สู่วิถีอมตะ - บทที่ 700 เซียนมนุษย์ซุ่มโจมตี
เซียนมนุษย์ทั้งสองลอยกลางสุญตานอกเมืองผี
ถานกว่างโซ่วเผชิญคำถามของเหมียวเสียแล้วอธิบายเสียงเรียบ
“ข้ามิได้ลงมือเสียหน่อย ชิวซื่อผิงต่างหาก เกี่ยวการใดกับข้าล่ะ”
หากไม่จำเป็นจริง ๆ เซียนมนุษย์จะไม่ลงมือกับศิษย์ทั่วไป และ
หากเซียนมนุษย์ลงมือจริง สองขุมกำลังก็คงสู้กันจนโหรงเหรงเหลือ
เพียงเซียนมนุษย์เป็นแน่
สงครามเช่นนี้ไร้ประโยชน์ยิ่ง
เหมียวเสียแผดเสียงใส่ชิวซื่อผิงอย่างเครียดขรึม “เป็นถึงเซียน
มนุษย์ มาลงมือกับผู้ฝึกตนระดับล่าง ไม่ละอายบ้างหรือไร?”
“ละอาย? ตาเฒ่าผู้นี้ไม่เหลืออะไรแล้ว ไฉนต้องกลัวละอาย?
พวกเจ้าสำนักเซียนอวี่หวงมีแต่พวกโง่เง่า เพื่อเจียงผิงอันเล็กจ้อยคน
เดียว ถึงกับจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับเซียนมนุษย์อย่างข้า พวกเจ้าวอน
ตายกันเองนะ!”
ชิวซื่อผิงจ้องมองเจียงผิงอันอย่างเคียดแค้น ทุกสิ่งเป็นเพราะสาร
เลวนี่ สิ่งที่เขามีจึงไม่เหลือ
“เหมียวเสีย ส่งเจียงผิงอันมา แล้วข้าจะปล่อยอวี๋เปย เทียบกัน
แล้ว อวี๋เปยมีโอกาสบรรลุเซียนมากกว่า สำคัญกว่าสำหรับพวกเจ้า
สำนักเซียนอวี่หวง หากไม่ส่งคนมา อวี๋เปยตายแน่!”
หัตถ์ใหญ่ของชิวซื่อผิงออกแรงเล็กน้อย คอของอวี๋เปยลั่นกร๊อบ
ชัดเจน ร่างของเขากระตุกสั่นรุนแรง โลหิตหลากออกจากตา หูและ
จมูก
อวี๋เปยคิดระเบิดตนเอง แต่พลังในกายถูกผนึกนิ่ง มิอาจโคจรได้
เลย
“ศิษย์น้อง… เจียง… ช่วยข้าบันทึกภาพของทะเลดาราจักรที… ผู้
ฝึกตนอย่างเราไม่มีวันรอมชอม!”
อวี๋เปยแผดเสียง แล้วเหวี่ยงหมัดใส่หน้าชิวซื่อผิงสุดแรง
แม้มิอาจทำร้าย แต่ก็หยามกันสุดแสน
“เดรัจฉานน้อยนี่!”
ใบหน้าเฒ่าชราของชิวซื่อผิงดำคล ้า เพียงหนึ่งฟาดฝ่ามือ ร่าง
ครึ่งตัวของอวี๋เปยก็สะบั้นขาดดุจเศษกระดาษ โลหิตโปรยปรายดุจ
เม็ดฝน
หัวใจของเจียงผิงอันและเหมียวเสียสะท้าน
ชิวซื่อผิงกล่าวกับเหมียวเสียเสียงเย็น “ข้าจะให้เวลาเจ้าคิดเพียง
นับสาม หากไม่แลกเจียงผิงอันมา ก็ตายอย่างสุนัขข้างถนน”
อันที่จริง เขาไม่แน่ใจหรอกว่าอีกฝ่ายจะยอมแลก แต่ก็ยังต้อง
ลองดู
หากมิใช่เพราะข้อจำกัดรอบ ๆ เมืองผี เซียนมนุษย์มิอาจเข้าไป
ได้ เขาคงพุ่งเข้าไปแล้ว
เหมียวเสียกำหมัดแน่น ดวงตาแดงฉาน มิอาจเลือกได้เลย
นางไม่อยากให้เจียงผิงอันตาย แต่ก็ไม่อยากให้อวี๋เปยตาย
เหมือนกัน
เหมียวเสียกล่าวเสียงเข้ม “แลกตัวข้ากับอวี๋เปย ข้าเองที่ให้บิดา
ไปล่าตัวเจ้า ทุกสิ่งที่เจ้ามี พินาศไปวันนี้ก็เพราะข้า”
“ตาเฒ่าผู้นี้ไม่ต้องการเจ้า จะเอาเจียงผิงอัน!”
