สู่วิถีอมตะ - บทที่ 620 ตกตายตามกัน?
ความเร็วการฟื้นตัวของอวี๋จิ้งเร็วกว่าเจียงผิงอันอย่างเห็นได้ชัด
อวี๋จิ้งบรรลุวิชาเยียวยาระดับเซียน เทียบกับเจียงผิงอันมิได้เลย
ทั้งสองประมือรัวเร็ว ทุกครั้งที่เจียงผิงอันโจมตีอีกฝ่าย บาดแผลก็
จะปรากฏบนตัวเขาเอง
ยิ่งโจมตีรุนแรง บาดแผลยิ่งบาดลึกบนกาย
เมื่อผนวกกับความเสียหายจากอวี๋จิ้ง ในเวลาเพียงสั้น ๆ เจียงผิง
อันก็เต็มไปด้วยบาดแผล อาภรณ์ของเขาถูกโลหิตย้อมชโลม
“เจ้าโง่นี่”
เมื่อเห็นพฤติกรรมของเจียงผิงอัน ปวงชนก็ประจักษ์ผลลัพธ์แล้ว
คนบ้าบิ่นเช่นนี้เอาชนะอวี๋จิ้งมิได้หรอก ไม่ช้าก็เร็วเขาก็จะตกตาย
เหนือท้องนภา หวังหยางซึ่งกำลังต่อสู้สังเกตเห็นสถานการณ์ที่นี่
เพราะถึงอย่างไร กฎจำนงสัประยุทธ์และกฎทำลายล้างก็หาได้ยากยิ่ง
จึงเป็นการยากจะไม่เป็นที่สนใจ
ในที่สุด หวังหยางก็รู้ว่าทำไมเหมียวเสียจึงเป็นฝ่ายพูดกับเจียง
ผิงอันก่อน
นางต้องสังเกตเห็นร่างศึกของเจียงผิงอันแล้วแน่ ๆ
หาไม่ ด้วยนิสัยของสตรีผู้นี้ ต่อให้นางพบผู้อาวุโสก็ใช่ว่าจะ
สนใจ นางหรือจะมายุ่งกับผู้ฝึกตนจากภพล่างซึ่งบรรลุเพียงกฎเคล็ด
พลัง
เหมียวเสียจู่โจมศัตรูด้วยน ้าเต้าสุราพลางให้ความสนใจกับเจียง
ผิงอัน
นางไม่แปลกใจเลยที่เห็นเจียงผิงอันใช้กฎจำนงสัประยุทธ์ เพราะ
นางสัมผัสได้แต่แรกแล้วว่าร่างของอีกฝ่ายมีพลังนี้อยู่
ยามนางเห็นกฎทำลายล้าง เหมียวเสียยังยินดีระคนประหลาดใจ
เล็กน้อย คิดว่านางพบเมล็ดพันธุ์ชั้นดีเข้าแล้ว
แต่เมื่อเห็นเจียงผิงอันลงมือมุทะลุ ความปรีดาในใจเหมียวเสียก็
หายสิ้น
เจียงผิงอันผู้นี้เป็นคนบุ่มบ่ามไร้สมอง
รู้ทั้งรู้ว่าโจมตีอีกฝ่ายไปก็รังแต่เจ็บตัว เขายังบ้าระห ่าโจมตีอีก
ฝ่ายอีก
เหมียวเสียอดตะโกนด่ามิได้ว่า “เจ้าโง่! อย่าสู้ พรสวรรค์
ตระกูลอวี๋นั้นพิเศษ หากเจ้าไม่มีวิชาเยียวยาระดับเซียนเหมือนกัน
เจ้าทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้หรอก รีบหนีไปสิ!”
