สู่วิถีอมตะ - บทที่ 730 เหมียวเสียข้ามทัณฑ์
“ผู้อาวุโส มีหนทางปลดผนึกวรยุทธ์ในใจหรือไม่?”
เจียงผิงอันอยากให้ ‘วิชาเทียมเทพสงคราม’ กับเหมียวเสีย
เหมียวเสียมีร่างศึก เหมาะสมแก่การเรียนวิชานี้ หลังบรรลุวิชานี้
พลังต่อสู้ของนางจะทะยานสูงอย่างแน่นอน
“ขึ้นกับว่าผนึกอยู่ในระดับไหน การปลดผนึกเหนือระดับเซียน
สวรรค์จะลำบากนิดหน่อย” อวิ๋นเหยาตอบเนิบ ๆ
เจียงผิงอันลอบเดาะลิ้น ผนึกเหนือระดับเซียนสวรรค์แค่ ‘ลำบาก
นิดหน่อย’ สำหรับสตรีผู้นี้ ร้ายกาจจริง ๆ
“มิใช่ผนึกเซียนสวรรค์หรอก อย่างมากก็น่าจะเป็นผนึกระดับ
เซียนมนุษย์” เจียงผิงอันว่า
“อ้อ เช่นนั้นก็ง่ายเลย”
อวิ๋นเหยายกมือขึ้น ใช้พู่กันพิพากษาวาดอักขระแถวหนึ่ง จี้เข้า
ใส่หว่างคิ้วเจียงผิงอัน
อักขระแถวนั้นปรากฏในมโนสำนึก แล้วผนึกวรยุทธ์ทั้งหมดที่
เจียงผิงอันได้เรียนมาในภพแร้นแค้นก็ล้วนคลายตัวสิ้น
“ขอบคุณผู้อาวุโส”
แม้ผู้อาวุโสผู้นี้สมองจะเลอะเลือนไปนิด แต่นางก็แข็งแกร่งอย่าง
แท้จริง คลายผนึกเหล่านี้ได้ง่ายมาก
เจียงผิงอันล้วงม้วนหยกม้วนหนึ่ง สลัก ‘วิชาเทียมเทพสงคราม’
เอาไว้ แล้วส่งให้กับเหมียวเสียนอกโลกใบน้อย
หลังจากเหมียวเสียเห็นเนื้อหาวรยุทธ์ ดวงตาคู่งามก็เบิกกว้าง
อย่างตกใจ “น… นี่คือวรยุทธ์ที่เจ้าใช้หรือ? น่ากลัวเกินไปแล้ว!”
หลังจากเรียนวิชานี้ ขั้นสูงสุดทวีพลังต่อสู้ได้สิบเท่า!
แน่นอน การทวีฤทธิ์สิบเท่านี้เป็นเพียงทางทฤษฎี หลังบรรลุเป็น
เซียน กฎเต๋าเซียนที่ครอบครองจะแตกต่างจากกฎเกณฑ์ของวิชานี้
พลังต่อสู้จะถูกลดลงครึ่งหนึ่ง
แต่ถึงอย่างนั้น วิชานี้ก็ยังใช้ได้ไปจนถึงบรรลุเซียนสวรรค์
“รักเจ้าที่สุดเลย!”
