สู่วิถีอมตะ - บทที่ 739 ไล่ออก
การต่อสู้สะท้านสะเทือนแดนดินคุกรุ่นในอาคม อำนาจเขตแดน
เสียดสีกระแทกกัน เพลิงแสงจากการโคจรกฎเกณฑ์อันปั่นป่วนวูบ
ไหวร่ายระบำ
เจียงผิงอันใช้ความเร็วสุดขั้วของปีกเทพยดาเลี่ยงหลบการโจมตี
พยายามไม่เข้าปะทะกับอีกฝ่ายตรง ๆ และใช้พลังกลืนกินดูดซับ
ปราณของชายชราไปทีละน้อย
หากยื้อต่อไปเช่นนี้ ผลดีจะเกิดแก่เจียงผิงอัน การฆ่าคนยังถูก
ห้ามในสำนักศึกษาชางจือ หากมือสังหารถูกหน่วยลาดตระเวนของ
สำนักศึกษาจับได้ ก็จะถูกประหารทันที
ชายชราเห็นว่าเจียงผิงอันจงใจถ่วงเวลา สีหน้าก็คล ้าดำ หาก
เขาถูกสำนักศึกษาจับได้ เขาตายแน่
ชายชราพลันหยุดโจมตี เก็บหอกของตนไป “ฆ่าผู้ฝึกตนขั้นต้น
ระดับเขตแดนคนเดียว กลับทำให้ตาเฒ่าผู้นี้เสียเวลามากนัก หนนี้ นี่
จะส่งเจ้าไปโลกหน้า!”
เขากางฝ่ามืออันแห้งเหี่ยว โลหิตหยดหนึ่งลอยมาตรงหน้าเขา
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว เขาสัมผัสได้ว่าโลหิตหยดนั้นเป็นของเขา
เจ้าเฒ่านี่จะทำอะไร?
“เป็นเกียรติของเจ้านะ ที่จะได้ตายด้วยวิชาเซียนต้องห้ามเช่นนี้”
“วิชาเซียนต้องห้าม?”
เจียงผิงอันหน้าถอดสี
สิ่งที่เรียกเป็นวิชาต้องห้ามได้นั้นล้วนสุดแสนแข็งแกร่ง นับประสา
อะไรกับวิชาเซียนต้องห้าม
ชายชราวาดมือรัวเร็ว อำนาจประหลาดอันทรงพลังอัดแน่นใน
อาคม มหาเต๋ากระเพื่อมไปมาบนตัวชายชรา แล้วอักขระคาถาแปลก
ประหลาดก็ก่อตัวล้อมโลหิตของเจียงผิงอันไว้
“ตาเฒ่าผู้นี้อายุแค่พันกว่า แต่ที่ดูหงำเหงือกได้เพียงนี้ก็เพราะใช้
วิชาต้องห้ามนี้บ่อยหน ใช้โลหิตผู้อื่นเป็นสื่อ ผนึกอำนาจผลกรรม
เป็นคำสาป ช่วงชิงพรสวรรค์ของผู้อื่น”
เพียงพริบตา อายุขัยของชายชราก็ถูกสูบ รอยย่นบนใบหน้ายิ่ง
ทวีความหยักลึก ผิวกายห้อยเหี่ยวดุจกิ่งไม้ตาย
ม่านตาของเจียงผิงอันหดตัว
โลกนี้มีวิชาชิงพรสวรรค์ผู้อื่นด้วย!
