สู่วิถีอมตะ - บทที่ 712 ลักษณ์วิญญาณศึก
“เจียงผิงอัน หนนี้ไม่ว่าพลังต่อสู้ของเจ้าจะท้าทายสวรรค์เพียงไร
เจ้าก็ต้องตายที่นี่อยู่ดี!”
โอวหยางเจวี๋ยเฟิงตกใจกับความแข็งแกร่งของเจียงผิงอัน อีก
ฝ่ายขั้นย่อยน้อยกว่าเขาขั้นหนึ่งแท้ ๆ แต่กลับสู้เสมอกับตนได้ ทำให้
เขาทั้งริษยาและโกรธเคือง
ทว่าสุดท้าย เจียงผิงอันก็ยังมีขั้นย่อยน้อยกว่าเขาอยู่ดี ไม่มีผล
รากฐานให้ใช้ จึงมิอาจพัฒนาพลังต่อสู้มากไปกว่านี้
ขณะที่โอวหยางเจวี๋ยเฟิงดึงพลังจากผลรากฐานในกาย เขต
แดนมิติซึ่งเดิมถูกเขตแดนแฝดข่มฤทธิ์ไว้ก็แผลงฤทธิ์ออกมาได้อีก
ครั้ง
อำนาจมิติอันประหลาดและแข็งแกร่งผสานกับวรยุทธ์กระบี่ระดับ
เซียนนั้นเกินเจียงผิงอันรับไหว เกราะวิญญาณศึกของเขาแตก รอย
แผลจากกระบี่ปรากฏบนร่างเฉียบพลัน เขาถูกแทงไปหลายแผล
โลหิตหลากหลั่งออกจากกาย
ด้วยพลังป้องกันเบ็ดเสร็จของ ‘ร่างวิญญาณเทวา’ เจียงผิงอัน
ย่อมไม่ปราชัยยับเยิน แต่ยามนี้เขาก็ยังสะบักสะบอมยิ่ง
เหมียวจิ่งเห็นเจียงผิงอันเพลี่ยงพล ้า ก็ตะโกนขึ้นว่า “เลิกซ่อนได้
แล้ว รีบใช้อวตารกลืนสวรรค์เถอะ!”
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาได้ถูกฆ่าแน่ ๆ
ครั้งนี้เป็นศึกตัดสินเป็นตาย มีฝ่ายเดียวเท่านั้นที่จะรอด
ทั้งสำนักมีเพียงเหมียวจิ่งที่รู้ว่า ‘ไป๋ฟาน’ คืออวตารกลืนสวรรค์
ของเจียงผิงอัน และยามนี้เขาต้องใช้มันออกมา
“ร่างนั้นบาดเจ็บอยู่ขอรับ” เจียงผิงอันตอบ
เพราะอวตารกลืนสวรรค์ฉีกรากเซียนอัสนีหยินออกจากตัว
รากฐานจึงเสียหาย มิอาจฟื้นคืนได้ในกาลอันสั้น
หัวใจเหมียวจิ่งดิ่งร่วง หากเป็นแบบนี้ เจียงผิงอันก็จบสิ้นแล้วสิ?
คนอื่น ๆ ในสำนักเซียนอวี่หวงก็ร้อนใจ หากเจียงผิงอันตายไป ก็
จะเป็นความเสียหายร้ายแรงของสำนัก
พวกเขาล้วนหวังว่าเจียงผิงอันจะคว้าชัย แต่เจียงผิงอันไร้โอกาส
พลิกพ่ายสู่ชัยได้เลย
“หากกาลเวลาไม่ปรากฏ ข้าก็เป็นใหญ่!”
โอวหยางเจวี๋ยเฟิงแสนสุดฮึกเหิม อาภรณ์พลิ้วไสว เขาไม่รู้สึกว่า
ตนด้อยกว่ายอดอัจฉริยะผู้ใด คิดว่าตนเป็นรองคนเหล่านั้นเพียง
เพราะไม่ถูกสนใจมากพอ
หลังจากวันนี้ มีเจ้าสำนักฝึกฝน ตัวเขา โอวหยางเจวี๋ยเฟิงจะได้
ยืนบนจุดสูงสุดของระดับกับเขาเสียที!
