สู่วิถีอมตะ - บทที่ 670 สระเซียนเทียนหลาน
เจียงผิงอันมิคาดว่าถานกว่างโซ่วจะปรากฏตัว จึงรีบลุกขึ้น
คารวะ
“เรียนอาจารย์ เหตุที่ศิษย์ฝึกฝนที่นี่เพราะมีผลึกเซียนติดตัวไม่
มาก ห้องฝึกฝนทั่วไปก็ไร้ประโยชน์กับศิษย์ ห้องฝึกฝนระดับสูงก็จ่าย
ไม่ไหว จึงไปฝึกข้างนอกดีกว่าขอรับ”
เจียงผิงอันคิดหาเหตุผลได้ทันที ต้องไม่ให้ถานกว่างโซ่วรู้
เด็ดขาดว่าเขาใช้ป้ายแสดงตนของไป๋ฟานมิได้
“เฮ้อ ลำบากศิษย์คนดีของข้าเสียจริง ไป อาจารย์จะพาเจ้าไปที่
สระเซียนเทียนหลาน การฝึกฝนที่นั่นจะพัฒนาพรสวรรค์ เร่งการ
ฝึกฝนของเจ้าได้อีกขั้นหนึ่ง”
“อาจารย์ ศิษย์มีผลึกเซียนไม่พอนะขอรับ”
สระเซียนเทียนหลานเป็นสถานที่ฝึกฝนสูงสุดของสำนักเซียน
เทียนหลาน น ้าในสระมีการเพิ่มโอสถระดับสูงสุดลงไปมากมาย และมี
การจ่ายอำนาจเซียนเข้าเพิ่มเติม หลังบ่มเพาะมาเกินนับปีจึงเกิดเป็น
สระเซียนขึ้นมาได้
สำหรับผู้ฝึกตนทั่วไป การเข้าไปแช่ในนั้นหนึ่งวันก็อาจเทียบได้
กับเปลี่ยนกระดูกหวนครรภ์
ทว่า เนื่องด้วยผลึกเซียนมหาศาลที่ต้องจ่ายในการเข้าแช่ ปกติ
แล้วจึงมีเพียงผู้อาวุโสซึ่งมีกำลังทรัพย์พอฝึกฝนในนั้นได้
กระทั่งผู้อาวุโสเหล่านั้นยังต้องคิดแล้วคิดอีกก่อนจะเข้าไปฝึกฝน
ภายใน
การที่จู่ ๆ เจ้าเฒ่าตระหนี่นี่ก็เปลี่ยนท่าที ต้องมีเหตุผลบางอย่าง
และใช่จริง ๆ ถานกว่างโซ่วประหลาดใจอย่างยิ่งที่ได้ยินว่าเจียง
ผิงอันชนะบุคคลอันดับเก้าของระดับได้
กาลก่อน เขาไม่คิดเลยว่า ‘ไป๋ฟาน’ จะสร้างผลงานอะไร แต่
ปรากฏว่าเขาประเมินพรสวรรค์ศิษย์เขาต ่าไปเสียแล้ว
ผู้อาวุโสคนอื่นมากมายเยินยอเขาที่หาเมล็ดพันธุ์ชั้นดีได้ ทำให้
อาจารย์อย่างเขาพลอยได้หน้าไปด้วย
แน่นอน เหตุที่ถานกว่างโซ่วใจกว้างเพียงนี้ก็เพื่อตัวเอง
อีกครึ่งปีจากนี้ ไป๋ฟานจะไปปราชันกับศิษย์อัจฉริยะจากสี่สำนัก
เซียนใหญ่ ณ ดินแดนลับจันทร์มายา หากไป๋ฟานทำผลงานได้ดี
อาจารย์เช่นเขาก็ยิ่งได้หน้าได้ตา
ยิ่งกว่านั้น ไม่ช้าก็เร็วไป๋ฟานก็จะกลายเป็นอวตารหนึ่งของเขา
ดังนั้นยิ่งไป๋ฟานแข็งแกร่ง ยิ่งดีต่อเขา
จุดอื่นที่ต้องการทรัพยากรให้ปล่อยไว้ก่อน ต้องบ่มเพาะอวตาร
ร่างนี้เป็นอันดับแรก
“ผลึกเซียนที่ต้องใช้เข้าสระเซียนเทียนหลาน อาจารย์จะช่วยเจ้า
จ่าย ก่อนจะไปดินแดนลับจันทร์มายา เจ้าฝึกฝนในนั้นอย่างสบายใจ
ได้เลย”
ถานกว่างโซ่วตบบ่าเจียงผิงอันด้วยใบหน้าสุดภาคภูมิ ก่อนจะพา
เขาไปยังสระเซียนเทียนหลาน
สระเซียนเทียนหลานอยู่ ณ ใจกลางของสำนักเซียนเทียนหลาน
มียอดฝีมือมากมายเฝ้าอยู่ วางค่ายกลไว้เกินคณานับ
