สู่วิถีอมตะ - บทที่ 644 สิบสองกระบวนพลองมังกรทะยาน
ต่อหน้าการลอบโจมตีนี้ สีหน้าเจียงผิงอันหาสะทกสะท้านหรือ
ประหลาดใจไม่
คนในภพเซียนเหล่านี้มากพรสวรรค์ แต่ผู้ฝึกตนระดับนี้ยังเยาว์
เกินไป คิดว่าพูดสองสามคำก็หลอกคู่ต่อสู้ให้เชื่อได้
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานผู้นี้ควบคุมเขตแดนพสุธา ขณะลอบ
โจมตีก็ควบคุมพื้นใต้เท้าเจียงผิงอันไปด้วย
เจียงผิงอันระวังไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาทะยานสูงพ้นพื้นดินไปทันที
“เหินขึ้นฟ้าก็ไร้ประโยชน์!”
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานเร่งเขตแดนปฐพี พื้นดินพลันม้วนตัว
ขึ้นปกคลุมทั่วทั้งพื้นที่ คลุมตัวเจียงผิงอันไว้เป็นก้อนพสุธา
“จบแล้วล่ะ”
มุมปากชายสวมหมวกไม้ไผ่สานยกยิ้ม นี่คือ ‘กัมปนาท’ วรยุทธ์
เซียนที่เขาเรียนมา แม้ขอบเขตของเขาจะมิอาจแผลงฤทธิ์แท้จริงของ
วิชานี้ได้ แต่ก็เพียงพอรับมือผู้ฝึกตนที่เพิ่งเข้าสู่ระดับเขตแดนได้
เหลือเฟือ
“ระเบิด!”
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานตวาดเบา ๆ แล้วก้อนปฐพีอันบรรจุ
อำนาจเขตแดนก็ระเบิดเปรี้ยง อำนาจชวนสะพรึงกระจายตัวหลายสิบ
ลี้ ถอนรากพฤกษาด้วยแรงลมพัดกระแทก
ขณะที่ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานคิดว่าเจียงผิงอันถูกระเบิดไปแล้ว
นั้นเอง เขาก็ต้องผงะเมื่อพบว่าร่างของอีกฝ่ายมิได้ระเบิด แต่ถูก
ห่อหุ้มด้วยก้อนกลมสีดำ ขวางแรงระเบิดไว้
อัสนีสีดำแล่นพล่านไปรอบ ๆ ก้อนกลมสีดำนั้น
“อัสนีดำ?”
ตั้งแต่เกิดมา ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานเพิ่งเคยได้เห็นอัสนีดำเป็น
ครั้งแรก
คนผู้นี้เป็นผู้ฝึกตนธาตุสายฟ้าหรือ?
ผู้อาวุโสทั้งหลายที่เข้าร่วมการเดิมพันให้ความสนใจเจียงผิงอัน
มาแต่แรก และหลังเห็นเช่นนี้ พวกเขาก็ประหลาดใจเล็กน้อย
อัสนีหยิน?
