สู่วิถีอมตะ - บทที่ 602 สัตว์ประหลาดที่เจียงผิงอันให้กำเนิด
การโจมตีของยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการเฉียดร้อยถล่มนภา
ทลายแดนดิน ปวงดาราคลับคล้ายเคลื่อนหลุดโคจร
เมื่อเห็นการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ปวงชนล้วนคิดเป็นเอก
ฉันท์
สองคนนั้นจบสิ้นแล้ว
หากตัวตนขอบเขตเดียวกันคนอื่นไปยืนแทน พวกเขาก็คิดหา
วิธีหนีการโจมตีรัวถี่เช่นนี้มิได้เลย
ยอดฝีมือจากนิกายเทวมารและแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนลงมือทันที
ทว่ายอดฝีมือจากขุมกำลังอื่น ๆ ที่จับตามองพวกเขามาแต่แรก
รีบขวางไว้
“นี่เป็นการประลองที่เจียงผิงอันเสนอเอง พวกเจ้าจะละเมิดกฎ
หรือ?” ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อเอ่ยเสียงเย็น
ไม่ว่าอย่างไร เจียงผิงอันก็ต้องตายวันนี้
ยอดฝีมือจากนิกายเทวมารร้อนใจยิ่ง แต่เจียงเมี่ยวอีซึ่งยืนใจ
กลางมรสุมหามีความกลัวสักนิดไม่ นางยกหัตถ์หยกขาวเนียนขึ้น
แล้วมิติรอบข้างก็แปรเปลี่ยน สร้างความผันผวนแห่งมิติขึ้น
การโจมตีที่กระหน ่าเข้ามาพลันเปลี่ยนทิศ สะท้อนกลับไปหา
ศัตรู
ผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตบูรณาการมากมายที่หลบไม่ทันถูกวิชา
ลับระดับสูงกลืนกลบ มิตายก็สาหัส
“ขั้นปลายขอบเขตบูรณาการ! อำนาจมิติ!”
เมื่อประจักษ์การฝึกฝนของเจียงเมี่ยวอี ปวงชนต่างตกตะลึง
“นางเกิดมานานเพียงไรเชียว แต่กลับฝึกฝนถึงขั้นปลาย
ขอบเขตบูรณาการแล้ว!”
“แถมยังบรรลุกฎแห่งมิติอันหาได้ยากยิ่งด้วย!”
“ร้ายกาจยิ่งกว่าเจียงผิงอันอีกนะ!”
อายุยังไม่ทันห้าสิบ ก็มาถึงขั้นปลายขอบเขตบูรณาการ ตัวตน
เช่นนี้มีไม่มากเลยตราบประวัติการณ์อันยาวนานของโลกหล้าผู้ฝึก
ตนทั้งใบ
กระทั่งผู้อาวุโสทั้งหลายของนิกายเทวมารยังหารู้ไม่ว่าเจียงเมี่ยว
อีบรรลุถึงระดับนี้แล้ว ปวงชนล้วนรู้สึกเหลือเชื่อ
หางทั้งเก้าของเจียงเมี่ยวอีส่ายสะบัดไปกับเรือนผมยาว ดวงตา
เย็นชากวาดมองเหล่าศัตรู “ทำร้ายพ่อข้า พวกเจ้าสมควรตาย!”
ยามคำว่า ‘ตาย’ สิ้นคำในตอนท้าย กฎฟ้าดินก็กดกระแทกลงใส่
ปวงชน
เพียงพริบตา ยอดฝีมือขั้นต้นและกลางขอบเขตบูรณาการ
ทั้งหมดก็ถูกอำนาจเคล็ดพลังรุนแรงปกคลุม ระเบิดเป็นหมอกโลหิต
ท่ามกลางการกระหน ่าถาโถมของพลังอันร้ายกาจ
ปวงชนตะลึงจังงังราวต้องอัสนีฟาด
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
เกิดอะไรขึ้น? เพียงหนึ่งวาทะ คนเหล่านี้ก็ตายได้อย่างไร?
มีเพียงยอดฝีมือบางคนและเหล่าผู้ฝึกจิตที่สัมผัสคลื่นพลัง
วิญญาณได้
ซูปิน ประมุขของแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนอุทานด้วยริมฝีปากสั่น
สะท้าน “วะ… วิชาคะนึงทิพย์! นี่มัน… เป็นไปไม่ได้!”
หนึ่งคำนึงพิพากษ์เป็นตาย หนึ่งคะนึงเปลี่ยนฟ้าแปรแดน มวล
กฎเกณฑ์เคลื่อนตามประสงค์!
