สู่วิถีอมตะ - บทที่ 737 ลดราคาหนที่สอง เดือดระเบิด
เมื่อได้ยินคำสารภาพของกู่เว่ย เจียงผิงอันก็ผงะไปชั่วขณะ มิ
คาดว่าอีกฝ่ายไม่ได้ถูกผู้ฝึกตนไว้เคราแนะนำมา
“เรื่องเล็กน้อย ไม่เป็นไรหรอก”
เจียงผิงอันไม่ได้สนใจจุดประสงค์ของอีกฝ่าย เขาชอบการที่อีก
ฝ่ายเอาเงินมาให้กันง่าย ๆ เช่นนี้ต่างหาก
“สมแล้วที่เป็นปรมาจารย์ ใจกว้างจริงแท้” ใบหน้าของกู่เว่ยเปี่ยม
ความนับถือ
“ข้ามิใช่ปรมาจารย์นักหลอมศาสตราอะไรหรอก แค่สนใจการ
ซ่อมอาวุธวิเศษ เลยเรียนรู้มานิดหน่อยเท่านั้นเอง”
“เรียนรู้มานิดหน่อย?”
กู่เว่ยรู้สึกเหมือนถูกกระบี่คมแทงหัวใจ สงสัยนักว่าเจ้านี่เสแสร้ง
อยู่หรือไม่
เรียนมานิดหน่อยยังน่ากลัวได้เพียงนี้ แล้วพวกเขานักหลอม
ศาสตราจะเอาหน้าไปไว้ไหนได้?
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเสแสร้งหรือไม่ แต่ระดับฝีมือซ่อมอาวุธของเขาก็
สูงล ้าจริง ๆ
“สหายเต๋า ช่วงนี้ข้ามีปัญหาด้านการซ่อมอาวุธวิเศษอยู่ เลย
อยากขอคำชี้แนะ แน่นอนว่ามิได้ขอเปล่า ในนี้มีแสนผลึกเซียน ขอ
ซื้อเวลาชี้แนะของสหายเต๋าสามวัน”
กู่เว่ยส่งแหวนเก็บของวงหนึ่งให้เขาด้วยสองมือ ท่าทีสุภาพนอบ
น้อมยิ่ง
แม้การฝึกฝนของอีกฝ่ายจะต ่า แต่ระดับฝีมือซ่อมอาวุธวิเศษ
สูงสุดขั้ว นับเป็นผู้อาวุโสที่ต้องเคารพ
เจียงผิงอันตกใจกับการกระทำของอีกฝ่าย ประเสริฐ ซื้อเวลา
สามวันด้วยแสนผลึกเซียน นักหลอมอาวุธรวยกันจริง ๆ
“ได้”
เจียงผิงอันรับผลึกเซียนมา ไม่ว่าอย่างไรร้านก็ไร้ปัญหา เขาใช้
เวลาสามวันแลกกับแสนผลึกเซียน หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ช้าก็จะ
สะสมผลึกเซียนได้พอทะลวงขอบเขต
“ผู้น้อยกู่เว่ย กู่จากโรงนา เว่ยจากผู้พิทักษ์ สหายเต๋ามีนามเช่น
ไรหรือ?” กู่เว่ยถามอย่างถ่อมตน
“เจียงผิงอัน”
“สหายเต๋าเจียง เจ้าซ่อมอาวุธวิเศษเช่นไรให้สมบูรณ์แบบได้
เพียงนั้นกัน?”
กู่เว่ยไม่อยากเสียเวลา จึงถามเข้าประเด็นทันที
“ข้ามีอยู่สองวิธี วิธีแรกเป็นวิชาลับ ข้าบอกไม่ได้ แต่วิธีที่สองคือ
การเพิ่มวัตถุดิบอื่น หากเป็นปกติ การเพิ่มวัตถุดิบจะทำให้
องค์ประกอบของอาวุธวิเศษเกิดจุดด่างพร้อย กระทบต่อผลของอาวุธ
วิเศษ จึงต้องคิดว่าจะผสานวัตถุดิบใหม่เข้าไปอย่างไรให้สมดุล….”
