สู่วิถีอมตะ - บทที่ 604 กัลป์ทิวา
เจียงผิงอันเป็นเช่นเทวา ทำให้ปวงชนต้องแหงนมอง แต่มิกล้า
พินิจตรง ๆ
“ไม่เลว ถึงกับบังคับให้ข้าต้องใช้ไพ่ตายได้”
หากมิใช่เพราะอำนาจกาลเวลา เขาคงตายไปแล้วจริง ๆ การ
โจมตีนี้ทรงพลังแท้
“น่าฉงนหรือไม่ ที่ข้ามีอำนาจกาลเวลา”
เจียงผิงอันยกมือขึ้น มองลวดลายสีเขียวที่หลังมือ แล้วเอ่ยเบา ๆ
“ต้องขอบคุณโอกาสที่แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อส่งมาให้ วัตถุ
ต้องห้ามที่ส่งมาฆ่าข้าในครั้งนั้นทำให้ข้าได้รับพลังแห่งกาลเวลามา
ทำให้ข้าย้อนกลับสู่ชั่วกาลห้าอึดใจก่อนได้”
ด้วยนิสัยของเจียงผิงอัน ไพ่ตายเช่นนี้จะไม่ถูกอธิบายออกมา
ง่าย ๆ
เหตุที่เขาพูดมันออกมา ก็เพื่อให้ผู้คนดีใจกันสักหน่อย
จริงเช่นนั้น เมื่อได้ยินเช่นนี้ ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อก็
‘แสนดีใจ’ จนหน้าคล ้าม่วง สุดท้ายก็ทนกลั้นโทสะไม่ไหว กระอัก
เลือดออกมาหนึ่งคำ
มิคาดเลยว่าวัตถุต้องห้ามที่เขาใช้ฆ่าเจียงผิงอันจะกลายเป็น
โอกาสของเจียงผิงอันไปได้
เพราะอำนาจนี้ เจียงผิงอันจึงรอดวิกฤติถึงชีวิต!
“อ้อ จริงสิ ข้าก็อยากขอบคุณแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋ออีกครั้ง
ด้วย เพราะ ‘หทัยสูตรจักรพรรดิมนุษย์ บทชีพจร’ ที่เหลียงผิงให้มา
ข้าจึงสร้างขอบเขตที่สองในระบบการฝึกฝนได้”
“น่าเสียดาย เหลียงผิงถูกข้าฆ่าไปแล้ว ต้องรบกวนพวกเจ้าตาม
ไปขอบคุณเขาแทนข้าแล้ว”
โดยไม่รอผู้ใดหายตกใจ เจียงผิงอันก็ใช้วิชาลับพลังวิญญาณ
‘เวียนกำเนิด’ ชายชราผู้ผลาญชีวิตไปเมื่อครู่หวนปรากฏ
ชายชราผู้นี้ถูกเขาฆ่าไปก่อนจะผลาญชีวิตหมด จึงใช้ ‘เวียน
กำเนิด’ ได้
เมื่อเห็นชายชราผู้นี้ ประมุขหอตำราเทียนเต้าก็สีหน้าเปลี่ยน
อย่างมหันต์ ตะโกนขึ้นว่า “รีบหลบไป! เจียงผิงอันเรียกคนตาย
กลับมาใหม่ ภาพฉายนั้นใช้วิชาลับเดิมที่เคยมีก่อนตายได้!”
หนก่อนที่เจียงผิงอันมาท้าทายที่หอตำราเทียนเต้า เขาก็ใช้พลัง
นี้
ทว่า ประมุขหอตำราเทียนเต้าก็ยังบอกช้าเกินไป
ภาพฉายของชายชราผมขาวผนึกมิติรอบข้าง คลุมร่างยอด
ฝีมือขอบเขตบูรณาการสิบกว่าคนไว้แล้ว
“ข้ายอมแพ้! ปล่อยข้าออกไปนะ!”
