สู่วิถีอมตะ - บทที่ 664 ถูกควบคุม
เหตุที่ถานกว่างโซ่วคาดหวังกับเจียงผิงอันซึ่งได้ผลึกแก่นพลัง
มากนักก็เพราะ เจียงผิงอันอาจกลายเป็นภาชนะให้เขาเกิดใหม่ใน
ภายหน้า
กล่าวคือ ยิ่งพรสวรรค์ของเจียงผิงอันดี ยิ่งเป็นผลดีสำหรับเขา
แม้ภายหน้าเป็นภาชนะมิได้ แต่ยามเติบใหญ่ก็ยังเป็นมือขวาของ
เขา หรือก็คือเครื่องมือได้
แก่นพลังโอบล้อมกายเจียงผิงอัน แสงเจ็ดสีเรืองรอง สะท้อนบาง
สิ่งคลับคล้ายดักแด้ของแมลง
เมื่อแก่นพลังเข้าสู่รากเซียนในตัวเจียงผิงอัน อำนาจเซียนลึกลับ
ก็ทำให้รากเซียนในตัวเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสะท้าน
สะเทือน
แก่นพลังต้นโลกาคือต้นกำเนิดแห่งโลกหล้า แม้ต้นโลกาของ
สำนักเซียนเทียนหลานจะยังไม่เติบโต แก่นพลังของมันริบหรี่เล็ก
จ้อย
แต่สำหรับผู้ฝึกตนซึ่งยังไม่บรรลุเซียน มันมีผลอย่างอเนกอนันต์
การเปลี่ยนแปลงนี้กินเวลาสามเดือนกว่าจึงหยุดลง ถานกว่าง
โซ่วเป็นกังวลถึงภาชนะของเขายิ่ง สามเดือนกว่าที่ผ่านมา เขาช่วย
จ่ายปราณเซียนให้เสมอ เพื่อเร่งการย่อยแก่นพลังให้เร็วขึ้น
หาไม่ ด้วยความแข็งแกร่งของเจียงผิงอันลำพัง กว่าจะผสาน
ผลึกแก่นพลังต้นโลกานี้ได้คงใช้เวลาขั้นต ่าที่สุดเป็นทศวรรษ
ยามดักแด้เจ็ดสีถูกเจียงผิงอันดูดซับ แสงสีขาวเจิดจ้าก็สาดส่อง
จากร่างของเขา ย้อมโลกใบน้อยของถานกว่างโซ่วขาวโพลนทั้งใบ
ดวงแสงสีขาวเจิดจรัสปรากฏเหนือศีรษะเจียงผิงอัน แม้จะมี
ขนาดเพียงฝ่ามือ แต่กลับเรืองรองเจิดจรัสเกินตะวัน
เหนือดวงแสงสีขาวนี้มีคลื่นพลังลึกลับอันแข็งกล้ากระเพื่อมอยู่
“นี่อะไรกัน?”
กระทั่งผู้รอบรู้อย่างถานกว่างโซ่วยังมิอาจประจักษ์ว่าคือสิ่งใด
เขาสัมผัสได้เพียงว่าพลังอันแผ่จากดวงแสงสีขาวนี้แข็งแกร่งยิ่ง
“ผสานปราณเซียนของเจ้าเข้าไปในดวงแสงสีขาว”
ถานกว่างโซ่วเอ่ยปาก
“ขอรับอาจารย์”
เจียงผิงอันจ่ายปราณเซียนเข้าไปในดวงแสงสีขาวตามคำสั่ง
ถานกว่างโซ่ว
เมื่อจ่ายปราณเซียนเข้าไป ดวงแสงสีขาวก็ยิ่งทวีขนาดใหญ่โต
พลังที่แผ่จากมันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อดวงแสงสีขาวขยายขนาดจนสัมผัสถูกตำหนัก ตำหนักทั้ง
หลังก็แตกสลายทันที
อึดใจต่อมา ดวงแสงสีขาวอันน่าสะพรึงกลัวซึ่งมีขนาดสองลี้ก็
ปรากฏขึ้นบนฟ้า พลังอันแข็งกล้าจากมันทำให้สุญตารอบข้างสั่น
สะท้านรุนแรง
ถานกว่างโซ่วตะโกนเรียกศิษย์ผู้ฝึกฝนอยู่มิห่างนัก “เสียวอู่ มา
นี่”
ผู้ฝึกตนชายคนหนึ่งซึ่งฝึกฝนอยู่หยุดฝึกฝนทันที เขาเหินมากุม
กำปั้นคารวะตรงหน้าถานกว่างโซ่วอย่างนอบน้อม “อาจารย์เรียก
เสียวอู่มาทำไมหรือขอรับ?”