เหมียวเสียเหวี่ยงตัวเจียงผิงอันลง กดซุกในอ้อมแขน
“ศิษย์พี่หญิงรีบฝึกฝนเถอะ” เจียงผิงอันผลักอีกฝ่ายออกห่างสุด
ชีวิต
“รีบร้อนไปไย ศิษย์พี่หญิงให้รางวัลเจ้าก่อนสิ” หลังจากเหมียว
เสียได้เป็นสตรีเต็มตัว นางก็ปลดทุกพันธนาการ กลายเป็นเช่นหมา
ป่าโหย
“อย่าเลยศิษย์พี่หญิง ข้ารับไม่ไหวหรอก”
“งั้นก็ใช้วิชาเทียมเทพสงครามมาสู้กับข้าสิ”
“เฮ้อ~”
เจียงผิงอันถอนใจอย่างอับจน ไฉนเขาจึงหนีฤทธิ์สตรีเหล่านี้ไม่
พ้นเสียทีหนอ
เกิดเป็นชายช่างเหนื่อยแท้
หลายวันจากนั้น เหมียวเสียฝึกฝนวิชาเทียมเทพสงคราม ขณะที่
เจียงผิงอันตั้งหน้าตั้งตาทำความเข้าใจ ‘วิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์’
จากวาทะของอวิ๋นเหยา ‘วิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์’ เพิ่มพลัง
ต่อสู้ได้มหาศาล โดยเฉพาะพลังป้องกัน และเสริมแกร่งกายเนื้อได้ถึง
ระดับศาสตราเซียน
หากพลังป้องกันของเขาแข็งแกร่งสุดขั้ว เขาก็จะสามารถพอ
ปกป้องตนเองยามเผชิญทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา
ทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาเป็นเหมือนกระบี่ห้อยอยู่เหนือหัว จะ
ปักลงมายามใดก็ได้ ทำให้เจียงผิงอันไม่สบายใจยิ่ง
ศัตรูต้องแสนปรีดาที่รู้ว่าเขามิอาจข้ามทัณฑ์ได้แน่แท้ และเขาก็
ไม่อยากให้เหล่าศัตรูลิงโลดเพราะเขา
ยังเร็วเกินไปที่เขาจะได้ข้ามทัณฑ์ ยังมีเวลาให้เตรียมตัวมากมาย
เพราะถึงอย่างไร เขาก็ยังต้องไปสำนักศึกษาชางจือ มียอดฝีมือ
ผู้เหนือชั้นเกินเซียนสวรรค์อยู่มากมาย ทั้งเซียนแท้ กระทั่งยอดฝีมือ
จินเซียนผู้เลิศล ้าเหนือใคร อาจมีหนทางแก้ปัญหาเรื่องทัณฑ์สวรรค์
พิพากษ์เทวาก็เป็นได้
ยามนี้ก็แค่รอศิษย์พี่หญิงเหมียวเสียผ่านประตูลืมเซียน ก็จะได้ไป
สำนักศึกษาชางจือด้วยกันแล้ว
ทว่า หากมิใช่กรณีพิเศษอะไร หลังผ่านประตูลืมเซียนไปได้ ก็จะ
ยังมีการประเมินคัดเลือกในหมู่ยอดอัจฉริยะจากแดนดินทั้งหลายรอ
อยู่
เจียงผิงอันมิต้องเข้าร่วมการประเมิน เขาถูกรับเข้าเป็นกรณี
พิเศษ
เหมียวเสียเป็นอัจฉริยะ ในเวลาเพียงห้าปี นางก็เพิ่มระดับวิชา
เทียมเทพสงครามถึงขั้นหก พรสวรรค์ของนางแข็งแกร่งจนน่ากลัว
นางใช้เวลาอีกห้าปีกว่าจะบรรลุวิชาลับของขั้นห้าและขั้นหก ร่าง
วิญญาณเทวาและลักษณ์วิญญาณศึก
“สักวันข้าจะบรรลุเป็นเซียน จะเปลี่ยนเจ้าเป็นบุรุษเลี้ยงให้ได้
คอยดู!”
เหมียวเสียที่หน้าประตูลืมเซียนสุดแสนฮึกเหิม เนินเขามหึมา
คลับคล้ายโอบอุ้มหมื่นลำธาร มือข้างหนึ่งโอบรอบเอวฝ่ายชาย
เจียงผิงอันกล่าว “ด้วยพลังต่อสู้ปัจจุบันของศิษย์พี่หญิง การ
ข้ามทัณฑ์เซียนมิใช่ปัญหา แต่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องในใจด้วย
การถูกกระทบนั้นง่ายมาก ศิษย์พี่หญิง เจ้าอายุยังน้อย ประสบการณ์
น้อยนัก”
“แน่นอน ศิษย์พี่หญิงผู้นี้รู้น่า แต่ในเมื่อเจ้ายังผ่านได้ นับประสา
อะไรกับศิษย์พี่หญิงผู้นี้”
เหมียวเสียพลันหุบยิ้ม ถามขึ้นเสียงแผ่ว “เจ้าบื้อ หากศิษย์พี่
หญิงผู้นี้ตายลงสักวัน ผ่านไปนับพัน ๆ ปี เจ้าจะยังจำศิษย์พี่หญิงผู้นี้
ได้หรือไม่?”
“จำมิได้หรอก” เจียงผิงอันตอบ
“ไร้ใจเพียงนั้นเลยหรือ?”
