สู่วิถีอมตะ - บทที่ 736 ปรมาจารย์หลอมศาสตรา
เมื่อได้ยินว่าเจียงผิงอันจะซ่อมอาวุธวิเศษในหนึ่งชั่วยาม ผู้ฝึกตน
ไว้เคราก็เผยสีหน้าเคลือบแคลงเช่นกัน
“เจ้าคงมิได้หลอกข้าเล่นกระมัง?”
เขาก็เคยซ่อมอาวุธวิเศษมาก่อน รู้ว่าการซ่อมอาวุธวิเศษระดับนี้
ไม่มีทางทำได้ในหนึ่งชั่วยาม อย่างเร็วที่สุดต้องใช้เวลาเป็นเดือน
“หากจะไม่ซ่อม ไปเสียยามนี้ก็ได้นะ” เจียงผิงอันไม่อยากอธิบาย
มาก
“งั้นข้าจะรอที่นี่ หากเจ้าทำได้ในหนึ่งชั่วยามจริง ข้าจะให้เจ้า
หมื่นผลึกเซียน” ผู้ฝึกตนไว้เคราหล่าว
อันที่จริง เขาก็ยังสงสัยเจียงผิงอันไม่หาย หนึ่งชั่วยามนั้นแสนสั้น
เขาจะรอดูผลที่นี่ก็ได้
“ได้ เจ้าดื่มชารอที่นี่ก่อน”
เจียงผิงอันรินชาวางบนโต๊ะรับแขกข้างตัว ก่อนจะรับขวานร้าว
เดินขึ้นชั้นบนไป
เขาไม่อยากให้ใครเห็นว่าเขาซ่อมมันอย่างไร และรู้สึกเสมอว่าสิ่ง
ที่อวิ๋นเหยาสอนให้มิใช่ธรรมดา ควรซ่อนไว้ให้มากที่สุด
หลังจากเจียงผิงอันขึ้นชั้นบนไป หวังอิงก็นำป้ายเทวะออกมาส่ง
ข้อความหาบุคคลชื่อ [กู่เว่ย] ในห้องสนทนา “สหายเต๋ากู่ เจ้าซ่อม
อาวุธวิเศษขั้นกลางระดับเขตแดนได้ในหนึ่งชั่วยามหรือไม่?”
กู่เว่ยผู้นี้เป็นหนึ่งในอัจฉริยะนักหลอมศาสตราอันโดดเด่นสูงสุด
ของสำนักศึกษาชางจือ ปรมาจารย์เซียนนักหลอมอาวุธมากมายยื้อ
แย่งกันรับเป็นศิษย์ มีความเข้าใจด้านการหลอมศาสตราอย่างลึกล ้า
[กู่เว่ย] ตอบกลับฉับไว
“เป็นไปไม่ได้เลย หากแค่สลักอักขระใหม่สักสองสามตัวละก็ไม่มี
ปัญหา แต่หากเสียหาย ต้องใช้เวลาซ่อมอย่างต ่าที่สุดหนึ่งเดือน เว้น
จะเป็นปรมาจารย์เซียนนักหลอมอาวุธโน่นถึงซ่อมได้ในหนึ่งชั่วยาม”
ในที่สุดหวังอิงก็เย้ยเยาะได้อย่างวางใจ “ฮ่า ๆ ทางข้ามีคนบ้าคน
หนึ่ง อยู่แค่ขั้นต้นระดับเขตแดน แต่อ้างว่าตัวเองซ่อมอาวุธวิเศษขั้น
กลางระดับเขตแดนที่มีรอยร้าวได้ในเวลาหนึ่งชั่วยาม ข้าขำจะตาย
แล้ว”
“ใครกัน แข็งแกร่งเพียงนั้นเลยหรือ?” กู่เว่ยถามอย่างตกใจ
“แข็งแกร่งกับผีสิ ข้าบอกแล้วว่าเขาเป็นคนบ้า อะไรที่เจ้าทำ
ไม่ได้ เขายิ่งทำไม่ได้หนักเลย”
หวังอิงรู้สึกว่ากู่เว่ยผู้นี้ซื่อบื้ออยู่น้อย ๆ เป็นถึงอัจฉริยะนักหลอม
ศาสตรา ตัวเขายังทำมิได้ แต่กลับเชื่อว่าคนอื่นทำได้เสียอย่างนั้น
กู่เว่ยตอบกลับมาว่า “ข้าทำมิได้ ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นก็
ต้องทำไม่ได้ เต๋าของการหลอมศาสตรานั้นกว้างไกลลึกล ้า ภพเซียน
ตั้งกว้างใหญ่ วิธีหลอมอาวุธอันไม่เหมือนใครก็มีเยอะแยะ”
เขาเคยอ่านตำราเกี่ยวกับการหลอมศาสตรามามากมาย ยิ่งอ่าน
ก็ยิ่งรู้สึกว่าตนช่างเล็กจ้อย แม้จะใช้เวลานับหมื่น ๆ ปี เขาก็อาจมิ
สามารถบรรลุวิชาหลอมศาสตราทั้งหมดได้
เมื่อได้ยินคำตอบของกู่เว่ย หวังอิงก็นิ่งไปครู่หนึ่ง หรือเจ้าคน
หน้าตายนั่นจะทำได้จริง ๆ?
