สู่วิถีอมตะ - บทที่ 705 พี่เขยน่าจะทนถึงสามวันได้แหละ
เมื่อได้ยินเสียงแผดร้องโหยหวนของฉางตี๋ เจียงผิงอันก็ผ่อน
คลายสบายยิ่ง
จนเมื่อกระดูกทุกท่อนยกเว้นกะโหลกศีรษะถูกถอดเกลี้ยง
หลงเหลือเพียงหนังมนุษย์บาง ๆ เขาก็หยุดมือ
สุดแสนอิดออดใจจะฆ่าเขาเสียเดี๋ยวนี้
เจียงผิงอันผนึกปราณเซียนในตัวฉางตี๋ สร้างเป็นตรวนผูกคออีก
ฝ่ายไว้ เตรียมลากหนังมนุษย์ฉางตี๋ไปตลอดการเข่นฆ่า
“พี่เขยใจเย็นลงหน่อยเถอะนะ เป็นเช่นนี้ต่อไป เจ้าคงได้
กลายเป็นมารแน่แท้”
หยางหลวนตระหนักได้ว่าสภาพปัจจุบันของเจียงผิงอันไม่ปกติ
ก็รีบเข้าไปเกลี้ยกล่อม
ในภพเซียนก็มีมาร และมารก็คือคำเรียกตัวตนซึ่งมีอำนาจในเชิง
ลบอย่างรวม ๆ
ชื่อเสียงของมารในภพเซียนก็มิใช่ดี
สีหน้าของเจียงผิงอันไร้อารมณ์ “มาร? เจ้าพวกสำนักเซียน
เทียนหลานนี่มิใช่มาร แต่พวกเขาทำถูกหรือ? นี่คือสิ่งที่ควรจะเป็น
หรือ? ยุติธรรมหรือ?”
“หากข้าเป็นมาร สิ่งที่ข้าทำล้วนผิด ไม่ถูกสักอย่างหรือ?”
“หากมองโลกหล้าตามกฎเกณฑ์ที่ผู้อื่นเขียน สิ่งที่เจ้าเห็นจะเป็น
โลกของผู้อื่นตราบกาล คิดเองมิได้ จะเลือกเส้นทางของตนเองได้
อย่างไร สุดท้ายก็จะค้างคากับที่ตลอดไป”
เมื่อได้ยินวาทะของพี่เขย หยางหลวนก็จมในภวังค์ครุ่นคิด รู้สึก
คลับคล้ายจะบรรลุบางสิ่งชอบกล
เจียงผิงอันเหวี่ยงกิ่งมารแหวกมิติ “ไปเถอะ มีศัตรูกำลังมุ่งหน้ามา
ที่นี่”
หยางหลวนเห็นเจียงผิงอันไม่เหมือนจะจรจากไปไหน จึงถามว่า
“พี่เขย แล้วเจ้าล่ะ?”
“โลหิตจิ๊บจ๊อยแค่นี้ จ่ายหนี้เลือดที่พวกเขาติดค้างไม่หมดหรอก”
น ้าเสียงเฉยชาของเจียงผิงอันให้ความรู้สึกเย็นเยือกชวนขนลุก
คนทั้งสามเผลอตัวมองหน้ากัน มิกล้ามองสบตาอีกฝ่ายตรง ๆ
เจียงผิงอันลำพังฆ่าผู้ฝึกตนร่วมระดับได้เป็นสิบ ๆ คน รวมถึง
ยอดอัจฉริยะหลายคน ยังบอกฆ่าไม่หนำใจ
คนทั้งสามรู้ว่าพวกตนอยู่ที่นี่ก็ช่วยไม่ได้ ยามสัมผัสว่ามีคนกำลัง
มา พวกเขาก็รีบเข้ามิติที่เจียงผิงอันขยี้เปิดทันที
เจียงผิงอันไร้สิ่งใดให้กังวล ลากร่างหนังมนุษย์ครึ่งตัวของฉางตี๋
ไปยืนรอศัตรูมาเยือน
ขณะมองตามหลังเจียงผิงอัน พวกหยางหลวนทั้งสามล้วนรู้สึกว่า
ต้องเกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้นจากนี้แน่ ๆ
เมื่อมิติปิดตัว ผู้ฝึกตนคนหนึ่งก็ถามหยางหลวนขึ้นว่า “พี่หยาง
ทำไมเจ้าจึงเรียกสหายเต๋าเจียงเป็นพี่เขยเจ้ากัน?”
“ขนาดนี้แล้วยังไม่รู้หรือ พี่สาวข้าชอบลูกพี่ไง!” หยางหลวนพูด
อย่างภาคภูมิ
เขาถือการคาดเดานี้เป็นสัจธรรม และเห็นชอบกับความคิดนี้
มาก ในความเห็นเขา มีเพียงลูกพี่ที่เหมาะสมกับพี่หญิงของเขา
“ว่าไงนะ! สตรีผู้เลิศพรสวรรค์ที่สุดในแดนจันทร์มายา แท้จริง
ชอบสหายเต๋าเจียงอยู่!”