แต่เหมียวเสียหารู้ไม่ ว่าใครบางคนแถวนี้ขวางโลกโดยสันดาน
การโจมตีของเจียงผิงอันทวีความดุเดือดขึ้นทุกขณะ กระดูกใน
กายแตกสลายต่อเนื่อง โลหิตหลากหลั่งไร้สิ้นสุด
“เจ้า…”
เหมียวเสียรู้สึกแน่นอกจนพองกว่าปกติ
เจียงผิงอันผู้นี้เข้าใจภาษามนุษย์ไหมนี่?
เหมียวเสียเป็นคนอารมณ์ร้าย หากมิใช่เพราะนางถูกยอดฝีมือ
กลุ่มหนึ่งล้อมโจมตี คงพุ่งเข้าไปสั่งสอนเขาอย่างสาสมแล้ว
ขณะอวี๋จิ้งเผชิญการโจมตีบ้าระห ่าของเจียงผิงอัน คิ้วเรียวของ
นางพลันขมวดตัว
แม้นางจะฟื้นตัวรวดเร็ว ร่างของนางภายใต้การโจมตีรัวถี่ก็ยัง
เจ็บปวดยิ่ง
อวี๋จิ้งไม่ซ่อนความแข็งแกร่งอีกต่อไป กระบี่ในมือพลันเร่ง
ความเร็ว ภาพติดตาวูบไหวไปทั่วฟ้า หนาแน่นเช่นเม็ดฝน โจมตีเข้า
มาใส่เจียงผิงอัน
ขณะนั้นเอง เจียงผิงอันกลายเป็นอัสนีสีดำสายหนึ่ง แล่นทะยาน
ผ่านพิรุณกระบี่หนาทึบ ปราชิดเบื้องหลังอวี๋จิ้งในพริบตา
อวี๋จิ้งผงะกับความเร็วของเจียงผิงอัน มิคาดเลยว่าผู้ฝึกตนจาก
ภพล่างผู้นี้จะซ่อนความเร็วเช่นนี้ไว้!
สายเกินกว่านางจะป้องกันตัวแล้ว
แต่อวี๋จิ้งก็มิได้กลัว ทราบแต่แรกแล้วว่าชายผู้นี้ไม่มีทางฆ่า
นางในหมัดเดียวได้
ต่อให้ชายผู้นี้ทำได้จริง ๆ เขาก็มิกล้าหรอก
เพราะหากทำเช่นนี้ ชายผู้นี้ก็จะตายด้วย
แต่นางก็ตระหนักทันทีว่านางคิดผิด
เจียงผิงอันใช้วิชาเทียมเทพสงครามขั้นห้า เพิ่มพลังต่อสู้หก
เท่าตัวในพริบตา อำนาจบ้าคลั่งชวนขนลุกดุจดาราพุ่งกระแทก
เมื่อสัมผัสพลังอันน่าสะพรึงกลัวขึ้นมากะทันหันนี้ ความดูแคลน
บนใบหน้าของอวี๋จิ้งก็แปรสู่ขวัญผวา
ชายผู้นี้บ้าไปแล้ว!
หากออกหมัดนี้ เขาตายเองแน่!
ชายผู้นี้คิดตายตกตามกัน!
ตู้ม!
อำนาจบ้าคลั่งมหาศาลสาดซัด ผู้คนมากมายผงะหงายกับหมัดนี้
มิคาดว่าเขาจะยังแผลงฤทธิ์แข็งแกร่งเช่นนี้ออกมาได้
เมื่อหมัดของเจียงผิงอันฟาดลง ร่างของทั้งสองก็ระเบิดเป็นหมอก
โลหิตอย่างพร้อมเพรียง
ผู้ฝึกตนทั้งหลายซึ่งเห็นภาพนี้ล้วนตะลึงนิ่ง
เจียงผิงอันผู้นี้มันคนบ้า! บอกจะตายตกตามกันก็ตายตกตามกัน
ไปเลย จะหาญกล้าเกินไปแล้ว
เหมียวเสียเดือดดาลจนใช้น ้าเต้าสุราฟาดฟันศัตรูอย่างออก
อารมณ์ “โง่เอ๊ย! สู้ไม่ไหวก็หนีสิยะ!”
