สู่วิถีอมตะ - บทที่ 663 หุ่นเชิด
“ผลึกแก่นพลังนี้ถูกเจ้ากลืนไปแล้ว ไม่มีทางนำออกมาได้ นับว่า
เจ้าได้มันไป”
ถานกว่างโซ่วกล่าวกับเจียงผิงอัน “อาจารย์จะช่วยเจ้าย่อยผลึก
แก่นพลัง การฝึกฝนขณะนี้ของเจ้ายังต ่าเกินไป”
ถานกว่างโซ่วแยกอวตารออกมาร่างหนึ่งเพื่อดูแลการแข่งขัน
ขณะที่ร่างจริงโบกมือ เบิกโลกใบน้อยในกาย แล้วเข้าไปภายในกับ
เจียงผิงอัน
ปวงชนมอง ‘ไป๋ฟาน’ ลับตาไปด้วยสายตาสุดอิจฉาริษยา
ได้ผู้อาวุโสใหญ่รับเป็นศิษย์ใกล้ชิด เท่ากับเขาทะยานฟ้าเกิน
ผู้ใดไปแล้ว
เมื่อเวลาผ่านไป ไป๋ฟานจะได้เป็นผู้นำบุคคลระดับเดียวกัน และ
สักวัน บางทีอาจได้บรรลุเซียนก็เป็นได้
ชายผมเขียวอวี๋ซ่วยกัดฟันอย่างเดือดแค้น “สารเลวสมควรตาย
นี่ ที่แท้ก็ซ่อนความแข็งแกร่งไว้ หลีกพ้นจากสายตาปวงชนตลอดมา
บางทีอาจรอเวลาได้เฉิดฉายในวันนี้”
คู่เนตรงดงามของเจี่ยงซินอี๋วูบไหว นางนึกเสียดายอยู่เล็กน้อย
หากรู้ว่าไป๋ฟานผู้นี้ซ่อนพรสวรรค์ตลอดมา นางคงไม่ใส่ความเขา
ไป๋ฟานผู้นี้ดูแข็งแกร่งกว่าอวี๋ซ่วยเยอะเลย
ศึกชิงผลึกแก่นพลังดำเนินต่อ แต่ในสมรภูมิขั้นต้นระดับเขต
แดนเหลือผลึกแก่นพลังต้นโลกาเพียงสองชิ้น
ภาพยามเจียงผิงอันหักใบไม้ลงมาตราตรึงเกินลบเลือนในทุก
ดวงใจ
เจียงผิงอันสุดปรีดา แย่งผลึกแก่นพลังมาได้ชิ้นหนึ่ง
หากเขาสู้ตามปกติทั่วไป เขาอาจชิงมันมาไม่ได้ อัจฉริยะจาก
สำนักเซียนเทียนหลานแข็งแกร่งมาก มิอาจดูแคลนประเมินต ่าได้
เมื่อเข้ามาสู่โลกใบน้อยในกายถานกว่างโซ่ว เจียงผิงอันก็มอง
ไปรอบ ๆ และพบว่าที่นี่มีอาณาเขตไม่กว้างนัก สู้โลกใบน้อยของเขา
มิได้ เรียกได้ว่าเป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ เท่านั้น
ที่ใจกลางเกาะมีตำหนักหลังหนึ่ง ที่หน้าตำหนักมีผู้ฝึกตน
มากมายทั้งชายหญิงนั่งฝึกฝนทำสมาธิ
ยามผู้ฝึกตนเหล่านี้เห็นถานกว่างโซ่วปรากฏตัว พวกเขาก็หยุด
การฝึกฝน ลุกขึ้นคารวะแล้วหลีกทางอย่างพร้อมเพรียง
“อาจารย์!”
