สู่วิถีอมตะ - บทที่ 630 รากเซียนสิบแปดดารา
บนพื้นดินอันไหม้ดำ ร่างไหม้เกรียมของเจียงผิงอันเรืองประกาย
เจ็ดสี อำนาจกฎประหลาดระเบิดออกจากรากเซียน
เพียงพริบตา อวัยวะภายในอันฉีกขาดของเจียงผิงอันก็ฟื้นตัว
กระดูกที่แตกหักหวนประสาน ผิวกายไหม้เกรียมแตกร่วง เผยชั้นผิว
ใหม่เติบโต ปรากฏเป็นร่างอันสมบูรณ์
เจียงผิงอันอาบไล้ด้วยกฎเกณฑ์ ดวงตาฉายประกายประหลาด
ใจ
แนวคิดของเขาได้ผล สร้างรากเซียนแฝดได้จริง ๆ ด้วย!
และยังมีสิ่งอื่นที่เกินคาด นั่นก็คือคุณภาพของรากเซียน
สิบแปดดารา!
หนึ่งรากเซียนมีเก้าดารา รากเซียนคู่รวมเป็นสิบแปดดารา
ไม่รู้ว่าผลของมันจะเหมือนรากเซียนสวรรค์เดี่ยวเก้าดาราหรือไม่
หรือเพิ่มระดับขึ้นทุก ๆ หนึ่งดาราที่เพิ่มมา
เรื่องนี้ มีเพียงฝึกฝนต่อไปแล้วจึงรู้
ห่างออกไป คางของเหมียวเสียเกือบร่วงกระแทกหน้าอก ชายผู้
นี้ผ่านพิบัติได้จริงด้วย!
วรยุทธ์สุดท้ายที่เขาใช้นั่นอะไรกัน? ดูแข็งแกร่งยิ่งนัก รวบรวม
พลังทั้งกายในชั่วกาลสั้น ๆ สร้างเป็นพลังป้องกันสุดแข็งแกร่ง ยอด
ฝีมือขอบเขตมหายานทั่วไปไม่มีทางทะลวงการป้องกันนี้ของเขาได้
ทันใดนั้น เหมียวเสียก็เห็นบางสิ่ง ใบหน้าของนางแดงก ่า รีบ
เบือนหน้าหนีไปด้านข้าง
“ช่วยรีบแต่งตัวหน่อยได้หรือไม่?”
เกิดมายี่สิบเก้าปี เพิ่งเคยเห็นเรือนร่างบุรุษก็ครั้งแรกนี่แหละ
อาภรณ์บนตัวเจียงผิงอันกระจายไปเพราะทัณฑ์อัสนี เขาจึงใช้
ปราณเซียนสร้างอาภรณ์ดำขึ้นมาใหม่
“เจ้าได้สร้างรากเซียนเก้าดาราหรือไม่?”
เหมียวเสียหันมาถามอีกครั้ง
“แปดดารา”
เจียงผิงอันจงใจข้ามคำว่า ‘สิบ’ ไปหนึ่งคำ
“แปดดารา ก็ไม่เลวนะ เจ้าสนใจฝากตัวเป็นศิษย์ผู้ใดหรือไม่ ข้า
ให้พ่อข้าเป็นอาจารย์เจ้าได้นะ ปกติพ่อข้าไม่รับศิษย์หรอก”
เหมียวเสียพูดอย่างเคร่งขรึม
ผู้ที่สร้างรากเซียนระดับสวรรค์แปดดาราได้ ในสำนักเซียนอวี่ห
วงก็นับเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับสูงสุดซึ่งน้อยจนนับได้แล้ว
ผู้ฝึกตนจากภพล่างทำเช่นนี้ได้ ก็ควรค่าให้ฝึกฝน
“ขออภัยด้วยศิษย์พี่หญิง ข้ายามนี้ไร้ความคิดฝากตัวเป็นศิษย์
ผู้ใดสักระยะ แล้วก็ศิษย์พี่หญิง ขออย่ารบกวนการฝึกฝนของข้าได้
หรือไม่? ข้าอยากฝึกฝนเงียบ ๆ น่ะ” เจียงผิงอันพูดอย่างนอบน้อม
สีหน้าของเหมียวเสียนิ่งชะงัก ชายผู้นี้น่าตีเสียจริง ปากพูด
สุภาพ แต่กลับให้ความรู้สึกแสนห่างเหิน
“ให้โอกาสแล้วไม่รู้จักรักษา คนตั้งมากมายกราบกรานพ่อข้าขอ
เป็นศิษย์แต่ไร้โอกาส ไว้เจ้ารู้ว่าพ่อข้าเป็นใคร เจ้าคงมาอ้อนวอนข้า
เอง”
เหมียวเสียสะบัดขุนเขาคู่ สะบัดหน้าจากจร
คนผู้นี้คิดว่าตนมีรากเซียนสวรรค์แปดดาราแล้วจะหยิ่งผยองได้
หรือไร ไม่รู้เสียแล้วว่าในสายตานาง มันหามีค่าใดไม่
ต่อให้มี ‘รากเซียนเก้าดารา’ ก็อาจมิสามารถเป็นเซียนสวรรค์ได้
นับประสาอะไรกับรากเซียนแปดดารา
เส้นทางการฝึกฝนต้องใช้ทั้งทรัพยากร การชี้นำและโอกาส ขาด
สิ่งใดไปล้วนมิได้ หากเรียนรู้เองได้หมดทุกอย่าง จะตั้งขุมกำลังอะไร
ได้ จะเข้าร่วมสำนักที่ไหนมี
ให้โอกาสกราบอาจารย์กับเจียงผิงอันแล้วก็ไม่รู้จักรักษา ไว้ยาม
เขาจนมุมเจอทางตัน จะนึกเสียใจภายหลังแน่นอน…
เปรี้ยง!
