สู่วิถีอมตะ - บทที่ 756 หุ่นเชิดระเบิดตัวเอง
เติ้งเส้าสี่พูดขึ้น “ก่อนจะร่วมมือกัน ขออธิบายก่อนนะ ผู้ใดพบ
สมบัติก่อนก็ได้มันไป จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน”
“แน่นอน ทุกคนเข้าใจ” รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าไร้สีเลือดของ
เส้าเฉวียน
เติ้งเส้าสี่เสริม “อีกอย่าง หากพวกเจ้าไม่มีกุญแจเข้าสู่ใจกลาง
สุสาน เราจะร่วมมือกันได้เพียงบริเวณรอบนอก จำนวนผู้เข้าสู่ใจ
กลางสุสานได้มีจำกัด เราพาพวกเจ้าเข้าไปไม่ได้นะ”
“เราก็มีกุญแจเหมือนกัน”
เส้าเฉวียนกล่าวในใจ เดี๋ยวกุญแจเจ้าก็เป็นของเราแล้ว
“เช่นนั้น ก็ยินดีที่ได้ร่วมมือ”
“ยินดีที่ได้ร่วมมือ”
ต่างฝ่ายใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ล้วนซ่อนประสงค์ในใจ
เส้าเฉวียนหารู้ไม่ว่าในคณะของเติ้งเส้าสี่ มีหนึ่งบุคคลรู้แล้วว่า
พวกเขาเป็นผู้ลอบโจมตี
คนทั้งสองฝ่าย รวมยี่สิบคนยิ้มให้กัน แล้วเข้าสู่โลกใบน้อยของ
ราชินีปีศาจตงฟางฉิงเสวี่ยไป
โลกทั้งใบเทาทึบ ทัศนียภาพมิแตกต่างจากโลกภายนอกมากนัก
ภูเขาสูง ป่ารกทึบ แต่ปราณปีศาจหนาแน่นทำให้ยอดฝีมือทั้งหลาย
พากันขมวดคิ้ว
“ปราณปีศาจที่นี่แข็งแกร่งเกินไป ทุกคนควรระวังตัว หากดูดซับ
ปราณปีศาจมากเกินไป สติสัมปชัญญะของพวกเจ้าจะเกิดปัญหา
ได้” เติ้งเส้าสี่เอ่ยเตือน
ปวงชนกางโล่คุ้มกันรอบกาย
ขณะที่เหินไปยังใจกลางสุสาน พวกเขาพลันพบว่ามีหนึ่งบุคคล
เบื้องหลังเขาที่มิเพียงไม่กางโล่ ยังดูดซับปราณปีศาจอย่างเอาเป็น
เอาตายด้วย
ปวงชนหันกลับไปมอง
เจียงผิงอันผงะไปเล็กน้อยเมื่อเห็นทุกสายตามองมา “อะไรหรือ?”
เติ้งหลวนกล่าว “สหายเต๋าปัว เจ้าจะดูดซับปราณปีศาจสุ่มสี่สุ่ม
ห้าไม่ได้นะ มันจะกระทบต่อร่างกายเจ้า กระทั่งมีผลต่อสติสัมปชัญญะ
เจ้าด้วย”
“ไม่เป็นไรหรอก ข้าเป็นผู้ฝึกมาร ปราณปีศาจหามีผลต่อข้าไม่”
ขณะพูดเช่นนั้น เจียงผิงอันก็ค่อย ๆ ควบแน่นผลึกเซียนชิ้นเล็ก ๆ
อันเต็มไปด้วยปราณปีศาจขึ้นในมือ
เติ้งหลวนผงะ มิคาดว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้ฝึกมาร ผลกระทบของผู้
ฝึกมารนั้นสูงยิ่งกว่าปีศาจเสียอีก หากจิตมารกระเทือนอีกฝ่ายมิได้
ปราณปีศาจก็ไร้ผลเช่นกัน
เขาจ้องมองผลึกเซียนปราณปีศาจที่ก่อตัวในมือเจียงผิงอัน
“สหายเต๋าปัว นี่…”
นอกจากขุดเหมืองหามา ผลึกเซียนยังสามารถสร้างโดยผู้ฝึก
ตนได้ แต่ผู้ฝึกตนระดับพวกเขาไม่จำเป็นต้องทำผลึกเซียนเองเลย
แค่ล่าสัตว์ภูตก็ขายแลกผลึกเซียนได้มากมาย ไวกว่ามัวสร้างเอง
เยอะ
นอกจากนั้น ผลึกเซียนที่ปะปนด้วยปราณปีศาจเช่นนี้ ผู้ฝึกตน
ยังถือว่าเป็นผลึกเซียนไม่บริสุทธิ์ คุณภาพแย่ยิ่ง ไร้จำเป็นต้องสร้าง
เอง
เจียงผิงอันตอบกลับ “บุตรีข้ามีเลือดปีศาจครึ่งหนึ่ง ปราณปีศาจ
ที่นี่บริสุทธิ์นัก เลยอยากทำผลีกเซียนกลับไปให้นางน่ะ”
เมื่อเขานึกถึงแม่หนูน้อยเจียงเมี่ยวอี มุมปากเจียงผิงอันก็ยกยิ้ม
อย่างเกินควบคุม
แม้เขาจะมิได้รู้สึกผูกพันกับจิ้งจอกเก้าหางจี้เฟยมากนัก แต่เขา
เอ็นดูบุตรีผู้นี้ยิ่ง และอยากให้สิ่งดีที่สุดแก่นาง
บุตรียังอยู่ในภพแร้นแค้น เนื่องจากข้อจำกัดฟ้าดิน นางจึงมิอาจ
สร้างรากเซียน ไว้อีกไม่กี่ร้อยปีได้กลับไป ก็จะได้ช่วยนางทะลวง
ขอบเขต
“ผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดน?”
