สู่วิถีอมตะ - บทที่ 646 เจ้าเอาอันดับหนึ่งมาได้หรือไม่?
เมื่อเหมียวเสียไล่ฟาดเหมียวจิ่งออกไป ในห้องก็เหลือเพียงเจียง
ผิงอันและเหมียวเสีย
เหมียวเสียยกมือกอดอก ปรายตาอันเย้ายวนมามองเจียงผิงอัน
“อย่าไปฟังคำเพ้อเจ้อของตาเฒ่านั่นนะ ข้ามิได้คิดกับเจ้าเช่นนั้น
อย่าเข้าใจผิดเชียว”
“เข้าใจแล้ว”
ดวงตาของเจียงผิงอันไร้ความหวั่นไหวใด ๆ
เมื่อเห็นเจียงผิงอันเฉยชาเพียงนี้ เหมียวเสียก็ประหลาดใจ
ยามศิษย์ชายผู้อื่นเห็นนาง หากไม่ตะลึงก็เผยความหื่นกระหาย
คนผู้นี้เฉยชาสุขุม เหมือนหวังหยางผู้นั้นไม่มีผิด
หวังหยางฝึกฝนผดุงชีพพิทักษ์ธรรม ความคิดของเขาต้องเที่ยง
ธรรมเสมอ แต่เกิดอะไรขึ้นกับเจ้านี่กัน?
“เจ้าคงมิใช่สัตว์ประหลาดเฒ่าที่ฝึกฝนมาเป็นหมื่น ๆ ปีแล้ว
หรอกกระมัง?”
มีเพียงผู้เฒ่าเหล่านั้นที่จะคงความเยือกเย็นไว้ได้ยามเผชิญสตรี
เช่นนาง ได้ยินมาว่าผู้ฝึกตนจากภพล่างล้วนถูกกฎฟ้าดินจำกัดไว้
การเคลื่อนขอบเขตของพวกเขาช้าอย่างยิ่ง เหมียวเสียจึงเดาไว้ว่า
เจียงผิงอันต้องอายุมากยิ่ง
“เรียนศิษย์พี่หญิง ข้าอายุสองร้อยกว่าปี”
เจียงผิงอันตอบกลับ
“อายุน้อยจัง!”
คำตอบนี้ทำให้เหมียวเสียประหลาดใจเล็กน้อย
มาถึงขอบเขตเช่นนี้ได้ในอายุเท่านี้ได้ในภพล่าง เจียงผิงอัน
ตรงหน้านางโดดเด่นล ้าเลิศจริงแท้
เหมียวเสียยกน ้าเต้าสุราขึ้นกรอกเข้าปากอีกอึก เรอออกมา
อย่างไม่สนภาพลักษณ์ แล้วจึงถาม “การประลองนี้ เจ้าเอาอันดับ
หนึ่งมาได้หรือไม่?”
“เรียนศิษย์พี่หญิง ศิษย์น้องเป็นผู้ฝึกตนจากภพล่าง พรสวรรค์มี
จำกัด ศิษย์ผู้อื่นบรรลุระดับเขตแดน สร้างเขตแดนของพวกตนและวร
ยุทธ์เซียนแล้ว จึงเป็นการยากหากศิษย์น้องจะต้องไปเผชิญพวกเขา
ติดร้อยอันดับแรกได้ก็ดีมากแล้วล่ะ”
เจียงผิงอันสำเหนียกตัวดี หากให้เอาชนะศิษย์ใหม่ธรรมดาทั่วไป
ยังพอได้ แต่จะให้เป็นศิษย์ใหม่อันดับหนึ่งคงยากไปนิด
การประเมินศิษย์ใหม่ไร้รางวัลใด หาจำเป็นต้องทุ่มกำลังสุดตัวไม่
การทำเช่นนี้จะมีแต่เผยไพ่ตายของตัวเอง
“พยายามสักหน่อยมิได้หรือ? เอาอันดับหนึ่งมาได้หรือไม่?”