สีหน้าของหวังหยางสุดแสนเสียดาย เจียงผิงอันผู้นี้เพิ่งขึ้นมายัง
ภพเบื้องบนได้ก็ทำได้ขนาดนี้ หาธรรมดาไม่ หากฝึกฝนในภพเซียน
สักระยะ เขาน่าจะบรรลุสำเร็จอะไรได้
น่าเสียดายที่ตกตายไปเสียแล้ว
นี่คือความโหดร้ายของภพเซียน ไม่ว่าพรสวรรค์จะเป็นเช่นไร
แข็งแกร่งแค่ไหน ก็จะมีตัวตนอื่นแข็งแกร่งกว่าเสมอ
หมื่นโลกาปราชัน อัจฉริยะยอดฝีมือตกตายตลอดเวลา เจียงผิง
อันหนึ่งคนตายไป หามีผลกระทบสักนิดไม่
ขณะที่ทุกผู้คิดว่าเจียงผิงอันตกตายแน่แล้วอยู่นั้น อักขระ
ประหลาดก็เรืองขึ้นท่ามกลางหมอกโลหิต ลึกลับและเรืองรอง
เพียงพริบตา เจียงผิงอันก็คืนสู่สภาพก่อนตกตาย
ก่อนหน้านี้เขาลอกเลียนยันต์ตัวตายตัวแทนไว้มากมาย มิได้ใช้
มากนัก ยามนี้จึงใช้ไปก่อน ภายหน้ายามแข็งแกร่งขึ้น สิ่งนี้ก็จะหมด
ประโยชน์แล้ว
เมื่อเห็นเจียงผิงอันคืนชีพ ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลาน
ทั้งหลายก็สุดเดือดดาลรับไม่ไหว
“ขยะจากภพล่างนี่รวยแท้ ให้ยันต์ตัวตายตัวแทนอันล ้าค่าไปก็
เสียของแท้”
“ข้าล่ะอยากเห็นนักว่าเจ้าจะมียันต์ตัวตายตัวแทนกี่ใบ!”
ผู้ฝึกตนห้าคนรุมโจมตีเจียงผิงอัน ปราณจากทั้งห้ามิได้ด้อยไป
กว่าอวี๋จิ้งเมื่อครู่เลย แข็งแกร่งกว่าด้วยซ ้า!
แม้อวี๋จิ้งจะแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนทั่วไป นางก็หามีความสำคัญ
โดดเด่นใดไม่ในสำนักเซียนเทียนหลาน มีผู้ฝึกตนระดับเท่าเทียม
นางอยู่ในสำนักเซียนเทียนหลานมากมาย
สีหน้าของเจียงผิงอันเปี่ยมความเคร่งขรึม พร้อมปล่อยอวตาร
กลืนสวรรค์ออกมาสู้ ด้วยร่างศึกนี้ของเขาลำพัง มิอาจเอาชนะพวก
เขาได้โดยง่ายเลย
ตู้ม!
เสียงเลื่อนลั่นสนั่นแดนดินดังขึ้น อาคมซึ่งรายล้อมคนของสำนัก
เซียนอวี่หวงอยู่พลันระเบิดออก ทำให้ปวงชนล้วนสะดุ้งโหยง
ธารทมิฬตลบตัวรุนแรง กฎมหาเต๋าเรืองรอง ยอดฝีมือนับไม่ถ้วน
ของสำนักเซียนอวี่หวงทะลวงอาคมปรากฏขึ้น
ยามผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานซึ่งรุมโจมตีศิษย์สำนัก
เซียนอวี่หวงทั้งหลายอย่างเปรมปรีดิ์เห็นเช่นนี้ สีหน้าของพวกเขา
ต่างแข็งค้าง
เป็นไปไม่ได้!