พลังนี้หายากยิ่ง
แต่แค่นี้ลำพังมิอาจเอาชนะผู้ฝึกตนฝ่ายตรงข้ามได้หรอก ความ
ต่างชั้นระหว่างทั้งคู่กว้างไกลยิ่ง
เมื่อเห็นการโจมตีนี้ใช้ไม่ได้ผล ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานก็ใช้วร
ยุทธ์เซียน ‘กัมปนาท’ อีกครั้ง ฝุ่นทรายมากมายคลุ้งปกคลุมเจียงผิง
อัน ขวางเขาไว้อีกหน
แม้ก้อนกลมสีดำนั้นจะมีพลังป้องกันแข็งแกร่ง แต่ก็ยังมีขีดจำกัด
ของมัน ต้องใช้พลังในการคงสภาพ
คนผู้นี้ยังไม่บรรลุเขตแดน หมายความว่ารากเซียนของเขายังไม่
โต ขนาดของรากเซียนจะส่งผลต่อปริมาณปราณเซียนที่กักเก็บได้
หมายความว่าการเก็บปราณของคนผู้นี้ไม่มากนัก ครั้งนี้จะถูกระเบิด
ได้แน่นอน
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นแดนดิน ก้อนพสุธาระเบิดตัว ส่งแรงระเบิด
ปกคลุมรัศมีหลายร้อยลี้ทันใด บรรพตนับหมื่น ๆ ลูกราบเป็นหน้า
กลอง เป็นภาพอันน่าตกใจยิ่ง
ฝุ่นควันตลบทั่วสุญตา เศษหินกระเด็นกระจายเยี่ยงภาพเหตุ
วิปโยค
“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นผู้ฝึกตนเช่นไร ในเมื่อยังไม่บรรลุอำนาจเขต
แดน ก็แข็งแกร่งไม่เท่าข้าหรอก!”
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานใช้อำนาจสุดกำลังในครั้งนี้ เปลือง
ปราณเซียนไปเกินครึ่งหนึ่ง ความเสียหายที่ก่อก็ชัดเจนเช่นกัน
ทันใดนั้น ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานก็สังเกตเห็นบางสิ่ง สีหน้า
ของเขาแปรเปลี่ยนสุดเหลือเชื่อ
ก้อนกลมสีดำยังอยู่!
“เป็นไปไม่ได้! ทำไมมันไม่ระเบิด!”
คนผู้นี้มิได้บรรลุเขตแดนแท้ ๆ เหตุใดจึงรับการโจมตีจากวรยุทธ์
เซียนไหว?
ต่อให้คนผู้นี้ใช้วิชาเซียน ก็ไม่มีทางรับการโจมตีของเขาได้
กฎเกณฑ์นั้นต่างชั้นกันอยู่
“มันระเบิด แค่ว่ามันระเบิดไปเพียงแปดชั้น ข้าสร้างแนวป้องกัน
ไว้สิบชั้น”
ก้อนกลมสีดำเปิดออก เจียงผิงอันปรากฏตัวในสภาพไร้รอยขีด
ข่วน
แม้ระดับกฎเกณฑ์ของเขาจะไม่สูงเท่าอีกฝ่าย แต่เขาก็มีปราณ
เซียนมากมาย
หากการป้องกันชั้นเดียวไม่พอ ก็สิบชั้นไปเลย ปราณเซียนของ
เขามีพออยู่แล้ว
อัสนีหยินแปรเปลี่ยนเป็นพลองสีดำสนิท ก่อตัวในมือเจียงผิงอัน
เมื่อไม่นานมานี้ เขาได้เห็นวรยุทธ์พลองมามากมาย และต้องใช้
การต่อสู้จริงเพื่อให้บรรลุอย่างแท้จริง
เจียงผิงอันใช้พลองอันสร้างจากอัสนีหยินเข้าจู่โจมทันที
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานซึ่งยังตกใจไม่หายพลันแสยะยิ้มยาม
เห็นเจียงผิงอันโจมตีเข้ามา
คนผู้นี้มิใช้ประโยชน์จากพลังป้องกันแข็งแกร่งของตนซ่อนตัว
ในก้อนกลมสีดำ แต่กล้าโจมตีเข้ามา มิใช่รนหาที่ตายอยู่หรือ?
หากคนผู้นี้ซ่อนตัว เขาก็จนปัญญาจะลงมือ แต่ในเมื่ออีกฝ่าย
เปิดฉากโจมตี ก็เท่ากับมอบโอกาสชนะแก่เขา
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานเงื้อกระบี่เข้ารับทันที กระบี่กวัดไกวผ่าน
ม่านฝุ่นด้วยความว่องไวสุดขั้ว
เจียงผิงอันเหวี่ยงพลองฟาดเข้ามา
เคร้ง!