เส้าเฉวียนและสมาชิกเสินกวงคนอื่น ๆ สังเกตพบว่าการฝึกฝน
ของเจียงผิงอันอยู่ในขั้นกลางระดับเขตแดนเท่านั้น
ในหมู่ยอดฝีมือมากมาย การฝึกฝนของอีกฝ่ายจึงสะดุดตายิ่ง
เจ้านี่คงมิใช่ญาติสนิทมิตรสหายของยอดฝีมือใดที่บังคับแทรก
ตนเข้าคณะหรอกกระมัง?
ยอดเยี่ยม ตัวตนระดับนี้ดาบเดียวก็ตายแล้ว เมื่อถึงคราวลอบ
โจมตีก็ลดแรงกดดันได้บ้าง
“ระวัง! หุ่นเชิด!”
ใครบางคนพลันตะโกนขึ้น
ปวงชนสัมผัสคลื่นพลังแล้วมองไปยังทิศหนึ่ง พบแสงทองกลุ่ม
หนึ่งพุ่งเข้ามาหาพวกตน
ในแสงทองเหล่านี้มีคนขนาดจิ๋วสีทอง ทั่วตัวทำจากโลหะ ปก
คลุมด้วยอักขระเซียน ดูคล้ายกับร่างกายคน แต่กลับไร้อวัยวะมนุษย์
เป็นเพียงรูปลักษณ์เลียนแบบอย่างง่าย
“หุ่นเชิดระเบิดตัวเอง! หลบให้พ้น!”
ในโลกใบน้อยแห่งนี้มีหุ่นเชิดทั้งสิ้นเจ็ดรูปแบบ หุ่นเชิดต่างสีมี
พลังต่างกัน
อย่างหุ่นเชิดสีทองหรือเหลืองนี้สุดแสนน่าสะอิดสะเอียน มันจะ
ระเบิดตัวใส่ทันทีที่พบหน้า
ตัดสินจากพลังปราณของหุ่นเชิดนี้ มันอยู่ในขั้นปลายระดับเขต
แดน พลังจากการระเบิดตัวเองของหุ่นเชิดระดับนี้น่าสะพรึงกลัวยิ่ง
แม้มันอาจฆ่าอัจฉริยะเหล่านี้มิได้ หากไม่ระวังก็ยังบาดเจ็บอยู่ดี
น่าเจ็บใจสุด ๆ
“หลบอะไรกัน? มันก็แค่หุ่นเชิด ขอเพียงระเบิดมันก่อนถึงตัว เรา
ก็ไม่เป็นไรแล้ว”
เส้าเฉวียนสุดเดียดฉันท์ยามเห็นสีหน้าผู้อื่นลนลาน หนึ่งมือวาด
สะบัด ก้อนพลังสีแดงก่อตัวบนศีรษะ
ปวงชนล้วนหน้าเปลี่ยนสี รีบตะโกนประสานเสียง “อย่าโจมตี!”
แต่ก็ยังสายเกินไป เส้าเฉวียนสะบัดมือ ก้อนพลังพุ่งเข้าใส่หุ่น
เชิดสีเหลืองทันที
ตู้ม!
ฟ้าดินสั่นสะท้านรุนแรง แสงสว่างเรืองรองสาดส่องปกคลุมหลาย
ล้านลี้โดยมีหุ่นเชิดสีเหลืองเป็นศูนย์กลาง
นี่คือการระเบิดตัวเองของยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดน
อำนาจสูงล ้ายิ่ง มันกระทั่งมีอำนาจกฎเกณฑ์ในระดับเขตแดน
ปวงชนถอยกรูดสุดชีวิต มิได้ยินดีที่หุ่นเชิดถูกทำลายไปล่วงหน้า
แต่ยิ่งคร ่าเครียดหนักไปใหญ่
สมาชิกคณะเสินกวงโวยวายอย่างเดือดเคือง “เส้าเฉวียน! ข้า
บอกตั้งแต่ก่อนมาแล้วใช่ไหมว่าอย่าได้ลงมือกับหุ่นเชิดก่อน หาไม่
แล้ว หุ่นเชิดในขอบเขตเดียวกันจะแห่มาอีกเป็นโขยง ทำไมเจ้าไม่
ฟัง!”
