน้าการฝึกฝนมากกว่านี้
เมื่อตัวตนจากเขตแดนมารมืดทมิฬหายลับ หลุมดำก็ปิดตัว
เฉียนฮวั่นโหรวลดกระบี่ประหารเซียนในมือลง
แม้นางจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะมิกล้าลงมือง่าย ๆ ก็มิได้หมายความว่าจะ
ไม่ลงมือเลย นางเองก็อยู่ในแรงกดดันยามเผชิญยอดฝีมือระดับเซียน
เหล่านั้นเช่นกัน
สิ่งที่ผู้อื่นเผชิญมิใช่เรื่องเรียบง่ายเพียงแรงกดดัน นับแต่ขอบเขต
สร้างรากฐานจวบพ้นพิบัติ ปวงชนล้วนอาภรณ์โชกเหงื่อ
ความน่ากลัวของเขตแดนมารมืดทมิฬทำให้พวกเขาขนพอง
สยองเกล้า ประหนึ่งเดินเฉียดประตูผี
เมื่อฟังความนัยจากวาทะยอดฝีมือของเขตแดนมารมืดทมิฬ ที่
พวกมันไม่ลงมือกับเผ่ามนุษย์ก็เพราะกลัวมหาจักรพรรดิ
ดูเหมือนเขตแดนมารมืดทมิฬจะมีช่องทางพิเศษบางอย่าง ทำให้
ทราบถึงสถานการณ์ของมหาจักรพรรดิในภพเซียนได้
ศึกนี้จบลงอย่างเกินอธิบาย เผ่ามารถูกทำลายราบอย่างไม่มีปี่
ขลุ่ย ปวงชนไม่รู้สึกปรีดานัก
เหตุผลนั้นง่ายมาก เผ่ามนุษย์คิดเสมอว่าพวกตนเป็นเผ่าพันธุ์
สูงสุดในโลกหล้าผู้ฝึกตน และต่อให้มีภัยคุกคามจากเผ่าพันธุ์อื่น ๆ
เผ่ามนุษย์ก็ยังเป็นที่หนึ่ง
แต่เมื่อเขตแดนมารมืดทมิฬเผยเขี้ยวเล็บ ปวงชนก็ตระหนักแล้ว
ว่าชีวิตของเผ่ามนุษย์หาอยู่ในมือตนเองไม่
ความต่างชั้นมหาศาลนี้ ช่างน่าอึดอัดใจนัก
ไม่นาน ข่าวเหล่านี้ก็สะพัดทั่วโลกหล้าผู้ฝึกตนอย่างไม่น่า
ประหลาดใจ ปวงปราชาล้วนเสวนากันอย่างเผ็ดร้อน
“เผ่ามารไม่เหลือแล้ว! เผ่ามารทุกตัวตนล้วนถูกยอดฝีมือจาก
เขตแดนมารมืดทมิฬกินเรียบ! ตายเกลี้ยง!”
“ในเขตแดนมารมืดทมิฬมีเซียน! มีเซียนมนุษย์อยู่จริง ๆ!”
“ข่าวใหญ่ เฉียนฮวั่นโหรวแห่งราชวงศ์ต้าเฉียนบรรลุเซียนแล้ว!”
ความกลัวและความแตกตื่นแพร่กระจายไปตามริ้วนคร
กลัวในฤทธาของเขตแดนมารมืดทมิฬ ตื่นเต้นที่พบโอกาสบรรลุ
เซียน
การบรรลุเซียนเป็นความฝันที่ผู้ฝึกตนมากมายถวิลหา กระทั่งผู้
ฝึกตนขอบเขตก่อปราณ ความสามารถดาษดื่นยังฝันอยากเป็น
เซียน
ในยุคสมัยนี้ การบรรลุเซียนเป็นไปไม่ได้ มันจึงกลายเป็นความ
ฝันที่มิอาาจเอื้อมถึง
ข่าวการปรากฏตัวของเซียนในเขตแดนมารมืดทมิฬและการ
บรรลุเซียนของเฉียนฮวั่นโหรวทำให้สัตว์ประหลาดเฒ่าใกล้ฝั่ง
มากมายเห็นความหวัง
ยอดฝีมือมากมายตื่นจากนิทรา หอบสมบัติฟ้าดินมุ่งหน้าไปยัง
ต้าเฉียน หวังเข้าพบเฉียนฮวั่นโหรว
ทุกผู้ทราบว่าไม่นานมานี้ เฉียนฮวั่นโหรวสะบั้นรากฐานตนเอง
และล้วนคิดว่าเฉียนฮวั่นโหรวตายแน่
เกินคาด มิเพียงนางฟื้นคืนชีวิตที่สอง ยังบรรลุเซียนด้วย!