“เพราะข้าจะไม่ปล่อยให้ศิษย์พี่หญิงตาย ต่อให้ศิษย์พี่หญิงสิ้น
ข้าก็จะไปให้ถึงจุดสูงสุดของเต๋าเซียนแล้วคืนชีพศิษย์พี่หญิงกลับมา”
เจียงผิงอันตอบอย่างสุขุม
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ เหมียวเสียก็คลี่ยิ้ม สิ้นความลังเลแล้วสาวเท้า
ไปยังประตูลืมเซียน
เมื่อนางมาถึงประตูลืมเซียน จู่ ๆ ก็ชะงักเท้า มิได้เดินเข้าประตูลืม
เซียน แต่เหินสู่ยอดสุดของประตูลืมเซียน เร่งปราณเซียนในกายสุด
ชีวิต พลังอันบ้าคลั่งกวาดกระหน ่าทั่วฟ้า ชักดึงกฎเต๋าเซียนมาหา
เมื่อเจียงผิงอันเห็นเช่นนี้ สีหน้าของเขาพลันแปรเปลี่ยน “ศิษย์พี่
หญิง! รีบหยุดเร็วเข้า!”
เหมียวเสียมิได้จะเข้าประตูลืมเซียน แต่จะข้ามทัณฑ์เซียนของ
จริง!
มิน่าเล่าจึงถามเช่นนี้ออกมา
การจะข้ามพิบัติต้องรอโอกาส การฝืนเร่งเร้าทัณฑ์เซียนมา
เช่นนี้มีโอกาสตายสูงมาก!
ครืนนน!
อัสนีระเบิดสนั่นฟ้าดิน เมฆสายฟ้าทอดตัวยาวเป็นล้านลี้ วายุ
หวีดหวิว พิรุณโปรยกระหน ่า อัสนีแปลบปลาบท่ามกลางเมฆดำสนิท
คลื่นพลังชวนสะพรึงนี้เทียบกับทัณฑ์เซียนจำลองในประตูลืม
เซียนได้ไม่
ผู้ฝึกตนมากมายที่หน้าประตูลืมเซียนสัมผัสคลื่นพลังได้ ต่างผู้
ล้วนเหินมาดูตามกัน
เมื่อเห็นการกระทำของเหมียวเสีย พวกเขาล้วนตะลึงจังงัง
“นางบ้าไปแล้วหรือไร ฝืนข้ามทัณฑ์เช่นนี้!”
มีการคำนวณไว้ว่า ในล้านบุคคลที่ข้ามทัณฑ์ เก้าส่วนในนั้นจะ
ล้มเหลว และหากฝืนบังคับข้ามทัณฑ์ สิบในล้านเท่านั้นจะผ่านได้
คนทั่วไปจะไม่ฝืนข้ามทัณฑ์ จะมีแต่ยามสัมผัสได้ถึงวาสนาเซียน
เท่านั้นจึงเข้าเผชิญฤทธิ์ เพื่อที่โอกาสสำเร็จจะได้สูง
การบังคับผ่านทัณฑ์เช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับรนหาที่ตาย!
“เหมียวเสียอายุยังไม่ถึงร้อย นางรีบร้อนอะไร? ไฉนต้องเสี่ยง
เช่นนี้ด้วย?”
เหมียวเสียลือนามอย่างยิ่งในแดนจันทร์มายา เป็นยอดสตรีผู้ถูก
ยอมรับโดยทั่วกัน โอกาสบรรลุเซียนของนางสูงกว่าผู้ฝึกตนทั่วไป
มากนัก
แต่ยามนี้นางฝืนทะลวงขอบเขต ใจร้อนเกินไปโดยแท้
ภายใต้ทัณฑ์เซียน เหนือประตูลืมเซียน เหมียวเสียเรืองรัศมีทอง
อร่ามทั่วกาย เส้นผมของนางไสวพลิ้วล้อมใบหน้า งามสง่าไร้ที่ติ คู่
เนตรพริ้งพรายมองขึ้นสู่ทัณฑ์สวรรค์
“ขอเพียงบรรลุเซียนได้ก่อนอายุถึงร้อย ยอดฝีมือในสำนักศึกษา
ชางจือก็จะให้คุณค่า มีเพียงยอดฝีมือเหล่านั้นที่อาจจะรู้วิธีเอาตัวรอด
จากทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา…”
เหมียวเสียทะยานสู่เวหา ยืนกลางสุญตา
เหตุที่นางบุ่มบ่ามเช่นนี้ หาใช่เพื่อตัวเองไม่
นางอยากพิสูจน์พรสวรรค์ เป็นที่โปรดปรานของยอดฝีมือใน
สำนักศึกษา มีเพียงการทำเช่นนี้ที่นางจะยังมีเบี้ยต่อรองไว้ช่วยเจียง
ผิงอัน
พายุฝนโหมกระหน ่าเช่นมีดดาบ เชือดเฉือนผิวกายของเหมียว
เสีย ทุกหยาดพิรุณโปรยปรายล้วนแผลงฤทธิ์ทำลายล้างรุนแรง
เปรี้ยง!
