สู่วิถีอมตะ - บทที่ 704 อันตราย เข่นฆ่า
ท่ามกลางทรายสีดำ เส้นผมของเจียงผิงอันปลิวไสว เขตแดน
จำนงสัประยุทธ์ที่เขาปลดปล่อยมาก่อนผสานเข้ากับเขตแดนทำลาย
ล้าง สร้างผลมากเกินทบทวี
แค่เขตแดนที่แผ่ออกมาก็บดขยี้ผู้ฝึกตนทรงพลังได้หลายคน
แล้ว
ต้องทราบว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกตนระดับเขตแดน หากไปอยู่ในภพ
แร้นแค้น ก็เป็นยอดฝีมือสูงสุด
แต่ที่นี่ พวกเขาถูกบดขยี้อย่างแสนง่ายดาย
ศัตรูคนอื่น ๆ ขวัญผวาจนรีบถอย
ขณะมองเขตแดนจากตัวเจียงผิงอัน ทุกดวงใจก็สั่นสะท้าน
รุนแรง เต้นระรัวดุจอัสนีฟาด
“ขอบเขตแฝดซึ่งมีเพียงในข่าวลือ แต่วันนี้ข้าได้เห็นกับตาแล้ว!”
“เจียงผิงอัน ยามเจ้านี่ปราชันภาพฉาย มิได้ใช้พลังเต็มที่เลย!”
“เขาทำได้อย่างไรกัน? ไฉนจึงมีเขตแดนแฝดได้?”
ปวงชนล้วนเหลือเชื่อ หนึ่งบุคคลมีเพียงหนึ่งรากเซียน บรรลุได้
เพียงหนึ่งเขตแดน ส่วนกฎเกณฑ์อื่น ๆ มีหน้าที่เพียงสนับสนุน
แต่เจียงผิงอันปลดปล่อยได้สองเขตแดน!
หรือเขาจะมีรากเซียนแฝด? หรือบรรลุวิชาลับพิเศษบางอย่างที่
สร้างสองเขตแดนได้?
รากเซียนแฝดมีเพียงในตำนาน แต่เขตแดนแฝดมิใช่ตำนาน ผู้
ฝึกตนเช่นนี้มีอยู่จริง แต่ไม่มีคนเช่นนั้นอยู่ในแดนจันทร์มายาเท่า
นั้นเอง
ด้วยวิชาลับพิเศษ ผู้ฝึกตนจึงมีสองเขตแดนได้ เช่นใช้วิชา
อวตารระดับสูงสุด สร้างเขตแดนได้มากมาย หนึ่งบุคคลมีได้ถึงสาม
เขตแดน
แต่หายากยิ่งที่จะมีใครปลดปล่อยสองเขตแดนได้ในเวลา
เดียวกัน
แม้เขตแดนทำลายล้างของเจียงผิงอันจะมิได้สมบูรณ์ ยังมิ
พัฒนาเต็มที่ แต่ก็ยังแผ่อำนาจแข็งแกร่งสุดขั้วยามผสานกับเขตแดน
จำนงสัประยุทธ์
เขากวัดแกว่งกิ่งมารสะเทือนสรวง ใช้วรยุทธ์เซียน ‘สิบสอง
กระบวนพลองมังกรทะยาน’ และด้วยการหนุนเสริมของพลังต่อสู้ชวน
ขนลุก ทุกการเหวี่ยงกิ่งมารของเขาจึงเหมือนกวาดเวหาระบำตาม
แม้เผชิญหน้ายอดอัจฉริยะสิบกว่าคนจากสำนักเซียนเทียน
หลาน เจียงผิงอันก็ยังพลิกสถานการณ์ ดุจเทพมารกรีธาทัพ
ปราณจำนงสัประยุทธ์อันน่าสะพรึงกลัวทำให้ความกลัวในใจคน
ทั้งหลายตรงหน้าทบทวีขึ้นเรื่อย ๆ
พวกเขากระทั่งหลอนคิดไปว่า หากสู้กันต่อไปเช่นนี้ พวกเขา
ตายแน่แล้ว
“เจ้าเจียงผิงอันนี่ร้ายกาจยิ่ง รีบเรียกคนมาเร็ว!”