ชิวซื่อผิงแค้นเหมียวเสียก็จริง แต่เจียงผิงอันสำคัญกว่าสำหรับ
เขา เพราะเจียงผิงอันมีรากฐานเทพโบราณอยู่
ร่างของชิวซื่อผิงบาดเจ็บสาหัสยากเยียวยา หากเขาได้รากฐาน
เทพโบราณมา มิเพียงฟื้นตัว ยังจะพัฒนาต่อด้วยได้
นี่คือเหตุผลหลักที่เขามาหาเจียงผิงอัน
“ข้าจะออกไป”
เจียงผิงอันสูดหายใจลึก ๆ ราวตัดสินใจอะไรได้ แล้วส่งถุงเก็บ
สัตว์ภูตให้เหมียวเสีย
“ไม่ได้นะ! เจ้าไปไม่ได้!” เหมียวเสียคว้าเจียงผิงอันไว้
เจียงผิงอันพูดอย่างเด็ดเดี่ยว “พวกเขามาที่นี่เพราะข้า ข้าไม่
อยากให้พี่ใหญ่อวี๋ตายเพราะข้า หาไม่แล้ว ข้าจะรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต
ศิษย์พี่หญิง เจ้าเคยประสบความรู้สึกเช่นนี้มาแล้ว อย่าให้ข้าแบกรับ
มันเลย”
“เจ้าบื้อ…” เหมียวเสียหลั่งน ้าตาอย่างอับจน
“ศิษย์น้องเจียง ไม่ต้องห่วงข้า…” อวี๋เปยยังอยากพูดกล่อม แต่ก็
ถูกชิวซื่อผิงบีบขยำคอจนช ้าโชกเลือด
เจียงผิงอันเดินออกจากประตูเมืองผี “ข้ามาแล้วนี่ไง ปล่อยพี่
ใหญ่อวี๋เสีย”
ชิวซื่อผิงเขม่นตามองเจียงผิงอัน “ปล่อยปราณรากฐานของเจ้า
ออกมา ข้ารู้ว่าเจ้าอำพรางและเปลี่ยนปราณตัวเองได้ ข้าต้องแน่ใจ
ก่อนว่านี่คือร่างจริงของเจ้า”
หนก่อนในจุลภพเทพโบราณ เหตุที่ชิวซื่อผิงหาเจียงผิงอันไม่
เจอก็เพราะพลังอำพรางกายอันแข็งแกร่งของเจียงผิงอัน และครั้งนี้
เขาจะไม่พลาดซ ้าสอง
เจียงผิงอันหน้าเสีย ก่อนจะส่ายหัวด้วยรอยยิ้มเจื่อน “ดูจะเลี่ยง
มิได้แฮะ”
ร่างของเขาสลายคืนสู่พลังปราณ
อึดใจต่อมา เจียงผิงอันก็พุ่งออกจากถุงเก็บสัตว์ภูตที่ให้เหมียว
เสียไว้
ถานกว่างโซ่วตกใจสุดขีด กระทั่งเขายังมองไม่ออกว่าเมื่อครู่คือ
อวตารปราณ!
