สู่วิถีอมตะ - บทที่ 666 อาจารย์ ข้าไม่อยากไป
ร่างซึ่งถูกถีบของเจียงผิงอันระเบิดแหลก
โชคยังดีที่ถานกว่างโซ่วมิได้ใช้อำนาจเซียน หาไม่แล้ว เจียงผิง
อันคงตายไปยามนี้เลย
เจียงผิงอันเร่งปราณเซียนประกอบร่างใหม่ ก่อนจะกุมกำปั้นพูด
อย่างนอบน้อม “อาจารย์ ข้าบรรลุเขตแดนกลืนกินแล้ว การดูดซับ
เลยมากไปสักหน่อย หวังว่าอาจารย์จะอภัยด้วย”
เมื่อรู้ว่าเขาบรรลุอำนาจเขตแดน โทสะบนใบหน้าถานกว่างโซ่ว
ก็หดหายไปมาก
มิน่าเล่า ปราณเซียนจึงหายไปทีเดียวเยอะแยะ
“ใช้เวลายี่สิบกว่าปีกว่าจะบรรลุหนึ่งเขตแดน พรสวรรค์ก็งั้น ๆ
ตั้งแต่วันนี้ไป ให้เจ้าออกไปหาทรัพยากรฝึกฝนเองเสีย”
การให้อีกฝ่ายหาทรัพยากรฝึกฝนเองช่วยลดการสิ้นเปลือง
ทรัพยากรได้มากนัก
เจียงผิงอันตอบกลับ “อาจารย์ ความแข็งแกร่งของศิษย์ยังต ่า
ต้อย โลกภายนอกอันตรายเกินไป ข้าไม่อยากไป หวังว่าอาจารย์จะ
ให้ศิษย์ฝึกฝนกับอาจารย์ในโลกใบน้อยต่อไปขอรับ”
“ไม่ได้!”
ถานกว่างโซ่วไม่อยากให้เจ้านี่ฝึกฝนในตัวเขาตลอดเวลา มันให้
ความรู้สึกราวกับว่าเขากำลังทำงานให้อีกฝ่าย
แม้ไม่ช้าก็เร็ว อีกฝ่ายจะเป็นอวตารของเขาอยู่ดี แต่ก็ยังรู้สึก
ตะขิดตะขวงนัก
“เช่นนั้นขอวอนอาจารย์ มอบอาวุธวิเศษกับโอสถช่วยชีวิตไว้ให้
ศิษย์บ้างเถิด ศิษย์มิเคยเป็นที่ต้อนรับมาก่อน มีทรัพยากรอยู่ไม่มาก
หากมีอาวุธวิเศษ ก็จะสามารถปกป้องตนเองได้มากขึ้น”
เจียงผิงอันกล่าวอย่างเคร่งขรึม “หากเกิดอะไรขึ้นกับศิษย์ ก็ไม่มี
ทางเป็นอวตารให้อาจารย์ได้ขอรับ”
ถานกว่างโซ่วเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโยนกำไลเก็บของวงหนึ่งให้
เจียงผิงอัน “ในนี้มีหมื่นผลึกเซียน โอสถเยียวยาบาดแผลหนึ่งขวด
และยอดสมบัติคู่หนึ่งซึ่งทำจาก ‘ปีกเทพยดา’”
“ปีกเทพยดาคู่นี้ อาจารย์ได้มายามฆ่ายอดฝีมือจากสำนักเซียน
อวี่หวงผู้หนึ่งในยามเยาว์ นำมันมาสร้างเป็นอาวุธวิเศษได้ชิ้นหนึ่ง
หลังจากสวมมัน ความเร็วจะเพิ่มสูงเกินใดเปรียบ ไม่มีผู้ใดใต้ระดับ
