สู่วิถีอมตะ - บทที่ 600 ข้าไม่ชอบตัดชีวิต
“ได้ยินกันหรือไม่? เจ้านิกายเทวมารจะไปขอขมาที่หอตำรา
เทียนเต้า!”
“ต้องขอขมาอยู่แล้วนี่ โลกหล้าผู้ฝึกตนเดือดดาลกันเพียงนี้ เขา
กล้ามิขอขมาหรือ?”
“เหอะ ๆ หากคำขออภัยมันใช้ได้ จะยังฝึกฝนไปเพื่ออะไร? เจียง
ผิงอันกับนิกายเทวมารของเขาต้องชดใช้!”
“ไป เราไปดูกันหน่อย ต้องประณามมารตนนี้ซึ่ง ๆ หน้า”
เมื่อได้ยินว่าเจียงผิงอันจะไปขอขมา ขุมกำลังและผู้ฝึกตน
มากมายก็แห่แหนไปยังหอตำราเทียนเต้า
ภูเขาเทียนเต้าซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่รู้จักในนามภูเขาจักรพรรดิ
ยืนยงมาเนิ่นนาน ยอดฝีมือมากมายเคยฝึกฝนที่นี่ ให้กำเนิดผู้
แข็งแกร่งเกินคณานับ
ทว่าสิ่งนี้กลายเป็นอดีตไปแล้ว ขุนเขาอันยิ่งใหญ่ถูกกวาดเตียน
เหลือเพียงครึ่งเสี้ยวเล็ก ๆ
ยามเจียงผิงอันและเหล่าผู้อาวุโสเร่งไปถึงหอตำราเทียนเต้า รอบ
ข้างก็มีผู้ฝึกตนเรียงรายเต็มไปหมด
ขุมกำลังใหญ่มากมายมาปราชุม ทั้งแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ
เทวนิกายสุริยัน แดนศักดิ์สิทธิ์เฮ่าเยว่ แดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุน…
เมื่อเจียงผิงอันลงมาจากเรือเหาะ สายตามากมายก็มองมายังเขา
“ที่แท้เขาก็คือเจียงผิงอัน อายุเพียงนี้กลับมีอำนาจมากมาย ได้
เป็นถึงเจ้านิกายเทวมาร ยอดเยี่ยมจริง ๆ”
“แข็งแกร่งแล้วมีประโยชน์หรือ? ข้าได้ยินว่าเขาฝึกวิชาของเขต
แดนมารมืดทมิฬ และเมื่อไร้วิชาลับของเขตแดนมารมืดทมิฬ เขาก็จะ
ติดอยู่ในขอบเขตบูรณาการ มิอาจทะลวงขอบเขตไปตราบกาล”
“ถึงขอบเขตบูรณาการได้ก็ยอดเยี่ยมแล้ว ยอดฝีมือขอบเขต
บูรณาการในขุมกำลังใหญ่ ๆ มีไม่มากหรอกนะ”
ปวงชนจ้องมองเจียงผิงอัน ชายผู้นี้สร้างตำนานเกินนับถ้วนใน
เวลาเพียงร้อยปีเศษ เกิดเป็นเสียงลือลั่นครั้งแล้วครั้งเล่า
เขาก้าวข้ามอัจฉริยะร่วมยุคสมัย ก้าวล ้าเกินใครในชั่วกาล
“ท่านพ่อ! ไยท่านต้องขอขมาพวกเขาด้วย พวกเขาใส่ความ
ท่านก่อนนะเจ้าคะ”
เจียงเมี่ยวอีเหินมาหา ใบหน้าจิ้มลิ้มสุดแสนไม่เต็มใจ
เจียงผิงอันไม่ตอบคำถามของบุตรี มองไปยังผู้ฝึกตนรอบ ๆ “ที่
ข้ามาวันนี้ มีบางเรื่องต้องอธิบายให้กระจ่าง”
“หอตำราเทียนเต้าใส่ความเจ้านิกายผู้นี้ก่อน ทรัพยากรของข้า
หาได้ขโมยมาจากหอตำราเทียนเต้าไม่”
หอตำราเทียนเต้าและขุมกำลังประสงค์ร้ายทั้งหลายคาดเดาไว้
แล้วว่าเจียงผิงอันจะมาที่นี่เพื่อป้องกันตนเอง
ผู้ฝึกตนที่พวกเขาส่งไปปะปนในฝูงชนเริ่มโจมตีทันที
“มารเจียง อย่ามาเสแสร้ง เจ้าก็แค่หาข้ออ้างกลบเกลื่อนเท่านั้น”
“รีบขอขมาเสีย ส่งทรัพยากรที่ปล้นไปคืนมา แล้วชดเชยความ
เสียหายให้หอตำราเทียนเต้าซะ”
“แล้วก็ คืนทรัพยากรของมหาจักรพรรดิที่เป็นของปวงชนมา
ด้วย เจ้าคนเดียวมีทรัพยากรอะไรตั้งมากมาย?”