ปีกทองเบื้องหลังเขากระพือรัวถี่ พุ่งปราชิดชายชราในพริบตา
เหวี่ยงกิ่งมารสะเทือนสรวงเข้าขวางมิให้เขาใช้วิชาต้องห้ามได้สำเร็จ
ชายชราถอยหนีอย่างรวดเร็ว หากถูกยอดสมบัติฟาดเข้า เขาก็
ตายแน่ ๆ ไม่ต่างจากผู้สมรู้ร่วมคิดก่อนหน้านี้
“วิชาต้องห้ามสมบูรณ์แล้ว รออีกสักเดี๋ยว พรสวรรค์ของเจ้าก็จะ
ไม่เหลือหลอ ฮ่า ๆ”
แม้ชายชราจะหนีไปได้ โลหิตของเขาก็ยังลอยค้างกลางสุญตา
อักขระคาถาพิสดารรายล้อม
เจียงผิงอันเหวี่ยงกิ่งมารลงใส่โลหิตนั้นให้กระจายไป
“ไร้ประโยชน์ วิชาต้องห้ามสมบูรณ์แล้ว ทำลายมันไปก็เท่านั้น”
ร่างของชายชราคู้ค่อม แม้จะมีอายุขัยเหลือไม่มาก เขาก็มิได้รีบ
ร้อน ทั้งยังปรีดาสุดแสน
ขอเพียงเจียงผิงอันถูกจัดการ เขาก็จะได้หนึ่งศาสตราเซียน
พร้อมสองยอดสมบัติ ไม่สิ พูดให้ถูกคือ ยังมีอาวุธวิเศษของผู้สมรู้
ร่วมคิดทั้งสองด้วย
ด้วยทรัพยากรเหล่านี้ เขาก็เตรียมตัวบรรลุเซียนได้ ขอเพียงเขา
ได้เป็นเซียน อายุขัยก็จะไร้จำกัด เสียอายุขัยไปแค่นี้เรื่องเล็กน้อย
อักขระคำสาปประหลาดปรากฏรอบตัวเจียงผิงอัน ราวบางสิ่งก่อ
ตัวขึ้นรายล้อมเขา สลัดเท่าไหร่ก็ไม่หลุด และอักขระคาถาเหล่านี้ยัง
ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย
“เป็นวิชาที่ร้ายกาจ”
เจียงผิงอันพินิจอักขระรอบกายตนอย่างเคร่งขรึม นำพู่กันสีทอง
เล่มหนึ่งออกมาสะบัดฟาด แล้วอักขระคำสาปรอบกายก็สลายไป
ทันที
วิชาต้องห้ามถูกทำลายแล้ว
รอยยิ้มบนใบหน้ายับย่นของชายชราพลันชะงัก ดวงตาเหลือก
กว้างทันใด “เจ้ายังมีศาสตราเซียนอีกชิ้น! ศาสตราเซียนผลกรรม!”
หากเป็นศาสตราเซียนทั่วไป ก็ไม่มีทางทำลายวิชาต้องห้ามนี้ได้
แต่เจียงผิงอันถึงกับมีศาสตราเซียนผลกรรมอันหายากยิ่ง
“พรวด!”
ชายชรากระอักเลือดคำโต ร่างซวนเซกลางอากาศ
วิชาต้องห้ามเสื่อมฤทธิ์ พลังจึงตีกลับเข้าหาชายชรา
หนี!
ชายชราตัดสินใจได้ทันที
กลับไปยามใด เขาจะไปฆ่าเจ้าคนออกคำสั่ง สารเลวพวกนี้หาได้
ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ใดกับพวกเขาไม่
ใครจะคิดว่าเจียงผิงอันผู้นี้มีศาสตราเซียนสองชิ้น ยอดสมบัติ
สองชิ้น แถมรวมห้าเขตแดนได้…
ทว่า ขณะที่ชายชรากำลังจะหนี เขาก็พบว่าเจียงผิงอันเข้า
ปราชิดเขาในพริบตา
“อำนาจมิติ! ศาสตราเซียน!!”
ยามชายชราเห็นกำไลทลายมิติบนข้อมือเจียงผิงอัน สีหน้าของ
เขาก็บิดเบี้ยวด้วยความขวัญเสีย
อีกฝ่ายถึงกับมีศาสตราเซียนสามชิ้น!
คนทั่วไปในภพเซียนยังมั่งคั่งมิได้เช่นเขา!
“ข้า…”
ขณะที่ชายชราจะพูดอะไร กิ่งมารสะเทือนสรวงก็ฟาดลงสู่ศีรษะ
แล้ว
เปรี้ยง!