มิผิดแน่ หนึ่งวาทะพิพากษ์เป็นตาย นี่คือฤทธาของวิชาคะนึง
ทิพย์!
เมื่อได้ยินซูปินเอ่ยคำว่า ‘วิชาคะนึงทิพย์’ สีหน้าปวงชนก็เผย
ความไม่อยากเชื่อ
‘วิชาคะนึงทิพย์’ วิชาลับพลังวิญญาณสูงสุดในโลกหล้า สร้าง
ขึ้นโดยมหาจักรพรรดิ
นับแต่โบราณ ไร้ผู้ใดเคยฝึกฝนสำเร็จ
ยอดฝีมือในภายหลังใช้คะนึงทิพย์เป็นต้นแบบ สร้างวิชาลับทรง
พลังอย่าง ‘ผนึกสรวง’ และ ‘เคล็ดเทียนซา’ เพิ่มมาในภายหลัง
เจียงเมี่ยวอีสำเร็จวิชานี้ได้อย่างไร?
เพียงพริบตา ผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการนับร้อยก็เหลือเพียง
ยี่สิบสามสิบคน!
“ม่าย!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนเสียงหนึ่งดังขึ้น ปัวซือเกือบลมจับเมื่อเห็น
ผู้ฝึกตนมากมายตกตายไม่เหลือซาก
ศพชั้นเลิศตั้งมากมาย เสียของหมดแล้ว!
บอกพวกเขาแล้วแท้ ๆ ว่าช่วยเหลือศพสวย ๆ ไว้หน่อย ไฉนไม่
ฟังกันเลย?
ปัวซือกระอักเลือดอยู่ในใจ
แต่ปัวซือก็สงสัยยิ่งนัก
เขาไม่เห็นเจียงเมี่ยวอีในคันฉ่องกาลวัฏ มีเพียงเจียงผิงอันแท้ ๆ
เชียว
หรืออนาคตจะเปลี่ยนไปแล้ว?
ดวงตาของยอดฝีมือจากขุมกำลังใหญ่ทั้งหลายแดงฉาน
การฝึกฝนยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการให้ได้สักคน ต้องทุ่มเท
ทรัพยากรมหาศาล ใช้เวลานับพัน ๆ ปี
แต่พวกเขาก็ตกตายไปมากมายในคราวนี้ หากไม่ใช้เวลาเป็น
พัน ๆ ปีก็อย่าหวังฟื้นตัวกลับมาได้
ความกลัวและโทสะแพร่ตัวเกาะกุมหัวใจ
เจียงเมี่ยวอีผู้นี้น่ากลัวยิ่งกว่าเจียงผิงอันอีก
“ฆ่า! ฆ่าพวกเขาซะ! ต่อให้นางบรรลุวิชาคะนึงทิพย์ได้จริง ๆ นาง
ก็ใช้มันตลอดเวลามิได้หรอก!”
ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อแผดเสียงสุดคอ
“พลังวิญญาณของข้าดีสู้ท่านพ่อมิได้จริง ๆ แหละ และยังใช้วิชา
คะนึงทิพย์ได้เพียงหนเดียวด้วย”
เจียงเมี่ยวอีซื่อตรงอย่างยิ่ง นางเบิกสุญตาในตัว ตะโกนขึ้นว่า
“พี่หญิงเสี่ยวไป๋! เรามาช่วยท่านพ่อระบายโทสะกันเถอะ!”
สิ้นคำ สัตว์ภูตกลายพันธุ์อันงดงามตนหนึ่งก็เหินออกจากร่าง
ของเจียงเมี่ยวอี
มันมีรูปลักษณ์เช่นม้า ทั้งตัวขาวโพลน เรืองรองด้วยประกาย
ดารา เส้นขนขาวนุ่มสลวยพลิ้วตามลม ดวงตาสีทอง เขามังกรคู่หนึ่ง
งอกบนศีรษะ เคล็ดพลังแห่งแสงปกคลุมทั่วกาย
เจียงเมี่ยวอีขี่เสี่ยวไป๋ พุ่งเข้าหาเหล่าศัตรูได้ในพริบตา
หนึ่งคนหนึ่งอาชาหายลับจากที่ไปทันที เห็นเพียงแสงสีขาวแล่น
พรวดผ่านคนนับสิบ
ยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตบูรณาการหลายสิบกว่าคนสัมผัสได้
ถึงอำนาจยิ่งใหญ่ที่โจมตีเข้ามา พวกเขากระเด็นปลิวสู่จักรวาลพร่าง
พราวอย่างเกินควบคุม
“ท่านพ่อ คนพวกนี้ให้ข้าจัดการเถิด ส่วนที่เหลือท่านพ่อจัดการ
นะ”
เจียงเมี่ยวอีทิ้งวาทะนี้ไว้ แล้วขี่เสี่ยวไป๋ไล่ตามคนสิบกว่าผู้ที่เพิ่ง
กระเด็นไป
ปวงชนมองเจียงเมี่ยวอีซึ่งหายลับไปตาค้าง
กฎเกณฑ์แห่งแสง!
