สู่วิถีอมตะ - บทที่ 605 พบร่างโกลาหลอีกครั้ง
“เสี่ยวจิง จิตสังหารอย่าหนักหนาไปนัก มันจะกระทบจิต
วิญญาณเจ้านะ”
เจียงผิงอันเกลี้ยกล่อมอย่างนุ่มนวล
ปวงชน “…”
เจ้ายังมีหน้าพูดเช่นนี้อีกหรือ? ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีจิตสังหารหนัก
หนาแค่ไหน ก็หนักหนาสู้เจ้าไม่ได้หรอก
ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการเกือบร้อย พวกเจ้าพ่อลูกฆ่าไปสิ้น
หัวใจของขุมกำลังใหญ่อย่างแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ เทวนิกาย
สุริยันและหอตำราเทียนเต้าล้วนหลั่งเลือด
ผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการหาใช่ผู้ฝึกตนทั่วไป แต่เป็นกำลัง
หลักของขุมกำลัง
ตกตายไปมากมายเพียงนี้ในคราวเดียว นับเป็นความเสียหาย
มหาศาล ต้องใช้เวลาหลายพันปีกว่าจะฟื้นกลับมาได้
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าสองพ่อลูก เจียงผิงอันและเจียงเมี่ยวอีจะผิด
มนุษย์ไม่ยิ่งไปกว่ากัน
สิ่งนี้ทำให้ขุมกำลังมากมายขวัญผวานึกเสียใจ ทำไมต้องไปยั่ว
โมโหพวกเขาด้วย ล่วงเกินพวกเขาเช่นนี้ ภายหน้าพวกเขาลำบาก
แน่
ขณะนี้ สุญตาเหนือเวหาพลันปริแตก ยอดฝีมือขอบเขตพ้น
พิบัติผู้หนึ่งข้ามมิติมาพร้อมชายหนุ่มชุดทอง
เมื่อเห็นคนทั้งสอง ดวงตาของเจียงผิงอันก็หรี่ลง
จิตสังหารที่เพิ่งสงบลงปะทุขึ้นใหม่
คนทั้งสองมิใช่ใครอื่นนอกจากร่างโกลาหลซือถูหลิงเฟิง และฉาง
ซุนหลิงเจิ้น บรรพชนตระกูลฉางซุน!
สองคนนี้คือผู้ปล้นพรสวรรค์กลืนกินจากเขา ใส่ความเขา และ
ตั้งค่าหัวให้เขาถูกมือสังหารหมายหัว
ร่างของซือถูหลิงเฟิงแปรเปลี่ยนไปอย่างมหันต์ แผ่รัศมีเจ็ดสี ดู
ศักดิ์สิทธิ์ทรงพลัง
“เจียงผิงอัน!”
ซือถูหลิงเฟิงก้มลงมองเจียงผิงอัน สีหน้าเปี่ยมความถือตัว
“ครั้งก่อน เจ้าโชคดีพอเอาชนะข้าได้ ครั้งนี้ นายน้อยผู้นี้จะ
เหยียบย ่าเจ้าให้จมดิน!”