“เจียงผิงอัน ปราณเซียนในตัวเจ้าจะพอใช้ได้นานเพียงไรเชียว?
ปลงเสียเถอะ”
หากมิใช่เพราะวิชาป้องกันอันแข็งแกร่งของเจียงผิงอัน เขาคง
บดขยี้อีกฝ่ายได้นานแล้ว
แม้เจียงผิงอันจะเต็มไปด้วยบาดแผล สีหน้าของเขาก็ยังไร้การ
แปรเปลี่ยน “จริงแท้ เจ้าสามารถพอต้อนข้าได้ถึงเพียงนี้ เจ้าคู่ควรได้
เผชิญหนึ่งในไพ่ตายของข้า”
สีหน้าของโอวหยางเจวี๋ยเฟิงสุดหยามเหยียด กระบี่ในมือพลิก
พลิ้วโจมตีไม่หยุดพัก “ต่อให้เจ้ามีไพ่ตายมากกว่านั้น ก็อย่าหวังรอด
ชีวิตไปได้เลย”
พลังต่อสู้ของเจียงผิงอันผู้นี้สูงจนน่ากลัวพอแล้ว หากพัฒนาต่อ
ได้ก็คงไม่เพิ่มมากนักหรอก
“ลักษณ์วิญญาณศึก”
เซียวเหลียงเหยียน เจ้าสำนักเซียนอวี่หวงพลันปริปากโพล่งวา
ทะเหล่านี้ออกมา
เหล่าเซียนใกล้ตัวเขาต่างมองมาอย่างงุนงง เจ้าสำนักพูดอะไรอยู่
‘ลักษณ์วิญญาณศึก’ อะไรกัน? ไฉนไม่ยักเข้าใจเลย
ขณะนั้นเอง เกราะวิญญาณศึกบนตัวเจียงผิงอันก็สลายสู่สุญตา
เป็นประกายดาราพริบพราว
“ถอดเกราะเช่นนี้ เท่ากับยอมแพ้แล้วหรือไม่? ตัดสินใจได้
ฉลาด” มุมปากของโอวหยางเจวี๋ยเฟิงยกยิ้ม เห็นอนาคตอันสุกสกาว
รำไรแล้ว
เขาเงื้อกระบี่เตรียมปลิดชีพเจียงผิงอัน ทว่าทันใดนั้น ปราณอัน
ยิ่งใหญ่ชวนขนลุกสายหนึ่งก็กระแทกตัวเขากระเด็นไป
จากนั้น เขาก็เห็นภาพที่น่าตกใจสูงสุดของชีวิต หนึ่งภาพฉายสี
ดำขนาดมหึมา ล้นฟ้ามิอาจเห็นจุดจบปรากฏขึ้นเยี่ยงตัวตนสูงสุด
ปราณมหาศาลนั้นคลับคล้ายจะควบแน่นเป็นจักรดารา คู่จัน
ทราบนฟ้าเหลือเพียงเครื่องประดับ ท้องนภารายล้อมด้วยอักขระ
ศักดิ์สิทธิ์ ทุกชีวิตที่นี่รวมถึงเซียนทั้งหลายล้วนสัมผัสได้ถึงจำนงศึก
อันชวนขนลุก
แต่ผู้ที่รู้สึกเด่นชัดกว่าใครก็คือโอวหยางเจวี๋ยเฟิงซึ่งอยู่ใน
สมรภูมิ
โอวหยางเจวี๋ยเฟิงเงยหน้ามองภาพฉายเกินหยั่งวัดนี้ กระบี่ในมือ
สั่นสะท้านเกินควบคุม
“น… นี่มันอะไร?”
ผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดนแผลงคลื่นพลังน่ากลัวเพียงนี้ได้
อย่างไรกัน
วิชาลับเสริมจากวิชาเทียมเทพสงครามขั้นหก ‘ลักษณ์วิญญาณ
ศึก’
เกิดจากการผสานจำนงศึกไร้พ่ายในใจกับปราณเซียนทั้งหมด
ในกาย ทวีพลังมหาศาลในชั่วกาลสั้น ๆ
ภาพฉายมหึมาซึ่งสูงล ้าเกินประมาณนี้กดดันสะท้านสะเทือนทั้ง
ใจกายของผู้คนได้อย่างล้นพ้น
ลักษณ์วิญญาณศึกกำหมัด ออกหมัดทำลายล้าง กฎเกณฑ์
มากมายรวมตัวล้อมกำปั้น เสียดเวหารุนแรงจนเพลิงลุกโชนเช่นดาว
ตก
ใจโอวหยางเจวี๋ยเฟิงอยากจะหนี แต่ร่างของเขาอยู่เหนือการ
ควบคุมไปแล้ว แรงกดดันทรงพลังตรึงกาย มิอาจโคจรพลังใด ๆ ใน
ตัว สุญตารอบข้างก็แข็งแน่นดุจควบเป็นสสาร
“ไม่!!”
โอวหยางเจวี๋ยเฟิงแผดเสียงอย่างใจสลาย เดิมทีเขาคิดว่า
อนาคตของตนจะสดใส แต่ทุกสิ่งจบสิ้นแล้ว
ตู้ม!
หนึ่งหมัดกระแทกลง รุนแรงจนแผ่นดินกระจายปลิว ทรายสีดำ
สาดกระเพื่อมไปทุกหนแห่ง พื้นพิภพสะท้านทั่วรัศมีหมื่นลี้
หากมิใช่เพราะมีเซียนทั้งหลายคุ้มครอง ผู้ฝึกตนทั้งหลายที่มอง
อยู่คงถูกแรงกระแทกจากอำนาจชวนขนลุกนี้ฟาดกระเด็นไปหมดสิ้น
โอวหยางเจวี๋ยเฟิงหายตัวไป ลักษณ์วิญญาณศึกทลายหาย
ปราณในตัวเจียงผิงอันเจียนเหือดสิ้น
อารมณ์ของคนทั้งหลายในขณะนี้กระเพื่อมอย่างบ้าคลั่งมิต่าง
จากมวลทรายสีดำใกล้เคียง
เจียงผิงอัน… ชนะ?
หลายบุคคลกลืนน ้าลายอึกใหญ่อย่างไม่รู้ตัว ดวงตาจ้องค้างที่
เจียงผิงอัน
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานทั้งหลายที่เสียดาย พลาด
โอกาสปราชันเจียงผิงอันก่อนหน้านี้เห็นหยางเจวี๋ยเฟิงตายไม่เหลือ
ซาก หนังศีรษะพวกเขาก็ชาวาบด้วยความพรั่นพรึง
“เขาถึงกับข้ามขั้นมาฆ่าโอวหยางเจวี๋ยเฟิงได้”
“นั่นมันยอดฝีมือเขตแดนมิติเลยนะ แต่ก็ฆ่าได้ในหมัดเดียว!”
“วรยุทธ์สุดท้ายนั่นมันอะไร น่ากลัวยิ่งนัก สำนักเซียนอวี่หวงมีวร
ยุทธ์น่ากลัวเช่นนี้อยู่ด้วยหรือนี่!”
ปวงชนทั้งหลายล้วนประหลาดใจกับผลลัพธ์ กระทั่งเซียน
ทั้งหลายยังเผยสีหน้าจริงจังยิ่ง
พวกเขาเพิ่งเคยได้เห็นวรยุทธ์ทวีพลังอันแข็งแกร่งเพียงนี้เป็น
ครั้งแรก
เหล่าเซียนจากสำนักเซียนอวี่หวงหันไปถามเจ้าสำนักเซียวเหลี
ยงเหยียนอย่างสงสัย “เจ้าสำนัก นี่มันวรยุทธ์อะไรกัน?”