วิชาอำพรางปราณเช่นนี้จะทรงพลังเกินไปแล้ว
เจียงผิงอันปลดปล่อยปราณรากฐาน อัสนีทมิฬปรากฏรายล้อม
ครั้งนี้เป็นปราณรากฐานอย่างแท้จริง
ทันทีที่เจียงผิงอันก้าวออกจากประตูเมืองผี หนึ่งอำนาจแข็งแกร่ง
ก็ลากเขาไปทันที ต่อหน้าเซียนมนุษย์ทั้งสอง เขาหามีโอกาสหนีไม่
ชิวซื่อผิงบีบคอเจียงผิงอันพลางเสสรวล “ไอ้หนูสารเลว เก่งจริงก็
หนีอีกสิ!”
ชิวซื่อผิงมิคาดว่าอีกฝ่ายจะมาแลกตัวประกันจริง ๆ ไอ้โง่เอ๊ย!
เขาสะบัดมือโยนร่างอวี๋เปยซึ่งถูกสะกดพลังออกไปก็จริง แต่โยน
ไปหาฉางหงซึ่งอยู่มิไกลนัก
ฉางหงแทงหอกในมือสุดกำลังเช่นดาวตก อวี๋เปยซึ่งถูกสะกด
พลังมิอาจขัดขืนใด ๆ ร่างของเขาสลายไปทันที
“ขยะเอ๊ย น ้าหน้าอย่างพวกเจ้ายังคิดฆ่าข้า”
ฉางหงถือหอกในมือ กล่าวด้วยสีหน้าเหยียดหยาม
“พี่ใหญ่อวี๋!!”
ดวงตาของเจียงผิงอันแดงก ่า เส้นเอ็นปูดเขียว จิตสังหารในใจ
คละคลุ้งเดือดพล่าน “ข้าเจียงผิงอันสาบานต่อกฎสวรรค์! ข้าจะ
ทำลายเจ้า ชิวซื่อผิงและสำนักเซียนเทียนหลานให้จงได้!”
เสียงคำรามเลื่อนลั่นนั้นกึกก้องทั่วฟ้าดิน มิอาจทราบว่าเพราะ
เหตุใด ปวงชนที่นี่จึงรู้สึกหนาวยะเยือกครั่นคร้ามอย่างบอกไม่ถูก
ชิวซื่อผิงผงะนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคืนสติทันที สารเลวนี่อยู่ในมือ
เขา ต้องตายแน่ ๆ ไฉนเขาต้องกลัว?
เขาฉีกโลกใบน้อยในกายเจียงผิงอัน เตรียมหารากฐานเทพ
โบราณ
ทว่า ชิวซื่อผิงกลับพบว่าในโลกใบน้อยของเจียงผิงอันไม่มีอะไร
เลย
“ก้อนวัตถุที่ข้าให้เจ้าอยู่ที่ไหน!”
ชิวซื่อผิงเค้นคอถามเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันไม่ตอบ ดวงตาจ้องเขาอย่างเยียบเย็น “เจ้าคิดว่านี่คือ
ร่างจริงของข้าหรือ?”
ม่านตาของชิวซื่อผิงหดตัว นี่มิใช่ร่างจริงของเจียงผิงอันหรือ?
เป็นไปไม่ได้สิ ปราณรากฐานอยู่กับเขาแท้ ๆ นี่ต้องเป็นร่างจริงสิ
“จะหลอกตาเฒ่าผู้นี้หรือ? ข้าจะถามเป็นครั้งสุดท้าย ก้อนวัตถุที่
ข้าให้เจ้าไปอยู่ที่ใด หากเจ้าไม่ส่งมา ตาเฒ่าผู้นี้จะให้เจ้าอยู่อย่างแย่
กว่าตาย!”
อำนาจชวนสะพรึงของเซียนมนุษย์กดลงใส่เจียงผิงอันจนกระดูก
ลั่นเสียด
“เจ้า ชิวซื่อผิง และพวกเจ้าสำนักเซียนเทียนหลาน สักวันข้าจะ
ฆ่ามิให้เหลือ!”