เป็นไปไม่ได้ หากเป็นอัจฉริยะระดับนั้น เขาจะมาเป็นผู้ดูแลร้าน
กระจอก ๆ ที่นี่ได้อย่างไร
กู่เว่ยส่งข้อความมาว่า “หากอีกฝ่ายซ่อมอาวุธวิเศษขั้นกลาง
ระดับเขตแดนได้ในหนึ่งชั่วยามจริง ๆ อย่าลืมบอกข้านะ ช่วงนี้ข้าติด
ปัญหาเรื่องการซ่อมอาวุธวิเศษ กำลังอยากขอคำแนะนำอยู่พอดี”
“ได้”
หวังอิงตอบแบบขอไปทีแล้วอ่านนิยายต่อ
หนึ่งชั่วยามมิได้ยาวนานอะไรเลยสำหรับผู้ฝึกตน ทำความเข้าใจ
อักขระระดับสูงยังไม่ได้สักตัว เดี๋ยวเดียวก็ผ่านพ้นแล้ว
ผู้ฝึกตนไว้เคราลุกขึ้น “ชั่วยามหนึ่งแล้ว ไฉนเขายังไม่ลงมา?”
หวังอิงเงยหน้ากล่าวเสียงเรียบ “หากเขามีฝีมือดูแลของเช่นนั้น
จริง ไฉนเลยจะมาเป็นผู้ดูแลในร้านเล็ก ๆ แบบนี้ ไปทำงานกับร้าน
ข้าง ๆ ไม่ดีกว่าหรือ?”
ได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าของผู้ฝึกตนไว้เคราก็ปรากฏโทสะ จริงด้วย
หากคนผู้นี้ทรงพลังนัก ทำไมเขาจึงมาทำงานในร้านเล็ก ๆ เช่นนี้?
บัดซบเอ๊ย โดนหลอกแล้ว ต้องเล่นงานเด็กนั่นให้สาสม!
ขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นที่บันได เจียงผิงอันเดินถือขวานสี
ดำลงมา
“แกไอ้สารเลว…”
เมื่อเห็นขวานสีดำในสภาพสมบูรณ์ เสียงของผู้ฝึกตนไว้เคราก็
หยุดลงกะทันหัน
เจียงผิงอันเดินมาหาอีกฝ่ายแล้วส่งขวานให้
“มีอักขระบางตัวในขวานเล่มนี้เสียหาย จึงเกิดความเสียหายได้
ง่าย ยามนี้ซ่อมหมดแล้ว ข้าไม่คิดเงินเพิ่ม รวมทั้งสิ้นหมื่นผลึกเซียน”
“ซ่อมแล้วจริง ๆ หรือ? เจ้ามิได้ซ่อมเพียงผิวหน้ามันหรอก
กระมัง?” ผู้ฝึกตนไว้เครารับขวานกลับมาอย่างมึนตึง ยังคงเคลือบ
แคลงไม่หายว่าอีกฝ่ายซ่อมมันสมบูรณ์แล้วจริงๆ หรือ
“เจ้าลองดูเองเลย หากซ่อมเพียงผิวหน้าก็สังเกตเห็นได้ง่ายมาก”
เจียงผิงอันตอบเรียบ ๆ
ผู้ฝึกตนไว้เคราจ่ายปราณเซียนเข้าไป แล้วอำนาจกฎเกณฑ์
แห่งกำลังอันทรงพลังก็หลากออกจากขวาน
“ซ่อมเสร็จแล้วจริง ๆ ด้วย! แถมรู้สึกแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้นิด
หน่อย ใช้งานราบรื่นขึ้นด้วย ที่แท้ภายในมีอักขระเสียหายอยู่จริง ๆ!”