เหมียวเสียถาม
นางเดิมพันกับสามผู้อาวุโสไว้ หากนางพ่าย นางต้องมอบยอด
สมบัติออกไปสามชิ้น
เจียงผิงอันส่ายหัว “ศิษย์พี่หญิง บางสิ่งทุ่มเทพยายามไปก็ใช่จะ
ช่วยได้นะ ความต่างชั้นระหว่างข้ากับศิษย์อื่น ๆ ยังมากเกินไป”
“แล้วหากข้าให้ยอดสมบัติเจ้าชิ้นหนึ่งล่ะ?”
“มากสุดก็ได้แค่ห้าสิบอันดับแรก”
เหมียวเสียชำเลืองชายผู้นี้ เมื่อครู่เพิ่งพูดอยู่หยก ๆ มิใช่หรือว่า
ติดร้อยอันดับแรกได้ก็ดีมากแล้ว แต่พอได้ยินว่าจะมียอดสมบัติชิ้น
หนึ่งเป็นรางวัลปุ๊บ ก็บอกปั๊บว่าติดห้าสิบอันดับแรกได้
“ว่ามาเถอะ เงื่อนไขเช่นไร เจ้าจึงจะได้อันดับหนึ่งมา”
เหมียวเสียถามทันที
เจียงผิงอันเงียบไปครู่หนึ่ง จึงตอบว่า “ผลเต๋าวิญญาณเซียน”
ในโลกใบน้อยของเขามีโครงกระดูกสมควรตายร่างหนึ่งอยู่
ตราบใดที่มันยังอยู่ เจียงผิงอันก็จะรู้สึกเหมือนถูกควบคุมอยู่เสมอ ทำ
ให้เขารู้สึกไม่สบายใจยิ่ง
ยามนี้ เขาแค่อยากให้โครงกระดูกนี้รีบ ๆ ไปจากเขาเสียที
โครงกระดูกนี้บอกว่า ขอเพียงได้ผลเต๋าวิญญาณเซียนมา มันก็
จะซ่อมร่างคืนความทรงจำได้
“เฮอะ เจ้านี่โลภเอาเรื่องนะ ของอย่างผลเต๋าวิญญาณเซียนแพง
ยิ่ง เป็นสิ่งที่ช่วยเซียนได้มาก ล ้าค่ายิ่งกว่าโอสถหลายแขนงอีก”
เหมียวเสียจิบเมรัย เว้นช่วงครู่หนึ่งจึงเอ่ย “ผลเต๋าวิญญาณเซียน
หามิได้ง่าย ๆ ในแดนจันทร์มายาของเรา จะมีก็แต่ต้นผลเต๋า
วิญญาณเซียนต้นเดียวในโลกเร้นลับของราชวงศ์เซียนจันทร์มายา”
“ผลไม้จากต้นพฤกษ์นี้จะสุกงอมในอีกไม่กี่สิบปี ทุกฝ่ายล้วน
อยากได้เป็นของตน ยากยิ่งจะได้มา”
“หากสำนักเราได้มาสักหน่อย ด้วยพรสวรรค์ของเจ้าและอำนาจ
บิดาข้า การจะได้ผลเต๋าวิญญาณเซียนมาสักผลก็ไม่น่ายาก”
“แต่ก่อนหน้านั้น เจ้าช่วยข้าเอาอันดับหนึ่งมาให้ได้ก่อนเถอะ”
“ช่วยเจ้า?” เจียงผิงอันมองสตรีตรงหน้าอย่างสงสัย
อันดับประลองของเขาเกี่ยวอะไรกับสตรีผู้นี้?
“อะแฮ่ม~”
เหมียวเสียเสตาหลบอย่างขัดเขิน “ข้าเดิมพันกับผู้อาวุโสบางคน
ไว้ ยามนั้นข้าดื่มหนักไปหน่อย คิดว่าเจ้าจะได้อันดับหนึ่งเลยเดิมพัน
หากเจ้าชนะไม่ได้ ข้าต้องมอบยอดสมบัติให้ผู้อาวุโสสามคนคนละ
ชิ้น…”
เจียงผิงอันตกใจจังงัง
ทั้งดื่มสุราและเดิมพัน สตรีผู้นี้ไปสุดทุกทางจริง ๆ
“ศิษย์พี่หญิง แน่ใจหรือไม่ว่าวาจาเชื่อถือได้?”