โลหิตกระเซ็นสาย
มือสังหารคนที่สามตกตาย
ในขวดกลืนสวรรค์ ผู้ฝึกตนคนแรกที่ถูกสูบเข้าไปนั่งขัดสมาธิ
ปล่อยโล่พลังฝืนการถูกหลอมอยู่
แม้เขาจะถูกสูบเข้ามา แต่หาได้ลนลานไม่ ข้างนอกนั่นยังมี
สหายเขาอีกสองคน
เจียงผิงอันก็แค่บุคคลขั้นต้นระดับเขตแดน หามีสิ่งใดต้องกลัว…
ตุ้บ!
หนึ่งซากศพสภาพแหลกเละร่วงลงตรงหน้าเขา
เมื่อเห็นศพนี้ ผู้ฝึกตนผู้นั้นก็ชะงักค้าง
เขาบอกได้จากอาภรณ์ ว่านี่คือสหายของเขา
เป็นไปได้เช่นไรกัน เจียงผิงอันเป็นแค่ผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขต
แดน จะฆ่ายอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนได้อย่างไรกัน!
แม้พวกเขาทั้งสามจะเป็นตัวตนชั้นกระจอกสุดของสำนักศึกษา
ชางจือ พวกเขาก็เป็นศิษย์สำนักศึกษาชางจือ พรสวรรค์เลิศล ้ายาก
เปรียบเทียบ มิพ่ายตัวตนร่วมขอบเขตกันอยู่ดี
แต่เจียงผิงอันกลับฆ่าสหายของเขาได้ในกาลแสนสั้น!
“ผู้ใดส่งพวกเจ้ามาฆ่าข้า?”
หนึ่งเสียงอหังการดังก้องในขวด
ร่างของผู้ฝึกตนคนนั้นสะท้าน เขาฟังออกว่านั่นคือเสียงของ
เจียงผิงอัน
การที่เจียงผิงอันพูดได้ หมายความว่าสหายอีกคนของเขาก็
น่าจะมีอันเป็นไปแล้วเช่นกัน
สามยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนลอบสังหารผู้ฝึกตนขั้นต้น
ระดับเขตแดนคนเดียว แต่กลับล้มเหลวถ้วนหน้า!
“ข้าไม่รู้ว่าใครสั่งเรา เราแค่รับเงินมาแล้วทำตาม ข้าให้อาวุธ
วิเศษเจ้าหมดเลย ปล่อยข้าไปเถอะนะ!”
ใบหน้าของผู้ฝึกตนเปี่ยมความหวาดผวา เขายังอยากเป็นเซียน
ยังมีภรรยาอีกหลายสิบนาง ยังไม่อยากตาย
เจียงผิงอันเมินเขาไป ค่อย ๆ ผลาญหลอมผู้ฝึกตนคนนั้น
ยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนหนึ่งคน ใช้ขวดกลืนสวรรค์
หลอมก็ได้ราว ๆ สองแสนผลึกเซียน
ฆ่าคนหลอมผลึกเซียน สุดท้ายก็ยังเร็วเกินใด
เจียงผิงอันใช้พู่กันพิพากษาปลดอาคมที่ทั้งสามกางไว้ กลับสู่ชั้น
แรกของร้าน
ของในชั้นถูกทำลายไปเกือบสิ้น หลงเหลืออาวุธวิเศษไม่กี่ชิ้น
เสียหายยับเยิน
เจียงผิงอันนำป้ายเทวะออกมา ส่งข้อความหา [เซียนหวังต้ง] “ผู้
อาวุโส มีคนมาลอบสังหารข้าในร้านท่าน ทำให้ของในร้านถูกทำลาย
ไปเยอะเลยขอรับ”
หลังส่งข่าวได้ไม่นาน หวังต้งก็ติดต่อสนทนาเสียงกับเจียงผิงอัน
ทันที เขาถามเบา ๆ ว่า “เสี่ยวอิงอยู่ในอันตรายหรือไม่? ของเสีย
หายไปแค่ไหน?”
