สู่วิถีอมตะ - บทที่ 740 กล่องปิดผนึก
หลังเดินออกมาจากร้านเซียนหวังต้ง ป้ายเทวะของเจียงผิงอันก็
กะพริบไหว
เป็นกู่เวยที่ติดต่อมา
“ปรมาจารย์เจียงว่างหรือไม่ข้ามีเรื่องด่วนต้องการความ
ช่วยเหลือ แน่นอนว่ามีค่าตอบแทนให้นะ”
เมื่อคำว่า ‘ค่าตอบแทน’ กระทบโสต เจียงผิงอันก็สนอกสนใจ
ขึ้นมาทันที
เมื่อครู่เขาถูกลอบสังหารมา ทำลายของในร้านของหวังต้งไป
มากมาย เสียเงินที่เก็บออมมาตลอดไปหมดตัว ไม่เหลือผลึกเซียนที่
ต้องใช้ทะลวงขอบเขตแล้ว
“ปรมาจารย์เจียง ข้าไปรับที่ร้านได้นะ” กู่เว่ยพูดอย่างนอบน้อม
ยิ่ง
“ไม่ต้องเรียกข้าปรมาจารย์เจียงหรอก เรียกสหายเต๋าเจียงก็พอ
อีกอย่าง ข้ายามนี้มิได้ทำงานที่ร้านแล้ว อยู่ที่ค่ายกลเคลื่อนย้ายสู่ภพ
ปีศาจนี่แหละ”
“รับทราบ สหายเต๋าเจียง ข้าจะไปรับเจ้าเดี๋ยวนี้แหละ”
ไม่ถึงชั่วหนึ่งธูปมอด กู่เว่ยก็มาถึง
กู่เว่ยแต่งกายชุดขาวสะอาดสะอ้าน รูปลักษณ์เยี่ยงชายหนุ่มวัย
ยี่สิบเศษ ยามเดินบนถนน ผู้คนมากมายที่รู้จักเขาล้วนมองมาอย่าง
นับถือ
อัจฉริยะนักหลอมอาวุธเช่นนี้ ภายหน้าไม่ช้าก็เร็วต้องเป็น
ปรมาจารย์เซียนนักหลอมได้แน่ ๆ
“สหายเต๋ากู่ มีอะไรจะซ่อมหรือ?” เจียงผิงอันถาม
“เสวนากันที่นี่ไม่ดี ไว้ค่อยคุยกันนะ”
กู่เว่ยและเจียงผิงอันจากไปยังเคหาส่วนตัวแห่งหนึ่ง
ที่นี่มีผู้ฝึกตนอยู่เจ็ดแปดคน คละเพศทั้งชายหญิง พวกเขาส่วน
ใหญ่อยู่ในขั้นปลายระดับเขตแดน
คนทั้งหลายหน้านิ่วคิ้วขมวด รวมตัวล้อมโต๊ะศิลาสีเขียวตัวหนึ่ง
บนนั้นมีกล่องโบราณอันมีอักขระเลอะเลือนเสียหายใบหนึ่ง
กู่เว่ยกล่าวกับเจียงผิงอันว่า “กล่องใบนี้เป็นกล่องปิดผนึกรูปแบบ
หนึ่ง คาดว่าน่าจะมาจากสุสานเซียน แต่เพราะมันเก่าเกินไป กล่องใบ
นี้จึงรับการกัดกร่อนแห่งกาลเวลามิได้จนเสียหาย”
“ในนี้อาจมีสมบัติ แต่พอกล่องปิดผนึกเสียหาย ของข้างในก็อาจ
เสียหายด้วย ผู้จ้างวานเต็มใจจ่ายล้านผลึกเซียนเพื่อซ่อมกล่องใบนี้”
เจียงผิงอันถามอย่างสงสัย “ล้านผลึกเซียน จะให้ปรมาจารย์
เซียนนักหลอมอาวุธลงมือได้จริงหรือ? ไฉนอีกฝ่ายมิไปหาเซียนช่วย
เล่า?”