ก่อนจะจ่ายเงินเข้าสระเซียน ถานกว่างโซ่วยังลังเลอยู่เล็กน้อย
แต่เมื่อนึกถึงความแข็งแกร่งของอวตารร่างนี้ เขาก็กัดฟันส่งศาสตรา
เซียนชิ้นหนึ่งออกจ่าย
“ผู้อาวุโสถาน เจ้าดีกับศิษย์เจ้ายิ่งนัก”
ผู้อาวุโสซึ่งรับหน้าที่ดูแลสระเซียนเทียนหลานชื่นชมถานกว่าง
โซ่วยิ่ง เพื่อศิษย์คนเดียว เขากลับยอมจ่ายกระทั่งศาสตราเซียน
“ฮ่า ๆ เพื่อความยืนยงของสำนักเซียน เราย่อมสมควรทุ่มเท
ฝึกฝนคนรุ่นต่อไปอยู่แล้ว”
ถานกว่างโซ่วติดป้าย ‘คนมีคุณธรรมยิ่งใหญ่’ ให้ตนเองอย่างไร้
ยางอาย
เขาคิดถึงสำนักเซียนเทียนหลานตรงไหน แค่ฝึกฝนอวตารของ
ตัวเองแท้ ๆ
“เสี่ยวฟาน เข้าไปก็ตั้งใจฝึกฝนล่ะ รออีกครึ่งปี ก็เข้าดินแดนลับ
ไปสยบศิษย์จากสี่สำนักเซียนใหญ่ซะ”
ก่อนหน้านี้เขามิได้สนใจอะไรไป๋ฟานมากนัก แต่ไป๋ฟานยังคว้า
อันดับเก้ามาได้ หากให้เขาเข้าไปฝึกในสระเซียนครึ่งปี ต้องแข็งแกร่ง
กว่านี้ได้แน่นอน
“ขอบคุณอาจารย์ ข้าจะตั้งหน้าตั้งตาเติบโต ไม่ทำให้การอุทิศ
ตนของอาจารย์ต้องเสียเปล่าขอรับ”
เจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะ
โอกาสนี้ต้องแลกมาด้วยศาสตราเซียนหนึ่งชิ้น หากเขาไม่
พัฒนา ก็คงทำร้ายจิตใจเจ้าเฒ่านี่มากเกินไป
ไม่รู้เจ้าเฒ่านี่จะทำสีหน้าอย่างไรในวันเฉลยสรรพสิ่ง จู่ ๆ เขาก็
อยากเห็นขึ้นมาเสียแล้ว
ผู้อาวุโสซึ่งรับหน้าที่ดูแลสระเซียนส่งป้ายสีเขียวสลักตัวเลขให้
เจียงผิงอัน
สิบห้า
“ทุกคนล้วนมีสระแยกกัน นี่คือหมายเลขสระที่เจ้าจะได้เข้าไป” ผู้
อาวุโสอธิบาย
“ขอบคุณผู้อาวุโส”
“ไว้พบกันขอรับอาจารย์”
หลังเจียงผิงอันคารวะขอตัวลา เขาก็ผ่านค่ายกลเข้าไปในสระ
เซียน
ทันทีที่เข้ามาได้ อำนาจลึกลับอันยิ่งใหญ่สายหนึ่งก็พุ่งปะทะหน้า
เจียงผิงอันทราบทันทีว่านี่คือพลังระดับเซียน
ถัดจากกฎเขตแดนก็คือกฎมหาเต๋า
หากผู้ฝึกตนระดับเขตแดนมิอาจทะลวงขอบเขตบรรลุเซียน
มนุษย์ และรอดชีวิตจากทัณฑ์สวรรค์ได้ก็จะกลายเป็นเซียน บรรลุ
มหาเต๋าได้ทั่วไป
แต่หากเหยียบย่างถึงขอบเขตเซียนมนุษย์ได้สำเร็จ ก็จะบรรลุ
เต๋าเซียน
แท้จริงแล้วพวกมันต่างก็เป็น ‘เต๋า’ ทว่ามีความต่างเรื่องระดับสูง
ต ่า
รัศมีรายรอบเขาเรืองรอง อำนาจกฎเกณฑ์ลึกลับขับกล่อมชวน
เมามาย ทุกลมหายใจล้วนสัมผัสได้ว่ารากเซียนในกายกำลังเติบโต
ตรงหน้าเจียงผิงอันมีประตูแสงอันก่อตัวจากค่ายกล ตรงหน้ามี
ตัวเลข ‘สิบห้า’ ลอยอยู่
เจียงผิงอันยกป้ายสีเขียวในมือขึ้น แล้วประตูแสงก็เปิดออก
เมื่อก้าวเข้าไปในประตูแสง เจียงผิงอันก็มาปรากฏยังอีกหนึ่งมิติ
ตรงหน้าเป็นสระน ้าอันถูกแบ่งส่วน มีแสงเจ็ดสีคล้อยวนเวียน ไอเย็น