“ปรมาจารย์!”
แม้ผู้ฝึกตนไว้เคราจะไม่รู้วิธีหลอมอาวุธ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายทำงาน
ไวกว่าร้านขายอาวุธระดับสูงข้าง ๆ กัน เขาก็ต้องเป็นนักหลอมอาวุธ
ระดับปรมาจารย์แน่ ๆ
“จะเรียกปรมาจารย์ก็ยังห่างไกล ข้าก็แค่มีความสนใจเรื่องดูแล
รักษาอาวุธวิเศษนิดหน่อย รบกวนจ่ายผลึกเซียนมาเถิด”
“ฮ่า ๆ ปรมาจารย์ถ่อมตัวยิ่งนัก ค่าซ่อมอาวุธเข้าถึงง่ายเช่นนี้ ไว้
ข้าต้องแนะนำให้มิตรสหายบ้างแล้ว”
ผู้ฝึกตนไว้เคราจ่ายหมื่นผลึกเซียนอย่างยินดี กลับไปอย่างพึง
พอใจ การซ่อมอาวุธที่นี่มิเพียงประหยัดเวลารอไปได้เยอะ ยังประหยัด
ค่าใช้จ่ายด้วยครึ่งหนึ่ง เขาจึงสุดแสนปรีดา
เจียงผิงอันเก็บหมื่นผลึกเซียนเข้ากระเป๋าตน นี่มิใช่เงินที่เขาได้
จากการขายอาวุธวิเศษในร้าน จึงไร้จำเป็นต้องให้ร้านค้า
มีวิชาหากิน การสร้างรายได้ก็ไวว่อง แต่ก็ยังเร็วสู้ความเร็วยาม
ใช้ขวดกลืนสวรรค์หลอมคนมิได้
ที่หน้าโต๊ะข้างประตู หวังอิงอ้าปากค้างจังงังราวถูกใครใช้วิชา
ตรึงร่าง มิขยับเขยื้อนอยู่เนิ่นนาน
เจ้านี่ใช้เวลาชั่วยามเศษก็ซ่อมอาวุธวิเศษขั้นกลางระดับเขตแดน
ได้แล้ว นี่เป็นสิ่งที่กู่เว่ยทำไม่ได้ แต่เขาทำได้!
วิชามายา! ใช่แล้ว ต้องเป็นวิชามายาแน่ ๆ!
หวังอิงรีบติดต่อกู่เว่ย ขอให้อีกฝ่ายมาช่วยเปิดโปงเจ้าคนโกหก
นี่ที
หวังอิงเห็นเจียงผิงอันทรงพลังเพียงนี้ ก็ไม่อยากจะเชื่อโดย
สัญชาตญาณ นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้สองฝ่ายกระทบกระทั่งกัน
เล็กน้อย
ไม่นานจากนั้น ชายผู้มีใบหน้าสะอาดสะอ้านในชุดแดงผู้หนึ่งก็
เข้ามาในร้าน
เมื่อเข้ามา เขาก็ชำเลืองหวังอิง ก่อนที่สายตาจะหยุดที่เจียงผิง
อัน แล้วเดินปรี่เข้าไปหา
“ข้าอยากซ่อมอาวุธวิเศษชิ้นหนึ่ง”
ชายผู้นั้นนำระฆังสีทองซึ่งแตกเป็นสองเสี่ยงใบหนึ่งออกมา จาก
ปราณกฎเกณฑ์ของมัน นี่คืออาวุธวิเศษขั้นกลางระดับเขตแดน
เจียงผิงอันชำเลืองคนผู้นี้ อีกฝ่ายดิ่งมาหาเขาเพื่อซ่อมอาวุธ
หรือผู้ฝึกตนไว้เคราจะแนะนำมา?
“อาวุธวิเศษชิ้นนี้เสียหายหนัก ราคาซ่อมสามหมื่นผลึกเซียนนะ”
เจียงผิงอันจงใจเพิ่มราคา ไม่อาจเรียกถูก ๆ ได้เหมือนกาลก่อน
สีหน้าของกู่เว่ยแปรเปลี่ยนเล็กน้อย หากผู้อื่นขอให้เขาซ่อม
ระฆังนี้ เขาจะให้ราคาสี่หมื่นผลึกเซียน ไฉนคนผู้นี้คิดราคาถูกจัง
“ใช้เวลาเพียงไรจึงซ่อมได้?”