หลังจากพ่ายเจียงผิงอันไปในครั้งก่อน เขาก็ถูกพาไปฝึกฝนใหม่
อีกครั้งที่เขตหวงห้ามโกลาหล
ในเขตหวงห้ามโกลาหล เขาได้สู้กับอัจฉริยะสูงสุดมากมาย พวก
เขาหลายคนมิได้อ่อนแอกว่าเจียงผิงอันเลย
เขาทิ้งวิชาและร่างเทวะไปมากมายเพื่อมุ่งเน้นที่พลังโกลาหล ซึ่ง
ทำให้ความแข็งแกร่งของเขาพัฒนาก้าวกระโดด ในเวลาเพียงไม่กี่
สิบปี เขาก็มาถึงขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตา
“เจียงผิงอัน ยามนี้ข้าไม่เหมือนก่อนแล้ว เจ้าพรสวรรค์สูงส่งมาก
แต่ก็แข็งแกร่งเฉพาะในภพแร้นแค้น ภพภูมินั้นกว้างใหญ่ ห่างไกล
เกินเจ้าเจียงผิงอันจะคาดคิดนัก”
ซือถูหลิงเฟิงกลับสู่เขตหวงห้ามโกลาหลครั้งนี้เพื่อเรียนรู้โฉม
หน้าแท้จริงของโลกใบนี้
เมื่อจัดการเจียงผิงอันได้ในคราวนี้ เขาจะตั้งอกตั้งใจฝึกฝนเพื่อ
เตรียมตัวสำหรับอนาคต
ยอดฝีมือในเขตหวงห้ามโกลาหลกล่าวว่า มหาจักรพรรดิน่าจะ
เผชิญอันตรายอยู่ในภพเซียน ภพแร้นแค้นน่าจะถูกพบแล้ว
ถึงยามนั้น จะมีเซียนปรากฏตัวลงมา
เมื่อเซียนปรากฏตัว ทั้งภพแร้นแค้นจะกลายเป็นเมืองผีไร้ชีวิต
เขาต้องขัดเกลาตนเองให้แข็งแกร่งเพื่อเลี่ยงวิกฤติ
เจียงผิงอันและเหลียงเซียวหงเป็นเพียงผู้ผ่านทางบนเส้นทางการ
ฝึกฝนของเขา สุดท้ายพวกเขาก็ต้องตายด้วยมือนี้
เมื่อเห็นสีหน้าถือตัวลำพองของซือถูหลิงเฟิง สีหน้าของเจียงผิง
อันก็แปรเปลี่ยนพิกล
“เจ้าเก็บตัวเสมอมา ไม่รู้เลยหรือว่าโลกภายนอกเกิดอะไรขึ้น
บ้าง?”
สีหน้าของซือถูหลิงเฟิงลำพองยิ่งกว่าเก่า “บอกเจ้าให้ก็ได้ นาย
น้อยผู้นี้เก็บตัวในเขตหวงห้ามโกลาหลเสมอมา”
สามเขตหวงห้ามคือสถานที่ลึกลับที่สุดในโลกา กระทั่งยอดฝีมือ
ขอบเขตพ้นพิบัติเข้าไปเยือนยังตกตายได้ เขาจึงภูมิใจยิ่งที่ได้เข้าไป
เยือน
เหตุที่เขาออกมาครั้งนี้ก็เพราะเกิดเรื่องกับผู้อารักขาเขาฉางซุน
ผิงเจิ้น ป้ายวิญญาณของบุตรเขาแตกร้าว คาดว่าน่าจะตกตาย เขา
จึงต้องออกมาสืบว่าเกิดอะไรขึ้น
ทันทีที่มาถึงภูเขาเทียนเต้า เขาก็เห็นว่าเจียงผิงอันอยู่ที่นี่ ขณะที่
ภูเขาจักรพรรดิไม่รู้เกิดอะไรขึ้น
ซือถูหลิงเฟิงหารู้เรื่องใดในโลกภายนอกไม่ ในเขตหวงห้าม
โกลาหลมีพลังปรวนแปรปั่นป่วน มิอาจใช้ยันต์สื่อสารถ่ายทอด
เรื่องราวใด ๆ
เมื่อเห็นว่าซือถูหลิงเฟิงจะท้าทายเจียงผิงอัน ประมุขหอตำรา
เทียนเต้าก็รีบตะโกนขึ้น “ซือถู อย่าวู่วาม เจ้าในยามนี้มิใช่คู่ต่อกร
ของเจียงผิงอันแล้วนะ!”