เซียนไล่ตามเจ้าทัน”
“ห้ามเสียปีกเทพยดาคู่นี้ไปเด็ดขาด ใช้มันเพียงยามคับขัน
เท่านั้น”
แม้ขอบเขตปัจจุบันของถานกว่างโซ่วจะสูงจนไม่ต้องการปีก
เทพยดาแล้ว ยอดสมบัติชิ้นนี้ก็ยังมีค่าสูง
เปรียบเช่นผู้ฝึกตนที่มีรายได้ห้าพันผลึกเซียนต่อเดือน หากเสีย
ไปร้อยผลึกเซียน พวกเขาก็ยังรู้สึกเดือดร้อนอยู่ดี
เฉกเช่นกัน แม้สมบัติชิ้นนี้จะมิได้สูงค่าสำหรับเซียนมนุษย์ แต่ก็
ไม่อยากเสียมันไปเปล่า ๆ เช่นกัน
แม้ได้ยอดสมบัติไปหนึ่งชิ้น เจียงผิงอันก็ยังไม่พอใจ
“อาจารย์มีวรยุทธ์ระดับสูงใดหรือไม่ขอรับ ทักษะต่อสู้ของศิษย์ยัง
อ่อนด้อยนัก ยังต้องเรียนวรยุทธ์ระดับสูงเพื่อพัฒนาความสามารถ
ต่อไป”
“ไสหัวไป!”
ถานกว่างโซ่วตวัดเท้าเตะเจียงผิงอัน “สำนักในยามนี้กำลัง
คัดเลือกอัจฉริยะไปดินแดนลับจันทร์มายา หากเจ้าทำอันดับได้ดี ๆ ก็
มีรางวัลให้ อยากได้วรยุทธ์ก็ไปตะกายหาเอา!”
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ศิษย์ผู้นี้ที่รับมาทำให้ถานกว่างโซ่วรู้สึก
เหมือนถูกอีกฝ่ายใช้งานอยู่เสมอ
หลังจากเจียงผิงอันเดินออกจากตำหนักของถานกว่างโซ่ว
ดวงตาของเขาก็ทอประกายเรืองวาบ
แม้ครั้งนี้เขาจะเผชิญวิกฤติร้ายแรง ผลที่ได้ก็ยังมหาศาลเช่นกัน
เขาได้เขตแดนกลืนกินควบแน่นห้าชิ้นอย่างไม่ต้องเสียเงิน บรรลุ
เขตแดนกลืนกิน และใช้ปราณเซียนประหยัดทรัพยากรได้มากมาย
ท้ายที่สุด เขาก็ได้ยอดสมบัติมาชิ้นหนึ่ง
ถึงเวลาหนีแล้ว
เจียงผิงอันมิได้กระเหี้ยนกระหือรืออยากรีบหนี เขารีบเร่งเดินทาง
เยี่ยงผู้ฝึกตนทั่วไปเพื่อมิให้ถูกจับได้
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังเดินไปยังค่ายกลเคลื่อนย้ายนอกสำนัก
เซียนเทียนหลาน บทสนทนาระหว่างผู้ฝึกตนสองคนข้างตัวเขาก็ดึง
ความสนใจของเขาไป
“เฮ้อ ข้าแพ้แล้ว ไม่มีโอกาสไปปราชันแย่งผลเต๋าวิญญาณเซียน
ที่ดินแดนลับจันทร์มายาแล้ว”
“เจ้าท้าทายอัจฉริยะเหล่านั้น ไปเอาความกล้ามาแต่ใด? สมอง
โดนคู่บำเพ็ญหนีบบี้แล้วหรือ?”