ขณะที่เหมียวเสียเพิ่งเหินถึงตีนเขา ท้องนภาเหนือยอดเขา
เบื้องหลังนางก็ก่อทัณฑ์อัสนีขึ้นอีกครั้ง
เหมียวเสียจังงังไปทันที
“เขา… ทำอะไรของเขาเนี่ย!”
ทัณฑ์อัสนีหวนปรากฏ!
มิใช่เจียงผิงอันพ้นทัณฑ์อัสนีไปแล้วหรือ?
อย่าบอกนะว่า… นั่นอวตาร?
เหมียวเสียเดาได้ทันทีว่าเหตุใดทัณฑ์อัสนีจึงปรากฏ
อวตารของเจียงผิงอันก็รับอัสนีเช่นนี้ไหวหรือ?
เหมียวเสียอยากขึ้นไปตรวจสอบสถานการณ์จริง ๆ แต่เมื่อนึกถึง
สิ่งที่เจียงผิงอันเพิ่งพูดกับนาง สุดท้ายนางก็มิได้ขึ้นไป
เจียงผิงอันมีความลับมากมาย ให้ความสำคัญกับความเป็น
ส่วนตัวและไม่อยากให้ผู้อื่นรู้
หากเร่งรุดขึ้นไปตอนนี้ อีกฝ่ายจะไม่พอใจอย่างแน่นอน
ทัณฑ์อัสนีแดงชาดฟาดลงจากฟ้า
อวตารกลืนสวรรค์ของเจียงผิงอันยืนบนพสุธาอันผลาญไหม้
ปล่อยอัสนีปะทะสู่กาย
แม้อวตารกลืนสวรรค์จะมิได้แข็งแกร่งอย่างอวตารร่างศึก ร่างนี้ก็
มีพลังเยียวยาแข็งแกร่งและพลังกลืนกิน สามารถกลืนกินทัณฑ์อัสนี
ได้ทันที เลี่ยงความเสียหายไปได้ ทำให้ร่างนี้ทนความเสียหายได้
ดีกว่าอวตารร่างศึกหลายเท่าตัว
อัสนีหลากเข้าสู่กาย แล้วเมล็ดพันธุ์เซียนในตัวเขาก็ได้รับการ
บำรุงจากอัสนีพิเศษนี้ เรืองประกายดาราโรจน์รุ่ง
รากเซียนกลืนกินและรากเซียนอัสนีหยินงอกเงยขึ้นจากเมล็ด
พันธุ์
เจียงผิงอันตั้งใจให้ทุกร่างมีรากเซียนแฝด รวมทั้งสิ้นหกราก
เซียน!
เมื่ออัสนีลูกที่สามกระแทกลง ภายใต้ผลควบคู่ของสองโอสถ
วิญญาณสุญญะและหนึ่งโอสถเทวทัณฑ์ชุบลักษณ์ รากเซียนคู่หนึ่ง
จึงปรากฏจากเมล็ดพันธุ์เซียน
รากเซียนแฝดของอวตารกลืนกินถือกำเนิด
สิบแปดดารารายล้อม ชักจูงกฎฟ้าดิน ลึกลับอัศจรรย์สุดแสน
ขณะนี้ เขามีรากเซียนสี่รากแล้ว
ขาดก็เพียงร่างหลัก
แต่โอสถวิญญาณสุญญะมีจำนวนไม่พอ
เขาซื้อโอสถวิญญาณสุญญะมาเพียงห้าเม็ด ทะลวงขอบเขต
ต้องใช้ครั้งละสองเม็ด ยังขาดไปหนึ่ง
ไว้เขาค่อยไปซื้อโอสถวิญญาณสุญญะเพิ่มภายหลัง ยามนี้เขา
ขอเสถียรขอบเขตก่อน
จากการแบ่งขอบเขตที่ภพแร้นแค้น บัดนี้เขาเข้าสู่ขอบเขต
มหายานแล้ว
ในภพเซียน มันถูกเรียกว่าระดับเขตแดน
ในขอบเขตนี้ เขาสามารถเริ่มทำความเข้าใจกฎเขตแดน ยาม
ต่อสู้จึงแผลงฤทธิ์เขตแดนได้
ยามอยู่ในขอบเขตของตัวเอง เขาจะสามารถเคลื่อนย้ายและ
ควบคุมกฎของเขตแดน ทวีพลังต่อสู้ของตนได้หลายเท่าตัว หยุด
การโจมตีของศัตรูและเพิ่มความเร็วการฟื้นตัวได้
ต่างเขตแดนต่างผลกระทบ ขึ้นกับว่าใช้งานเช่นไร เขตแดนใน
กฎเกณฑ์เดียวกันอาจส่งผลต่างกันได้
ผู้ฝึกตนทั่วไปมีเพียงหนึ่งเขตแดน ขณะที่ผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่ง
สามารถสร้างอวตารได้สองร่าง บรรลุได้สูงสุดสามเขตแดน
หากมีมากกว่านี้ จะถูกจำกัดโดยกฎฟ้าดิน
เจียงผิงอันเป็นบุคคลแตกต่างจากผู้อื่นโดยแท้จริง หากเขาสร้าง
เขตแดนได้ครบถ้วน ก็จะสร้างได้หกแบบ!