คนทั้งสองตกใจอย่างยิ่ง
ตัวตนของหยางหลวนมิใช่ความลับ พี่สาวเขาเป็นใคร ทั้งสองก็รู้
จากการเสวนา
มิคาดเลยว่าแท้จริงหยางจิ่นอวี๋จะมีใจให้คนผู้หนึ่ง เป็นความลับ
วงในของแท้
“พวกเจ้าสองคนมัวอึ้งอะไรกัน รีบเรียกคนมาช่วยพี่เขยข้าสิ!”
แม้พี่เขยจะแข็งแกร่ง มีศาสตราเซียนในมือ แต่ตัวเขาใน
ทะเลทรายสีดำนั้นพ่ายจำนวนคน ใครจะรู้ว่าพวกสารเลวสำนักเซียน
เทียนหลานจะคิดแผนชั่วอะไรมาจัดการกับพี่เขยบ้าง
หนึ่งในพวกเขาฟื้นจากความตกใจ ดึงป้ายหยกออกมาส่ง
ข้อความขอความช่วยเหลือ ตะโกนกรอกไปว่า
“มาช่วยที่ทะเลทรายสีดำหน่อย! สหายเต๋าเจียงผิงอันกำลังถูกรุม
โจมตี!”
มีคำตอบกลับมาในป้ายหยกทันที
“สหายเต๋าเจียงมิได้ไปทะเลดาราจักรแล้วหรือ? กลับมาได้
อย่างไรกัน?”
“เราอยู่ห่างไปไกลเลย เดี๋ยวจะเร่งไปหา ให้สหายเต๋าเจียงไปซ่อน
ตัวก่อน เราจะไปถึงในสามวัน!”
ทะเลทรายสีดำเป็นถิ่นของสำนักเซียนเทียนหลาน มีแต่พวก
ซื่อบื้อไม่กี่คนเช่นหยางหลวนจะโร่ไปท้าทายกันถึงที่ ขณะที่ผู้ฝึกตน
คนอื่น ๆ อยู่ห่างไกลจากทะเลทราย ต้องใช้เวลากว่าจะมาถึง
แม้แถวนี้จะมีผู้ฝึกตนอยู่สองสามคน แต่ถึงมาก็ไร้ประโยชน์ มีแต่
จะมาตายเปล่า
“พี่เขยน่าจะทนถึงสามวันได้แหละ”
หยางหลวนมองไปทางทะเลทรายสีดำอย่างเป็นกังวล
ในทะเลทรายสีดำ หนึ่งลำแสงเจิดจรัสพุ่งทะลวงสู่ฟ้า รัศมีมหา
เต๋าเรืองประกาย คลื่นพลังรุนแรงแผ่ไพศาล
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานซึ่งกำลังสำรวจทะเลทราย
สัมผัสคลื่นพลังนี้ได้ หัวใจของพวกเขาเต้นกระตุกรุนแรง ใบหน้าเผย
ความลิงโลด
“คลื่นกฎมหาเต๋า นี่มันปราณของยอดสมบัติ!”
“ยอดสมบัติ! ต้องเป็นยอดสมบัติแน่ ๆ!”
“ยอดสมบัติชิ้นนี้ ข้าเจอก่อนนะ!”
ผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่งของสำนักเซียนเทียนหลานเหินทะยานราวเสีย
สติตามทิศที่มาของคลื่นพลังมหาเต๋า
ทว่า เมื่อมาถึงต้นตอของคลื่นพลัง พวกเขากลับไม่พบยอด
สมบัติใด
แต่มีบุคคลเพียงหนึ่ง ไม่สิ สองคน
ชายผมขาวผู้หนึ่งลากโซ่ตรวน ปลายโซ่ตรวนเป็นหนังมนุษย์
โชกเลือดซึ่งถูกล้วงอวัยวะภายในและกระดูกทิ้งเว้นเพียงกะโหลก
ศีรษะ เหลือเพียงก้อนเนื้อเหี่ยวเฉาเจียนตาย
เมื่อเห็นสภาพหนังมนุษย์ร่างนี้ ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียน
หลานทั้งหลายต่างตกใจสุดขีด ขนหัวลุกซู่
นั่นมันฉางตี๋! ศิษย์หัวกะทิของพวกเขาสำนักเซียนเทียนหลาน
ซึ่งติดสิบอันดับแรกของระดับเสมอมา
เกิดอะไรขึ้นกับฉางตี๋? ทำไมสภาพเละเทะได้เพียงนั้น แล้วชาย
ผมขาวนี่ใคร? ถึงกับทำร้ายฉางตี๋ได้เพียงนี้
แผนลวง!
เป็นไปได้สูงมากว่าคลื่นพลังมหาเต๋าเมื่อครู่ คนผู้นี้จงใจปล่อย
ออกมา! เจตนาคือลวงพวกเขามาหา!