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานขวัญเสีย พวกเขาคิดว่ามี
พวกมากจะสยบเจียงผิงอันได้ แต่ก็ยังประเมินเขาต ่าไปอยู่ดี
“เรียกไปแล้ว พวกเขากำลังเร่งรุดมา!”
เมื่อเห็นคนจากสำนักเซียนเทียนหลานมีกำลังเสริม พวกหยาง
หลวนก็ร้อนใจจนเกาหัวเกาหูพล่านไปหมด พวกเขาเองก็อยากช่วย
แต่มิเพียงกำลังพวกเขามิเพียงพอ พวกเขาอาจกระทั่งกลายเป็นตัว
ถ่วง มิต่างจากยื่นหัวให้ศัตรูฟัน
นอกจากนั้น พวกเขายังเรียกกำลังเสริมมิได้ ในทะเลทรายสีดำนี้
ไม่มีผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนอวี่หวงอยู่เลย หาไม่ เมื่อครู่พวกเขาคงมิ
เดียวดายเช่นนี้
นอกจากนั้น ยามนี้เมื่อมีอาคมขวางกั้น ยันต์สื่อสารก็ไร้
ประโยชน์
แสงไฟทะยานมาจากทั่วทิศ ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลาน
ทยอยปรากฏมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ฮ่า ๆ กำลังเสริมมาแล้วเฟ้ย! เจียงผิงอัน เจ้าแข็งแกร่งมากจริง
แท้ เอาชนะคนสิบกว่าคนได้ แต่หากเป็นยี่สิบสามสิบคนเล่า?”
ศิษย์สำนักเซียนเทียนหลานเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกที ปวงชน
ล้วนผงะไปยามเห็นเจียงผิงอันใช้เขตแดนแฝด
แต่พวกเขามีจำนวนมากกว่าเป็นล้นพ้น
เพียงไม่กี่อึดใจก็แห่กันมายี่สิบสามสิบคน
แม้จะมิใช่ศิษย์ระดับหัวกะทิ แต่จำนวนก็ยังมากกว่าจนเหลือรับ
คนเหล่านี้ถูกหวันเหยียนซางไห่ส่งเข้าค่ายกล รุมล้อมโจมตีเจียง
ผิงอันด้วยกัน
เจียงผิงอันเผชิญการรุมล้อมเช่นนี้ แม้จะใช้เขตแดนแฝดก็ยังถูก
ระดมโจมตีจนไร้กำลังโต้ตอบ ทำได้เพียงยื้อชีวิตได้อย่างหวุดหวิด
พวกหยางหลวนทั้งสามสิ้นหวังยิ่ง
จบสิ้นแล้ว ยังเกิดเรื่องขึ้นอยู่ดี ต่อให้เจียงผิงอันจะท้าทายสวรรค์
มีเขตแดนแฝด ก็ไม่มีทางสู้คนมากเพียงนั้นได้
“พี่เขย ข้าเองที่ทำร้ายเจ้า!” หยางหลวนโทษตนเองยิ่งนัก หาก
เจียงผิงอันมิได้มาช่วยเขา ก็คงไม่พบอันตรายใด
“พี่เขย ไม่ต้องห่วงนะ พี่สาวข้าจะล้างแค้นให้เราในภายหน้า
แน่นอน!”