“เจ้านิกายเจียง ข้าถูกบังคับ หามีทางเลือกไม่ ปล่อยข้าออกไป
เถอะ!”
“ข้ายินดีออกจากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ ให้ข้ารอดไปเถอะ!”
ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการสิบกว่าคนล้วนโวยวายอย่างขวัญ
ผวา พวกเขาประจักษ์ฤทธิ์อันน่ากลัวของวิชานี้มากับตาเมื่อครู่ และ
มิอยากเป็นผู้สัมผัสมันเอง
บางคนวอนขอความเมตตา บ้างโจมตีอาคมกั้นมิติคิดทะลวง
ออกไป
“หลุมศพมิติ ตั้งชื่อได้ดีมาก”
พลังวิญญาณของเจียงผิงอันถูกโคจรสุดกำลัง กระตุ้นกฎฟ้าดิน
ทำให้ภาพฉายชายชราเร่งวิชาลับมิตินี้เต็มกำลัง
เปรี๊ยะ!
สุญตาในม่านอาคมแตกสลายเช่นเศษแก้ว ผู้ฝึกตนทั้งหลายถูก
บดขยี้ราวเศษกระดาษ
“อ๊าก!”
“เจียงผิงอัน! เทวนิกายสุริยันของเราจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”
“ปล่อยข้าออกไป!”
พายุมิติกวาดกระหน ่า แล้วยอดฝีมือทั้งหลายซึ่งใช้ชีวิตเป็นพัน
ๆ ปีก็เหลือเพียงเศษซากไปพร้อมเรื่องราวของพวกเขา
ผู้ฝึกตนทั้งหลายล้วนจังงัง ราวมิอาจนึกคิดอะไรได้
ผู้คนมากมายตกใจอย่างลึกล ้ายามได้เห็นอำนาจท้าทายสวรรค์
เช่นนี้เป็นครั้งแรก
ปรากฏว่าเจียงผิงอันสร้างภาพฉายของผู้อื่น และให้ใช้ฤทธาที่มี
ก่อนตายได้!
นับแต่โบราณ ผู้ถือครองพลังเช่นนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อน
นี่ดูจะเป็นวิชาพลังวิญญาณบางอย่าง ซึ่งมิได้อ่อนแอกว่าวิชา
คะนึงทิพย์เท่าไหร่เลย
“ท่านพ่อ! ช่วยข้าด้วย!” เจียงเมี่ยวอีซึ่งถูกรุมล้อมในจักรวาล
พร่างพราวส่งเสียงลงมาขอความช่วยเหลือ
“เลิกเล่นได้แล้ว” เจียงผิงอันจนใจเล็กน้อย
เจียงเมี่ยวอีแลบลิ้นสีชมพูพลางกระเง้ากระงอด “นี่มิใช่จะให้ทุกผู้
ได้เห็นหรือเจ้าคะ ว่าท่านพ่อข้าแข็งแกร่งเพียงไร”
“ก็ได้ ไม่เล่นแล้วเจ้าค่ะ”
เจียงเมี่ยวอียกหัตถ์หยกขึ้นขยับวาด จักรวาลพร่างพราวพลัน
เรืองรุ่งสว่างจ้าเกินตะวัน ทำให้ปวงชนยกมือขึ้นป้องตรงหน้าอย่าง
เผลอตัว
แสงสว่างนี้คงอยู่เพียงชั่วกาลสั้น ๆ ก่อนจะหายวับไป
ยามปวงชนคืนทัศนวิสัย พวกเขาก็ได้เห็นภาพอันน่าสะพรึงกลัว
ยอดฝีมือสิบกว่าคนซึ่งรุมล้อมเจียงเมี่ยวอีล้วนกลายเป็นซากศพลอย
กลางสุญตา ก่อนจะแหลกสลายกระจายไปเป็นเถ้าธุลี
ร่างของปวงชนสั่นสะท้านรุนแรง
กวาดล้างยอดฝีมือสิบกว่าคนได้ในกระบวนท่าเดียว มิเห็นด้วย
ซ ้าว่าฆ่าพวกเขาเช่นไร! นี่มันวิชาอะไรกัน!