“ปลดปล่อยพลังป้องกันเต็มกำลัง เดี๋ยวนี้เลย” ถานกว่างโซ่วก
ล่าว
“ขอรับอาจารย์”
ผู้ฝึกตนชายซึ่งถูกเรียกว่าเสียวอู่ปลดปล่อยเขตแดนพสุธา ใช้
วิชาป้องกันระดับเซียน กำแพงพสุธาสิบชั้นผุดขึ้นจากพื้นขวาง
ตรงหน้า
ถานกว่างโซ่วกล่าวกับเจียงผิงอัน “มิต้องใช้วิชาใด โยนดวงแสง
นั้นไปก็พอ”
“ขอรับอาจารย์”
ใบหน้าของเจียงผิงอันไร้อารมณ์ ยกมือโยนดวงแสงสีขาวไปหา
ดวงแสงสีขาวปะทะกับกำแพงพสุธาเสียงดังสนั่น
เปรี้ยง! ตู้ม! ตู้ม!
เสียงระเบิดดังขึ้นสามเสียงติดกัน กำแพงพสุธาสามชั้นระเบิด
กระจาย ยังเหลือกำแพงพสุธาสมบูรณ์อยู่เจ็ดชั้น
ใบหน้าของถานกว่างโซ่วปรากฏความตะลึง
“พลังทำลายล้างแข็งแกร่งอะไรขนาดนี้!”
ศิษย์เขาเสียวอู่ถึงขั้นต้นระดับเขตแดนนานแล้ว ไม่นานก็จะ
บรรลุถึงขั้นกลาง และยังใช้วิชาลับสายป้องกันระดับเซียน แต่ถึง
กระนั้น ดวงแสงสีขาวของไป๋ฟานก็ยังทลายกำแพงพสุธาไปได้สาม
ชั้น!
ต้องทราบว่าไป๋ฟานยังไม่บรรลุเขตแดน มิได้ใช้วิชาใด ๆ แต่โยน
ดวงแสงสีขาวเข้าใส่เฉย ๆ!
“ปลดปล่อยหลุมดำกลืนกินของเจ้ากับดวงแสงสีขาว”
ถานกว่างโซ่วเดาอะไรได้ และออกคำสั่งทันที
ใบหน้าของเจียงผิงอันไร้อารมณ์ ปลดปล่อยหลุมดำกลืนกิน
ออกมาคู่กับดวงแสงสีขาวตามคำสั่งอีกฝ่าย
ถานกว่างโซ่วสัมผัสได้ชัดเจนว่าหลุมดำกลืนกินเชื่อมต่อกับดวง
แสงสีขาวนี้
ดวงแสงสีขาวนี้ดูจะเป็นพลังอันต่อพ่วงกับพลังกลืนกิน
หลุมดำดูดกินพลังได้ ขณะที่ดวงแสงสีขาวเป็นตัวปลดปล่อย
พลัง ทั้งสองล้วนมีพลังทำลายล้างชวนสะพรึง
หากใช้งานทั้งสองร่วมกัน ย่อมสามารถระเบิดพลังอันรุนแรงกว่า
นี้ได้!
“ฮ่า ๆ ดี! ดี! ดี!”
ถานกว่างโซ่วเอ่ยคำว่าดีซ ้าสามหนอย่างตื่นเต้น “ใช้เจ้าสร้าง
เป็นอวตารดีกว่า”
เพียงแรกชำเลืองพลังที่ ‘ไป๋ฟาน’ ปลดปล่อย ถานกว่างโซ่วก็
ตระหนักว่าร่างนี้มีพรสวรรค์น่าสะพรึงนัก
เขาชอบพรสวรรค์ของ ‘ไป๋ฟาน’ จริง ๆ และไม่คิดเก็บเขาไว้เป็น
ภาชนะ สู้สร้างเป็นอวตารไปเลยดีกว่า
“ขอบเขตเจ้ายามนี้ยังต ่าเกินไป รอจนเจ้าจะบรรลุเซียนค่อยชิง
ร่างแล้วกัน ตั้งใจฝึกฝนให้หนัก เดี๋ยวอาจารย์จะไปซื้อมหาเต๋ากลืน
กินให้เจ้า”
“มอบร่างให้อาจารย์นับเป็นเกียรติ ศิษย์จะทุ่มเทฝึกฝนมิให้
อาจารย์ต้องผิดหวังขอรับ”
เจียงผิงอันกล่าวอย่างนอบน้อม
“ฮ่า ๆ ๆ”
ถานกว่างโซ่วจากไปอย่างอารมณ์ดี
เจียงผิงอันหาที่นั่งลง แล้วเริ่มฝึกฝนเช่นผู้ฝึกตนอื่น ๆ ข้างตัว
เขา
เมื่อดวงตาหลับลง ดวงตาของเจียงผิงอันก็ฉายประกายเคร่งขรึม
อันที่จริง เขามิได้ถูกควบคุมอย่างจริงแท้