ก่อนต้องตาย หยางหลวนก็ขอเปลี่ยนคำเรียกเจียงผิงอันสัก
หน่อย
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันถูกขวานเล่มหนึ่งจามเข้าอย่างแรงจนล้มกระแทกลง
ในทรายสีดำ เม็ดทรายสาดคลื่นเป็นวงกว้าง
ยอดฝีมือขั้นต้นระดับเขตแดนหลายสิบคนรุมล้อมเจียงผิงอัน
มองลงมาจากด้านบน
“นี่หรือเจียงผิงอัน ฝีมือก็แค่นี้เอง”
“เป็นเกียรตินักที่ได้ร่วมฆ่าเขาด้วยมือข้า”
“ภายหน้าข้าออกสัญจร มีอะไรให้อวดโอ่แล้ว ฮ่า ๆ”
ผู้ฝึกตนมากมายสุดแสนภาคภูมิ หากเป็นยามทั่วไป พวกเขาหา
มีคุณสมบัติสู้กับเจียงผิงอันไม่ แต่ยามนี้ได้ร่วมรุมโจมตี ทำให้พวก
เขามีโอกาสสู้กับเจียงผิงอัน สนองอัตตาในใจได้ดียิ่ง
เจียงผิงอันดึงขวานออกจากบ่า โลหิตกระฉูดย้อม เงยหน้ามอง
อีกฝ่ายอย่างเยือกเย็นด้วยสายตาราวคนตาย
“มีคนแค่นี้หรือ? เรียกมาเพิ่มสิ”
ปวงชนคิดว่าตนได้ยินผิดไป เจียงผิงอันจะตายอยู่แล้ว แต่เขา
พูดว่าให้พวกตนเรียกคนมาเพิ่มเนี่ยนะ
ฉางตี๋สังหรณ์ร้ายชอบกล “อย่ารอช้า ร่วมมือฆ่าเขาเสีย!”
ทว่า พวกเขายังมิทันขยับ ขวดสีดำขวดหนึ่งพลันลอยออกมา
ปราณเซียนแผ่พุ่ง อาคมสั่นสะท้านรุนแรง
ม่านตาทุกคู่หดวูบ ความปรีดาตื่นเต้นบนใบหน้าหดหาย
หลงเหลือเพียงความหวาดผวา
“ศาสตราเซียน!”
เจียงผิงอันมีกระทั่งศาสตราเซียน!
เมื่อเห็นศาสตราเซียน ปวงชนก็แตกตื่นหนีกระเจิงเช่นฝูงปักษา
ตื่นเกาทัณฑ์ ทว่าค่ายกลของหวันเหยียนซางไห่ขวางพวกเขาไว้
หวันเหยียนซางไห่ไม่ทันได้ถอนค่ายกล แรงดูดมหาศาลก็
ปรากฏจากขวดกลืนสวรรค์ ผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่งถูกสูบเข้าหาอย่างเกิน
ควบคุม
“เจียงผิงอัน! เจ้าฆ่าข้ามิได้นะ! พ่อข้าเป็นเซียนมนุษย์นะ!”
“ข้ายอมแพ้! ข้าจะรับใช้เจ้าเป็นนาย!”
“เจียงผิงอัน สารเลวไร้มารยาทสัประยุทธ์ ถึงกับใช้ศาสตรา
เซียน!”
เสียงกรีดร้องอย่างเสียขวัญดังระงม บ้างข่มขู่ บ้างวอนขอความ
เมตตา บ้างกระทั่งก่นด่าเจียงผิงอันว่าไร้มารยาทสัประยุทธ์
ไร้มารยาทสัประยุทธ์? คนเป็นสิบ ๆ รุมเขาลำพัง ยังมีหน้ามาพูด
เช่นนี้อีกหรือ?