“เสี่ยวอิง? หวังอิงหรือไม่? อีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในร้านมาเดือนหนึ่ง
แล้วขอรับ”
เจียงผิงอันขอโทษขอโพย “ของในชั้นแรกถูกทำลายเกือบหมด
ขอรับ ส่วนของบนห้าชั้นที่เหลือยังอยู่ดี ผู้อาวุโส ข้าจะชดใช้…”
“ยายหนูตัวเหม็นนั่น! ดูแลร้านดี ๆ ไม่อยู่ ยังออกไปเที่ยวเล่นข้าง
นอก!”
หวังต้งหงุดหงิดใจเล็กน้อย “ข้าให้เจ้าดูร้าน มาก่อเรื่องได้
อย่างไรกัน”
“ผู้อาวุโส ข้ามิได้ก่อเรื่องนะขอรับ…”
“พอเลย ไม่ต้องพูดแล้ว เจ้าไม่ต้องจ่ายค่าของที่พังไปหรอก รอ
เสี่ยวอิงกลับมา เอาผลึกเซียนสำหรับสองเดือนแล้วไปเสีย เจ้าเพิ่งมา
สำนักศึกษาชางจือก็ก่อเรื่องแล้ว ใครจะรู้ว่าภายหลังจะเกิดเรื่องอะไร
อีก อย่าพังร้านข้า”
หวังต้งไม่ชอบปัญหา และไม่อยากสืบหาว่าผู้ใดมาก่อเรื่องใน
ร้านเขา ในฐานะเซียน หากเขายังมัวกังวลเรื่องเช่นนี้ เขาจะทำอะไร
ได้อีก แค่ไล่เจียงผิงอันผู้นี้ไปเสียก็จบแล้ว
การมิให้เจียงผิงอันชดใช้ค่าเสียหายก็คือว่าเขาใจกว้างมี
คุณธรรมแล้ว
เจียงผิงอันยังอยากพูดอะไร แต่อีกฝ่ายก็จบการสนทนาไปแล้ว
ซ ้าป้ายเทวะยังแสดงว่าอีกฝ่าย [มิอาจติดต่อได้]
นี่หมายความว่าอีกฝ่ายลบชื่อเขาไปแล้ว
เจียงผิงอันเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเรียบเรียงของที่ยังไม่ถูก
ทำลายในร้าน
ไม่นานจากนั้น หวังอิงก็กระฟัดกระเฟียดกลับเข้าร้านมา “เจ้านี่
มันอยู่ดีไม่ได้จริง ๆ กว่าข้าจะออกไปเล่นได้สักเดี๋ยว เจ้าก็หาเรื่องใส่
หัวข้าจนโดนปู่ว่าเอาอีกแล้ว!”
อยู่ข้างนอกแสนสำราญ ใครจะคิดว่าที่ร้านจะเกิดเรื่อง ท่านปู่
พบว่านางหนีออกไป จึงตำหนินางยกใหญ่
เจียงผิงอันไม่โต้เถียง ส่งแหวนเก็บของให้วงหนึ่งแล้วกล่าวอย่าง
สุขุม
“ข้าทำลายสินค้าไปเป็นมูลค่า 756,432 ผลึกเซียน ทั้งหมด
คำนวณโดยใช้ราคาขายสูงสุดแล้ว ผลึกเซียนอยู่นี่ เชิญตรวจสอบ
ได้”
เขาไม่อยากติดค้างผู้ใด เหตุที่มาเป็นผู้ดูแลร้านก็เพราะเขาเพิ่ง
มาถึงสำนักศึกษาชางจือและไม่รู้จะทำอะไร
ยามนี้เมื่อหวังต้งไล่เขาออก เขาก็มิอาจติดค้างหนี้สิ่งที่ถูก
ทำลายไปได้
หวังอิงประหลาดใจยิ่ง เจียงผิงอันผู้นี้มั่งมีไม่หยอก เงินจำนวนนี้
นับว่าเยอะแล้วสำหรับผู้ฝึกตนขั้นต้นระดับเขตแดน
หวังอิงไม่อยากรับไว้ แต่เมื่อคิดว่าเงินจำนวนนี้ นางเอาไปซื้อ
อาภรณ์เซียนดี ๆ ได้มากมาย จึงฉวยแหวนเก็บของมาทันที
เจียงผิงอันหันกายจากไป เขาไม่ติดค้างอะไรอีกฝ่ายแล้ว
หวังอิงนั่งลงบนเก้าอี้ ใช้ป้ายเทวะติดต่อปู่ของนางหวังต้ง
“เจ้านั่นไปแล้วนะ แต่ทิ้งค่าชดเชยไว้ ข้ารับมาแล้ว ท่านปู่ เขา
เป็นนักหลอมอาวุธแท้ ๆ ไฉนจึงมาเป็นผู้ดูแลร้านที่นี่ได้ล่ะ?”