แมงมุมสีแดงซึ่งฝังตัวในรากเซียนกำลังจะถูกรากเซียนกลืนกิน
ของเขาดูดกลืนไปหมดแล้ว มันอ่อนแรงลงทุกขณะ การควบคุมของ
มันก็เช่นกัน
นอกจากนั้น แมงมุมสีแดงนี้ยังควบคุมผู้ฝึกตนโดยการควบคุม
รากเซียน
แต่เขามีรากเซียนสองราก สิ่งนี้มิอาจควบคุมเขาได้อย่าง
สมบูรณ์
เพราะเหตุนี้ เจียงผิงอันจึงยังคงสติรู้ตนไว้ได้
หากมิใช่เพราะความแข็งแกร่งสูงล ้าของสภาพจิตใจ ถานกว่าง
โซ่วคงจับเขาได้นานแล้ว
สรุปคือ แม้จะไม่ถูกควบคุม แต่หากเสียอาการเพราะความกลัว
ก็จะถูกจับได้แน่นอน
“เฒ่าวิปริตนี่วิปริตจริง ๆ ใช้ศิษย์ตัวเองเป็นภาชนะ”
ยามนี้คำถามคือ จะหนีอย่างไรดี
เขาอยู่ ณ โลกใบน้อยในตัวถานกว่างโซ่ว หามีทางใดจะออกไป
ทำได้เพียงรอโอกาสหนี
เจ้าเฒ่านี่จะไม่ชิงร่างเขาจนกว่าเขาจะบรรลุเซียน ยามนี้จึงยัง
นับว่าปลอดภัยชั่วขณะ
เจียงผิงอันพยายามสงบตัวเองลง
ยามนี้เปลี่ยนอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงเล่นละครต่อไป ตั้งหน้าตั้งตา
ฝึกฝนพัฒนาการฝึกฝนของตน
ความสามารถที่ได้มาใหม่นั้นไม่เลวเลย เจ้าเฒ่าถานกว่างโซ่
วหารู้ไม่ว่าเมื่อครู่ยามเขาใช้ดวงแสงสีขาว เขามิได้เร่งพลังทั้งหมด
อีกฝั่งหนึ่ง สำนักเซียนอวี่หวง ข้างค่ายกลเคลื่อนย้าย
“แน่ใจหรือว่ามิได้เข้าใจผิด? เจียงผิงอันมิได้กลับมาเลยจริง ๆ
หรือ?”
ใบหน้าของเหมียวเสียผู้มี ‘กล้ามอก’ ยิ่งใหญ่ คละคลุ้งด้วยกลิ่น
เมรัยเคร่งขรึม ยกสาบเสื้อศิษย์ผู้ดูแลค่ายกลเคลื่อนย้ายมาตั้งคำถาม
เสียงเครียด
“เรียนศิษย์พี่หญิงใหญ่ ทั้งหมดนี้ถูกบันทึกในค่ายกลโดยทันที
อยู่แล้ว ไม่มีทางผิดไปได้ ศิษย์น้องเจียงมิได้กลับมาเลยจริง ๆ ขอรับ”
ศิษย์สำนักผู้รับหน้าที่ดูแลค่ายกลเคลื่อนย้ายยิ้มฝืดเฝื่อน
เหมียวเสียพลันหน้าเสีย นางตามหาเจียงผิงอันมาเป็นเดือน
ขณะที่อีกฝ่ายเหมือนจะปลาสนาการไม่เหลือข่าวคราว ทำให้นาง
เกิดสังหรณ์ร้าย
หากรู้แต่แรก นางคงให้ยันต์สื่อสารกับเจียงผิงอันไว้แต่ต้น จะได้
ติดต่อกันง่าย ๆ
เหมียวเสียไปรายงานคนหายกับโถงคุมกฎ และขอให้โถงคุมกฎ
ช่วยนางหา
“ข้าไม่สนใจว่าพวกเจ้าโถงคุมกฎจะใช้วิธีใด รีบ ๆ ช่วยข้าหา
เจียงผิงอันเสีย หาไม่ข้าจะท้าพวกเจ้าสู้”
ศิษย์โถงคุมกฎทั้งหลายมองหน้ากันเงียบ ๆ
เหมียวเสียยิ่งขมวดคิ้วแน่น “เกิดอะไรขึ้น? ทำหน้าตาแบบนั้น
หมายความเช่นไร?”
ความรู้สึกแย่ ๆ ในอกนางยิ่งทวีความแข็งกล้า
ศิษย์ผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ เจียงผิงอัน
อาจจะ… ตายไปแล้วนะ”