สู่วิถีอมตะ - บทที่ 699 ความตกใจของทั้งสอง
ทั้งสามเข้าห้อง เปิดอาคมมิดชิด
“มีเรื่องอะไรหรือ?” เหมียวเสียถามอย่างสงสัย น้อยครั้งนักที่เจียง
ผิงอันจะเปิดปากพูดอะไรเอง และหากเขาเป็นฝ่ายเปิดประเด็น ต้อง
เป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน
“เรื่องป้ายผ่านทาง” เจียงผิงอันตอบ
“เรื่องนี้ข้าไม่ต้องให้เจ้าช่วยหรอก ไว้ครั้งหน้าอีกยี่สิบสามสิบปี
ยามสำนักศึกษาชางจือออกป้ายผ่านทางล่วงหน้า ข้าจะไปแย่งมันมา
เอง”
เหมียวเสียถูกตัวตนประหลาดนั้นทำร้าย รู้ดีว่าสิ่งนั้นน่ากลัว
เพียงไร
ขณะนั้น หากมิใช่เพราะมีศาสตราเซียนคุ้มกาย นางคงตายไป
แล้วแน่ ๆ
เหมียวเสียไม่แน่ใจว่าการที่เจียงผิงอันออกตระเวนราตรีจะ
ปลอดภัยแน่นอนหรือไม่ และไม่อยากให้เจียงผิงอันออกไปเสี่ยง
อันตราย
กลับกัน นางขอรอจนสำนักศึกษาชางจือออกป้ายผ่านทางรอบ
หน้า ปราชันกับยอดอัจฉริยะคนอื่น ๆ แย่งมายังดีกว่า
เจียงผิงอันส่ายหัว “มิใช่ว่าข้าจะออกไปหาป้ายผ่านทาง แต่เจอ
แล้วต่างหาก”
เหมียวเสียและอวี๋เปยนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพากันอุทาน
“เจอแล้ว?”
“จริงหรือ?”
เจียงผิงอันนำก้อนศิลาสีแดงสองก้อนออกมา
เมื่อเห็นก้อนศิลาสีแดงนี้ ม่านตาของอวี้เปยและเหมียวเสียต่าง
หดตัวเฉียบพลัน ร่างของพวกเขาสั่นสะท้านน้อย ๆ
เป็นป้ายผ่านทางจริง ๆ ด้วย!
ซ ้ายังมีสองป้าย!
สิ่งที่อัจฉริยะจากขุมกำลังใหญ่ทั้งหลายมิอาจได้มา แต่เจียงผิง
อันกลับมีเยอะแยะ
“เจ้าได้มันมายามใด?” เหมียวเสียทั้งตกใจและปรีดา
“ในคืนที่ข้าลงมือ ข้าบังเอิญเจอแล้วได้มันมา” เจียงผิงอันตอบ
อวี๋เปยเงียบไป
เขาอาศัยในเมืองผีมาเป็นสิบ ๆ ปี ยังมิได้ป้ายผ่านทางมา แต่พอ
เจียงผิงอันมาถึงก็ได้มันเลย จิตใจเขาถูกทำร้ายรุนแรงยิ่งนัก
“ฮ่า ๆ ข้าบอกแล้วว่าเจ้ามันยันต์นำโชคของข้าชัด ๆ!” เหมียว
เสียหัวเราะไม่สนภาพพจน์ เอื้อมมือไปคว้าเจียงผิงอันมากอดรัดใน
อ้อมแขน
เจียงผิงอันเตรียมตัวไว้แล้ว เบี่ยงหลบไปทันที “ศิษย์พี่หญิง พี่
ใหญ่อวี๋ พวกเจ้าเอาไปคนละชิ้น”
นี่คือสาเหตุที่เจียงผิงอันเรียกพวกเขามาหา เพราะจะให้ป้ายผ่าน
ทางที่ได้เกินมากับพวกเขา
ป้ายผ่านทางนี้ล ้าค่าและมีประโยชน์กับเขาก็จริง แต่ให้พวกเขา
ไปแล้วมีประโยชน์มากกว่า
หากทั้งสองเข้าสำนักศึกษาชางจือได้ ก็ย่อมเป็นเรื่องดียิ่งสำหรับ
สำนักเซียนอวี่หวง
สำนักเซียนอวี่หวงดีต่อเขา เขาก็ดีต่อสำนักเซียนอวี่หวง ต่าง
ฝ่ายต่างมีไมตรี ปวงชนช่วยกันเพื่ออยู่รอด จึงพัฒนาต่อไปได้
“สิ่งนี้ล ้าค่าไปแล้ว ข้ารับไม่ได้หรอก นี่เป็นโอกาสของศิษย์น้อง
นะ”
อวี๋เปยรีบปฏิเสธ แม้เขาจะอยากได้ แต่ป้ายผ่านทางนี้ล ้าค่ายิ่ง
หากนำไปขาย ก็จะได้ทรัพยากรมากมาย
เรื่องสำคัญคือ สิ่งนี้แทนหนึ่งโอกาส โอกาสในการเข้าสำนัก
ศึกษาชางจือ
เขาจะรับของล ้าค่าเช่นนี้มาเฉย ๆ ได้อย่างไร
“รับไปเถอะ ข้ายังมีอยู่นี่อีกชิ้น” เจียงผิงอันหยิบป้ายผ่านทาง
ออกมาอีกชิ้น
“อะไรนะ! ยังมีอีกชิ้น!”
