สู่วิถีอมตะ - บทที่ 629 รากเซียนของเจียงผิงอัน
หลังกลืนโอสถลงไป เมล็ดพันธุ์เซียนซึ่งเชื่อมตรงสู่รากฐานชีวิต
พลันเปล่งแสงสีขาวเรืองรอง เจียงผิงอันราวเปลี่ยนสู่ดวงตะวัน เจิด
จรัสสาดแสงในโลกหล้า
เจียงผิงอันควบแน่นเคล็ดพลังจำนงสัประยุทธ์เข้ากับเมล็ดพันธุ์
เซียน
ภายหน้าเขาจะสร้างเขตแดนใดได้ ขึ้นกับเขาสร้างรากเซียน
อะไรขึ้นในขณะนี้
เมื่อสูบฉีดเคล็ดพลังจำนงสัประยุทธ์เข้าไป รอยร้าวก็ปรากฏบน
เมล็ดพันธุ์เซียน เงาสีเขียวมรกตโผล่รำไร อำนาจกฎเต๋าสวรรค์โรย
ตัวลง
ขณะนี้เองที่เจียงผิงอันเร่งพลังแห่งกาลเวลา ย้อนเวลาอย่างเต็ม
สามารถ!
แน่นอน เขามิได้จะย้อนเวลาโลกทั้งใบ เขาหาสามารถพอไม่ จึง
ทำได้เพียงย้อนเวลาตัวเขาเอง
รากเซียนรากแรกเติบโตต่อไป ขณะที่เมล็ดพันธุ์เซียนในอีก
ช่วงเวลาของเขาปรากฏในกาย แล้วจึงส่งเคล็ดพลังทำลายล้างเข้าไป
ในเมล็ดพันธุ์เซียน
แกร๊ก…
ต้นกล้าเขียวมรกตสองยอดแทงออกจากเมล็ดพันธุ์เซียน ก่อเกิด
ขึ้นมาในเวลาเดียวกันเช่นนี้
เมล็ดพันธุ์เซียนจากสองช่วงเวลางอกออกรับกฎฟ้าดินพร้อมกัน
ปรากฏจากเมล็ดพันธุ์เซียนเมล็ดเดียวกัน
แต่นี่ยังมิใช่จุดจบ เจียงผิงอันใช้พลังกาลเวลาอย่างเต็มที่ ทำให้
รากเซียนทั้งสองเติบโตในต่างมิติเวลา มีแต่ต้องทำเช่นนี้ กฎฟ้าดิน
จึงไม่พบเบาะแสเคลือบแคลง!
เพียงไม่กี่อึดใจ อำนาจกาลเวลาของเจียงผิงอันก็ถูกใช้งานถึง
ขีดสุด
แต่เขาก็ยังไม่หยุด ดึงพลังชีวิตของตนเข้าเสริมทันที
ต่อให้ต้องจ่ายด้วยอายุขัยเป็นร้อย ๆ หรือพัน ๆ ปี ขอเพียงสร้าง
รากเซียนแฝดขึ้นได้ก็คุ้มค่า
โอสถวิญญาณสุญญะในตัวเขาถูกสูบฤทธิ์อย่างบ้าคลั่ง แต่มิ
อาจเสริมกฎเกณฑ์ให้เมล็ดพันธุ์เซียนทั้งสองได้
เจียงผิงอันจึงกลืนโอสถวิญญาณสุญญะไปอีกเม็ด
กล้าน้อยสองต้นงอกออกจากเมล็ดพันธุ์เซียนในกาย เอนไหว
แผ่วเบา โอบล้อมด้วยกฎจำนงสัประยุทธ์และกฎทำลายล้าง
ขณะเดียวกัน เมฆาดำทะมึนก่อตัวเหนือฟ้า ประหนึ่งมหามาร
เขมือบสรวง กลืนกินแสงสว่างไป
เจียงผิงอันเงยหน้ามองฟ้า สีหน้าเคร่งเครียดนิ่งตึง
มาแล้ว
ช่วงเวลาอันตรายที่สุดมาถึงแล้ว
ขณะเดียวกัน เหมียวเสียเดินลงเขาพลางบ่นอุบ
“ข้าไม่เคยพบชายใดตัวเหม็นเท่าเขามาก่อนเลย หวังหยางบ้า
กล้ามยังดีเสียกว่า…”
เปรี้ยง!