“มิใช่ได้ยินว่ามีรางวัลมากมายหรือ หากได้อันดับหนึ่งในดินแดน
ลับจันทร์มายาก็มีผลเต๋าวิญญาณเซียนผลหนึ่งเป็นรางวัล ด้วยผลไม้
นี้ โอกาสเป็นเซียนในภายหน้าก็จะสูงนัก”
“ผู้ฝึกตนทั่วไปอย่างเจ้ายังกล้าคิดอยากได้ผลเต๋าวิญญาณ
เซียน? น ้าหน้าอย่างเรา ๆ มีคุณสมบัติอะไร?”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘ผลเต๋าวิญญาณเซียน’ โผล่มาในบทสนทนา
ระหว่างทั้งคู่ เจียงผิงอันก็ชะเง้อเข้าแทรกทันที
“ขอรบกวนถาม สหายเต๋าทั้งสองพูดเรื่องใดกันอยู่หรือ?”
“มันเกี่ยวกงการอะไรกับเจ้า…”
ผู้ฝึกตนร่างท้วมกำลังจะก่นด่า แต่ผู้ฝึกตนร่างผอมสูงข้างตัวเขา
รีบปิดปากอีกฝ่ายไว้แล้วยิ้มให้เจียงผิงอัน
“ที่แท้ก็เป็นศิษย์พี่ไป๋ฟานนี่เอง มิได้พบกันหลายปี ศิษย์พี่ไป๋
ฟานนับวันยิ่งหล่อเหลานะขอรับ”
ผู้ฝึกตนร่างท้วมซึ่งถูกปิดปากตะลึงไปชั่วขณะ ไป๋ฟาน? ไฉนชื่อ
นี้ฟังดูคุ้น ๆ หนอ?
จริงสิ! เจ้าคนที่ทำลายสมรภูมิในจุลภพเทพโบราณเมื่อยี่สิบกว่า
ปีก่อนไง!
คนผู้นี้ในปัจจุบันเป็นศิษย์ใกล้ชิดของผู้อาวุโสใหญ่ไปแล้ว
เมื่อรู้ตัวตนของไป๋ฟาน ศิษย์ผู้คิดก่นด่าก็เหงื่อแตกพลั่ก
ในฐานะศิษย์ใกล้ชิดของผู้อาวุโสใหญ่ สถานะของเขาย่อมสูงล ้า
ยิ่ง
คนระดับนี้มิใช่ผู้ที่เขาจะล่วงเกินได้เลย
“ศิษย์พี่ไป๋ นี่คือผลึกเซียนสามพันชิ้นที่ข้าได้มาเมื่อไม่นานนี้
โปรดรับไว้ด้วยเถิด”
เขานำอาวุธวิเศษเก็บของชิ้นหนึ่งออกมาส่งให้อย่างไม่เต็มใจ
หวังว่า ‘ไป๋ฟาน’ จะมิถือโทษเขา
เจียงผิงอันย่อมไม่ปฏิเสธผลึกเซียนที่มาหากันถึงมือเช่นนี้
ศิษย์ขั้นต้นระดับเขตแดนทั่วไป รับได้เพียงหนึ่งพันผลึกเซียนต่อ
ปี
สามพันผลึกเซียนนับว่าเยอะแล้วจริง ๆ
“เมื่อครู่พวกเจ้าพูดเรื่องอะไรกัน?”