หนึ่งเสียงเย็นเยียบดังขึ้นในทิศประตูเมืองผี
เมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นโสต ชิวซื่อผิงและถานกว่างโซ่วหันขวับไป
ที่ประตูเมืองกันทันที
เจียงผิงอันยืนอยู่ที่นั่น จ้องมองพวกเขาอย่างเยียบเย็น
ดวงตาของชิวซื่อผิงและถานกว่างโซ่วเบิกกว้าง สีหน้าไม่อยาก
เชื่อ
เจียงผิงอัน!
ไฉนจึงมีเจียงผิงอันอีกคนได้!
เป็นไปไม่ได้น่า เห็นชัด ๆ ว่าเจียงผิงอันในมือมีปราณรากฐาน นี่
ควรเป็นร่างจริงของเจียงผิงอันสิ!
ใบหน้ายับย่นของชิวซื่อผิงดำคล ้า สืบรากฐานของเจียงผิงอัน
อย่างระแวดระวังอีกครั้ง
แล้วเขาจึงค้นพบยามนั้นว่าปราณรากฐานของเจียงผิงอันเบา
บางยิ่ง มีเพียงรากเซียนอัสนีหยินไร้ดารา
หากจะให้สมเหตุสมผล เจียงผิงอันซึ่งบรรลุเขตแดนจำนง
สัประยุทธ์ควรมีรากเซียนจำนงสัประยุทธ์สิ
ชิวซื่อผิงฟาดฝ่ามือใส่เจียงผิงอันในมือ
เจียงผิงอันที่ประตูยังคงปลอดภัยสบายดี
“หรือว่าเจ้า… จะมีรากเซียนแฝดในตำนานจริง ๆ!”
ชิวซื่อผิงโพล่งสิ่งที่ตนคาดคิด แต่ไม่อยากยอมรับออกมา
หากเจียงผิงอันมีรากเซียนแฝด ทุกสิ่งก็อธิบายได้ มีเพียง
คำอธิบายนี้เพียงหนึ่งที่อธิบายได้ว่าเหตุใดรากฐานถูกทำลายแล้วยัง
ไม่ตาย
ชิวซื่อผิงเดาถูกเผง
เจียงผิงอันแบ่งหนึ่งรากเซียนของเขาออกมา จำแลงเป็นร่างจริง
ทว่าแท้จริงเป็นเพียงหนึ่งอวตาร แต่จะทำให้ปวงชนสัมผัสปราณได้
เช่นร่างจริง มิอาจแยกแยะได้
เพื่อช่วยชีวิตอวี๋เปย เจียงผิงอันจึงยอมทิ้งหนึ่งพรสวรรค์ของตน
อย่างเด็ดเดี่ยว ซึ่งนั่นจะทำให้อวตารกลืนสวรรค์ของเขาอ่อนแอลง
ชั่วขณะ
เขาคิดว่าหากช่วยพี่ใหญ่อวี๋ได้ หนึ่งพรสวรรค์นั้นเล็กน้อย
ทว่า…
สรรพสิ่งมิได้ง่ายดายเช่นนั้น
อวี๋เปยตกตาย รากเซียนอัสนีหยินก็บรรลัย
เซียนมนุษย์ทั้งสอง เหมียวเสียและฉางหงล้วนตกใจกับข่าวนี้
เจียงผิงอันกระทั่งซ่อนพรสวรรค์ร้ายกาจเช่นนี้ไว้ แท้จริงเขามี
รากเซียนแฝดในตำนาน!
ฉวยโอกาสยามปวงชนตกตะลึง เจียงผิงอันรีบใช้กำไลทลายมิติ
ฉีกสุญตา ฉวยชิ้นส่วนของอวี๋เปยที่ยังหลงเหลือในสุญตากลับคืน
“พวกเจ้าคอยก่อนเถอะ”
หลังทิ้งวาทะอันเปี่ยมโทสะร้ายแรงไว้ เจียงผิงอันก็รีบพาเหมียว
เสียไปจากประตูเมืองผี