ขณะที่เหมียวเสียก่นด่าเจียงผิงอันอยู่นั้น อัสนีก็เลื่อนลั่นเหนือ
ฟ้า ทำเอาเหมียวเสียสะดุ้งจนเนินอกกระเด้งกระดอน หันขวับกลับมา
ทันที
แล้วนางก็พบว่ายอดเขาทั้งยอดถูกปกคลุมด้วยเมฆดำ อัสนีสี
ชาดแล่นแปลบปลาบในม่านเมฆาครึ้มสีปีกกา สายลมกระพือพัดเร่ง
เร็ว ชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกร้อนรนในใจ
เหมียวเสียตะลึงค้าง
เกิดอะไรขึ้น? นี่มันเรื่องอะไรกัน? ใครเผชิญทัณฑ์ข้ามพิบัติอยู่
บนเขา?
เจียงผิงอัน?
เป็นไปไม่ได้ ขอบเขตเขายังไม่ถึงเวลาผ่านพิบัติ
แต่เขาทั้งลูกก็มีเพียงเขา หากมิใช่เขาแล้วจะเป็นใคร?
“อัสนีสีแดง…”
เหมียวเสียผู้อ่านหนังสือมาสารพัดเล่มพลันนึกอะไรได้ ใบหน้า
งดงามของนางเปี่ยมความสะพรึงกลัว
อัสนีสีแดงมีน้อยชนิดในหล้า ขณะนี้เจียงผิงอันก็กำลังก่อราก
เซียน อัสนีแดงนี้จึงมีเพียงเหตุผลเดียวที่ปรากฏได้
“โอสถเทวทัณฑ์ชุบลักษณ์!”
“เด็กนั่นบ้าไปแล้วหรือ! แบบนี้ได้ตายแน่ ๆ เชียว!”
เหมียวเสียหน้าเสีย เดาได้แล้วว่าเหตุใดเจียงผิงอันจึงเรียกทัณฑ์
อัสนีนี้มาได้
นางรู้จักโอสถเทวทัณฑ์ชุบลักษณ์ดีอย่างยิ่ง มีผู้ตกตายเพราะ
โอสถนี้เกินนับถ้วนแต่โบราณแล้ว
นางรู้สึกเหมือนนางทำร้ายเจียงผิงอันชอบกล อีกฝ่ายเพิ่งมาถึง
ภพเบื้องบน หากมิใช่เพราะม้วนหยกของนาง อีกฝ่ายคงไม่รู้ว่าโอสถ
เทวทัณฑ์ชุบลักษณ์คืออะไร
นี่คือทัณฑ์อัสนีที่ฆ่าได้กระทั่งยอดฝีมือระดับเขตแดน ด้วยระดับ
ขอบเขตของเจียงผิงอัน การขัดขืนนั้นยากยิ่ง มีเพียงอัจฉริยะไร้
เทียมทานทั้งหลายซึ่งมีอำนาจร้ายกาจเท่านั้นจะทนไหว
เปรี้ยง!
ทัณฑ์อัสนีสีแดงสายหนึ่งฟาดลงจากฟ้า ย้อมทั่วฟ้าดินแดงฉาน
ให้ความรู้สึกชวนขนลุกขนพอง
ศิษย์สำนักนอกทั้งปวงล้วนรับรู้ถึงคลื่นพลังชวนสั่นประสาทนี้
“เกิดอะไรขึ้น? ปราณอะไรน่ากลัวเพียงนี้กัน?”