แผ่ซ่านชวนให้รู้สึกสดชื่น
ระยะของสระน ้านี้มิได้กว้างใหญ่ เพียงร้อยตารางฉื่อเศษเท่านั้น
แต่พลังภายในนั้นทำให้หัวใจของเจียงผิงอันเต้นระรัว
สมกับเป็นสถานที่ฝึกฝนสูงสุดของสำนักเซียนเทียนหลาน เมื่อ
เข้ามาในสระเซียนนี้ แม้จะมีรากเซียนสุดแสนธรรมดาก็สามารถ
พัฒนาเป็นรากเซียนสวรรค์ได้
หากฝึกฝนที่นี่ครึ่งปี ก็ไม่รู้จะพัฒนาได้ไกลเพียงไรเลย
เจียงผิงอันไม่ประวิงเวลา ก้าวลงไปทันที
ทว่า ขณะที่เขากำลังจะเริ่มฝึกฝนนั้น ลายตรวนบนตัวเขาพลัน
ปรากฏขึ้น เรืองแสงวูบไหว แล้วโครงกระดูกมือข้างหนึ่งพลันทะลวง
ออกจากอกเขา วางลงบนสระเซียน
ทันใดนั้น สระเซียนซึ่งแผ่อำนาจเซียนพลันเสื่อมฤทธิ์หม่นรัศมี
เหลือเพียงวารีใสแจ๋ว พลังทั้งปวงหายสิ้นไร้ร่องรอยในพริบตา
ความปรีดาบนใบหน้าเจียงผิงอันชะงักค้างทันที
เจียงผิงอันก้มมองแขนโครงกระดูกที่โผล่มาจากอก คำรามอย่าง
กลั้นโทสะไม่อยู่ว่า “นี่ของข้า เจ้าทำอะไรเนี่ย!”
แขนโครงกระดูกนี้เป็นของโครงกระดูกในโลงแก้วผลึก
แต่โครงกระดูกนี้อยู่ในโลกใบน้อยของร่างจริง มาโผล่ในอวตาร
นี้ได้อย่างไรกัน?
เมื่อเห็นลวดลายตรวนซึ่งปรากฏบนตัว เจียงผิงอันก็พอเดาได้ว่า
การปรากฏของแขนโครงกระดูกนี้อาจเกี่ยวกับรอยตรวนบนตัวเขา
ตรวนซึ่งพันบนโลงแก้วผลึกพันธนาการตัวเขา แต่ละร่างล้วน
ปรากฏรอยตรวน ควบคุมบงการเหนือเขา
ตรวนนี้อาจจะเชื่อมต่อกับตัวโครงกระดูกเองก็ได้
ไม่ว่าโครงกระดูกนี้จะเป็นอะไร แต่สรุปคือ ยามนี้เจียงผิงอันโมโห
อย่างยิ่ง
โอกาสนี้ควรจะเป็นของเขา แต่กลับถูกโครงกระดูกสมควรตายนี่
ฉกชิงไป ทำให้เขาเสียโอกาสนี้
โอกาสนี้มิได้แย่ไปกว่าได้ผลึกแก่นพลังต้นโลกามาเลยนะ
เขาไม่ได้รู้สึกดีกับโครงกระดูกนี่ที่จู่ ๆ ก็โผล่มาควบคุมเขาอยู่
แล้ว ยามนี้ยิ่งสะอิดสะเอียนโกรธเคือง
หัตถ์โครงกระดูกขาวซีดพลันหันเข้าหาเจียงผิงอัน นิ้วหนึ่งชี้สู่
หว่างคิ้ว แสงสีทองเรืองสว่างขึ้น แล้วอักขระเซียนลึกลับก็ถูกส่งเข้าสู่
มโนสำนึก
ในใจเจียงผิงอันปรากฏข้อความขึ้นชุดหนึ่ง
“‘คัมภีร์มารกลืนสวรรค์’ หลอมนภา ผลาญแดนดิน กลั่นมวล
เทหกายาเหลวแหลก กลืนบรรพต กลืนทะเล เขมือบหมื่นวิญญาใน
ฟ้าดิน ชิงวาสนาทั่วโลกา ปล้นชิงรากฐานเส้นทางเซียน ไม่มีสิ่งใดที่
กลืนมิได้ ไร้วัตถุใดเกินหลอมกลั่น…”
เนื้อหาต่อจากนี้ทั้งซับซ้อนและลึกซึ้ง เจียงผิงอันมิอาจเข้าใจได้
เลย
“วรยุทธ์เซียน? ระดับใดกัน?”
“ต่อให้เจ้าทวีทรัพยากรที่มีหมื่นหน ก็มิอาจแลกกับวรยุทธ์นี้ได้
หากมันแพร่งพราย ทั้งแดนจันทร์มายาจะถูกทำลายในทันที”
เสียงลุ่มลึกของโครงกระดูกดังขึ้นในใจเจียงผิงอัน