เจียงผิงอันถามอวิ๋นเหยา ได้คำตอบแล้วว่าสามารถสอนวิธี
หลอมอาวุธวิเศษได้
กู่เว่ยนั่งตัวตรงแน่ว สีหน้าเคร่งขรึม กลัวจะพลาดข้อมูลสำคัญ
แม้เพียงพยางค์
หวังอิงมองเจียงผิงอันและกู่เว่ยเสวนากันโดยไม่เห็นหัวนาง สี
หน้าก็สุดย ่าแย่
นางทำอะไรเยอะแยะ แต่สุดท้ายก็ถูกเจ้าคนชื่อเจียงผิงอันนี่ทำให้
ขายหน้า ทว่านางก็ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะมีฝีมือจริง กระทั่งอัจฉริยะ
นักหลอมอาวุธอย่างกู่เว่ยยังตั้งอกตั้งใจฟังดุจศิษย์เรียนวิชา
มีฝีมือขนาดนี้ ไฉนจึงมาเป็นผู้ดูแลร้านจ้อยร่อยเช่นนี้เล่า!
ฮึ หลอมอาวุธได้แล้ววิเศษวิโสอะไร ในโลกหล้านี้ พลังต่อสู้
ต่างหากที่ชี้วัดสูงต ่า ผู้แข็งแกร่งต่างหากถึงเรียกว่ามากสามารถจริง
ๆ สุดท้ายนักหลอมศาสตราอย่างพวกเขาก็เป็นได้แค่ผู้สนับสนุน
หวังอิงไม่อยากเห็นหน้าเจียงผิงอัน จึงออกจากร้านไป
ในร้านเหลือเพียงเสียงพร ่าสอนของเจียงผิงอัน และเสียงตั้ง
คำถามของกู่เว่ย
สามวันให้หลัง กู่เว่ยรู้สึกเหมือนตนได้เรียนอะไรมากมาย เกิด
แรงบันดาลใจสูงล ้า
“ข้าได้บทเรียนแล้ว ปรมาจารย์มิเสียทีเป็นปรมาจารย์ แสนผลึก
เซียนคุ้มค่าอย่างยิ่ง”
“ข้าบอกแล้ว ข้ามิใช่ปรมาจารย์ แค่พอรู้เรื่องการซ่อมอาวุธวิเศษ
บ้างก็เท่านั้น”
เจียงผิงอันแค่นำคำพูดบางส่วนของอวิ๋นเหยาออกมาพูด ตนนั้น
หาเทียบระดับปรมาจารย์ได้ไม่
“ฝีมือล ้าเลิศในวงการเช่นนี้ ท่านคือบุคคลชั้นยอดในแวดวงนัก
หลอมศาสตรา เราเพิ่มข้อมูลติดต่อกันไว้ก่อนเถิด ภายหน้าข้าจะขอ
คำชี้แนะจากท่านอีก และแน่นอนว่าทุกครั้งล้วนจะจ่ายค่าวิชาให้”
ภายหน้า กู่เว่ยจะมาขอคำชี้แนะจากอีกฝ่ายอีกแน่นอน ยามนี้
เขาต้องกลับไปย่อยความรู้นี้ก่อน
“ได้สิ”
ทันทีที่ได้ยินว่ามีเงินจ่าย เจียงผิงอันก็รับสมญาปรมาจารย์ทันใด
ทั้งสองเพิ่มเลขประจำตัวของอีกฝ่าย และสามารถใช้ป้ายเทวะ
ติดต่อกันได้ทันที
กู่เว่ยจรจาก เจียงผิงอันจึงได้อ่านกล่องข้อความของเหมียวเสีย
[เจ้าบื้อ ทำอะไรอยู่ ข้าฝึกฝนอยู่นะ]
[เจ้าบื้อ ไฉนไม่ตอบข้อความข้าล่ะ มีหญิงชั่วที่ไหนมาหว่าน
เสน่ห์เจ้าหรือเปล่านี่]
[เจ้าบื้อ เกิดอะไรขึ้นหรือไม่ ทำไมครึ่งชั่วยามแล้วก็ยังไม่ตอบ
ข้า!]