“ทัณฑ์อัสนี!”
“มันมาจากยอดเขาของผู้อาวุโสเหมียว น่าจะเกิดเพราะผู้อาวุโส
เหมียวหลอมโอสถไม่ก็ตีอาวุธกระมัง”
เมื่อรู้ว่าทัณฑ์อัสนีนี้เกิดที่ยอดเขาของเหมียวจิ่ง ปวงชนก็เลิก
สนใจ ถึงอย่างไรนั่นก็เป็นเซียน จะสร้างเหตุการณ์สะท้านสะเทือน
ใหญ่โตเพียงนี้ก็เรื่องธรรมดา
อัสนีสีแดงอันน่าสะพรึงกลัวฟาดลงใส่ร่างของเจียงผิงอันจนไหม้
ดำ ทรุดลงกับพื้นทันที
แม้จะมีร่างกายแข็งแกร่ง เขาก็ยังเกินทานทนการโจมตีเช่นนี้อยู่
เล็กน้อย
ทัณฑ์อัสนีมีทั้งสิ้นสามระลอก และระลอกแรกก็ง่ายที่สุดด้วย
หากคิดพัฒนาระดับรากเซียน ก็ต้องปล่อยอัสนีปะทะกาย มิอาจ
หลบเลี่ยงหรือสกัดมัน
อัสนีสีแดงแทรกสู่ในกายเจียงผิงอัน กระแทกใส่เมล็ดพันธุ์เซียน
ซึ่งกำลังงอกเงย แล้วแสงดาวริบหรี่ก็ปรากฏขึ้นเลือนรางรายล้อม
เมล็ดพันธุ์เซียน
เหตุที่รากเซียนถูกแบ่งระดับด้วยดารานั้นเป็นเพราะยามราก
เซียนก่อเกิด จะมีแสงดาวปรากฏรายล้อม
แสงดาวเหล่านี้สอดประสานรับกับรากเซียน สื่อสารกับกฎฟ้าดิน
ยิ่งมีแสงดาวมาก รากเซียนยิ่งผสานกับกฎเกณฑ์มาก ความเร็วใน
การทำความเข้าใจยิ่งสูง
อัสนีสีแดงลูกที่สองฟาดเปรี้ยงจากฟ้า เห็นได้ชัดว่าแข็งแกร่ง
กว่าลูกแรกหลายเท่าตัว คลับคล้ายจะบดขยี้ได้ทุกสิ่ง
เจียงผิงอันใช้ ‘วิชาเทียมเทพสงคราม’ ขั้นห้าอย่างเต็มกำลัง เพิ่ม
พลังป้องกันของเขาหกเท่าตัว
เปรี้ยง!
อัสนีฟาดลงใส่ร่างเจียงผิงอันอีกครั้ง กระดูกของเขาแตกร้าว
อวัยวะภายในฉีกขาด ปากกระอักเลือด ล้มลงปางตายบนพื้น
นี่ดูจะเป็นขีดจำกัดที่เขาในขอบเขตนี้จะทนรับไหว
แต่เมื่อเทียบกับโลกภายนอก ในตัวเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
อย่างสะท้านสะเทือนโลกา แสงดาวรายล้อมรากเซียนทวีความเจิด
จรัสทอประกาย กฎเกณฑ์ยิ่งโคจรชัดเจน
“เจ้าไม่ไหวหรอก การโจมตีสุดท้ายน่ากลัวที่สุด เจ้ารับตรง ๆ
มิได้ ข้าจะช่วยเจ้า”
เหมียวเสียซึ่งยืนห่างออกไปเอ่ยปาก
แม้การให้ผู้อื่นช่วยเหลือจะทำให้ความพยายามก่อนหน้าสูญ
เปล่า ก็ยังดีกว่าตาย
เจียงผิงอันไม่พูด เขายันแขนไหม้เกรียมค่อย ๆ ลุกขึ้น คู่เนตร
ลึกล ้ามองตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า
เห็นเช่นนี้ เหมียวเสียก็ตะโกนขึ้น “เจ้าอยากตายจริง ๆ หรือ!