กู่เว่ยถูกหวังอิงเรียกมา บอกว่าคนผู้นี้มุสาและน่าจะใช้วิชามายา
จึงขอให้เขามายืนยัน
แข็งแกร่งได้ขนาดนี้ หากคนผู้นี้มิใช่ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ
จริง ๆ ก็เป็นได้เพียงเด็กเลี้ยงแกะ
หากเป็นปรมาจารย์ เขาต้องขอคำชี้แนะจากอีกฝ่ายให้ได้ ช่วงนี้
เขาพบปัญหาในการซ่อมอาวุธวิเศษอยู่จริง ๆ
“เสียหายขนาดนี้ หนึ่งวัน” เจียงผิงอันกล่าว รู้สึกว่าเวลาที่บอก
ไปหนก่อนนั้นสั้นเกินไป อีกฝ่ายจึงตกใจนักหนา
แต่กระทั่งหนึ่งวัน กู่เว่ยก็ยังตกใจ เขาทุ่มสุดกำลังยังต้องใช้เวลา
ขั้นต ่าหนึ่งเดือน ไฉนอีกฝ่ายซึ่งมีการฝึกฝนเพียงขั้นต้นระดับเขต
แดนจึงซ่อมไวอะไรปานนั้น
เป็นวิชามายาจริง ๆ หรือ?
“มิใช่เจ้าซ่อมศาสตราได้ในชั่วยามเดียวหรือ? ไฉนหนนี้เป็นหนึ่ง
วันแล้วเล่า?” หวังอิงไม่อยากรอจนเห็นผลวันถัดไป นางรอนานเพียง
นั้นมิได้
“หากเจ้าอยากเร่งเวลา ก็ต้องเพิ่มราคา เพิ่มผลึกเซียนห้าพัน
แล้วจะซ่อมในครึ่งวันให้” เจียงผิงอันเอ่ย
กู่เว่ยสุดแสนประหลาดใจ ยังเร่งเวลาได้อีก “แล้วหากเพิ่มหมื่น
ผลึกเซียนเล่า?”
“เช่นนั้นสามชั่วยามได้”
เจียงผิงอันรู้สึกเหมือนเขาเจอรหัสลับหาเงินได้แล้ว ภายหน้ายาม
ซ่อมอาวุธวิเศษก็จงใจยืดเวลาสักหน่อย แล้วให้คนเหล่านี้เพิ่มเงิน
เพื่อลดเวลาเอา
“ได้ เช่นนั้นก็สามชั่วยาม”
กู่เว่ยส่งผลึกเซียนสี่หมื่นชิ้นให้เจียงผิงอันพร้อมระฆังแตก อยาก
เห็นนักว่าอีกฝ่ายมีฝีมือจริงเช่นที่พูดหรือไม่
เจียงผิงอันสุดแสนปรีดา หากมีลูกค้าเช่นนี้อีกสักหน่อย เขาคง
เก็บผลึกเซียนได้เพียงพอทะลวงขอบเขตเป็นแน่
เมื่อสะสมผลึกเซียนครบล้าน เขาก็จะทะลวงขอบเขต
เจียงผิงอันลุกขึ้นรินชาให้อีกฝ่าย “จะดื่มชารอที่นี่ หรือจะ
กลับมารับในสามชั่วยามหน้าก็ได้นะ”
พูดจบ เขาก็เดินขึ้นชั้นบนไป
หลังเจียงผิงอันลับหลัง หวังอิงก็ส่งข้อความถึงกู่เว่ย “เดี๋ยวเจ้า
ต้องเปิดโปงเจ้านี่ให้ได้นะ หากเขามาตุ๋นคนที่นี่ ร้านข้าเสีย
ภาพลักษณ์หมด”
“ร้านนี้ของเจ้ายังมีภาพลักษณ์อะไรด้วยหรือ?” กู่เว่ยถามย้อน
หวังอิง “…”
พวกผู้ชายตัวเหม็นนี่น่าโมโหจริง ๆ หามีความอ่อนโยนอย่าง
ราชันเซียนในนิยายไม่ อ่านนิยายต่อดีกว่า
ราวสามชั่วยามให้หลัง หวังอิงเห็นเจียงผิงอันยังไม่ลงมาก็สุดทน
รอ จึงวิ่งขึ้นบันไดไปทันที “ซ่อมเสร็จหรือยัง?”