ซือถูหลิงเฟิงส่ายหัว “ประมุข เจ้าไม่เข้าใจ ไม่รู้หรอกว่ายามนี้ข้า
แข็งแกร่งเพียงไร”
ระดับการฝึกฝนของเขตหวงห้ามโกลาหลสูงกว่าโลกภายนอก
มากนัก ไม่รู้มากกว่ากันเพียงไร กระทั่งมหาจักรพรรดิยังเคยฝึกฝน
ในนั้น เขาบากบั่นเป็นสิบ ๆ ปี จนมาถึงขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญ
ตาได้
“เจียงผิงอันบรรลุขอบเขตบูรณาการแล้ว!”
ในฐานะยอดฝีมือขอบเขตพ้นพิบัติ ฉางซุนผิงเจิ้นสัมผัสคลื่น
เคล็ดพลังจากตัวเจียงผิงอันได้ แล้วดวงตาก็เรืองประกายตื่นตกใจ
“อะไรนะ! ผู้ฝึกตนขอบเขตบูรณาการ!”
ความถือตนบนใบหน้าซือถูหลิงเฟิงมลายเกลี้ยง เขานึกว่าตนใช้
เวลาเป็นสิบ ๆ ปีกว่าจะถึงขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตาก็ไวจะแย่
แล้ว
มิคาดว่าเจียงผิงอันจะน่ากลัวยิ่งกว่า บรรลุถึงขอบเขตบูรณาการ
แล้ว!
ไม่สิ!
เจียงผิงอันสร้างขอบเขตของตัวเอง เขาสร้างขอบเขตที่สี่แล้ว
ยากเย็นกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปอีก!
สีหน้าของซือถูหลิงเฟิงแปรเปลี่ยนไม่หยุดนิ่ง แววตาหมองหม่น
ให้ความรู้สึกไม่ยอมถอดใจ เปี่ยมความริษยา “เจ้าต้องรีบร้อนทะลวง
ขอบเขตแน่ ๆ ขอบเขตที่สร้างมั่ว ๆ เช่นนั้นไม่แข็งแกร่งนักหรอก!”
“ต่อให้เจ้าบรรลุขอบเขตถัดไป ก็คงไม่มีทางทำความเข้าใจเคล็ด
พลังมากมายในเวลาสั้น ๆ ได้หรอก นายน้อยผู้นี้สู้ข้ามขอบเขตก็
ได้!”
ซือถูหลิงเฟิงปรับอารมณ์ ร่างของเขาเรืองประกายเจ็ดสี พลัง
โกลาหลพลุ่งพล่าน “วันนี้ นายน้อยผู้นี้จะใช้ขอบเขตหลอมสุญตา
รับมือยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ! ให้ลือลั่นโลกหล้ากันไปเลย!”
ซือถูหลิงเฟิงสุดฮึกเหิม เหยียบย่างสุญตาเข้าโจมตีเจียงผิงอัน
“เจ้าเอาชนะเขามิได้หรอก!”
ประมุขหอตำราเทียนเต้าคิดหยุดไว้ แต่วาทะของเขากลับไป
กระตุ้นซือถูหลิงเฟิงเสียแทน
เขาฝึกฝนมาเนิ่นนานหลายปี ไม่มีทางผิดพลาดได้หรอก
วันนี้จะเป็นวันที่เขา ซือถูหลิงเฟิงได้ล้างอาย
ซือถูหลิงเฟิงเหวี่ยงหมัดโกลาหลเข้าใส่เจียงผิงอัน อำนาจ
โกลาหลทรงพลังทำให้กฎเกณฑ์รอบข้างรวนเร
เจียงผิงอันสวนหมัดกลับไปอย่างเรียบง่าย แล้วซือถูหลิงเฟิงก็
กลายเป็นหมอกโลหิตทันที
อักขระยันต์วูบไหวในหมอกโลหิต ซือถูหลิงเฟิงปรากฏตัวขึ้น
ใหม่
ครั้งนี้ ใบหน้าของซือถูหลิงเฟิงไร้ความมาดมั่นที่เคยมี หลงเหลือ
ก็แค่ความกลัวและไม่อยากเชื่อ
“เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทาง!”