สตรีผู้นี้ส่งข้อความให้เขาทุกวัน สองวันมานี้ เขาตอบข้อความ
ช้าไปนิดหน่อย อีกฝ่ายก็นึกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ส่งข้อความมา
ถล่มเขาเป็นพัก ๆ ไป
“มิใช่ข้าบอกไปก่อนหน้านี้แล้วหรือ มีคนจ้างข้าซ่อมอาวุธวิเศษ
อีกฝ่ายจ่ายเงินมา ข้าเลยต้องจริงจังหน่อย” เจียงผิงอันตอบอย่างจน
ใจ
“เจ้ายังซ่อมอาวุธวิเศษเป็นอีกหรือ? อย่าออกนอกลู่นอกทางนะ
ทุกผู้ในสำนักศึกษาชางจือล้วนเป็นอัจฉริยะ เจ้าต้องทำตัวเงียบ ๆ
เข้าไว้ หาไม่ปัญหาจะเกิดง่ายมาก”
หลายวันมานี้ เหมียวเสียพบตัวตนน่าสะพรึงกลัวมามากมาย
อย่างนางซึ่งบรรลุเซียนได้ในร้อยปีแรกหามีคุณค่าใดต่อหน้าคน
เหล่านี้ไม่
เหมียวเสียไม่เคยเห็นเจียงผิงอันหลอมศาสตรา ไม่คิดว่าวิชา
หลอมศาสตราของเจียงผิงอันจะระดับสูงส่งอะไร หนึ่งบุคคลจะเลิศล ้า
ทุกด้านได้อย่างไรกัน
“มิต้องห่วงเรื่องทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา ไม่ว่าอย่างไรอายุขัยก็
ยาวนานนัก ยังมีเวลาเตรียมตัวมากมาย ข้าเองก็ช่วยสอบถามอยู่”
“เรื่องนั้นมิต้องกังวลหรอก ข้าพบทางแก้แล้วล่ะ”
ที่เจียงผิงอันศึกษา ‘วิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์’ ก็เพื่อเตรียม
รับมือทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา
แม้วรยุทธ์เซียนนี้จะชื่อ ‘วิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์’ แต่ก็เสริม
แกร่งได้มิเพียงศาสตรา
กระทั่งโอสถ สมุนไพร หรือตัวผู้ฝึกตนเองก็เสริมแกร่งได้ทั้งสิ้น
“อย่าเล่นละคร สำนักศึกษาชางจือยังหาทางออกมิได้ เจ้าจะทำ
อะไรได้ เจ้าไม่อยากให้ข้าเป็นห่วงชัดๆ”
เหมียวเสียไม่เชื่อว่าเจียงผิงอันจะมีหนทางใดเลย “พอแล้ว ตั้งใจ
ฝึกฝนไปก็พอ สำนักเซียนเทียนหลานไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ รีบบอกข้า
นะหากเจออันตรายใด ๆ ระวังตัวด้วย”
“ข้าก็จะฝึกฝนแล้วเหมือนกัน ยิ่งข้าฝึกฝนถึงระดับสูง ยิ่งรู้
กฎเกณฑ์ในโลกหล้าน้อยนัก”
เสวนาจบ เจียงผิงอันก็เก็บป้ายเทวะ เลือกอาวุธวิเศษบางชิ้นมา
เสริมพลัง พัฒนาความเชี่ยวชาญวิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์