หากเป็นการต่อสู้ในขอบเขตอย่างยุติธรรม เจียงผิงอันผู้มีร่างศึก
ย่อมไม่ใช้ศาสตราเซียนแม้ต้องตาย นี่เป็นเรื่องของดวงจิตแห่งเต๋า
แต่หากรุมโจมตีอย่างไม่สนความยุติธรรม เขาก็ไร้จำเป็นต้อง
ยุติธรรมด้วย
เพียงชั่วกาลสั้น ๆ เสียงเอะอะทั้งหลายก็เงียบสงบ หลงเหลือเพียง
เสียงหวีดหวิวของสายลม
ผู้ฝึกตนทั้งหลายถูกสูบเข้าไปในขวดกลืนสวรรค์
ผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนหนึ่งคนสร้างผลึกเซียนได้ราว ๆ ห้า
หมื่น หลอมไปยี่สิบคนก็เท่ากับมีศาสตราเซียนระดับเซียนมนุษย์ใน
มือแล้วชิ้นหนึ่ง
เหลือเพียงฉางตี๋คนเดียวที่มิถูกหลอม เขายังคงดิ้นรนในขวด
กลืนสวรรค์อย่างเอาเป็นเอาตาย
ใบหน้าของฉางตี๋เปี่ยมความขวัญผวา เสียความถือดีในกาล
ก่อน แผดร้องตะโกนว่า “เจียงผิงอัน! หากเจ้ากล้าฆ่าข้า! พี่ชายข้า
ฉางหงไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!”
“โอ้? ที่แท้เจ้าก็เป็นน้องชายของฉางหงนี่เอง”
เจียงผิงอันหยุดใช้ขวดกลืนสวรรค์
ฉางตี๋คิดว่าเจียงผิงอันกลัว ความพรั่นพรึงบนใบหน้าจึงสลาย
หาย แผดเสียงอย่างเดือดดาล “เจียงผิงอัน รีบปล่อยคนอื่น ๆ ออกมา
เสีย หาไม่…”
เปรี้ยง!
ฉางตี๋พูดไม่ทันจบ กิ่งมารก็โบยเข้าใส่ ร่างของเขาขาดครึ่งทันที
ร่างครึ่งตัวของเขาร่วงลงจมทรายสีดำ
เจียงผิงอันเหินเข้ามาเหยียบศีรษะฉางตี๋ มองลงมาที่อีกฝ่ายอย่าง
เย็นเยียบ
“น้องชายของฉางหงย่อมหลอมมิได้ ต้องหักกระดูกเจ้าทีละท่อน
ดึงวิญญาณไปทรมานในธงหลอมวิญญาณจึงถูก”
เมื่อเห็นสายตาเจียงผิงอัน ฉางตี๋ก็ร่างสะท้าน “เจียงผิงอัน หาก
เจ้ากล้าทำเช่นนี้…”
กร๊อบ!
เจียงผิงอันหักซี่โครงของฉางตี๋ กราชากซี่โครงโชกเลือดออกมา
ทั้งเป็น ก่อนจะเสียบมันทะลวงดวงตาของฉางตี๋จนโลหิตสาดกระเซ็น
“อ๊าก!”
ฉางตี๋แผดร้องอย่างเจ็บปวด
นี่เป็นเพียงบทโหมโรง เจียงผิงอันผนึกปราณของฉางตี๋ ไม่ปล่อย
เขาระเบิดตนเอง แล้วเลาะกระดูกเขาทีละท่อน
หนึ่งท่อน สองท่อน สามท่อน…
เมื่อมาถึงขอบเขตนี้ ขอเพียงมีปราณเพียงพอ ก็เท่ากับไม่มอด
ไม่มลาย จะทรมานเช่นไรก็ย่อมได้
เสียงแผดร้องโหยหวนดังก้องทั่วทะเลทรายสีดำ ชวนขนลุกขน
พองอย่างยิ่ง
พวกหยางหลวนทั้งสามมองเจียงผิงอันทรมานฉางตี๋แล้วร่าง
สะท้าน หนาวเยือกไปทั้งกายอย่างอดมิได้
โชคยังดี คนผู้นี้อยู่สำนักเดียวกับพวกเขา มิใช่ศัตรู
น่ากลัวเกินไปแล้ว