ถานกว่างโซ่วลูบเครากล่าวยิ้ม ๆ “วันนี้ข้าพาศิษย์น้องเล็กของ
พวกเจ้ามาให้รู้จัก และเขาจะเป็นศิษย์คนสุดท้ายของอาจารย์ผู้นี้
ด้วย”
“สวัสดีศิษย์น้องเล็ก”
ผู้ฝึกตนสิบกว่าคนทักทายพร้อมเพรียง การเคลื่อนไหวของพวก
เขายังคงเป็นระเบียบ ดูพิกลอยู่เล็กน้อย
เจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะตอบ “คารวะศิษย์พี่และศิษย์พี่หญิง
ทุกท่าน”
ถานกว่างโซ่วแย้มยิ้มใจดี “พวกเจ้าฝึกฝนต่อไปเถอะ ข้าจะพา
ศิษย์น้องเล็กของพวกเจ้าไปฝึกฝนก่อน”
ผู้ฝึกตนสิบกว่าคนต่างนั่งลงโดยพร้อมเพรียง หลับตาลงฝึกฝน
ต่อ ต่างผู้ล้วนตั้งอกตั้งใจ
ถานกว่างโซ่วเดินไปยังตำหนัก เจียงผิงอันเดินตามไปเบื้องหลัง
ดวงตาพลันฉายประกายหวาดหวั่น
วิชาเนตรของเขาทำงานมาตลอด และเขาก็เพิ่งเห็นเหตุชวนสะ
พรึงบางอย่าง
เหนือรากเซียนของศิษย์สิบกว่าคนเหล่านั้นมีแมงมุมสีแดงตัว
หนึ่งทำรังอยู่ ทุกครั้งที่ถานกว่างโซ่วพูด แมงมุมสีแดงก็จะแผ่คลื่น
พลังประหลาด แล้วศิษย์เหล่านี้ก็จะมีปฏิกิริยาเหมือน ๆ กัน!
หุ่นเชิด!
แม้เจียงผิงอันจะไม่เคยเห็นหุ่นเชิดมาก่อน เขาก็เคยได้ยินมาว่า
ผู้ฝึกตนบางคนจะทำหุ่นเชิด หรือก็คือตัวหมากใช้แล้วทิ้งไว้เพื่อความ
ปลอดภัยของตน
หากอันตรายปรากฏ หุ่นเชิดเหล่านี้ก็สามารถใช้เป็นโล่มนุษย์
ปกป้องเขาได้
รากเซียนของคนทั้งหลายตรงหน้าเขาถูกแมงมุมสีแดงควบคุม
เปลี่ยนพวกเขาเป็นหุ่นเชิด!
เดิมที หุ่นเชิดนั้นไร้สิ่งใดให้สนใจ
แต่ตัวตนของคนเหล่านี้ทำให้เจียงผิงอันหนาวสันหลังวาบ
พวกเขาล้วนเป็นศิษย์ผู้อาวุโสใหญ่!
ในความทรงจำของไป๋ฟาน ศิษย์ของผู้อาวุโสใหญ่นอบน้อมเชื่อ
ฟังกว่าใคร มิเคยสร้างปัญหาให้ผู้อาวุโสใหญ่เลยสักครั้ง
ผู้อาวุโสใหญ่เองก็เป็นมิตรและดีต่อศิษย์ของเขามาก เป็นศิษย์
อาจารย์ตัวอย่างของสำนักเซียนเทียนหลาน
ไป๋ฟานและศิษย์สำนักเซียนเทียนหลานมากมายหมายมั่นปั้นมือ
อยากจะเป็นศิษย์ผู้อาวุโสใหญ่ ทว่าผู้อาวุโสใหญ่มีมาตรฐานรับศิษย์
เข้มงวดยิ่ง พรสวรรค์ต้องสูงล ้า นอกจากศิษย์ใกล้ชิดแล้ว เขาไม่รับ
ศิษย์ในนามสักคน
ลมหายใจของเจียงผิงอันขาดห้วง ความกลัวเกาะกุมในใจ หัว
ใจเต้นถี่ระรัว
สารเลวเฒ่านี่ถึงกับเปลี่ยนศิษย์ตัวเองเป็นหุ่นเชิด!
หากไร้สิ่งใดผิดคาด ชะตาของเขาก็มิต่างจากผู้ฝึกตนเหล่านี้
หรอก
เวรเอ๊ย ทำอย่างไรดีเล่าคราวนี้ นี่คือโลกใบน้อยในตัวถานกว่าง
โซ่ว ต่อให้อยากหนีก็ไร้ที่ไป!