แม้ยิ่งมีเขตแดนมาก พลังต่อสู้ก็แข็งแกร่งตาม แต่ปกติแล้วจะไม่
มีใครบรรลุเขตแดนมากเกินไปเว้นจะมีทรัพยากรเพียงพอ
ยิ่งบรรลุอำนาจเขตแดนมาก ยิ่งต้องใช้ทรัพยากรมากตาม
‘เขตแดนควบแน่น’ สักชิ้นราคาแพงกว่ากฎเคล็ดพลังร้อยเท่า
ราคาสูงกว่ากฎเกณฑ์ทั่วไปเป็นพัน ๆ เท่า
การจะทำความเข้าใจขอบเขตให้สมบูรณ์ ก็ต้องใช้ ‘เขตแดน
ควบแน่น’ จำนวนมาก กระทั่งในภพเซียนยังมิใช่ทุกผู้จะซื้อได้ง่าย ๆ
ดังนั้น การทำความเข้าใจและพัฒนาหลายเขตแดนจึงช้าอย่าง
ยิ่ง สู้ตั้งใจฝึกฝนเขตแดนเดียวยังดีกว่า
แน่นอน นี่ว่าด้วยผู้ฝึกตนไร้ทรัพยากร สำหรับผู้ฝึกตนที่มี
ทรัพยากร ยิ่งมากยิ่งดีแน่อยู่แล้ว
หลังจากสร้างรากเซียน ก็เป็นขั้นตอนการทำความเข้าใจ
กฎเกณฑ์ ยิ่งบรรลุแจ้งกฎเกณฑ์มาก รากเซียนยิ่งเติบโตใหญ่ขึ้น
ยามเติบโตเป็นต้นพฤกษ์ ก่อเกิดเป็นผลชีวิต เมื่อกินผลชีวิตนั้น
เข้าไป ก็จะบรรลุสู่ขอบเขตพ้นพิบัติ บรรลุแจ้งมหาเต๋า
ขอบเขตพินพิบัตินี้ อันที่จริงถือเป็นขอบเขตอย่างแท้จริงมิได้
มันก็แค่ระยะแปรเปลี่ยนสู่เซียนมนุษย์เท่านั้น
หากผู้ฝึกตนขอบเขตมหายานได้กลืนผลชีวิต ก็สามารถข้าม
พิบัติกลายเป็นเซียนมนุษย์ได้เลยทันที
หากมิอาจผ่านพิบัติแต่รอดมาได้ ขอบเขตนี้จึงเรียกว่าขอบเขต
พ้นพิบัติ
สรุปตรง ๆ ก็คือ ขอบเขตพ้นพิบัติก็คือผู้ฝึกตนขอบเขตมหายาน
ที่ยังมิได้เรียกพิบัติมา และผู้มิอาจผ่านพิบัติเป็นเซียนได้
ยอดฝีมือระดับเขตแดนซึ่งเพิ่งงอกรากเซียนอยู่ในขั้นต้นของ
ระดับเขตแดน เมื่อรากเซียนเติบโตเป็นพฤกษาอย่างสมบูรณ์จะเป็น
ขั้นกลาง และเมื่อผลชีวิตเติบโตจนสุกงอมก็จะเป็นขั้นปลายระดับเขต
แดน
เจียงผิงอันเริ่มเสถียรรากฐาน ตรวจสอบพลังกฎเขตแดนของ
เขาเช่นกัน
ที่ตีนเขา เหมียวเสียเทสุราหนึ่งอึกใหญ่เข้าปาก จ้องมองไปที่
ยอดเขา
“เจียงผิงอันผู้นี้ความลับเยอะจริง ๆ สองร่างล้วนผ่านทัณฑ์อัสนี
ของโอสถเทวทัณฑ์ชุบลักษณ์มาได้ ผิดปกติและควรค่าให้ฝึกฝน
เป็นอย่างยิ่ง…”
นางพลันนึกอะไรได้ ก่อนจะขยำน ้าเต้าสุราในมืออย่างแรง “เจ้า
ผู้ชายสมควรตายนี่ กล้าปฏิบัติกับศิษย์พี่หญิงผู้นี้เช่นนี้ เอิ๊ก~ ศิษย์พี่
หญิงผู้นี้ต้องกำราบเจ้าให้ได้ เอิ๊ก~”