เจียงผิงอันมองหวังอิงอย่างสงสัย เงินที่ได้ไม่มีส่วนแบ่งของสตรีผู้
นี้ นางจะรีบร้อนทำไม
เขาซ่อมมันเสร็จไปตั้งแต่ชั่วยามก่อนแล้ว แต่ไม่ลงไปเพื่อถ่วง
เวลาสักนิด
แต่เมื่อเห็นสตรีผู้นี้มาเร่ง เขาก็ไม่คิดประวิงเวลา เดินถือระฆังลง
ไป
หวังอิงมองตามหลังเจียงผิงอันแล้วยกยิ้มมุมปาก ลอบกล่าวในใจ
ว่า “ต่อหน้าอัจฉริยะนักหลอมศาสตรา ไม่ว่าเจ้าจะอำพรางแค่ไหนก็
ไร้ประโยชน์ รอเจ้าหน้าแตกยับเยินก่อน เดี๋ยวก็รู้ว่าจะเสแสร้งเช่นไร
ต่อ”
นางไม่ชอบท่าทีเฉยชาที่เจียงผิงอันมีต่อนางอย่างยิ่ง และอยาก
ให้อีกฝ่ายเผยสีหน้าหวาดหวั่น พรั่นพรึงและเหยเกเสียใจ
เจียงผิงอันหารู้ความคิดสตรีผู้นี้ไม่ เขาเดินลงมาแล้วส่งระฆังให้กู่
เว่ย
“ตรวจสอบได้เลย หากไม่มีปัญหาก็รับไปได้เลย แต่หากตรวจ
พบเจอปัญหาอื่นใด ก็ซ่อมที่นี่ได้เช่นกัน ซ่อมครั้งที่สองลดราคาให้
สองส่วน”
กู่เว่ยรับระฆังไปแล้วเริ่มตรวจสอบ
ขณะตรวจสอบ สีหน้าของกู่เว่ยก็ยิ่งปรากฏความตกใจชัดเจน
ขึ้นเรื่อย ๆ
“มิใช่มายา! ซ่อมเสร็จแล้วจริง ๆ! ซ ้ายังสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติใด
ๆ!”
ยามนักหลอมอาวุธซ่อมอาวุธวิเศษ แม้จะซ่อมแล้วจริง ๆ ก็จะยัง
มีจุดบกพร่องหรือรอยซ่อมแซมหลงเหลือ มีเพียงนักหลอมอาวุธ
ระดับสูงเท่านั้นที่ลบร่องรอยเหล่านั้นออกไปได้
รอยแตกของระฆังใบนี้มิได้ถูกซ่อน แต่หายสิ้นไม่เหลือรอยราว
ถูกสร้างใหม่ ต้องใช้ทักษะการหลอมอาวุธระดับสูงสุดขั้ว
นอกจากนั้น อีกฝ่ายยังซ่อมมันในเวลาสั้นแสนสั้น
ปรมาจารย์ นี่คือปรมาจารย์นักหลอมศาสตราของแท้แน่นอน!
“ไฉนมิใช่มายาได้เล่า!”
หวังอิงไม่ยอมเชื่อ จึงวิ่งลงมาฉวยระฆังไปตรวจดูเอง
กู่เว่ยสะกดความตกใจเอาไว้ ก่อนจะกุมกำปั้นคำนับเจียงผิงอัน
“ขออภัยด้วยสหายเต๋า อันที่จริง ข้าเป็นนักหลอมศาสตราที่หวังอิง
ขอให้มาตรวจสอบระดับการหลอมศาสตราของสหายเต๋า”
“แน่นอน ตัวข้าก็อยากรู้เช่นกันว่าสหายเต๋าซ่อมอาวุธวิเศษได้
ในเวลาสั้น ๆ จริงหรือไม่ เจ้าเป็นปรมาจารย์นักหลอมศาสตราโดยแท้
ระดับเช่นนี้ เรียกเป็นอันดับหนึ่งใต้ระดับเซียนยังได้เลย!”
กู่เว่ยสารภาพหมดเปลือกอย่างสัตย์ซื่อ