ล้านผลึกเซียนเกือบจะซื้อศาสตราเซียนทั่วไป หรือยอดสมบัติ
ชั้นเลิศได้แล้ว กระทั่งเซียนยังหวั่นไหวได้
กู่เว่ยตอบว่า “ราคานี้จ้างวานปรมาจารย์เซียนนักหลอมอาวุธได้
ก็จริง แต่ปรมาจารย์เซียนนักหลอมอาวุธยุ่งมาก พวกเขาส่วนใหญ่
ต้องจองนัดหมายก่อน ปรมาจารย์เซียนนักหลอมผู้เลื่องชื่อที่สุดนี่
ต้องรอเป็นหมื่น ๆ ปีกว่าเขาจะว่างมาลงมือ”
การหลอมอาวุธแต่ละชิ้นกินเวลานาน โดยเฉพาะการสร้าง
ศาสตราเซียนซึ่งต้องใช้เวลาเป็นพัน ๆ หรือกระทั่งหมื่น ๆ ปี และ
บางครั้งก็มิอาจหยุดกลางคันได้
ดังนั้น อาวุธวิเศษส่วนใหญ่จึงแพงระยับ นอกจากวัตถุดิบแล้ว ยัง
รวมค่าแรงเซียนผู้สร้างมันด้วย
กู่เว่ยพลันลดเสียงลง “เรื่องสำคัญที่สุดคือเมื่อครู่ เราบางคนสบถ
สาบาน บอกจะซ่อมมันได้แน่ ๆ แล้วรับปากลูกค้าไป แต่แล้วก็พบว่า
กล่องมันเก่าเกินซ่อมไหว”
“หากซ่อมมันยามนี้มิได้ ต้องจ่ายค่าชดใช้สองแสน และหาก
เสียหาย ก็ต้องจ่ายล้านผลึกเซียน”
ขณะที่กู่เว่ยยังพูดไม่จบ ชายในชุดดำตรงหน้าก็พูดอย่างใจร้อน
“ตกลงซ่อมได้หรือไม่ รอมาหลายชั่วยามแล้ว หากไม่ก็รีบ ๆ จ่ายค่า
เสียเวลามาได้แล้ว”
ชายชุดดำผู้นี้ก็คือผู้ว่าจ้าง
นักหลอมอาวุธทั้งหลายมองหน้ากัน
หนนี้ประมาทไป เห็นว่าค่าซ่อมแพงระยับ และนี่ก็มิใช่ของระดับ
เซียน จึงสุ่มสี่สุ่มห้าตอบรับมา
มิคาดว่ากล่องปิดผนึกใบนี้จะเก่าเกินไป วัตถุดิบและวิธีสร้างก็
แสนพิเศษ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนเลย
“ข้าพาปรมาจารย์มาแล้ว”
กู่เว่ยกับเจียงผิงอันเดินเข้าไป
ทุกสายตาผละจากกล่องมาหยุดที่เจียงผิงอันเป็นตาเดียว
สตรีผู้หนึ่งจ้องมองเจียงผิงอันอย่างสงสัย “กู่เว่ย นี่หรือที่เจ้าเรียก
ปรมาจารย์นักซ่อม? การฝึกฝนขั้นต้นระดับเขตแดนเนี่ยนะ?”
แม้ผู้อื่นจะไร้วาจา แต่สีหน้าก็เผยความคิดชัดเจน
แม้นักหลอมอาวุธจะไม่ออกต่อสู้ แต่ก็ยังมีข้อกำหนดขอบเขต
ยิ่งขอบเขตสูง ยิ่งเข้าใจกฎเกณฑ์ลึกล ้า สร้างอาวุธวิเศษได้ระดับสูง
กว่ากัน
แต่คนตรงหน้านี้มีการฝึกฝนเพียงขั้นต้นระดับเขตแดน
คนเหล่านี้ล้วนเป็นยอดอัจฉริยะด้านหลอมอาวุธของสำนักศึกษา
ชางจือ แม้พวกเขาจะซ่อมอาวุธวิเศษมิได้ แต่ไม่ว่าพรสวรรค์การ
หลอมอาวุธของคนระดับอีกฝ่ายจะแข็งแกร่ง แต่จะสูงส่งสักเพียงไร
เชียว?