ยามศาสตราของสองฝ่ายปะทะถึงกัน กระบี่ก็สั่นไหวส่งประกาย
ไฟไปทั่วทิศ
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานรู้สึกราวถูกทุ่มภูเขาใส่ มือของเขาที่ถือ
กระบี่สั่นสะท้าน
“วิชาเซียนสายกำลัง!”
เพียงหนึ่งการโจมตี ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานก็ตระหนักว่าเจียง
ผิงอันใช้วรยุทธ์เซียนอยู่ พลังรุนแรงเช่นนี้ ต้องเป็นวรยุทธ์เซียนแน่ ๆ
นี่ขนาดเขามีเขตแดนพสุธา พละกำลังมิใช่ย่อย หากเปลี่ยนเป็น
ผู้อื่น กระบี่คงหลุดมือไปแล้ว
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานยังคิดเหวี่ยงกระบี่อีกครั้ง แต่ก็พบว่า
แขนของตนชาดิกจากแรงกระแทก มิอาจแผลงความไวได้เท่าการ
เหวี่ยงพลองของอีกฝ่าย
เมื่อเห็นพลองฟาดลงมา เขาก็ลนลานปัดป้อง
เคร้ง!
พลองปะทะเข้ากับกระบี่อีกครั้ง ฝุ่นทรายรอบทิศถูกปัดเป่า
กระจายตัว เผยร่างของคนทั้งสองออกมา
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานรู้สึกว่าพลองรอบนี้รุนแรงกว่าหนก่อน!
อึดใจต่อมา อีกพลองซึ่งแข็งแกร่งและรวดเร็วกว่าก็ฟาดลงมา
เปรี้ยง! ตู้ม! ตู้ม!
เจียงผิงอันเป็นประหนึ่งเทพมาร เหวี่ยงสะบัดพลองอย่างบ้าคลั่ง
พลองหลังล้วนแข็งแกร่งกว่าพลองก่อน แต่ละการฟาดโบยสะเทือน
สวรรค์สนั่นโลกาเสียจนชายสวมหมวกไม้ไผ่สานมิอาจตอบโต้
หมวกไม้ไผ่สานบนศีรษะเขาถูกหอบกระเด็นไป
วรยุทธ์เซียน ‘สิบสองกระบวนพลองมังกรทะยาน’ เป็นวิชาซึ่ง
เซียนมนุษย์คนหนึ่งผู้บรรลุเต๋าด้วยพละกำลังสร้างขึ้น
ประกอบด้วยทั้งสิ้นสิบสองกระบวนท่า รวมเป็นสิบสองกระบวน
พลอง ทุกครั้งที่เหวี่ยงโบยลงหนึ่งพลอง อำนาจก็จะสั่งสมทบทวี
พลังเช่นนี้ถาโถมเช่นเกลียวคลื่น ทับถมต่อเนื่องใส่คู่ต่อสู้
ยิ่งผู้ใช้มีพละกำลังแข็งแกร่ง พลองนี้ยิ่งทวีอำนาจทำลายล้าง ไร้
ซึ่งขีดจำกัดสูงสุด
เนื่องจากเวลาที่ได้วรยุทธ์นี้มาสั้นเกินไป เจียงผิงอันจึงบรรลุ
เพียงสามกระบวน แต่ด้วยกฎทำลายล้างและวิชาเทียมเทพสงคราม
หนุนเสริม แต่ละกระบวนพลองจึงแผลงฤทธิ์ทำลายล้างมหาศาลยิ่ง
“กฎทำลายล้าง! กฎจำนงสัประยุทธ์!”
ชายสวมหมวกไม้ไผ่สานถอยกรูดต่อเนื่อง ดวงตาเบิกกว้างจ้อง
มองคลื่นพลังกฎเกณฑ์จากตัวเจียงผิงอัน คนผู้นี้บรรลุกฎเกณฑ์น่า
สะพรึงยิ่งนัก
หากถูกกฎทำลายล้างฆ่าไป ก็เท่ากับตายจริง ๆ!