สตรีผู้นี้มิเพียงบรรลุกฎมิติ ยังมีกฎเกณฑ์แห่งแสงอันหาได้ยาก
ด้วย!
กฎเกณฑ์แห่งแสงแทนความเร็วอันสุดขั้ว ทำความเข้าใจยากไม่
ด้อยไปกว่ากฎมิติเลย
นี่มันสัตว์ประหลาดอะไรกัน?
มิเพียงเท่านั้น กระทั่งพาหนะของนางยังบรรลุกฎเกณฑ์แห่งแสง
ด้วย
ทั่วทั้งโลกหล้าผู้ฝึกตน สัตว์ภูตกลายพันธุ์ที่บรรลุกฎเกณฑ์แห่ง
แสงได้มีไม่มากเลย
“มังกรจักรพรรดิ! สัตว์ภูตกลายพันธุ์สีขาวนั่นคือมังกร
จักรพรรดิในตำนาน!”
ชายชราผู้ใช้ชีวิตเนิ่นนานคนหนึ่งเห็นรูปลักษณ์ของเสี่ยวไป๋ก็
จำตัวตนของมันได้ อุทานขึ้นอย่างตกใจ
“มังกรจักรพรรดิ? มังกรจักรพรรดิอะไร?”
ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินถึงสัตว์ภูตกลายพันธุ์เช่นนี้มาก่อน
ร่างของชายชราสั่นเทิ้ม มองตรงไปที่เสี่ยวไป๋ “มังกรจักรพรรดิ
เคยปรากฏขึ้นเพียงสองครั้งในประวัติศาสตร์ หนหนึ่งข้างกายมหา
จักรพรรดิ อีกหนเคียงข้างราชันศักดิ์สิทธิ์ เพราะมันปรากฏตัวครั้ง
แรกข้างกายมหาจักรพรรดิ จึงเป็นที่มาของชื่อนี้”
“จากข่าวลือว่ากัน มังกรจักรพรรดิถือครองมหาวาสนาแห่งโลก
หล้า ผู้ใดได้มังกรจักรพรรดิไปจะวาสนายืนยาว พิชิตหล้าครองโลกา
ได้”
“จากหนังสือประวัติศาสตร์ กล่าวกันว่าที่มหาจักรพรรดิและ
ราชันศักดิ์สิทธิ์เรืองอำนาจ ก็เป็นเพราะมีมังกรจักรพรรดิอยู่!”
เมื่อผู้ฝึกตนซึ่งไม่เคยได้ยินถึงมังกรจักรพรรดิทราบเช่นนี้ หัวใจ
ของพวกเขาต่างสะท้านปั่นป่วน
ปรากฏว่าเป็นพาหนะของมหาจักรพรรดิและราชันศักดิ์สิทธิ์!
สัตว์มงคลหายากเช่นนี้ ปรากฏว่าเจียงเมี่ยวอีได้ไป
หรือเจียงเมี่ยวอีจะมีคุณสมบัติเทียบได้กับมหาจักรพรรดิ?
เมื่อเผชิญยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตบูรณาการทั้งหลาย เจียง
เมี่ยวอีขี่เสี่ยวไป๋พลางถือกระบี่แสงซึ่งควบแน่นจากเคล็ดพลังแห่งแสง
ฟาดฟันพิชิตยอดฝีมือคนแล้วคนเล่าจนแตกพ่ายต่อเนื่อง
เหนือจักรวาลพร่างพราว เจียงเมี่ยวอีในชุดสีน ้าเงินเพริศพริ้ง
สง่างาม กิริยางามเลิศของนางตราตรึงสู่ทุกดวงใจ
ปวงชนต่างจังงัง เพิ่งเคยเห็นหญิงงามตรึงจิตเช่นนี้เป็นครั้งแรก
ขณะอายุไม่ทันถึงห้าสิบ ผู้ฝึกตนทั่วไปยังสร้างรากฐานกันอยู่
เลย แต่นางมาถึงจุดสูงสุดของขอบเขตบูรณาการแล้ว
อัจฉริยะทั้งปวง วีรชนทั้งหลายในโลกหล้า ล้วนหม่นรัศมีต่อหน้า
นาง
เจียงผิงอันให้กำเนิดสัตว์ประหลาดออกมาแล้ว!