“เชื่อข้าเถอะ สหายเต๋าเจียงแข็งแกร่งจริง ๆ นะ ไม่กี่ชั่วยามก็
ซ่อมอาวุธวิเศษระดับเขตแดนได้แล้ว” กู่เว่ยพูดอย่างเคร่งขรึม
“พูดเป็นเล่น ไม่กี่ชั่วยาม? คิดว่าเขาเป็นปรมาจารย์เซียนนัก
หลอมอาวุธหรือไร?”
ปวงชนยิ่งเชื่อไม่ลงไปใหญ่ นี่เป็นระดับที่มีเพียงปรมาจารย์เซียน
ที่เอื้อมถึงได้ ขอบเขตอย่างเขาทำได้อย่างไรกัน
นอกจากนั้น หากมีอัจฉริยะเช่นนี้อยู่จริง พวกเขาก็ควรเคยได้
ยินชื่อเสียงมาบ้าง แต่พวกเขาก็มิเคยรับรู้ถึงคนเช่นนี้มาก่อน
เดิมที พวกเขาคาดหวังให้กู่เว่ยเรียกปรมาจารย์มาช่วย แต่
เหมือนจะผิดหวังเสียแล้ว
ผู้หลอมอาวุธร่างผอมสูงคนหนึ่งสูดหายใจลึก ๆ “ระดับฝีมือการ
ซ่อมของข้าสูงสุด ข้าจะลองดูนะ”
เขาซ่อมสมบัติลับมาแล้ว กระทั่งทำสำเร็จแล้วหนหนึ่ง
เขามองกล่องโลหะบนโต๊ะ ใช้วิชาลับเตรียมเขียนอักขระเสริม
พลังบนกล่องก่อนชั้นหนึ่ง เพื่อที่โครงสร้างภายในจะได้ไม่เสียหาย
ยามซ่อมแซม และกลไกทำลายตัวเองของกล่องปิดผนึกจะได้ไม่
ทำงาน
“ข้าแนะนำว่าอย่าทำอย่างนั้น”
เจียงผิงอันพลันเอ่ยปาก “วัตถุดิบของกล่องใบนี้พิเศษ และเก่า
มากแล้ว รับอำนาจอักขระไม่ไหวหรอก หากไปเสริมพลังมัน กล่องใบ
นี้จะร้าว”
นักหลอมอาวุธหญิงข้าง ๆ กันขมวดคิ้ว “หุบปากทีได้หรือไม่?
เจ้าจะรู้อะไร ก่อนจะซ่อมอาวุธวิเศษ ต้องเสริมพลังก่อนชั้นหนึ่ง จะได้
ซ่อมง่าย ๆ ไงเล่า”
เจียงผิงอันกล่าว “อย่าทำเช่นนั้นต่อเลย หาไม่มันจะเสียหาย ถึง
ยามนั้นข้าก็ซ่อมไม่ได้แล้วนะ”
แต่นักหลอมอาวุธร่างสูงหาฟังเขาไม่ ยังคงใช้วิชาลับเสริมพลัง
กล่องต่อไป
แกร๊ก!
เมื่ออักขระเสริมลงไป รอยร้าวพลันปรากฏบนกล่องเสียงดังฟัง
ชัด
หัวใจเหล่านักหลอมอาวุธมากมายสั่นสะท้าน
มันร้าวจริง ๆ ด้วย!
อำนาจประหลาดแผ่ออกจากรอยร้าวบนกล่อง ขอเพียงขยับอีก
นิด กล่องใบนี้จะระเบิดตัวเองไปพร้อม ๆ สิ่งที่อยู่ข้างใน!