เมื่อวิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์ถึงระดับหนึ่ง ก็จะสามารถเสริมพลัง
ร่างกายได้
นับแต่เหตุการณ์ครั้งกู่เว่ย หวังอิงก็มิค่อยกลับร้าน กลับมาทีไรก็
ชำเลืองสองสามที ก่อนจะบอกว่านางจะไปสำรวจภพล่างกับสหาย
แล้วก็หายตัวไปอีกครั้ง
เจียงผิงอันเดาได้ว่าหวังอิงผู้นี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับเซียน
หวังต้ง จึงทำตัวเหลวแหลกในร้านเซียนเช่นนี้ได้
เจียงผิงอันอยู่ในร้านคนเดียว แต่กลับทำให้ร้านสะอาดยิ่งกว่า
นอกจากเสริมพลังอาวุธวิเศษอยู่ทุกวัน ก็ใช้เวลาไปกับการทำ
ความเข้าใจกฎเกณฑ์ เตรียมตัวทะลวงขอบเขต
หนึ่งเดือนให้หลัง เมื่อถึงเวลาจัดกิจกรรมลดราคา เจียงผิงอันยัง
ไม่ทันเอาป้ายลดราคาไปวาง คนนับสิบ ๆ ก็กรูกันเข้าในร้านแล้ว
“ผู้ดูแล ของลดราคาเดือนนี้เล่า? ข้ายืมเงินสหายมาซื้ออาวุธ
วิเศษเชียวนา”
ใครบางคนถามอย่างร้อนใจ
เจียงผิงอันมิได้รีบร้อนขายอาวุธวิเศษ ปวงชนล้วนมีจิตวิทยา
ชอบมุง ยิ่งคนรวมตัวที่นี่เยอะ ผู้เข้ามาในร้านก็ยิ่งเพิ่มจำนวน ยิ่ง
เผยแพร่นามร้านได้ง่าย
เขานำอาวุธวิเศษออกมาสองชิ้นก่อน “นี่คืออาวุธวิเศษสองชิ้นที่
ถูกเสริมพลังเมื่อเดือนก่อน ยกระดับแล้วหนึ่งขั้นย่อย รบกวนสหาย
เต๋าทั้งสองท่านจ่ายเงินด้วย”
จ้าวหยางซึ่งโอบมือรอบเอวคู่บำเพ็ญก้าวเข้ามา แล้วก็ตกตะลึง
เมื่อพบว่ากระบี่ล ้าค่าขั้นกลางระดับเขตแดนของเขากลายเป็นอาวุธ
วิเศษขั้นสูงไปแล้วจริง ๆ “ทำได้จริง ๆ ด้วย!”
เดือนก่อน เพราะเขาซื้ออาวุธวิเศษลดราคาจากที่นี่ มีกำไร
เล็กน้อย จึงนำอาวุธวิเศษที่มิอาจใช้มาลองเสี่ยง
ว่าตามตรง เขามีความคาดหวังเพียงเล็กน้อยในใจ มิได้ปักใจ
เชื่อว่าอีกฝ่ายจะยกระดับ พัฒนาอาวุธวิเศษนี้ได้จริง ๆ
จึงน่าตกใจนักที่ได้เห็นอาวุธวิเศษถูกยกระดับขึ้นขั้นหนึ่ง
ผู้ฝึกตนชุดน ้าเงินอีกคนก็มาถึงแล้ว เขายกค้อนซึ่งเดิมเป็นอาวุธ
วิเศษชั้นล่างในระดับเขตแดนออกมาจดจ้องไม่วางตา “อาวุธวิเศษ
ระดับล่าง เดิมทีราคาหมื่นผลึกเซียน แต่กลับยกระดับเป็นอาวุธวิเศษ
ขั้นกลางราคาห้าหมื่นได้จริง ๆ! ต้องจ่ายแค่สามหมื่นผลึกเซียนจริง ๆ
หรือ?”