ตายไปก็ไม่มีอะไรเหลือเลยนะ! ทำเช่นนี้โง่เง่าสิ้นดี!”
“เจ้าน่ารำคาญนัก”
ริมฝีปากแตกแห้งโชกเลือดของเจียงผิงอันขยับเอ่ยช้า ๆ ด้วย
น ้าเสียงไร้อารมณ์
“เจ้า…”
เปรี้ยง!
ขณะที่เหมียวเสียกำลังจะพูดอะไร อัสนีแดงอันน่าสะพรึงกลัว
ที่สุดก็มาถึง
เจียงผิงอันรวบรวมพลังทั้งหมด และยังใช้วิชาเทียมเทพสงคราม
วิชาเทียมเทพสงครามลือนามในฐานะ ‘วิชาโจมตีอันดับหนึ่งใน
หล้า’ ของภพแร้นแค้น ย่อมมิเพิ่มเพียงพลังต่อสู้เพียงอย่างเดียว
เมื่อบรรลุขั้นห้า ก็เริ่มต้องทำความเข้าใจต่อเคล็ดพลัง ห้าขั้นต่อ
จากนี้ แต่ละขั้นล้วนมีอำนาจส่งเสริมจากวิชาลับพิเศษ
เพราะวิชาลับพิเศษนี้เอง เขาจึงอยู่รอดได้ครั้งแล้วครั้งเล่าจาก
การต่อสู้ในทะเลเซียนมาร
ปราณเซียนในกายเขาแผดผลาญ แสงทองเรืองรุ่งระเบิดจากร่าง
เจียงผิงอัน ตัวเขาเรืองรองรัศมีเจิดจ้าประหนึ่งเทวา
วิชาลับพิเศษของวิชาเทียมเทพสงครามขั้นห้า ร่างวิญญาณเท
วา
ผลาญพลังทั้งกายแลกกับพลังป้องกันเบ็ดเสร็จ
แม้เขาจะทนได้เพียงสิบอึดใจ แต่สิบอึดใจนี้ก็คือชั่วกาลอมตะ
หากการโจมตีมิรุนแรงสุดขั้วเหลือรับ ก็มิอาจทะลวงการป้องกันของ
เขาได้เลย
เหตุที่เขามิใช้อัสนีหยินตั้งรับก็เพราะ เกราะอัสนีหยินจะสกัดกั้น
ทัณฑ์อัสนีจากร่างของเขา
เขาต้องให้อัสนีนี้ฟาดโดนตัว มีเพียงการทำเช่นนี้ อัสนีจึงจะได้
ชอนไชเข้าไปพัฒนารากเซียนในกาย
อัสนีสีแดงอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมอาณาเขตหนึ่งลี้กระแทกตัว
พฤกษามวลผการอบข้างสลายสิ้นในพริบตา
ภายใต้อัสนีอันชวนผวา เจียงผิงอันเรืองรองรัศมีสีทองเยี่ยงเทวา
เหมียวเสียตะลึงนิ่ง
นี่คือวรยุทธ์เซียนแน่แล้ว!
เมื่ออัสนีแดงกำซาบ รากเซียนทั้งสองในตัวเจียงผิงอันก็ส่ายไหว
รุนแรง
แสงดาวเรืองรองปรากฏรายล้อมรากเซียน
หนึ่งดารา สองดารา… เก้าดารา!
รากเซียนสวรรค์สมบูรณ์แบบ เก้าดารา!
ทว่า นี่เป็นเพียงแสงดาวของหนึ่งรากเซียน
สองรากเซียน แต่ละรากล้วนเก้าดารา เมื่อผนวกทั้งคู่แล้วรวม
ทั้งสิ้นสิบแปดดารา!