“นี่… วิชานี้คล้าย ‘กัลป์ทิวา’ ที่บันทึกในคัมภีร์โบราณมากนัก!
ใช้อำนาจแสงอันสูงล ้าทะลวงร่างศัตรู ทำลายร่าง พินาศทุกสิ่งของคู่
ต่อสู้!”
“กัลป์ทิวา? นี่มันวิชาลับอะไรกัน ทำไมข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน?”
“วิชาลับนี้มหาจักรพรรดิเป็นผู้สร้าง สูญหายไปแล้วแท้ ๆ แต่
ไฉนนางจึงใช้ได้!”
ทุกผู้มองเจียงเมี่ยวอีตาค้าง
สตรีผู้นี้กระทั่งมีวิชาลับของมหาจักรพรรดิด้วย
ที่แท้ สตรีผู้นี้ก็ออมแรงซ่อนฝีมือไว้ตลอด
ฟ้าดินเงียบกริบ กระทั่งเสียงใบไม้เสียดสียังปรากฏชัด
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าศึกรุมสังหารจะมีจุดจบเช่นนี้
พวกเขาคิดว่าพ่อลูกคู่นี้ต้องตกตายแน่แล้ว มิคาดเลยว่าผู้ตาย
จะเป็นยอดฝีมือเกือบร้อยนั่นเสียเอง!
เพียงชั่วกาลไม่ถึงหนึ่งชั่วละเลียดชา ยอดฝีมือเกือบร้อยคนก็ตก
ตาย!
ต้องทราบว่าผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการทั่วไปตายได้ยากมาก
และจำนวนยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการที่ตกตายไปในสามพันปีที่
ผ่านมารวมกันยังไม่มากเท่าครั้งนี้
ตลอดหมื่นปีผ่านมา ก็ไม่เคยมียอดฝีมือขอบเขตบูรณาการตก
ตายเป็นจำนวนมากเพียงนี้มาก่อนเลย
“ม่าย!”
ปัวซือทรุดลงกับพื้น โหยหวนอย่างเจ็บปวด ดวงตาเลื่อนลอย
เหลือกขาว
ยอดฝีมือเกือบร้อยคนตกตาย ไม่เหลือแม้เพียงซากศพ
พ่อลูกคู่นี้ต้องมีอะไรผิดปกติเป็นแน่ ชอบฆ่าคนไม่เหลือซาก
สมบูรณ์เหลือเกิน
ทรัพยากรล ้าค่าทั้งหลายไม่เหลือแล้ว
หากนำมาขายให้สำนักบัญชาศพ ก็สร้างกองทัพขอบเขต
บูรณาการได้เลยแท้ ๆ!
จบสิ้น ไม่เหลืออะไรแล้ว
ปวงชนตื่นจากภวังค์เพราะเสียงโหยหวนของปัวซือ ต่างผู้ล้วน
สะท้านสั่น
ผู้ฝึกตนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ เทวนิกายสุริยัน หอตำรา
เทียนเต้าและคณะเปี่ยมความพรั่นพรึง
พวกเขายั่วโมโหสัตว์ประหลาดเช่นนี้เสียแล้ว!
โดยเฉพาะเจียงเมี่ยวอีนั่น อายุยังไม่ทันครบร้อย ก็ถึงขอบเขต
บูรณาการ น่ากลัวเสียยิ่งกว่าเจียงผิงอันอีก
หากนางเติบโต ใครในหล้าจะหยุดนางได้?