หนึ่งอัสนีอันบรรจุอำนาจเต๋าเซียนฟาดลงจากฟ้า กระทบร่าง
เหมียวเสียอย่างหนักหน่วง
เหมียวเสียปลดปล่อยวิญญาณศึก แสงทองเรืองรองกลางความ
มืด ใบหน้าของนางไร้ความกลัว “มาอีก!”
เจียงผิงอันกลั้นใจอย่างร้อนรน ทัณฑ์เซียนนี้แข็งแกร่งกว่าทัณฑ์
เซียนจำลองที่เขาเผชิญมาหลายเท่านัก
ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ และเซียนผู้ดูแลประตูลืมเซียนเองก็ให้ความ
สนใจกับทัณฑ์ของเหมียวเสียเช่นกัน
หากเหมียวเสียผ่านทัณฑ์ไปได้จริง หนึ่งตำนานก็จะปรากฏใน
แดนจันทร์มายา
หากล้มเหลว เหมียวเสียก็จะค่อย ๆ ถูกหลงลืมไปตามกาล
เปรี้ยง!
หนึ่งอัสนีซึ่งรุนแรงกว่าครั้งก่อนโปรยลงจากฟ้า เหมียวเสียเงื้อ
หมัดเข้าสนอง วิญญาณศึกปรากฏรอยร้าว ขณะที่อัสนีก็แหลก
มลาย
เหมียวเสียหยุดอัสนีหนที่สองได้ ยังเหลืออีกเจ็ดหน
หลังซ่อมแซมวิญญาณศึก เหมียวเสียก็เงยหน้าแผดเสียงใส่ฟ้า
“อ่อนแอเกินไปแล้ว! ดุกว่านี้หน่อยเซ่ เป็นถึงทัณฑ์สวรรค์ แต่ไม่เห็น
ดุเท่าเจ้าบื้อของข้าเลย!”
เปรี้ยง!
ทัณฑ์เซียนคลับคล้ายยุขึ้น เมฆสายฟ้าหนาแน่นตลบตัว อัสนี
เซียนเลื่อนลั่น พายุทวีความรุนแรงกะทันหัน
ภายใต้อัสนีลูกที่สาม วิญญาณศึกของเหมียวเสียแหลกสลาย
อย่างสมบูรณ์ ร่างของนางร่วงลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรงจนพสุธา
ร้าวราน
ขณะเดียวกันนั้น มโนสำนึกของนางก็เริ่มปั่นป่วนด้วยมวล
ความรู้สึก ทั้งความกลัว ความโลภ ราคะ… สรรพสิ่งล้วนทวีตัว
เฉียบพลัน
เหมียวเสียหยัดตัวยืนขึ้น ร่างของนางซวนเซ นำสุราไหหนึ่ง
ออกมาเชิดคางกรอกเข้าปาก “ของกระจอกแค่นี้ คิดหยุดแม่มิให้เป็น
เซียนหรือยะ?”
เมื่อวิชาเทียมเทพสงครามแผลงฤทธิ์ พลังต่อสู้ของนางพลันทวี
สูง ปราณทรงพลังสกัดทัณฑ์วายุพิรุณไว้
ปวงชนที่มองอยู่ล้วนตกใจเมื่อได้เห็นพลังต่อสู้ของเหมียวเสียทวี
ตัวหลายเท่า
“สำนักเซียนอวี่หวงยังมีวิชาแข็งแกร่งเช่นนี้อยู่หรือนี่ เหมียวเสีย
มีหวังข้ามพิบัติได้แล้ว!”
ตู้ม!