อวี๋เปยกับเหมียวเสียไม่รู้จะบรรยายอารมณ์ในขณะนี้เช่นไรแล้ว
ได้ป้ายผ่านทางสักป้ายมายังยาก แต่เจียงผิงอันคนเดียวมีสาม
ชิ้น!
หากข่าวนี้กระจายไป ทั่วทั้งเมืองผีต้องสั่นสะท้านเช่น
แผ่นดินไหวแน่นอน
หากทั้งสองรู้ว่าแท้จริงเจียงผิงอันมีสี่ชิ้น คงไม่รู้จะทำหน้ากันเช่น
ไร
เมื่ออวี๋เปยเห็นว่าเจียงผิงอันก็มีของตัวเองอีกชิ้น เขาก็ไม่ปฏิเสธ
อีกต่อไป แล้วนำแหวนเก็บของวงหนึ่งส่งมาแลก “ศิษย์น้องเจียง นี่คือ
ทรัพยากรที่ข้าสั่งสมมาตลอดหลายปี ดาบของข้าก็ด้วย ข้าให้ศิษย์
น้องเจียงหมดเลย ถือว่าข้าซื้อป้ายผ่านทางนี้นะ”
“ข้าในยามนี้ไม่ขาดทรัพยากร ให้ข้าไปก็ไม่มีประโยชน์ ในทะเล
ดาราจักรมีการต่อสู้มากมาย หากเอาอาวุธให้ข้า พี่ใหญ่ก็จะ
เดือดร้อน ไว้พี่ใหญ่บรรลุเซียน ค่อยหาอาวุธวิเศษดี ๆ มาให้ข้าแล้ว
กันนะ”
เจียงผิงอันไม่รับทรัพยากรของอวี๋เปย แต่ส่งป้ายผ่านทางไปให้
“ก็ได้ นับว่าข้าติดหนี้เจ้าหนหนึ่ง”
อวี๋เปยรับป้ายผ่านทางมาอย่างมิอ้อมค้อม แต่ใจจดจำน ้าใจนี้
ภายหน้าจะตอบแทนอย่างแน่นอน
“ฮ่า ๆ~ ฮ่า ๆ~”
ข้างกันนั้น เหมียวเสียหัวเราะคนเดียวเหมือนเสียสติ
นางมิคาดเลยว่าจะได้ป้ายผ่านทางสู่ทะเลดาราจักรมาง่าย ๆ
เช่นนี้
“ไป เราไปทะเลดาราจักรกัน!”
ด้วยยันต์นำโชคชื่อเจียงผิงอันนี้ เหมียวเสียจึงสุดแสนฮึกเหิม
รู้สึกในใจว่าต้องเข้าสำนักศึกษาชางจือได้แน่ๆ
“ยามนี้มืดแล้ว ไว้พรุ่งนี้ค่อยไปก่อน คืนนี้ข้ายังมีเรื่องต้องทำ”
ดวงตาของเจียงผิงอันฉายจิตสังหาร
“ศิษย์น้องจะไปจัดการกับฉางหงคืนนี้หรือ?”
อวี๋เปยเดาสิ่งที่เจียงผิงอันจะทำได้ แม้ตัวเขาจะมิได้เข้าร่วมงาน
เลี้ยงวันนี้ เขาก็ยังทราบเรื่องที่เกิดขึ้น
ฉางหงอาฆาตศิษย์น้องเจียงมากนัก ศิษย์น้องเจียงต้องอยากใช้
ความสามารถสัญจรยามวิกาลไปสนองดาบให้แน่แท้
“ใช่” เจียงผิงอันพยักหน้า
อวี๋เปยเอ่ยปาก “ศิษย์น้องอาจต้องผิดหวังแล้วล่ะ ฉางหงมิได้อยู่
ในโรงเตี๊ยม แต่วิ่งออกไปจากเมืองผี”
เจียงผิงอันขมวดคิ้วทันใด “ดูเหมือนเขาก็เดาไว้แล้วว่าคืนนี้ข้า
จะมาล้างแค้น เลยชิงหนีไปก่อน”
อวี๋เปยคลี่ยิ้ม “เขาออกจากเมืองไปก็ดีแล้ว ยามนี้ฉางหงเหลือ
ลำพัง เหมาะยิ่งจะลงมือ ข้ากับเสี่ยวเสียจะผนึกกำลัง ต้องฆ่าเขาได้
แน่ ๆ!”