เจียงผิงอันแค่ชกออกมาส่ง ๆ ก็ระเบิดร่างของเขาจนยันต์ตัว
ตายตัวแทนทำงาน ทำไมกัน? ทำไมอีกฝ่ายจึงแข็งแกร่งได้ถึงเพียง
นี้?
ความต่างระหว่างทั้งคู่เหมือนอยู่กันคนละโลก
เจียงผิงอันคร้านจะอธิบาย ใช้วิชาพลังวิญญาณ ‘สังสารวัฏ’
ออกมา
ซือถูหลิงเฟิงผู้ดวงจิตแห่งเต๋าพังทลายตกสู่มายาแห่งสังสารวัฏ
ทันที ในมายานี้ เขาพ่ายต่อเจียงผิงอันซ ้าแล้วซ ้าเล่า และไม่รู้ผ่านไป
กี่หน วิญญาณของเขาก็ฉีกกราชากตัวเป็นเสี่ยง ตกตายอย่าง
สมบูรณ์ท่ามกลางความทุกข์ทน
ขณะที่ในโลกภายนอก เวลาผ่านไปเพียงชั่วประเดี๋ยว
ร่างโกลาหลซือถูหลิงเฟิง ตกตาย
ผลลัพธ์นี้ นอกจากฉางซุนผิงเจิ้นแล้ว หามีผู้ใดประหลาดใจ แต่
ก็สะเทือนอารมณ์สุดขีด
ร่างโกลาหลอันสามารถเป็นผู้นำได้ทุกยุคสมัย ตกตายในชะตา
กรรมเช่นนี้ในยุคสมัยปัจจุบัน
ฉางซุนผิงเจิ้นตะลึงจังงังไปทันที
ในฐานะผู้อารักขาร่างโกลาหล เขากลับปล่อยร่างโกลาหลตาย
ต่อหน้าต่อตา
มิคาดเลยว่าเจียงผิงอันจะเติบใหญ่เป็นปีศาจร้ายเช่นนี้!
ฉางซุนผิงเจิ้นเดือดดาลสุดขีด ยกมือขึ้นฟาดลง “สารเลว! ตาย
ซะ!”
มีแต่ต้องปกป้องซือถูหลิงเฟิง เขาจึงมีโอกาสบรรลุเซียน
เมื่อซือถูหลิงเฟิงตกตาย ชะตาเซียนของเขาก็พินาศตาม
“บังอาจแตะต้องเจ้านิกายเทวมารของเรา! คิดว่านิกายเทวมารไร้
คนหรือไร!”
ยอดฝีมือจากนิกายเทวมารปรากฏขึ้นขวางตรงหน้าเจียงผิงอัน
“แตะต้องเขยตระกูลเหลยของข้า! วอนตาย!”
ยอดฝีมือตระกูลเหลยต่างเข้าขวางตาม ๆ กัน
“แดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนของข้าขอประกาศเรื่องหนึ่ง เจียงผิงอัน
เคยปีนขึ้นสู่ยอดหอคอยสยบเซียนได้ ตามกฎแล้ว เจียงผิงอันคือ
ประมุขของแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนเรา!”
แดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนซึ่งซ่อนเรื่องนี้มาตลอดเผยมันออกมาทันที
“เพราะเจียงผิงอันเป็นเจ้านิกายเทวมารอยู่แล้ว เราแดนศักดิ์สิทธิ์
เสินหุนจึงตัดสินใจให้บุตรีของเขาเจียงเมี่ยวอีขึ้นรับตำแหน่งประมุข
แทน!”
ลูกคิดในหัวแดนศักดิ์สิทธิ์เสินหุนดีดดังจนยืนอีกฝั่งของจักรวาล
ก็ได้ยิน
เพียงพริบตา ฉางซุนผิงเจิ้นซึ่งลงมือกับเจียงผิงอันก็ถูกยอดฝีมือ
กลุ่มหนึ่งรุมถล่มโจมตี
ฉางซุนผิงเจิ้นตะลึงจังงัง
เหมือนเขาเพิ่งไปแหย่รังแตนมามิผิด