“เจ้ามารชั่ว ฆ่าคนบริสุทธิ์มากมายเพียงไรแล้วก็ยากจะกล่าว!”
เสียงก่นด่าตำหนิดังระรัวตามกัน
สีหน้าของผู้อาวุโสจากนิกายเทวมารมากมายดำคล ้า มิอาจ
โต้เถียงอะไรได้เลย
ชื่อเสียงของนิกายเทวมารมิได้ดีมาแต่แรก อธิบายไปก็เท่านั้น
เหล่ายอดฝีมือจากหอตำราเทียนเต้าและแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ
มองหน้ากัน มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย
เจียงผิงอันและนิกายเทวมารมิกล้าเป็นศัตรูกับผู้ฝึกตนทั่วทั้งโลก
หล้า ครั้งนี้พวกเขาต้องรีดความลับทั้งหมดของเจียงผิงอันให้ได้
เจียงผิงอันเมินเสียงก่นด่ารอบข้างไปเสียสิ้น กล่าวขึ้นว่า “ที่วันนี้
ข้ามาขอขมา มิได้จะขอขมาหอตำราเทียนเต้า แต่เป็นบุตรีทั้งสอง
ของข้าและเสี่ยวเยว่”
“เพราะข้าไม่คิดสนใจคำสาดเสียเทเสียของหอตำราเทียนเต้า
คร้านจะโต้เถียงกับพวกเจ้าทั้งหลาย ข่าวลือเลยยิ่งทวีความรุนแรง
ทำให้ผู้คนรอบตัวข้าไม่พอใจยิ่ง”
“เพื่อบิดาอย่างข้า บุตรีทั้งสองกระทั่งยอมเสี่ยงทำเรื่องโง่เง่า”
“ในฐานะบิดา ข้าโทษตัวเองจริงแท้”
“สิ่งที่ข้าควรอธิบาย ข้าอธิบายไปหมดแล้ว หอตำราเทียนเต้าใส่
ความเราก่อน ย่อมสมเหตุสมผลที่เราจะตอบโต้”
ได้ยินเช่นนี้ ผู้คนมากมายก็ตะลึง
เจียงผิงอันมิได้มาขอขมาหอตำราเทียนเต้า
ผู้ฝึกตนที่ซ่อนอยู่ในปวงชนเริ่มการโจมตีอีกครั้ง
“มารร้ายนี่ยังพลิกลิ้นไม่เลิก!”
“ทุกท่านได้ยินแล้ว นิกายเทวมารของเขาฆ่าสหายเต๋าจากหอ
ตำราเทียนเต้าทั้งหลาย!”
“วีรชนทุกท่านที่นี่อยู่กันพร้อมหน้า หากเจ้าไม่ให้คำอธิบายที่
สมเหตุสมผลมา ก็อย่าหวังไปจากที่นี่เลย!”
วาทะคือมีดล่องหนอันเชือดเฉือนทำร้ายคนได้ แม้จะไร้คม
กระทั่งผู้บริสุทธิ์ยังถูกบังคับให้ตายได้
ยามเจียงเมี่ยวอีได้ยินบิดานางถูกโจมตี ดวงตาก็แดงฉานด้วย
โทสะ “พวกเจ้าสารเลว…”
เปรี้ยง! ตู้ม! ตู้ม!
เจียงเมี่ยวอียังพูดไม่ทันจบ ผู้ฝึกตนคนแล้วคนเล่าก็ร่างระเบิด
กลางฝูงชน เลือดสาดย้อมร่างผู้ฝึกตนมากมาย
พริบตานั้น เสียงก่นด่าเงียบลงกะทันหัน
ทุกสายตามองเจียงผิงอันอย่างไม่อยากเชื่อ
เขาถึงกับฆ่าคนอย่างโจ่งแจ้ง
ชื่อเสียงของเขาไม่เหลือแน่แล้ว
เจียงผิงอันมองไปรอบ ๆ อย่างเฉยชา “ข้าบอกแล้ว ข้าไม่อยาก
ให้ญาติมิตรของข้าอารมณ์เสียกันอีก อย่าบังคับข้า ข้าไม่ชอบตัด
ชีวิต”
“???”
ปวงชนเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามบินว่อน
นี่เรียกไม่ชอบตัดชีวิตหรือ?
เข่นฆ่าตัดชีวิตมานับหมื่นแสน แล้วยังบอกไม่ชอบฆ่า?
เหลียงผิงจากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อสุดปรีดายามเห็นเช่นนี้
คนหนุ่มก็แบบนี้ อ่อนวัยใจร้อน
ฆ่าคนในที่สาธารณะ ต่อให้มีเหตุผลโดยชอบก็ไร้เหตุผลได้ ครั้ง
นี้เจียงผิงอันจบสิ้นแล้วจริง ๆ
เหลียงผิงฉวยโอกาสหาเรื่อง “เจียงผิงอัน ในฐานะอัจฉริยะของ
เผ่ามนุษย์ เจ้าควรเป็นผู้นำของยุคสมัยนี้ แต่เจ้ากลับฆ่าผู้บริสุทธิ์
อย่างไม่แยกแยะ ทำเรื่องชั่วช้ามากมาย ถือชีวิตคนเป็นผักปลา คน
อย่างเจ้า…”
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันไหวกายมาหาแล้วออกหมัดปลิดชีพ
เขาเห็นตาเฒ่าผู้นี้ขัดหูขัดตามานานแล้ว วัน ๆ เอาแต่ขัดแข้ง
ขัดขาหาเรื่องเขา ก่อนหน้านี้เขาไร้พลังไม่มีสถานะ มิอาจล่วงเกินอีก
ฝ่ายได้
ยามนี้ เขาเป็นเจ้านิกายเทวมาร บรรลุเคล็ดพลังแล้ว มีหรือจะยัง
กลั้นโทสะ?
“แล้วเช่นไร พูดอีกสิ”
เจียงผิงอันถามกองเลือดเนื้อซึ่งกระจายเต็มพื้น
ปวงชน “…”
คนก็ตายไปแล้ว จะพูดได้อย่างไร?
“บ้าไปแล้ว! เจียงผิงอันบ้าไปแล้ว กระทั่งผู้อาวุโสของแดน
ศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อยังกล้าฆ่า!”
“มาร! นี่มันมารร้ายชัด ๆ!”
“ฟ้าดินไม่ปล่อยมารเช่นนี้ไว้แน่!”
ปวงชนตกใจ ปรากฏว่าเจียงผิงอันกล้าโจมตีผู้อาวุโสของแดน
ศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อตรง ๆ!
พฤติกรรมเช่นนี้เท่ากับประกาศสงครามกับแดนศักดิ์สิทธิ์เทียน
เจ๋อแท้ ๆ!
อย่าว่าแต่ผู้อื่นที่ตกใจ กระทั่งผู้อาวุโสทั้งหลายจากนิกายเทวมาร
ยังคาดไม่ถึง
ไหนบอกว่าจะมาขอขมา? นี่เรียกขอขมาหรือ?
เทียบกับพวกเขามารเฒ่าทั้งหลาย นี่เหมือนมารร้ายยิ่งกว่าอีก!
“สู้กันเลย! สู้กันเลย!”
หนึ่งเสียงยุแยงดังขึ้นในปวงชน “สหายเต๋าเจียง ฆ่าใครไปขอศพ
สวย ๆ นะ อย่าระเบิดทิ้ง สำนักบัญชาศพของข้ารับซื้อราคางาม!”
เจ้าของเสียงมิใช่ใครอื่นนอกจากปัวซือ
เขาแจ้นมารอเก็บศพที่หทัยแผ่นดินแล้ว
ความตายของเหลียงผิงทำให้แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อเดือดดาล
“สหายเต๋าทุกท่าน มารเจียงเสียความเป็นมนุษย์ไปแล้ว การมีอยู่
ของคนเช่นนี้รังแต่จะลดระดับของเราเผ่ามนุษย์! เราร่วมมือกัน
ทำลายนิกายเทวมารกันเถิด!”
วันนี้เจียงผิงอันต้องถูกฆ่า มิให้เกิดปัญหาในอนาคต!
แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ หอตำราเทียนเต้า เทวนิกายสุริยันและ
ขุมกำลังอื่น ๆ มากมายล้วนชักอาวุธ
ขณะที่พวกเขากำลังจะลงมือ เจียงเมี่ยวอีก็ตะโกนขึ้น
“เฉียนฮวั่นโหรวเป็นมารดาน้อยของข้า ผู้หญิงของท่านพ่อข้า หาก
พวกเจ้ากล้าลงมือ รอมารดาน้อยข้ากลับมา ศีรษะสุนัขของพวกเจ้า
ก็อย่าหวังได้มี! สำนักสกุลอะไรก็ไม่ต้องเหลือ!”
ทันทีที่วาจานี้ถูกกล่าว ผู้ฝึกตนซึ่งเดิมพร้อมลงมือก็ดูแน่นิ่งเป็น
อัมพาตไปโดยพลัน
เฉียนฮวั่นโหรว หนึ่งสตรีล ้าเลิศ เป็นผู้ฝึกตนคนแรกที่บรรลุ
เซียนในภพมนุษย์นับแต่มหาจักรพรรดิและคณะมุ่งหน้าสู่ภพเซียน
สร้างเหตุการณ์ใหม่ในประวัติศาสตร์
นอกจากตัวตนในเขตหวงห้าม เฉียนฮวั่นโหรวคือบุคคลอันดับ
หนึ่งในโลกา