เจียงผิงอันไหวไหล่ “หนนี้ข้าก็ช่วยไม่ได้แล้วนะ”
เติ้งเส้าสี่ในอาภรณ์ดำสุดเดือดดาล “พวกเจ้าซ่อมไม่ได้ยังรับ
ปากซ่อม! รู้กันหรือไม่ว่ากล่องใบนี้สำคัญเพียงไร! หากซ่อมมัน
เดี๋ยวนี้ไม่ได้ ก็ชดใช้ข้ามาล้านผลึกเซียน!”
สีหน้าของนักหลอมอาวุธทั้งหลายสุดคล ้าดำ มิใช่เพราะพวกเขา
จ่ายกันไม่ไหว แต่ชื่อเสียงของพวกเขาเสียหายยับเยิน และจะส่งผล
ต่อจำนวนผู้ฝึกตนที่จะมาขอให้พวกเขาซ่อมอาวุธวิเศษในภายหน้า
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าผู้ฝึกตนแซ่เจียงผู้นี้จะพูดถูก
กู่เว่ยโมโหยิ่ง “สหายเต๋าเจียงบอกแล้วแท้ ๆ ว่าอย่าทำ ไฉนไม่
ฟังกันเลย!”
กู่เว่ยหันไปถามเจียงผิงอันด้วยความหวังสุดท้ายอันริบหรี่ “สหาย
เต๋าเจียง ไม่มีทางซ่อมมันแล้วจริง ๆ หรือ?”
เจียงผิงอันส่ายหัว “วัตถุดิบของกล่องปิดผนึกเป็นแบบนี้แหละ
หากถูกทำลายก็ซ่อมไม่ได้แล้ว”
ปวงชนถอนใจอย่างอับจน มีแต่ต้องเสียเงินแล้วสิ
ขณะนั้น เจียงผิงอันกล่าวกับเติ้งเส้าสี่ “แต่ข้าเปิดผนึกมันได้ สิ่ง
ที่เจ้าต้องการคือของข้างใน การเปิดกล่องเดี๋ยวนี้จะช่วยประหยัด
ปัญหาให้เจ้าเยอะแยะทีเดียว”
“ข้าอยากปลดผนึกมันแน่อยู่แล้ว แต่ผู้ใช้ค่ายกลบอกว่ากล่องใบ
นี้เสียหายรุนแรง ไร้หนทางปลดผนึกใด ๆ เลยต้องซ่อมมันก่อน หาก
เจ้าทำลายผนึกได้ ข้าจะแถมให้เจ้าอีกแสนผลึกเซียนเลย”
เติ้งเส้าสี่ไม่เชื่อว่าเจียงผิงอันจะเปิดมันได้จริง ๆ ผู้ใช้ค่ายกล
แข็งแกร่งมากมายยังเปิดมันไม่ได้ทันที หากนักหลอมอาวุธผู้นี้
อยากจะทำ ก็ยิ่งยากไปใหญ่
และนักหลอมอาวุธผู้นี้ยังพูดเองว่ากล่องใบนี้เสียหาย หาก
เขยื้อนมันจะระเบิด…
ป้าบ!
เจียงผิงอันเดินไปที่โต๊ะศิลา ฟาดฝ่ามือลงบนกล่องเหล็กอันร้าว
รานกะทันหัน
เมื่อได้ยินเสียงดังสนั่นนี้ ทุกดวงใจก็สั่นสะท้าน ฝ่ามือนี้จะพัง
กล่องทันทีเลย!
เติ้งเส้าสี่ตกใจ “เจ้าทำอะไรเนี่ย!”
ที่เขาเพิ่งพูดว่าจะเพิ่มอีกแสนผลึกเซียนนั้นก็แค่ออกอารมณ์
มิได้หมายความจริงจัง
ต่อให้อยากปลดผนึกกล่องใบนี้จริง ๆ ก็ไร้จำเป็นต้องออกแรง
ฟาดมือ มันจะทำลายกล่องใบนี้เปล่า ๆ
หากสิ่งที่อยู่ในกล่องนี้ถูกทำลาย ความพยายามอันเนิ่นนานของ
พวกเขาคณะ [เลือดเหล็ก] ก็จะเสียเปล่า