ผู้ฝึกตนซึ่งฉลาดหน่อยหันกายหนีทันที
เจียงผิงอันใช้วิชาดึงดาราลากพวกเขากลับมา แล้วใช้พลัง
ทำลายล้างบดขยี้พวกเขาราวสับเนื้อ
“ทุกคนอย่าหนี! หาไม่แล้ว เขาจะฆ่าพวกเจ้าทีละคน เรามีกัน
เยอะแยะ หากรุมโจมตี เขาต้องตายแน่!” ผู้ฝึกตนคนหนึ่งตะโกน
ยามฉางตี๋ผู้หมดสภาพได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าซีดขาวของเขาก็
กระตุก คลับคล้ายว่าพวกเขาก็เคยพูดอะไรประมาณนี้มาก่อน
มีคนมากไปก็ไร้ประโยชน์ ทำอะไรไปก็ล้วนไร้ค่า คนเหล่านี้ไม่รู้
ฤทธิ์เจียงผิงอันเลยสักนิด
คนทั้งหลายกลุ้มรุมโจมตีเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันสวมเกราะจำนงศึก เปิดใช้เขตแดนแฝด ผู้ฝึกตน
ระดับทั่วไปบรรลัยในพริบตา
ภายใต้กฎทำลายล้าง พวกเขาไร้โอกาสคืนสภาพร่างใหม่
การต่อสู้บังเกิดอีกครั้ง
ความตายและการเข่นฆ่ากลายเป็นท่วงทำนองในทะเลทรายสีดำ
ท่ามกลางการต่อสู้ละเลงเลือด ความรู้สึกผิดของเจียงผิงอันก็สงบลง
ได้นิดหน่อย
ความตายของพี่ใหญ่อวี๋ การแท้งบุตรของพี่สะใภ้ใหญ่เป็น
เหมือนคมมีดกรีดเฉือนหัวใจของเจียงผิงอัน และเจียงผิงอันก็จะส่งต่อ
ความรวดร้าวให้กับตัวการของเรื่องทั้งหมด
ซากศพร่วงโรยบนผืนทรายสีดำ ซากศพเหล่านี้จะถูกโยนลง
ขวดกลืนสวรรค์ หลอมเป็นผลึกเซียนในภายหลัง
“มาช่วยกันหน่อยเร็ว! มีศัตรูแข็งแกร่งอยู่!”
ใครบางคนใช้ยันต์สื่อสารขอความช่วยเหลือ
ยามเห็นคนเหล่านี้ขอความช่วยเหลือ เจียงผิงอันมิได้หยุดพวก
เขา
ทำเช่นนี้สะดวกดี เขามิต้องไปไล่หาทีละคน
ผู้ฝึกตนกลุ่มแล้วมาถึง ผู้ฝึกตนกลุ่มเล่าตกตาย
เจียงผิงอันมิได้นับว่าฆ่าไปเท่าไหร่ เขารู้เพียงว่าทั่วกายชุ่มโชก
ด้วยกลิ่นคาวโลหิต ในดวงตาเหลือเพียงจิตสังหารฆ่าฟัน
สามวันให้หลัง ที่ขอบทะเลทรายสีดำ ผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขต
แดนจากสำนักเซียนอวี่หวงกลุ่มใหญ่ก็รวมตัวกัน
“สหายทุกท่าน สหายเต๋าเจียงอยู่ในอันตรายในทะเลทรายสีดำ
ขณะนี้ สถานการณ์เร่งด่วนยิ่งนัก ต่อจากนี้จะเกิดศึกละเลงเลือด
เป็นไปได้สูงว่าอาจต้องเสียชีวิต อย่าได้รอข้า บุกไปช่วยสหายเต๋า
เจียงกับข้าเถอะ!”
“ช่วยสหายเต๋าเจียงออกมา!”
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนอวี่หวงตะโกนก้อง ก่อนจะพุ่งเข้าไปใน
ทะเลทรายสีดำ
พวกเขาพร้อมรับศึก แม้จะมีอันตรายอาจถึงชีวิตหากมุ่งลึกสู่
แดนเหย้าศัตรู พวกเขาก็ยังมุ่งหน้าเข้าทะเลทรายอย่างไร้ลังเล
พวกเขาโง่หรือที่รู้ว่าอันตรายก็ยังไป? แน่นอนว่าไม่ เพราะพวก
เขารู้ว่าสักวัน พวกเขาก็จะเผชิญอันตรายเช่นนี้ ยามนี้พวกเขาสู้ตาย
เพื่อมิตรสหาย ภายหน้าอีกฝ่ายก็จะสู้เพื่อช่วยพวกเขา
ทำเพื่อปวงชน ปวงชนก็สนองตอบแทน สำนักเซียนอวี่หวงใช้
แนวคิดนี้รวมคนเป็นปีกแผ่น คงความอบอุ่นในโลกหล้าผู้ฝึกตนอัน
โหดร้าย เสาะแสวงเส้นทางเซียนไปด้วยกัน