เจียงผิงอันรับอาวุธวิเศษเก็บของไปแล้วถามขึ้นซ ้าอีกครั้ง
“ศิษย์พี่ไป๋เก็บตัวฝึกฝนมาตลอด จึงอาจไม่ทราบว่าศิษย์สำนัก
เซียนเทียนหลานเรากำลังปราชันชิงโอกาสไปร่วมศึกที่ดินแดนลับ
จันทร์มายาอยู่ขอรับ”
ผู้ฝึกตนร่างท้วมเอ่ยยิ้ม ๆ
“เล่าให้ข้าฟังหน่อย” เจียงผิงอันเอ่ยปาก
เรื่องนี้ดูจะเกี่ยวกับผลเต๋าวิญญาณเซียน และเขาก็หาสิ่งนี้อยู่
พอดี
มีโครงกระดูกร้ายกาจร่างหนึ่งในโลกใบน้อยของเขา อีกฝ่าย
บอกว่าอยากกลับบ้าน แต่กลับไม่รู้ว่าบ้านตนอยู่ที่ใด และต้องการ
‘ผลเต๋าวิญญาณเซียน’ ในการฟื้นฟูตนเอง
เจียงผิงอันอยากรีบ ๆ ส่งโครงกระดูกนี้ไปพ้น ๆ โดยเร็วที่สุด
“เรียนศิษย์พี่ไป๋ ในดินแดนลับจันทร์มายามีต้น ‘ผลเต๋าวิญญาณ
เซียน’ อยู่ต้นหนึ่ง ผลของมันกำลังจะสุกงอม ห้าสำนักเซียนใหญ่ใน
แดนจันทร์มายาล้วนอยากได้มัน”
“ทว่าผลจากการต่อสู้ระหว่างเซียนหนักหนาเกินไป มิอาจบอก
ผลแพ้ชนะได้เลย ดังนั้นยามเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น ปกติจึงเป็นเหล่าศิษย์
ที่จะปราชันสู้แก้ปัญหา”
“แผนเดิมของห้าสำนักเซียนใหญ่คือจะให้ผู้ฝึกตนจากขอบเขต
ต่าง ๆ สู้กัน แต่ข้าหารู้ไม่ว่าสู้กันอย่างไร แต่ต้องเป็นศิษย์สู้กันแน่ ๆ
ขอรับ”
“สำนักเราก็กำลังคัดเลือกอัจฉริยะ…”
“เรื่องพวกนี้มิต้องแล้ว” เจียงผิงอันพลันตัดบท “ข้าอยากถาม
เรื่องรางวัลต่างหาก”
ผู้ฝึกตนร่างผอมสูงอีกคนตอบ “ยามนี้สำนักกำลังคัดเลือก
อัจฉริยะในหมู่ศิษย์ ปกติแล้วการคัดเลือกเช่นนี้จะมีรางวัลให้ด้วย
ขอรับ”
“ขอเพียงติดสิบอันดับแรกของขอบเขตในสำนัก ก็เลือกวรยุทธ์
หรืออาวุธวิเศษเป็นรางวัลได้อย่างหนึ่ง”
“หากได้อันดับหนึ่งในศึกปิดฉากผลเต๋าวิญญาณเซียน ช่วยให้
สำนักได้ชัย ได้ยินว่าจะได้ผลเต๋าวิญญาณเซียนผลหนึ่งด้วยขอรับ”
“ด้วยความแข็งแกร่งล ้าเลิศของศิษย์พี่ไป๋ อันดับหนึ่งไม่ไปไหน
เสีย โลกหล้าต้องสะท้านสะเทือน ได้ผลเต๋าวิญญาณเซียนมาแน่ ๆ
ขอรับ!”
ประโยคสุดท้ายนั้นประจบกันล้วน ๆ
ไป๋ฟานผู้นี้ฝึกฝนกันมากี่ปีเชียว แม้เขาจะแผลงฤทธิ์อัศจรรย์ใน
จุลภพเทพโบราณในกาลก่อน แต่หากอยากได้อันดับหนึ่งก็ไม่มีทาง
เลย
ติดสิบอันดับแรกของสำนักยังไม่ได้ด้วยซ ้า
เมื่อได้ยินว่ามีผลเต๋าวิญญาณเซียนผลหนึ่งเป็นรางวัล เจียงผิง
อันก็กำหมัด ดวงตาเรืองประกายหนักแน่น
อาจต้องเปลี่ยนแผนเสียแล้ว ยังไม่หนีไปในชั่วขณะนี้
ต้องขูดรีดกันอีกสักรอบ
การใช้ทรัพยากรของศัตรูมาพัฒนาตัวเองเป็นเรื่องน่ายินดีเสมอ
ผลเต๋าวิญญาณเซียน เขาต้องได้มา!
ขณะเดียวกัน ก็ถึงยามทดสอบพลังของเขตแดนกลืนกินแล้ว