มองจากท่าทีเมามายของเหมียวเสีย เจียงผิงอันก็กลัวอีกฝ่ายหนี
หนี้เสียจริงแท้
“เจ้าเห็นศิษย์พี่หญิงผู้นี้เป็นคนแบบไหน? ศิษย์พี่หญิงผู้นี้มีสติ
ครบถ้วนยิ่งยามนี้… เอิ๊ก~” ร่างของเหมียวเสียโอนเอน อาภรณ์บน
ไหล่เจียนเลื่อนหลุด กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วตัว
เจียงผิงอันครุ่นคิดสักพัก ก็พลันออกหมัดใส่ท้องเหมียวเสีย
“พรวด!”
เหมียวเสียอ้าปากน้อยๆ ของนางพ่นสุราออกมาอึกใหญ่ อก
มหึมากระเพื่อมเด้งอย่างรุนแรง
“เจียงผิงอัน!”
เหมียวเสียตาสว่างทันใด เส้นผมของนางพลิ้วไสว ปราณอันน่า
สะพรึงกลัวทะลักออกจากตัวราวแม่มังกรคลั่ง สองมือคว้าสาบเสื้อ
เจียงผิงอัน จ้องชายตรงหน้าปานจะกินเลือดกินเนื้อ เจ้านี่ถึงกับกล้า
ชกนาง!
“ศิษย์พี่หญิง เจ้าดื่มมากไปแล้ว หาไม่ ก็ไม่มีทางที่ศิษย์พี่หญิงจะ
หยุดการโจมตีของข้ามิได้ ยามนี้เมื่อศิษย์พี่หญิงสร่างเมา ขอศิษย์พี่
หญิงโปรดพูดย ้าคำสัญญาเมื่อครู่ด้วย”
สีหน้าของเจียงผิงอันไร้การเปลี่ยนแปลง ท่าทีของเขานอบน้อม
ราวลืมไปสนิทว่าเมื่อครู่ทำอะไรลงไป
เหมียวเสียตะลึงนิ่ง
ชั่วชีวิตยี่สิบกว่าปีของนาง เพิ่งเคยเจอคนเช่นนี้เป็นครั้งแรก
นางเป็นศิษย์พี่หญิงใหญ่ของสำนัก หนึ่งในตัวตนโดดเด่นที่สุด
ในรอบหมื่นปี ผู้ใดพบนางล้วนให้เกียรติ กระทั่งผู้อาวุโสยังเห็นแก่
หน้านาง
แต่เพื่อให้นางสร่างเมา ชายผู้นี้ถึงกับชกนาง!
บิดานางยังมิกล้าทำกับนางเช่นนี้เลย!
เหตุที่เจียงผิงอันกล้าทำเช่นนี้ก็เพราะอีกฝ่ายมีสิ่งใดจะขอจาก
เขา และหมัดนี้ก็มิได้รุนแรงอะไร แค่กระทบกระเทือนจิตใจอีกฝ่าย
เท่านั้น
เหมียวเสียกำหมัดจนสุญตาใกล้เคียงพินาศป่น ข่มซี่เขี้ยวขาว
ถลึงตามองเจียงผิงอัน “เจ้าต้องเอาที่หนึ่งมาให้ได้ หาไม่แล้ว ข้าจะ
สนองหมัดนี้ให้เป็นร้อย ๆ เท่าตัวเลย!”