เมื่อผู้อาวุโสทั้งหลายบนอัฒจันทร์เห็นเจียงผิงอันใช้กฎทำลาย
ล้างและกฎจำนงสัประยุทธ์ออกมา สีหน้าของพวกเขาก็แปรเปลี่ยนสู่
เคร่งขรึมจริงจัง หันศีรษะมามองเหมียวเสียและเหมียวจิ่ง
“เด็กนี่ก็มีร่างศึกหรือ?”
เหตุที่ใช้คำว่า ‘ก็’ เป็นเพราะเหมียวเสียก็มีร่างศึกเช่นกัน
“เขามีรากเซียนกี่ดารา?” ผู้อาวุโสคนหนึ่งถามขึ้นอย่างคาดหวัง
“หกดารา”
เหมียวเสียโกหก เจียงผิงอันบอกนางว่าแปดดารา ขณะที่นาง
แอบหักไปสองดารา
“ปรากฏว่าเป็นหกดารา!”
ผู้อาวุโสทั้งหลายประหลาดใจยิ่ง ผู้ฝึกตนจากภพล่างทั่วไปมีราก
เซียนสี่ห้าดาวได้ก็ยอดเยี่ยมแล้ว
หกดารา ขีดจำกัดของรากเซียนระดับเซียนปฐพี
มิน่าเล่าเหมียวจิ่งจึงอยากรับศิษย์
มีรากเซียนหกดารา ซ ้ายังบรรลุกฎทำลายล้างอันเข้าใจยากเย็น
เขาเป็นศิษย์ชั้นยอดโดยแท้
เหมียวเสียยกน ้าเต้าสุราขึ้นบดบังรอยยิ้มชั่วร้าย
ข้าบอกได้ไหมเล่าว่าเขามีรากเซียนแปดดารา? หากพูดออกไป
ตรง ๆ พวกเจ้าคนเฒ่าทั้งหลายได้สู้ตายแย่งคนกันแน่แล้ว
นอกจากนั้น นี่เป็นเพียงร่างเดียวของเจียงผิงอัน ชายผู้นี้ยังซ่อน
อวตารไว้อีกร่างหนึ่ง
ใกล้กันนั้น สีหน้าของชิวซื่อผิงยิ่งย ่าแย่
เจียงผิงอันสมควรตายนี่ถึงกับมีร่างศึก แถมยังมีพรสวรรค์หก
ดารา แข็งแกร่งกว่าพรสวรรค์ของเขาเองอีก
ยิ่งเจียงผิงอันเผยความแข็งแกร่ง ชิวซื่อผิงยิ่งอยากฆ่าเขา
ผู้อาวุโสหญิงมองเจียงผิงอันขณะต่อสู้พลางเอ่ยปาก “พลังต่อสู้
ของเขาดีก็จริง แต่ระดับกฎเกณฑ์ยังต ่าเกินไป เขายังไม่บรรลุเขต
แดน การประเมินศิษย์ใหม่ครั้งนี้คงแสดงผลงานเลิศล ้ามากมิได้”
นางเกือบพูดออกมาตรง ๆ แล้วว่าเจียงผิงอันจะตกรอบไปก่อน
ผู้อาวุโสคนหนึ่งถัดออกไปเอ่ยขึ้นยิ้ม ๆ “เสี่ยวเสีย เตรียมยอด
สมบัติให้เราล่วงหน้าได้เลย”
พวกเขาเดิมพันว่าเจียงผิงอันจะเป็นอันดับหนึ่งได้หรือไม่ แต่พลัง
ต่อสู้ของเจียงผิงอันชนะอันดับหนึ่งไม่ได้แน่นอน แค่ติดร้อยอันดับ
แรกยังยากเลย