ทัณฑ์อัสนีทวีความแข็งแกร่งขึ้นอีก การโจมตีชวนสะพรึงทำให้
ยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนมากมายขวัญสะท้าน
เหมียวเสียหยุดมันไว้ได้ แต่เห็นได้ชัดว่าหัวใจของนางเกิด
ปัญหา ปราณบนตัวนางเดี๋ยวแข็งแกร่งเดี่ยวอ่อนแอ ร่างมิอาจยืน
หยัดมั่นคง สติประหนึ่งหลุดลอยจมภวังค์
ยามอัสนีลูกที่เจ็ดโถมลง เหมียวเสียทรุดลงกองกับพื้นมิอาจลุก
ขึ้น ดวงตาของนางเอ่อล้นด้วยน ้าตา คลับคล้ายเผชิญบางสิ่งแสน
เจ็บปวดในใจ
“ศิษย์พี่หญิง! รีบตื่นเร็วเข้า!” เจียงผิงอันตะโกนอย่างร้อนใจ
แต่เหมียวเสียไร้ปฏิกิริยา นางนอนนิ่งกับพื้น คู้ตัวแล้วสะอื้นไห้
ตู้ม!
ยามทัณฑ์อัสนีสายที่แปดฟาดลง เหมียวเสียผู้ไร้การป้องกันไหม้
ดำเป็นก้อนถ่าน ลมหายใจรวยรินคล้ายจะสิ้นได้ทุกเวลา
“จบสิ้นแล้ว”
คนมากมายเห็นเช่นนี้ก็ถอนใจส่ายหน้า
“เหมียวเสียยังเด็กเกินไป อายุยังไม่ถึงร้อยปี ประสบการณ์อ่อน
ด้อย เห็นได้ชัดว่าหัวใจไม่แข็งแกร่งพอ”
“ใช่เลย ด้วยพลังต่อสู้ของนาง นางจะฝืนทัณฑ์สวรรค์ก็สบาย
มาก แต่เห็นได้ชัดว่าหัวใจของนางมิถึงขั้นนั้น”
“อัจฉริยะอีกคนจะร่วงโรยเสียแล้ว”
หากเหมียวเสียมิใจร้อนฝืนบังคับข้ามพิบัติ นางอาจรอดทัณฑ์
เซียนได้หลังใช้เวลาหลักร้อยหรือพันปี
แต่นางก็ยังจะดึงทัณฑ์เซียนมาหาอย่างมุทะลุ มิต่างอะไรกับ
รนหาที่ตาย
อัสนีลูกที่เก้า ลูกสุดท้ายซึ่งแข็งแกร่งสูงสุดก่อตัวในเมฆสายฟ้า
ดำทะมึน พลังจากมันคลับคล้ายจะบีบฟ้าดินเบี้ยวเป็นวังวนอนธกาล
เจียงผิงอันกำหมัด ดวงตาแดงฉาน เขาไม่มีทางทนมองเหมียว
เสียตายต่อหน้าได้ การช่วยเหมียวเสียจะทำให้นางเผชิญทัณฑ์
ล้มเหลว กลายเป็นเดนเซียนผู้หนึ่ง แต่ก็ยังดีกว่าตาย
ขณะที่เขากำลังจะลงมือนั้น จู่ ๆ เขาก็ฉุกคิดอะไรได้ แล้วตะโกน
ออกมาว่า “ศิษย์พี่หญิง คู่บำเพ็ญข้าในภพล่างสวยกว่าเจ้าอีกนะ!
อ่อนโยนกว่าเจ้าด้วย!”
“ว่าไงนะ! แน่จริงพูดอีกทีซิ!”
เหมียวเสียเด้งลุกขึ้นทันใด
ขณะนั้นเอง อัสนีลูกที่เก้าอันน่าสะพรึงกลัวก็โรยลงจากฟ้า เรือง
ฤทธิ์ประหนึ่งทำลายได้ทุกสิ่ง ครอบคลุมร่างเหมียวเสียมิดจนมิอาจ
เห็นลักษณ์
ปวงชนจ้องมองอัสนีตรงหน้าไม่วางตา ภายใต้การแทรกแซงของ
ทัณฑ์อัสนีเต๋าเซียนอันทรงพลัง พวกเขามิอาจเห็นการคงอยู่ของ
เหมียวเสียได้เลย
ได้ผลหรือไม่? แม้สุดท้ายนางจะได้สติ แต่นางจะยังมีโอกาสฝืน
ฤทธิ์อัสนีได้หรือ? ตายแล้วแน่แท้