เหมียวเสียสูดหายใจลึก ๆ สะกดโทสะในใจ “ข้ารับปากเจ้า หาก
ได้อันดับหนึ่งมา ข้าจะหาผลเต๋าวิญญาณเซียนมาให้เจ้า”
เจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะ “ขอบคุณศิษย์พี่หญิงที่อาทร”
“อาทรกับผีสิยะ! เจ้าชกสุราออกจากท้องข้าเช่นนี้ เอาเมรัย
ถนอมจิตมาชดเชยให้ข้าไหหนึ่งเลยนะ”
ครั้งก่อนที่เจียงผิงอันให้เมรัยถนอมจิตเจ็ดขวดกับเหมียวเสีย
นางยังถวิลหาไม่เลิกรา
เจียงผิงอันนำสุราขวดหนึ่งออกมาส่งให้
“ฮึ นับว่าเจ้าพูดรู้เรื่อง”
เหมียวเสียฉวยสุราไป ความเคืองแค้นในใจนางหดหายไป
เล็กน้อย
“ศิษย์พี่หญิง ข้าขอตัวไปฝึกฝนก่อน”
เดิมที เจียงผิงอันคิดจะติดเพียงร้อยอันดับแรก แต่ดูเหมือนครั้งนี้
เขาต้องทุ่มสุดตัวเสียแล้ว
หากได้ผลเต๋าวิญญาณเซียนมา ก็จะสามารถส่งโครงกระดูกใน
ตัวเขาไปไกล ๆ ลดปัญหาลงไปได้มาก
“รอเดี๋ยว”
เหมียวเสียหยุดเจียงผิงอันไว้ “พลังต่อสู้ของเจ้ายามนี้แย่เกินไป
ยากจะได้อันดับหนึ่งมา ตามข้าไปที่ดินแดนลับสำหรับฝึกฝน ข้าจะ
สอนอะไรให้เจ้า”
“มีเวลาไม่กี่วัน ข้าคงพัฒนาได้ไม่มากหรอก” เจียงผิงอันว่า
การประเมินแต่ละรอบกินเวลาอย่างมากก็ไม่กี่วัน ถึงเขาจะมี
พฤกษากระจ่างเต๋าก็มิอาจเรียนรู้อะไรได้มากในเวลาเพียงแค่นี้
“ข้ามิได้จะสอนวรยุทธ์เจ้า แต่สอนให้เจ้าควบคุมวิญญาณศึกได้
อย่างแท้จริงได้ ข้าเคยเห็นเจ้าต่อสู้มาก่อน เจ้าใช้วิญญาณศึก
สะเปะสะปะไปหมด พรสวรรค์เสียของนัก”
“หากเจ้าใช้วิญญาณศึกได้ดี ๆ พลังต่อสู้ของเจ้าจะพัฒนาขึ้น
อีกอย่างน้อยสามส่วน!”
เหมียวเสียมีร่างศึก รู้จักร่างศึกดีกว่าเจียงผิงอันมากนัก
วิญญาณศึกเป็นความสามารถพิเศษของร่างศึก สามารถเป็น
เกราะคุ้มกันและแปลงลักษณ์ได้หลากหลาย
แม้เจียงผิงอันจะใช้มันเพียงป้องกัน ระดับพลังป้องกันก็มิได้ต ่า
หากเขาใช้งานวิญญาณศึกได้อย่างช ่าชอง พลังป้องกันจากมัน
แข็งแกร่งกว่าอัสนีหยินเสียอีก
ในที่สุดสีหน้านิ่งเฉยของเจียงผิงอันก็เปลี่ยนแปลง หากพลังต่อสู้
ของเขาเพิ่มขึ้นสามส่วนได้ การประลองศิษย์ใหม่ครั้งนี้ก็จะง่ายขึ้น
มากจริง ๆ
เขาตามเหมียวเสียไปยังดินแดนลับสำหรับฝึกฝนแห่งหนึ่ง
“ความเร็วการเคลื่อนกาลเวลาของดินแดนลับแห่งนี้เร็วกว่าโลก
ภายนอกสิบเท่าตัว สองสามวันนี้เจ้าฝึกฝนที่นี่ จะพัฒนาได้อย่าง
รวดเร็ว”
แก้มของเหมียวเสียแดงเรื่อ ทำให้นางดูมีเสน่ห์เย้ายวน
เจียงผิงอันกล่าวกับอีกฝ่ายอย่างเคร่งขรึม “ศิษย์พี่หญิง ไฉนเจ้า
จึงช่วยข้ามากนัก?”
เมื่อครู่เขาเห็นกับตาว่าเหมียวเสียจ่ายผลึกเซียนมหาศาล ก่อน
จะได้เข้ามาฝึกฝนที่นี่
อีกฝ่ายให้เขาฝึกฝนในเคหาพำนักของญาติผู้ใหญ่ตน รับเขา
เป็นศิษย์ และยังทุ่มเทเงินตราให้เขาฝึกฝนในดินแดนลับกาลเวลา
สำหรับฝึกฝนแห่งนี้ เมื่ออีกฝ่ายดีกับเขาอย่างมิอาจทราบเหตุผล
เจียงผิงอันจึงรู้สึกไม่สบายใจยิ่ง