“ยังมีผู้อื่นอีกหรือไม่?” เจียงผิงอันชำเลืองขุมกำลังปรปักษ์
ทั้งหลาย ยังฆ่าไม่สาแก่ใจเลย
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งซึ่งมองการต่อสู้อยู่ตะโกนขึ้น “เจียงผิงอัน! เจ้า
ทำเกินไปแล้ว ยอดฝีมือมนุษย์ขอบเขตบูรณาการหนึ่งในร้อยถูกเจ้า
ฆ่าไม่เหลือแล้ว!”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่านี่หมายความเช่นไรต่อเราเผ่ามนุษย์? นี่จะทำให้
เผ่ามนุษย์ทั้งเผ่าอยู่ในอันตราย! หากเผ่าอื่น ๆ มาโจมตี เราเผ่า
มนุษย์จะเผชิญอันตราย!”
คนอื่น ๆ ผสมโรงทันที “ใช่เลย ต่อให้มีความแค้นต่อกัน เจ้าก็
เมินสถานการณ์ภาพรวมไม่ได้นะ คนตายมากมายเพียงนี้ ความ
แข็งแกร่งของเผ่ามนุษย์ก็จะอ่อนลง!”
“หากเผ่ามนุษย์เกิดวิกฤติ พวกเจ้าพ่อลูกก็จะเป็นคนบาป…”
“ฮ่า ๆ”
เจียงผิงอันพลันหลุดหัวเราะ ขัดจังหวะเสียงด่าทอของผู้ฝึกตน
ทั้งหลาย
ชายชราผู้กล่าวโทษเจียงผิงอันกล่าวเสียงเข้ม “หัวเราะอะไร? ตา
เฒ่าผู้นี้พูดถูกหรือไม่? ข้ามิได้เคืองแค้นอะไรเจ้า แค่พูดอย่างเป็น
กลาง”
“กลางมารดาเจ้าสิ!”
เมิ่งจิงซึ่งอยู่ไม่ห่างไปนักก่นด่าอย่างเดือดดาล “ยามเจ้าท่อนไม้
ของข้าถูกรุมล้อม ใส่ความ ลอบโจมตี ทำไมเจ้าไม่ออกมาพูดอย่าง
เป็นกลางสักคำ? ยามนี้ออกมาผายลมอะไร!”
สีหน้าของชายชราแข็งค้าง
“ทำไมไม่พูดอีกล่ะ เจ้าแก่ไม่ยอมตาย? ลองทำตัวอาวุโสเข้าข่ม
อีกสิ!” เมิ่งจึงหันไปหาบรรพชนตระกูลเหลยข้างกายนาง
บรรพชนตระกูลเหลยเข้าใจสิ่งที่นางจะสื่อ เพียงจิตคำนึง อัสนี
ศักดิ์สิทธิ์อันบรรจุมหาเต๋าแห่งอัสนีก็ฟาดลงจากฟ้า ฟาดใส่ผู้ฝึกตน
ผู้ให้ร้ายเจียงผิงอัน
ภายใต้การกระหน ่าลงของอัสนีศักดิ์สิทธิ์ คนเหล่านี้ต่างสลาย
เป็นเถ้า ตกตายอย่างไร้เจ็บปวด
เมิ่งจิงถลึงตามองไปรอบ ๆ “ข้าไม่สนว่าเจ้าจะเป็นใคร หากกล้า
พูดต่อหน้าข้าว่าเจ้าท่อนไม้ไม่ดี แม่จะฆ่าพวกเจ้าให้เหี้ยน!”
“อะแฮ่ม!”
บรรพชนตระกูลเหลยข้าง ๆ นางกระแอมเบา ๆ อย่างอับอาย
“เป็นถึงธิดาเทพตระกูลเหลย อย่าพูดหยาบคายเช่นนี้ในที่สาธารณะ
สิ”
เมิ่งจิงพยักหน้าแล้วตะโกนออกไปอีกครั้ง “ผู้ใดกล้าบอกว่าเจ้า
ท่อนไม้ไม่ดี สาแหรกเจ้าไม่เหลือแน่!”