เหตุใดกำลังเสริมจากสำนักเซียนอวี่หวงจึงมาเร็วเพียงนี้!
เห็นได้ชัดว่าอาคมนี้ถูกใช้เพื่อระงับการใช้ยันต์สื่อสาร กำลัง
เสริมจะมาได้อย่างไร?
หวังหยางยืนกลางสุญตา ในมือถือกระบี่ใบกว้างอันหนาหนัก
กล่าวกับศัตรูที่รุมล้อมด้วยสีหน้าเฉยชา “เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือ ว่า
มัจฉาโกลาหลตัวนั้น พวกเจ้าจงใจต้อนมา?”
น ้าเต้าสุราในมือเหมียวเสียหดตัว นางกระดกสุราอึกใหญ่เข้า
ปาก กลับสู่สภาพเมาเละเกียจคร้านอีกครั้ง “เราทั้งสองก็แค่เหยื่อล่อ
จงใจหลอกให้พวกเจ้าโจมตีเถอะ… เอิ๊ก~”
สีหน้าของผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานพลันแปรเปลี่ยน
ไป
พวกเขาเสียเองที่ถูกต้มเสียเปื่อย!
ศิษย์สำนักเซียนอวี่หวงคนอื่น ๆ แทบร ่าไห้ หากเป็นแผนก็ช่วย
บอกกันก่อนมิได้หรือ พวกเขากลัวแทบตาย งัดไม้ตายก้นหีบ
มากมายมาใช้สู้ตาย สิ้นเปลืองไปมากนัก
เพื่อรักษาความลับ นอกจากหวังหยางและเหมียวเสีย จึงไร้ผู้ใด
ทราบถึงแผนนี้เลย
“ฆ่าสารเลวจากสำนักเซียนเทียนหลานพวกนี้ให้สิ้น!”
“ส่งพวกมันไปโลกหน้า!”
“ฆ่า!”
ศึกซึ่งดุเดือดยิ่งกว่าเก่าปะทุขึ้น ธารทมิฬตลบตัวรุนแรง กฎแรง
โน้มถ่วงลากผู้ฝึกตนระดับต ่ามากมายลงสู่ก้นบึ้ง มิอาจกลับขึ้นมาได้
อีก
คนทั้งหลายที่รุมล้อมเจียงผิงอันเลิกสนใจเขา เข้าสู้แลกชีวิตกับ
ยอดฝีมือทั้งหลายเสียแทน
เจียงผิงอันไม่อยากล่วงเกินปีศาจร้ายเหล่านี้ ขณะต่อสู้ เขาก็
ชำเลืองการต่อสู้ของเหมียวเสียไปด้วย ขณะเดียวกันก็สลักภาพยาม
ต่อสู้ของอีกฝ่ายในมโนสำนึก
แม้ขอบเขตของเหมียวเสียจะสูง จึงให้จินตภาพของนางใช้พลัง
เขตแดนมิได้ แต่ก็ยังให้นางใช้กฎจำนงสัประยุทธ์พื้นฐานออกมาให้
เขาศึกษาในภายหลังได้
การเรียนรู้สิ่งละอันพันละน้อยนี้ เป็นประโยชน์มากมายต่อเจียง
ผิงอัน
เหมียวเสียสังเกตเห็นสายตาของเจียงผิงอัน จู่ ๆ ก็หันมาตะโกน
ขณะยังต่อสู้ “เจ้ามัวมองอะไรข้านัก ชอบหน้าอกข้าหรือ?”
เจียงผิงอัน “???”
ปวงชนที่นี่ “???”
ปวงชนล้วนจังงังกับวาจาไม่สำรวมของเหมียวเสีย
เหมียวเสียฉวยโอกาสยามศัตรูเผลอตัว ใช้น ้าเต้าสุราฟาดศีรษะ
อีกฝ่ายระเบิดเละ