เมื่อครู่ เจ้าสำนักเซียวเหลียงเหยียนโพล่งออกมาว่า ‘ลักษณ์
วิญญาณศึก’ ทีแรกพวกเขาก็ไม่รู้ว่ามันหมายความเช่นไร แต่ยามนี้
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะพูดถึงวรยุทธ์ของเจียงผิงอัน
เซียวเหลียงเหยียนมิได้ตอบ ดวงตาของเขาจ้องตรงที่เจียงผิงอัน
ยามนี้เขาแน่ใจแล้วว่าเจียงผิงอันต้องมาจาก ‘ที่นั่น’ ซึ่งให้กำเนิด
ตัวตนชวนสะพรึงมากมายอย่างแน่นอน!
ท่ามกลางทรายสีดำคลุ้งตลบ เส้นผมของเจียงผิงอันร่ายระบำ
ดวงตาสุขุมดุจวารีริน ประหนึ่งสิ่งที่ทำลงไปสุดแสนธรรมดา
เขากล่าวกับเหล่าเซียนจากสำนักเซียนเทียนหลาน “ผู้ฝึกตน
จากสำนักเซียนเทียนหลานอย่างพวกเจ้ามีฝีมือแค่นี้หรือ?”
หากเจียงผิงอันพูดอะไรเช่นนี้ออกมาเมื่อครู่ก่อน ปวงชนจะ
ล้อเลียนเขาในใจว่าจองหองเป็นแน่ แต่ยามนี้ ไม่มีใครพูดอะไรมาก
แล้ว
เพราะเจียงผิงอันมีฝีมือพอให้ถือตัวจริง ๆ
ขอบเขตต ่ากว่าหนึ่งขั้น แต่ก็เอาชนะอัจฉริยะลือนามผู้หนึ่งได้
พรสวรรค์เช่นนี้น่าสะพรึงจริงแท้
“มาอีกสิ”
เจียงผิงอันท้ารบต่อเนื่อง เขายังฆ่าไม่หนำใจเลย
“ผิงอัน เจ้าในยามนี้มีปราณเซียนไม่มากแล้ว อย่าสู้อีกเลย”
เซียนผู้หนึ่งจากสำนักเซียนอวี่หวงไม่อยากให้เจียงผิงอันเกิด
อุบัติเหตุจึงกล่าวเกลี้ยกล่อม อัจฉริยะเช่นนี้ต้องปกป้องและฝึกฝน
อย่างดี
เจียงผิงอันส่ายหัว ใช้ ‘วิชาซ่อนจักรวาล’ ในกาย แล้วปราณ
เซียนมหาศาลก็หลากทะลักใส่เขาราวน ้าตกถาโถม เติมปราณที่เขา
ใช้ไปอย่างรวดเร็ว
ทุกคู่เนตรเบิกกว้าง
ความเร็วดูดซับปราณเซียนน่ากลัวเพียงนี้ เขาต้องมีรากเซียน
คุณภาพสูงแน่ ๆ!
“ผู้ใดจะมาสู้!”
ร่างของเจียงผิงอันให้ความรู้สึกไร้พ่ายเยี่ยงกระบี่คมทะลวงฟ้า
ทำให้ปวงชนมิกล้ามองเขาตรง ๆ
โอวหยางหงอวิ้นหน้าบูดเบี้ยว มิคาดฝันว่าเจียงผิงอันจะคว้าชัย
ตนเหมือนถูกตบหน้าซ ้าอีกฉาด จึงหันไปมองเหล่าศิษย์จากสำนัก
เซียนเทียนหลาน
ศิษย์สำนักเซียนเทียนหลานทั้งหลายรีบก้มหน้างุด กลัวเจ้า
สำนักจะขานชื่อให้พวกเขาเอาชีวิตไปทิ้งในศึก
พลังต่อสู้ของเจียงผิงอันน่าสะพรึงกลัวเกินไป นอกจากเหล่า
ตัวตนระดับหัวกะทิ ไม่มีใครปราชันเจียงผิงอันได้เลย
ขณะนี้ รัศมีของเจียงผิงอันเรืองรองเทียบเท่ากระทั่งเซียน