เขาหาได้ขัดสนเงินทองไม่ ที่ทิ้งอาวุธวิเศษชั้นล่างระดับเขตแดน
ไว้ก็แค่ลองดู แต่มิคาดว่าคนผู้นี้จะมีปรมาจารย์นักหลอมศาสตราอยู่
เบื้องหลังจริง ๆ เขาต้องหาทางติดต่อปรมาจารย์ผู้นี้ให้ได้
เจียงผิงอันแย้มยิ้มกล่าว “ถูกต้องแล้ว ราคาสามหมื่นผลึกเซียน
เท่านั้น”
เขายกระดับอาวุธวิเศษระดับล่างทั้งสองนี้ ใช้ผลึกเซียนไปไม่ถึง
พัน แต่ได้ค่ายกระดับชิ้นละสามหมื่น กำไรสามสิบเท่าตัว ซ ้ายังเพิ่ม
ความเชี่ยวชาญของวิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์ได้อีก
จ้าวหยางและผู้ฝึกตนชุดน ้าเงินส่งเงินให้อย่างไม่ลังเล
สำหรับพวกเขา มันคุ้มเหลือจะคุ้ม
ยามปวงชนเห็นภาพนี้ พวกเขาล้วนรู้สึกเหลือเชื่อ
“อาวุธวิเศษยกระดับได้ ข้าเพิ่งเคยได้ยินเรื่องนี้ก็ยามนี้แหละ!”
“ข้าเพิ่งทะลวงขอบเขต ต้องการอาวุธวิเศษระดับสูง แต่ก็ทิ้ง
ศาสตราเก่าที่อยู่กับข้ามาเนิ่นนานไม่ลง หากยกระดับได้จริง ๆ ข้าก็
ไม่ต้องเปลี่ยนอาวุธแล้ว”
“ใช่เลย แถมยังประหยัดผลึกเซียนไปได้เป็นหมื่นแน่ะ!”
เจียงผิงอันเห็นปวงชนเสวนากันเรื่องนี้ ก็รู้สึกว่าควรสรุปได้แล้ว
จึงกล่าวว่า “ผู้อาวุโสของข้าจะยกระดับอาวุธวิเศษเพียงเดือนละยี่สิบ
ชิ้น ยกระดับเสร็จค่อยจ่าย หากมีความเสียหายใด ๆ ก็จะชดใช้ตาม
ราคา”
“ยามนี้ เราเริ่มขายอาวุธวิเศษลดราคากันเลย เหมือนเดือนก่อน
ซื้ออาวุธวิเศษขั้นสูงระดับเขตแดนหนึ่งชิ้น ชิ้นที่สองครึ่งราคา รวม
ทั้งสิ้นสิบชิ้น”
ผู้ฝึกตนมากมายแห่กันกลุ้มรุมทันที
“ข้าซื้อขวานนี่!”
“ข้าอยากจองยกระดับอาวุธวิเศษ!”
“อย่าแซงแถวสิฟะ ข้ามาก่อนนะ!”
ร้านเดือดระเบิดทันใด เจียงผิงอันแยกอวตารหลายสิบร่าง ขาย
อาวุธวิเศษไปพลางจดชื่อคนมายกระดับอาวุธวิเศษไปพลาง
เขามิได้รับยกระดับอาวุธวิเศษไปทุกชิ้น อาวุธวิเศษอันมีวัตถุดิบ
ระดับต ่าเกินไปมิอาจยกระดับได้ เขาก็จะปฏิเสธไป
ร้านครึกครื้นเอะอะ ผู้ฝึกตนผ่านไปมานึกฉงนจึงเข้ามา
ตรวจสอบสถานการณ์
“ข้าไม่รู้ด้วยซ ้าว่ามีการลดแลกแจกแถมกันใหญ่โตที่นี่! รู้สึก
เหมือนขาดทุนย่อยยับเลยแฮะ”
ผู้คนมากมายเสียใจที่รู้ข่าวช้า มองโอกาสประหยัดเงินลอยหลุด
ไปต่อหน้าต่อตา
ร้านรวงใกล้เคียงบางแห่งก็สังเกตเห็นสถานการณ์ของ [ร้าน
เซียนหวังต้ง]
เดิมที พวกเขากังวลว่าธุรกิจจะมีคู่แข่ง นำไปสู่ความถดถอยของ
กำไร แต่เมื่อเห็นเนื้อหาการลดราคาของร้านนี้ พวกเขาก็แย้มยิ้ม
ทันที
ซื้ออาวุธวิเศษระดับสูงหนึ่งชิ้น ชิ้นถัดไปครึ่งราคา มิใช่ขาดทุน
บรรลัยหรือ?