อารมณ์ดี ๆ ที่เกิดยามได้ผลึกแก่นพลังต้นโลกามาหายวับไม่
เหลือร่องรอย
“ทำไมหัวใจเจ้าเต้นแรงนักเล่า?”
ทันใดนั้น ถานกว่างโซ่วก็หยุดฝีเท้า หันกลับมาถามเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันมองรอยยิ้มของอีกฝ่ายก็รู้สึกเพียงหนังศีรษะชายิบ
“เรียนอาจารย์ ศิษย์ตื่นเต้นเกินไปจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ขอรับ”
“อาจารย์ ข้าขอกลับมาฝึกฝนภายหลังได้หรือไม่ขอรับ ข้าอยาก
กลับไปแจ้งข่าวดีแก่สหายก่อน”
เขาต้องออกจากที่นี่!
“รีบร้อนไปไย ย่อยแก่นพลังเสียก่อนสิ หาไม่ออกไปเจ้าก็จะถูก
ชิงมันไปง่าย ๆ มาสิ กินโอสถนี่ แล้วอาจารย์จะช่วยเจ้าย่อยแก่นพลัง”
ถานกว่างโซ่วนำโอสถสีแดงเม็ดหนึ่งออกมาส่งให้เจียงผิงอัน
โอสถสีแดงแผ่กลิ่นหอมประหลาด รอบข้างมีรัศมีประหลาดสีแดง
พริบพราย
ร่างของเจียงผิงอันสะท้าน
ผู้อื่นอาจมองไม่เห็น แต่เขาเห็นชัดว่ามีแมงมุมสีแดงตัวหนึ่งใน
โอสถนี้!
สารเลวเฒ่านี่จะเปลี่ยนเขาเป็นหุ่นเชิดจริง ๆ ด้วย!
“ไฉนไม่รับไปเล่า?”
ถานกว่างโซ่วเห็นเจียงผิงอันไม่ขยับ ดวงตาก็หรี่ลงเล็กน้อย
เจียงผิงอันรับโอสถมา กล่าวด้วยสีหน้าตื้นตันทันใด “ไม่เคยมี
ใครดีกับศิษย์เพียงนี้มาก่อน ศิษย์จึงใจลอยเล็กน้อยขอรับ ขอบคุณ
สำหรับโอสถขอรับ!”
“กับอาจารย์ เจ้ามิต้องสุภาพนักหรอก เอาเลย กินมันสิ”
รอยยิ้มของถานกว่างโซ่วหวนคืน เขานึกว่าไป๋ฟานผู้นี้จะจับพิ
รุษในโอสถได้เสียอีก
ถูกต้อง นี่คือโอสถที่เปลี่ยนคนเป็นหุ่นเชิดได้
ถานกว่างโซ่วรับมือคนมาตั้งแต่เด็ก โป้ปดกลับกลอก ไม่ไว้ใจ
ผู้ใด แม้กระทั่งญาติมิตรของตน
ครั้งหนึ่ง เมื่อออกสำรวจดินแดนลับจันทร์มายา เขาก็ได้พบวิธี
หลอมโอสถหุ่นเชิดและวิชาลับ
เขาเปลี่ยนบุตรหัวดื้อของเขาเป็นหุ่นเชิดเป็นรายแรก แต่นั้นมา
บุตรผู้นั้นก็เชื่อฟังเขา สงบเสงี่ยมทำตัวดี ไม่สร้างปัญหาอีกเลย
แต่นั้นมา ศิษย์ทุกนามที่ถานกว่างโซ่วเคยรับมาก็ถูกเปลี่ยนเป็น
หุ่นเชิด
ใจคนซับซ้อนเกินสิ่งใด ไม่มีใครรู้ว่าผู้ที่ปากเอ่ยชม ในใจคิด
อะไรอยู่
มีเพียงหุ่นเชิดที่จะไม่หลอกคน ไม่หักหลังกัน เขามิต้องห่วงว่าจะ
ถูกทรยศลับหลัง
นอกจากนั้น วิชาลับหุ่นเชิดยังช่วยเขาให้ชิงร่างหุ่นเชิดได้ด้วย
เมื่อถึงคราวอันตราย ก็สามารถทิ้งร่างหลักไปสิงสู่หุ่นเชิดได้โดยมิ
ต้องเผชิญอุปสรรคใด
สรุปก็คือ เตรียมภาชนะไว้ป้องกันภัยล่วงหน้า
เจียงผิงอันมองโอสถตรงหน้าตนด้วยสมองแล่นเร็วจี๋ เขาควรทำ
เช่นไร? กินหรือไม่กินดี?