ทุกผู้ล้วนอยากทราบว่าเฉียนฮวั่นโหรวทำได้อย่างไร
บางบุคคลคาดการณ์ว่า เขตหวงห้ามกาลเวลาและเขตหวงห้าม
โกลาหลก็มีเซียนเหมือนเขตแดนมารมืดทมิฬ!
เรื่องของเจียงผิงอันก็ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เช่นกัน
“ข้าได้ยินว่าเจียงผิงอันเอาชนะอัจฉริยะจากเขตแดนมารมืด
ทมิฬได้ กระทั่งครอบครองปราณเซียนในตำนาน!”
“เรื่องนี้ข้าก็เคยได้ยิน แต่ก็รู้มาเช่นกันว่าวรยุทธ์ที่เขาฝึกฝนมา
จากเขตแดนมารมืดทมิฬ มีเพียงต้องให้เขตแดนมารมืดทมิฬช่วย
เขาจึงเคลื่อนชอบเขตได้ แต่เขาก็สร้างหนี้แค้นกับเขตแดนมารมืด
ทมิฬเสียแล้ว”
“ฮ่า ๆ สาใจแท้หนอ ชาตินี้เจียงผิงอันจะไม่มีทางบรรลุขอบเขต
มหายานได้!”
“ขยะในขอบเขตสร้างรากฐานอย่างเจ้าสาใจอะไร?”
แม้เรื่องของเจียงผิงอันจะเป็นที่สนใจอยู่บ้าง แต่ก็เป็นส่วนน้อย
เมื่อเทียบกับการปรากฏของ ‘เซียน’
ศัตรูบางส่วนยินดีเป็นพิเศษเมื่อทราบว่าเจียงผิงอันจะไม่
แข็งแกร่งไปกว่านี้
เช่นแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อและหอตำราเทียนเต้า
ขุมกำลังเหล่านี้ล้วนทราบว่า หากปล่อยปีศาจร้ายเจียงผิงอัน
เติบโตต่อไป อีกฝ่ายจะน่ากลัวยิ่ง
โชคยังดี เขามิอาจเติบโตต่อไป มิน่ากังวลอีกต่อไปแล้ว
นิกายเทวมาร ในตำหนักเจ้านิกาย
เฉียนฮวั่นโหรวนั่งตรงหน้าเจียงผิงอัน ใบหน้างดงามของนาง
เปี่ยมความเคร่งขรึม
“ฟังดูไม่เหมือนยอดฝีมือจากเขตแดนมารมืดทมิฬจะโกหก หาก
ไม่มีวิชาลับพิเศษของพวกมัน เจ้าก็ไม่น่างอกรากเซียนได้”
“ไปภพเซียนผ่านภพบุกเบิกก็ได้” เจียงผิงอันคิดหาวิธีรับมือแล้ว
เฉียนฮวั่นโหรวส่ายหัว “ข้าเคยถามน้องหญิงหลัวซู่เรื่องนี้แล้ว
เงื่อนไขการไปยังภพเซียนเข้มงวดยิ่ง”
“มีเพียงผู้มีพลังเซียน และผ่านคัดเลือกจากบททดสอบเซียนแล้ว
เท่านั้น จึงมีโอกาสเข้าสู่ภพเซียน”
“แม้ขอบเขตที่เข้ารับบททดสอบจะไร้จำกัด แต่จากประสบการณ์
ผ่านมา ขอบเขตมหายานเป็นมาตรฐานต ่าสุด หากขอบเขตต ่า
เกินไป เจ้าจะตายในการทดสอบ”
“และเมื่อเจ้าฝึกฝนสู่ขอบเขตมหายานมิได้ สำหรับเจ้า หนทาง
เส้นนี้ก็สะบั้นขาด”
สีหน้าของเฉียนฮวั่นโหรวเปี่ยมความกังวลต่อเจียงผิงอัน
สีหน้าของเจียงผิงอันเปลี่ยนสู่เคร่งขรึม
เขาเพิ่งยินดีอยู่เลยที่ได้ ‘มารสวรรค์เก้าแปร’ มา แต่ยามนี้ดีใจไม่
ออกแล้ว
สร้างรากเซียนมิได้ ทำลายเมล็ดพันธุ์เซียนมิได้ ไปภพเซียนก็
มิได้ ติดค้างอยู่ที่เดิมโดยสมบูรณ์
เฉียนฮวั่นโหรวถอนหายใจ “ไว้รอกลับถึงภพบุกเบิกแล้วถาม
น้องหญิงหลัวซู่ดู บางทีนางอาจมีวิธีแก้ปัญหานี้”