คณะของฉางหงตายหมดแล้ว พวกเขาสองคนต้องฆ่าอีกฝ่ายได้
แน่
“หลังฆ่าฉางหงได้ เราไปทะเลดาราจักรกัน ข้าได้ยินว่า
ทัศนียภาพที่นั่นงดงามมาก ถึงยามนั้นข้าจะใช้ศิลาบันทึกเงาบันทึก
ไว้ แล้วกลับไปให้คู่บำเพ็ญของข้าดู”
อวี๋เปยสุดแสนคาดหวัง ครั้งนี้เขาช่างแสนโชคดี ได้โอกาสไปยัง
ทะเลดาราจักรแล้ว
เหมียวเสียและอวี๋เปยสุดแสนปรีดาในคืนนั้น
เช้าตรู่รุ่งขึ้น ทันทีที่ฟ้าสาง พวกเจียงผิงอันทั้งสามก็เร่งรุดไปยัง
ประตูเมืองผี คิดป้องกันมิให้ฉางหงเข้ามา
ในเมืองมีเซียนมนุษย์คุ้มกัน มิอาจลงมือได้
ทันทีที่มาถึงประตูเมือง ก็เห็นฉางหงเหินอยู่ไกล ๆ
อวี๋เปยกับเหมียวเสียชักดาบพุ่งเข้าไปขวาง
เจียงผิงอันช่วยอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงยืนมองที่หน้าประตู
ด้วยความแข็งแกร่งของเหมียวเสียและอวี๋เปย การจัดการฉางหง
มิน่ายากเย็น
ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็หนาววาบ เส้นขนทั่วกายลุกซู่ สีหน้า
แปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
“กลับมา! มีเซียนมนุษย์ซุ่มโจมตี!!”
ได้ยินเช่นนี้ เหมียวเสียก็หน้าถอดสี หันกลับมาทันทีเพราะเชื่อใจ
เจียงผิงอันเต็มที่
อวี๋เปยตะลึงไปครู่หนึ่ง เซียนมนุษย์ซุ่มโจมตีอะไรกัน?
ทันใดนั้น แรงกดดันจากเซียนมนุษย์สองสายก็สกัดทั่วสุญตา
เหมียวเสียไหวตัวรวดเร็ว นางมิได้เหินไปไกล ยามนี้จึงหนีเข้า
ประตูเมืองทัน
แต่อวี๋เปยมิได้โชคดีเพียงนั้น เพราะเขาลังเลครู่หนึ่ง จึงสายเกิน
หลบเลี่ยง
เขาถูกแรงสูบมหาศาลลากตัว ทำได้เพียงโยนแหวนเก็บของ
ออกไปพ้นตัวได้
สองยอดฝีมือซึ่งแผ่ปราณกฎเต๋าเซียนปรากฏตัวขึ้น เจิดจรัส
เรืองรองเช่นตะวัน
หนึ่งในนั้นมีใบหน้าซ่อนในหนวดเคราหยักศกตกหนา ซึ่งก็คือ
อดีตผู้อาวุโสแห่งสำนักเซียนอวี่หวง ชิวซื่อผิง
ขณะที่อีกคนคืออดีตผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักเซียนเทียนหลาน
ถานกว่างโซ่ว
“เวร เด็กเลวนี่สัมผัสดีจริง ๆ” ถานกว่างโซ่วจ้องมองเจียงผิงอัน
อย่างไม่เป็นมิตร
หลังจากได้ข่าวจากฉางหง เขาก็รีบรุดมาและวางแผนแสน
ง่ายดาย ก็คือให้ฉางหงเป็นเหยื่อ คิดลวงเจียงผิงอันออกจากเมืองผี
มิคาดว่าเจียงผิงอันจะสัมผัสเฉียบคม สัมผัสจิตสังหารของพวก
เขาได้ทันทีที่ปรากฏตัว
ส่วนชิวซื่อผิงนั้น เขาบังเอิญพบกันกลางทาง
สองฝ่ายมีศัตรูร่วมกัน จึงเข้าขาสมานฉันท์ พร้อมร่วมมือโจมตี
หากบอกใครว่าเซียนมนุษย์ทั้งสองล้วนหมายหัวเด็กน้อยซึ่งยัง
ไม่บรรลุเซียนผู้หนึ่ง คงไม่มีผู้ใดเชื่อ
ชิวซื่อผิงผู้เปี่ยมความอาฆาตคว้าคออวี๋เปย ใบหน้าเปี่ยมความ
เคียดแค้น
เหมียวเสียซึ่งรอดมาได้ขวัญผวายิ่งนัก นางมองอวี๋เปยถูกจับตัว
พลางแผดเสียง “ถานกว่างโซ่ว! เจ้าทำอะไรของเจ้า! ลงมือกับศิษย์
สำนักเซียนอวี่หวงเช่นนี้ จะเปิดสงครามเต็มรูปแบบกันหรือ!”
แม้สองขุมกำลังกระทบกระทั่ง น้อยครั้งนักที่เซียนมนุษย์จะลงมือ
แต่ยามนี้ ถานกว่างโซ่วลงมือแล้ว!