สีหน้าของเส้าเฉวียนชะงักอึ้ง ดวงตาเบิกกว้าง “มีเรื่องเช่นนี้อยู่
ด้วยหรือ?”
ไม่นาน สารพัดหุ่นเชิดอันมีปราณทรงพลังก็ปรากฏขึ้นจากทั่ว
ทิศทาง กดดันมหาศาล เรืองฤทธิ์ร้ายแรง พวกมันล้วนเป็นหุ่นเชิด
ขั้นปลายระดับเขตแดนอันน่าสะพรึงกลัว!
ยามผู้ฝึกตนในละแวกเห็นเช่นนี้ หัวใจก็สั่นสะท้าน ขวัญผวาจน
หนีกระเจิงอย่างรวดเร็ว
เส้าเฉวียนรีบตะโกน “เผ่น! ด้วยความเร็วระดับเรา พวกมันตาม
ไม่ทันหรอก!”
แต่ไม่ทันขาดคำ แสงสีเขียวหลายสายก็ปรากฏตรงหน้าพวกเขา
ในพริบตา
หุ่นเชิดสีเขียวรูปร่างคล้ายวิหคนี้รวดเร็วสุดขั้ว แม้พลังโจมตีจะ
ไม่ได้สูงเลิศล ้า แต่มันแบกหุ่นเชิดระเบิดตัวเองสีเหลืองอยู่บนหลัง!
เมื่อหุ่นเชิดสีเหลืองเข้าใกล้ มันก็ระเบิดตัวเองทันทีอย่างไร้ลังเล
ตู้ม ตู้ม!
แรงระเบิดคลับคล้ายจะถล่มทั้งโลกาแผดไปทั่วโลกหล้าใบน้อยสี
เทา
ปวงชนปัดป้องสุดชีวิต เผ่นหนีหัวซุกหัวซุน
“เส้าเฉวียน! เพราะเจ้าคนเดียวเลย!” สมาชิกคณะเสินกวง
ตะโกนอย่างโมโห
“โวยวายอะไร! ไม่มีใครตายอยู่แล้วนี่ เดี๋ยวกลับไปข้าจะชดเชย
ให้พวกเจ้าเอง ทุกคนมากับข้า ข้ารู้จักหนึ่งที่ที่หุ่นเชิดตามมาไม่ได้!”
เส้าเฉวียนหน้าคล ้า เหินไปยังทิศหนึ่ง
เมื่อเห็นหุ่นเชิดอันน่าสะพรึงกลัวเหล่านี้เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ
คณะเลือดเหล็กและคนอื่น ๆ ก็ไม่คิดมาก รีบไล่ตามไป
มุมปากเส้าเฉวียนซึ่งเหินนำหน้าพลันยกยิ้ม ก่อนจะกลับสู่ความ
บึ้งตึงทันที
อันที่จริง เมื่อครู่ทุกสิ่งล้วนเป็นละครที่เขาจัดฉาก
หุ่นเชิดตัวแรกที่ปรากฏ เป็นตัวที่พวกเขาคณะเสินกวงล่อมาจาก
ไกล ๆ
เส้าเฉวียนทำทีเป็นไม่รู้คุณลักษณะของหุ่นเชิดแล้วเปิดฉาก
โจมตี ก็เพื่อสร้างอุบัติเหตุแล้วพาคนจากคณะเลือดเหล็กไปยังจุดซุ่ม
โจมตี ล้างคณะเลือดเหล็กให้สิ้น
เป้าหมายสุดท้ายย่อมมิพ้นกุญแจจี้หยกที่สามารถใช้เข้าใจกลาง
สุสานได้
แม้คณะเลือดเหล็กจะแข็งแกร่ง การฆ่าพวกเขาจะเกิดปัญหา แต่
เพื่อให้สามารถไปยังใจกลางสุสานและเพื่อ ‘วิชาลวงสวรรค์’ ทุกสิ่ง
คุ้มค่าแล้ว
พวกไอ้โง่จากคณะเลือดเหล็กคงคิดอยู่กระมังว่าเขาเส้าเฉวียน
โง่เง่า ไว้พวกเขาไปถึงจุดซุ่มโจมตี พวกเขาจะเผยสีหน้าประหลาดใจ
สุดแสนกันเป็นแน่ เดี๋ยวก็จะรู้ความแยบยลของเขาเส้าเฉวียนกันเอง
เส้าเฉวียนอยากเห็นสีหน้าตกใจของคณะเลือดเหล็กแทบรอไม่
ไหวแล้ว