เจียงผิงอันพยักหน้า “มีแต่ทางนั้นแล้ว”
หวังว่าหลัวซู่จะมีทางจัดการมัน
ป้ายหยกสื่อสารที่เอวเฉียนฮวั่นโหรวพลันเรืองแสง แล้วเสียงของ
เฉียนว่านซาน จักรพรรดิแห่งต้าเฉียนก็ดังออกมา
“เสด็จย่า ยอดฝีมือจากแดนศักดิ์สิทธิ์เฮ่าเยว่ ราชวงศ์จักรพรรดิ
มนุษย์และราชวงศ์อวี้โซ่วล้วนมาขอเข้าพบท่านขอรับ”
“บอกไปว่าข้าเก็บตัวอยู่ ไม่รู้จะออกมายามใดแล้วรับรองพวก
เขาดี ๆ ก็พอ อีกอย่าง หากคนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อกับหอ
ตำราเทียนเต้า ไล่ไปเดี๋ยวนั้นเลยนะ”
สองขุมกำลังนี้เป็นอริกับเจียงผิงอัน มิต้องไว้หน้าใด ๆ
เฉียนว่านซานเงียบไป เขารู้ว่าเหตุใดเสด็จย่าจึงมิอยากพบสอง
ขุมกำลังนั้น
เกิดอะไรขึ้นกับเสด็จย่าและเจียงผิงอันในหลายปีมานี้กันแน่?
ไฉนเสด็จย่าจึงบรรลุเซียนได้?
เจียงผิงอันฉวยโอกาสพูดขึ้นว่า “ข้ามีโอสถและอาวุธวิเศษ
ระดับสูงอยู่มากมาย ขายให้ราชวงศ์ต้าเฉียนราคาถูกได้”
“ประเสริฐ! โอสถและอาวุธวิเศษทุกระดับ เราเอาหมดที่มีเลย!”
เฉียนว่านซานสุดปรีดา เขาทราบแล้วว่าที่นิกายเทวมาร
ได้เปรียบในศึกก็เพราะมีอาวุธวิเศษมากมาย กระทั่งศิษย์ขอบเขต
สร้างรากฐานยังมีอาวุธวิเศษระดับสูงใช้
แม้เขาจะไม่รู้ว่าเจียงผิงอันไปได้ทรัพยากรมาจากไหน เขาก็
อยากซื้อทรัพยากรให้ได้มากที่สุด ต่อให้ไม่ได้ใช้ ก็ยังนำไปขายต่อ
ทำกำไรส่วนต่างได้
เฉียนฮวั่นโหรวเอ่ยปาก “เจ้าไม่ต้องลดราคาขายหรอก ราคา
ตลาดคิดเท่าไหร่ ก็ขายตามราคาตลาดนั่นแหละ เจ้ายังต้องฝึกฝน
อย่าใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย”
“ข้ามีทรัพยากรพอนะ” เจียงผิงอันแย้ง
“มีพอก็มีอีกได้นี่” เฉียนฮวั่นโหรวตอบ
ได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของเฉียนว่านซาน ณ อีกฟากของยันต์
สื่อสารก็เบิกกว้าง เสด็จย่าเพี้ยนไปแล้ว ซื้อทรัพยากรราคาถูกได้
ไฉนไม่ซื้อราคานั้น?
“เสด็จย่า ราชวงศ์ต้าเฉียนเราขาดแคลนทรัพยากร เราต้อง
ประหยัดทรัพยากรนะขอรับ”
“หุบปาก! ลำบากสักหน่อยก็ดีต่อการฝึกฝนของพวกเจ้า ไม่มี
เงิน ราชวงศ์ก็หาเงินได้นี่”
ได้ยินเสียงตำหนิของเสด็จย่าตน เฉียนว่านซานก็เงียบไป
ในเมื่อความลำบากเป็นผลดีกับการฝึกฝน ไฉนท่านมิให้เจียงผิง
อันลำบากสักหน่อยเล่า?
ตกลงนี่ย่าใครกันแน่?
อีกอย่าง เขาเป็นถึงจักรพรรดิแห่งต้าเฉียน ศาสตราเซียนกลับมิ
เคยได้แตะ แต่เสด็จย่าของเขากลับให้เจียงผิงอันยืมใช้ศาสตราเซียน
เฉียนว่านซานสงสัยว่าพบเจียงผิงอันครั้งหน้า อีกฝ่ายอาจมี
ลำดับอาวุโสสูงกว่าเขาสองรุ่นเสียแล้ว