นี่มันธุรกิจที่ไหน? ขายโละปิดกิจการชัด ๆ
การกระทำเช่นนี้หาได้มีพิษภัยไม่
เจียงผิงอันไม่อยากสร้างภัยคุกคามต่อพวกเขา แค่จะทำกำไร
เล็กน้อยขณะพัฒนาความเชี่ยวชาญวิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์ของ
ตนเท่านั้น
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังขายของอยู่นั้น ผู้ฝึกตนคนหนึ่งที่ผ่านมา
เห็นรูปลักษณ์เจียงผิงอันก็ชะงักไป ก่อนจะนำป้ายเทวะออกมา เข้า
[กลุ่มสนทนาตามหาคน] แล้วจิ้มเปิดภาพ ๆ หนึ่งทันที
ภาพนั้นเหมือนเจียงผิงอันทุกประการ
คนผู้นี้เดินหลบมุมไกล ๆ แล้วใช้ป้ายเทวะส่งข้อความใน [กลุ่ม
สนทนาตามหาคน] ทันที “ข้าเจอเจียงผิงอันแล้ว! รางวัลห้าหมื่นผลึก
เซียนเป็นของข้า!”
กลุ่มสนทนานี้เป็นกลุ่มค่าหัวที่ไว้ใช้ตามหาคน หากพบผู้มี
รางวัลค่าหัว ก็มารับค่าหัวไปได้
เจียงผิงอันผู้นี้ก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายเหล่านั้น
มีผู้ถามต่อด้านล่างทันที “เจียงผิงอันอยู่ไหน? ข้าสร้างอวตารได้
เกินสามพันร่าง แต่ก็ไม่เห็นเจอเขาในสถานที่ฝึกฝนหลักใด ๆ เลย”
ผู้พบเจียงผิงอันกล่าวว่า “ข้าก็เจอเขาโดยบังเอิญ เห็นเขาขาย
ของที่ [ร้านเซียนหวังต้ง] ตรงทางเข้าภพปีศาจอยู่ ดูเหมือนจะเป็น
ผู้ดูแลร้านที่นี่”
“ขายของ? ล้อเล่นอยู่หรือไม่? อัจฉริยะผู้หนึ่งไปเป็นผู้ดูแลร้าน
เนี่ยนะ! แน่ใจหรือว่าจำคนถูก?”
ปวงชนในกลุ่มสนทนาต่างจังงัง
จากข้อมูลที่เบื้องบนส่งมา พวกเขาต่างทราบว่าเจียงผิงอันผู้นี้
เป็นคนประเภทมิค่อยเสวนากับใคร วัน ๆ ตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝน พวก
เขาจึงออกตามหาร่องรอยของเจียงผิงอันทั่วพื้นที่ฝึกฝนต่าง ๆ แต่
สองเดือนมานี้กลับไม่เห็นร่องรอยใด ๆ เลย
แต่ยามนี้มีคนบอกว่าเขาทำงานเป็นผู้ดูแลร้านค้าอยู่!
เจียงผิงอันมิใช่บุคคลอันดับหนึ่งในขั้นต้นระดับเขตแดนจาก
แดนจันทร์มายาหรอกหรือ? มิใช่เอาชนะตัวตนแข็งแกร่งอย่างเซียน
มนุษย์กลับชาติมาแล้วหรือ? มิใช่อัจฉริยะไร้เทียมทานผู้มีห้าเขตแดน
หรือไร?
คนเช่นนี้กลับไม่ไปฝึกฝน แต่ไปขายของในร้านค้าเนี่ยนะ!