หากเขาไม่กิน อีกฝ่ายจะสังเกตเห็นแล้วลงมือกันทันทีแน่นอน
แต่หากกิน ก็จะถูกอีกฝ่ายควบคุม เปลี่ยนให้เป็นหุ่นเชิด
เจียงผิงอันมิกล้าลังเล ยกมือนำโอสถอันเรืองแสงสีแดงประหลาด
เข้าปากไป
หากเขาไม่กินมัน เขาก็อาจถูกฆ่าได้ทันที
ยามนี้ต้องวัดดวงแล้ว
เมื่อเห็นเจียงผิงอันกลืนโอสถลงไป ถานกว่างโซ่วก็แย้มยิ้ม “นั่ง
ลง อาจารย์จะช่วยเจ้าย่อยผลึกแก่นพลัง”
การช่วยย่อยผลึกแก่นพลังหาใช่จุดประสงค์ไม่ จุดประสงค์
แท้จริงคือใช้เคล็ดวิชาพาแมงมุมสีดำไปยังรากเซียนของอีกฝ่าย
ต่างหาก
พรสวรรค์ของไป๋ฟานเลิศล ้า พลังกลืนกินที่อีกฝ่ายมีน่าตื่นเต้น
นักแม้แต่กับเขา
เมื่อกอปรกับผลของผลึกแก่นพลัง พรสวรรค์สามารถถูก
พัฒนาขึ้นอีก เป็นร่างสำรองที่ดี
แมงมุมสีแดงมายังรากเซียนของเจียงผิงอัน
ทว่า เมื่อมันเห็นว่ามีรากเซียนสองอัน มันก็ประหลาดใจและงุนงง
ตามสัญชาตญาณ
สัญชาตญาณของแมงมุมสีแดงสั่งมันให้เข้าควบคุมรากเซียน
แต่รากเซียนมีสองราก มันจะเลือกอันไหนดี?
แน่นอน แมงมุมสีแดงหามีสติรู้คิดไม่ มันมีเพียงสัญชาตญาณ
มิได้มีความเคลือบแคลงอย่างแท้จริงใด ๆ มันไต่ขึ้นบนรากเซียนกลืน
กินซึ่งมีปราณแข็งแกร่งที่สุด เจาะขาแมงมุมของมันทะลวงลงไป
ทันใดนั้น สีหน้าของเจียงผิงอันพลันแปรเปลี่ยน “อาจารย์ ดู
เหมือนจะมีอะไรในตัวข้า…”
“หุบปาก”
เมื่อถานกว่างโซ่วออกคำสั่ง เจียงผิงอันก็หุบปากทันที
มุมปากถานกว่างโซ่วยกยิ้ม เรียบร้อยแล้ว
“ภายหน้า ไม่ต้องคิดเรื่องอื่นนอกจากฝึกฝน”
“ขอรับอาจารย์”
เจียงผิงอันตอบรับอย่างนอบน้อมและแข็งทื่อ
เมื่อมีร่างสำรองเพิ่มมาหนึ่ง ถานกว่างโซ่วสุดยินดี ช่วยชักนำ
แก่นพลังต้นโลกาในกาย ‘ไป๋ฟาน’ ต่อไป
ไม่รู้เลยว่ายามผสานแก่นพลังครบถ้วน ร่างสำรองใหม่นี้จะเกิด
อะไรขึ้น
จะได้พรสวรรค์ใหม่ หรือพลังกลืนกินจะแข็งแกร่งขึ้นกันหนอ
อยากจะให้ถึงยามนั้นจริง ๆ