“นักหลอมอาวุธ?” หวังต้งประหลาดใจเล็กน้อย
“ท่านปู่ไม่รู้หรือ? เจ้าคนชื่อเจียงผิงอันนั่นมีฝีมือซ่อมอาวุธวิเศษ
อยู่นิดหน่อย ซ่อมอาวุธวิเศษเสียหายได้ในเวลาหนึ่งชั่วยาม อัจฉริยะ
อย่างกู่เว่ยยังยอมเสียเงินขอเรียนการซ่อมอาวุธวิเศษจากเขาเลย”
หวังอิงนับผลึกเซียนในมืออย่างอารมณ์ดี
หวังต้งผงะไป “ระดับทักษะหลอมอาวุธของเจียงผิงอันสูงเพียงนั้น
เลย!”
หวังต้งเคยได้ยินเรื่องของกู่เว่ยมาบ้าง ยามกู่เว่ยมายังสำนัก
ศึกษาชางจือ ปรมาจารย์เซียนนักหลอมอาวุธมากมายยื้อแย่งรับเขา
เป็นศิษย์ กล่าวกันว่ากระทั่งนักหลอมอาวุธเหนือระดับเซียนสวรรค์ยัง
เคลื่อนไหว
แต่อัจฉริยะนักหลอมอาวุธเช่นนี้ ถึงกับมาขอความรู้จากเจียงผิง
อันหรือ?
หวังอิงประหลาดใจกับอากัปกิริยาปู่ตนเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวว่า
“ระดับทักษะหลอมอาวุธจะสูงแค่ไหน สุดท้ายก็เป็นเต๋าสายรอง พลัง
ต่อสู้ต่างหากที่โลกหล้ายอมรับ ตัวเขาเจียงผิงอันจะใช้การหลอม
อาวุธหลอมตัวเองเป็นเซียนได้หรือไร?”
หัวใจอันสะท้านน้อย ๆ ของหวังต้งคืนความสงบอีกครั้ง แม้เจียง
ผิงอันจะมีวิชาหลอมอาวุธอยู่บ้าง แต่สุดท้ายเขาก็เป็นเซียนมิได้ หาก
เป็นเซียนไม่ได้ เขาก็ไม่เห็นต้องสนใจ
“เจ้าขัดเกลาหัวใจให้ดี ตั้งใจฝึกฝน อย่าออกไปเที่ยวเล่น พลัง
ต่อสู้เจ้ามีพอ แต่จิตใจหาแข็งแกร่งไม่”
“เจ้าค่า ๆ” หวังอิงเก็บป้ายเทวะ ทว่าแท้จริง ร่างจริงนางยังคงอยู่
ข้างนอก หากลับมาด้วยไม่
เจียงผิงอันเดินออกจากร้าน แม้จะถูกไล่ออก แต่ในใจก็มิได้
เดือดร้อนอะไรนัก
หากอีกฝ่ายมิได้ติดค้างเขา เขาก็มิติดค้างอะไรใคร